เกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร

    ตอนที่ 41 วิหคอัสนีห้าสวรรค์


    หลังจากรับหินปราณตามส่วนที่กำหนดมาเรียบร้อย หลี่หยางไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย เขารีบออกจากคลังของตระกูลทันที ใบหน้าเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น มือข้างหนึ่งกุมหีบไม้ที่บรรจุขนนกแห่งอัสนีศักดิ์สิทธิ์เอาไว้แน่นแนบอก

     

    เมื่อถึงเรือนพัก เขาไม่รีรอ เคาะประตูเพียงครั้งเดียวแล้วผลักเข้าไปทันที

     

    “ท่านปู่!” เขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแน่นหนัก

     

    หลี่เทียนหยุนซึ่งกำลังนั่งหลับตาฝึกปราณอยู่ ลืมตาขึ้นมาอย่างสงบ แต่เมื่อเห็นแววตาจริงจังของหลานชายก็พอจะรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมีเรื่องสำคัญจะพูด

     

    “… มีอะไรหรือหยางเอ๋อร์?”

     

    หลี่หยางเดินเข้ามานั่งคุกเข่าตรงหน้าผู้เป็นปู่ ก่อนจะเปิดหีบไม้ เผยให้เห็นขนนกสีขาวบริสุทธิ์ที่มีเส้นสายฟ้าระยิบระยับแทรกอยู่ส่วนลึกภายใน มันเปล่งประกายเบาบางราวกับมีจิตวิญญาณแฝงเร้นอยู่

     

    “นี่คือ ขนนก ที่ข้าได้จากคลังของตระกูล ข้า…อยากให้ท่านปู่ลองใช้มันกับอสูรของท่าน ข้าเชื่อว่าท่านจะทะลายกำแพงที่ขวางกั้นลงได้!”

     

    หลี่เทียนหยุนเบิกตาเล็กน้อย มองขนนกในมือหลานชายด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ

     

    “ของสิ่งนี้…เป็นของที่ตระกูลเก็บไว้มานาน แม้แต่ข้าเคยลองตรวจสอบก็ยังไม่พบคุณสมบัติพิเศษอะไร…”

     

    “แต่เจ้า…กลับเลือกของสิ่งนี้มาเพื่อข้า?”

     

    หลี่หยางพยักหน้าอย่างแน่วแน่

    หลี่เทียนหยุนมองขนนกที่กำลังเปล่งแสงเบาบาง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย

     

    “สิทธิ์ที่เจ้าได้รับมาอย่างยากลำบาก… เดิมทีควรจะเลือกของที่ดีสำหรับตัวเจ้าเอง แต่เจ้ากลับมอบมันให้กับข้า…”

     

    เขาสบตาหลานชาย พลางส่ายหน้าเบา ๆ

     

    “เจ้าโง่เอ๋ย…” น้ำเสียงนั้นคล้ายตำหนิ แต่แฝงความอ่อนโยนลึกซึ้ง “เจ้ารู้หรือไม่ว่า ข้าหวังเห็นเจ้าก้าวหน้าในเส้นทางของตัวเอง มากกว่าที่จะมาสนใจคนแก่อย่างข้า”

     

    เขาหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง แววตาแฝงความอบอุ่นจาง ๆ

     

    “แต่ข้าก็…สุขใจนัก ที่หลานของข้า ทำเพื่อข้าได้ถึงเพียงนี้”

     

    แววตาของชายชรานั้นแม้จะแข็งแกร่งมานานปี แต่ในตอนนี้กลับอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ

     

    “ไม่เสียแรงที่ข้าเฝ้าดูเจ้าเติบโตมาถึงวันนี้จริง ๆ…”

     

    หลี่หยางได้แต่น้อมรับคำพูดนั้นเงียบ ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกแน่นเต็มอก ความเหนื่อยล้า ความอดทน และความตั้งใจ—ในวันนี้…อย่างน้อยก็ทำให้คนที่เขารักที่สุดภูมิใจในตัวเขาได้

     

    หลี่หยาง พลางยื่นขนนกที่ส่องแสงแวววาวแฝงประกายฟ้าครามไปเบื้องหน้า

     

    “ท่านปู่… ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องข้า ขนนกนี้ ชื่อที่แท้จริงของมันคือ ขนนกอัสนีศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ของไร้ค่าอย่างที่ใครเข้าใจ”

     

    เขาเงยหน้าขึ้น สีหน้าแน่วแน่

    หลี่เทียนหยุนเผยแววประหลาดใจเล็กน้อย กลับกลายเป็นว่า ของไร้ค่าในคลังของตระกูล แท้จริงแล้วคือของที่วิเศษยิ่ง

     

    “มันสามารถยกระดับ ‘เหยี่ยวลมคราม’ ของท่านให้ก้าวข้ามชนชั้นและระดับที่หยุดนิ่งมานานได้ ขอเพียงใช้ร่วมกับวัตถุดิบอีกสองอย่างเท่านั้น…”

     

    หลี่เทียนหยุนเลิกคิ้ว แววตาเริ่มมีประกาย

     

    “สองอย่างนั้นคือ… แก่นอสูรธาตุสายฟ้า ระดับจอมพลขั้นหนึ่งขึ้นไป และ หยดสายฟ้า ที่กลั่นจาก ต้นไม้อัสนี ซึ่งว่ากันว่าหายากนัก แต่…”

     

    หลี่หยางยิ้มบาง

     

    “ข้าเคยแอบดูในคลังส่วนตัวของท่านก่อนหน้านี้ ท่านปู่มีครบอยู่แล้วทั้งสองอย่างมิใช่หรือ?”

     

    หลี่เทียนหยุนเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนหลุดหัวเราะในลำคอ

     

    “เจ้าหนูเจ้าเล่ห์ เจ้าแอบงัดคลังของข้าอีกแล้วรึ?”

     

    เสียงหัวเราะของชายชราเต็มไปด้วยความชื่นชมและปลื้มปิติ เขายื่นมือรับขนนกอัสนีศักดิ์สิทธิ์มาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความทรงจำ ความภาคภูมิใจ และความรักที่ไม่อาจบรรยาย

     

    “ดี… ถ้าเช่นนั้น ขอให้ข้าได้เห็นว่า เหยี่ยวลมครามของข้าจะโผบินสู่เวหาอีกครั้งได้จริงๆหรือไม่!”

     

    เสียงหัวเราะลั่นของหลี่เทียนหยุน ดังก้องไปทั่วเรือน จนทำให้หลี่ซินเอ๋อร์ที่อยู่ในห้องด้านในถึงกับสะดุ้ง

     

    “ท่านปู่หัวเราะอะไรเสียงดังนัก?”

    “หรือว่า… พี่หยางแกล้งอะไรปู่อีกแล้ว?”

     

    นางรีบวิ่งมายังห้องโถง สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยและตื่นเต้น

     

    เมื่อก้าวเข้ามา นางก็เห็นหลี่หยางนั่งอยู่ข้าง ๆ ปู่ของตน ส่วนหลี่เทียนหยุนกำลังถือขนนกสีขาวประกายสายฟ้าไว้ในมือ ดวงตาแดงเล็กน้อยแต่เปี่ยมไปด้วยความยินดี

     

    “ซินเอ๋อร์ เจ้ามาพอดี!”

    “เจ้าพี่ชายของเจ้า ยกของขวัญชิ้นล้ำค่าให้ปู่ด้วยล่ะ!”

     

    หลี่ซินเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาดูขนนกในมือปู่

     

    “ว้าว… มันสวยจัง! นี่มัน…ขนอะไรหรอ!”

     

    “พี่หยาง… พี่ได้ของแบบนี้มาให้ท่านปู่ ทำไมไม่มีของข้าบ้าง?”

     

    หลี่หยางยิ้มอ่อนพลางลูบศีรษะน้องสาว แต่ไม่พูดอะไร

     

    ค่ำคืนคล้อยผ่าน จนถึงช่วงยามสาม ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีดำเข้ม สลับแสงฟ้าแลบส่องสว่างรำไร — ภายในลานฝึกส่วนตัวของตระกูลหลี่ เหยี่ยวลมครามคู่ใจของหลี่เทียนหยุน ยืนอยู่กลางเวทีหิน ลำตัวสั่นไหวด้วยแรงสะท้านจากพลังที่กำลังรวมตัวอยู่รอบกาย

     

    หลี่หยางยื่นขนนกอัสนีศักดิ์สิทธิ์ให้ปู่ของตน ขณะที่หลี่เทียนหยุนประคองแก่นอสูรสายฟ้าระดับจอมพลขั้น 3  ขึ้นมาด้วยมืออันมั่นคง และภายในถุงหยกสีทอง หยดสายฟ้าที่กลั่นจากต้นไม้อัสนี ก็แผ่ประกายสายฟ้าสีม่วงฟ้าออกมาราวกับมีชีวิต

     

    “เริ่มได้แล้ว…” หลี่หยางเอ่ยเสียงหนักแน่น

     

    เหยี่ยวลมครามส่งเสียงร้องแหลมสูง ดวงตาเปล่งประกายสีฟ้าเข้ม ราวกับรู้ถึงสิ่งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น

     

    ทันใดนั้น หลี่เทียนหยุนเริ่มกระบวนการ!

    เขาวางทั้งสามวัตถุดิบไว้ล้อมรอบเหยี่ยวลมคราม จากนั้นมีก็ สายฟ้าปรากฏขึ้นกลางอากาศ ลอยวนรอบร่างของอสูรเหยี่ยว พลังวิญญาณของโลกเริ่มไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

     

    เมฆดำเหนือศีรษะเริ่มปั่นป่วน ราวกับฟ้าสวรรค์กำลังจับจ้อง!

    ประกายสายฟ้าแลบสะท้านลงมา กระทบวงเวทอย่างแม่นยำ แก่นอสูรแตกร้าว ปลดปล่อยพลังสายฟ้ารุนแรงจนพื้นหินแตกระแหง!

     

    ขนนกอัสนีศักดิ์สิทธิ์เปล่งแสงเจิดจ้า ก่อนลอยเข้าไปหลอมรวมกับปีกของเหยี่ยวทันที ส่วนหยดสายฟ้ากลั่นแทรกเข้าสู่หัวใจมัน ราวกับเติมชีวิตใหม่ให้มีจิตวิญญาณที่สูงขึ้น

     

    เสียงร้องของเหยี่ยวลมครามกึกก้อง พลังที่ปล่อยออกมาแผ่กระจายไปทั่ว จนพงหญ้าโค้งตัวตามแรงกดดัน

    พลังที่มันเก็บสะสมมานาน ประกอบกับวัตถุดิบล้ำค่าที่หลี่เทียนหยุนมอบให้… ในขณะสายฟ้าฟาดลงกระทบพื้นครั้งสุดท้าย — เสียงร้องของเหยี่ยวลมครามดังก้องไปทั่วฟากฟ้า ราวกับคำประกาศก้องของเจ้าเวหาตนใหม่!

     

    ร่างกายของมันพองโตขึ้นเล็กน้อย ปีกขยายออกกว้างกว่าสิบวา ขนนกแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามสลับม่วง มีลวดลายคล้ายอักขระสายฟ้าไหลวนอยู่บนปีก บรรยากาศโดยรอบบีบอัดแน่นราวกับจะกดหัวใจของผู้ที่ยืนอยู่ให้จมดิน

     

    หลี่หยางตาเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง ส่วนหลี่เทียนหยุนถึงกับต้องควบคุมลมหายใจให้มั่นคง

     

    “นี่มัน… ขอบเขตเจ้าอสูร!?”

    และระดับของมัน… ราชันขั้นที่ 1!

     

    ในแคว้นเล็กเช่นนี้ แม้แต่สัตว์อสูรจอมอสูรก็ถือว่าเป็นของล้ำค่าแล้ว — แต่สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาในเวลานี้ คือสัตว์อสูรชนชั้นเจ้าอสูรระดับราชันขั้นต้น… เทียบเท่ากับขุมพลังของจอมยุทธ์ระดับสูงของสำนักใหญ่!

     

    พื้นหินใต้เท้าแตกเป็นรอยลึก ขณะที่เหยี่ยวลมครามที่วิวัฒนาการแล้ว —มัน แผ่ปีกออกอย่างสง่างาม พลังสายฟ้าพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า ทำให้เมฆดำสลายตัวราวกับเกรงกลัว

     

    “เจ้าทำให้มันทะลวงชนชั้น… ไม่ใช่แค่ระดับ” หลี่เทียนหยุนเอ่ยด้วยเสียงสั่น ทั้งไม่อยากเชื่อสายตา

     

    “นั่นเพราะ… มันคู่ควร” หลี่หยางยิ้มบาง

     

    มัน ส่งเสียงร้องยินดี ก่อนจะโน้มปีกต่ำลงเบื้องหน้าหลานและนายของมัน — ทั้งสง่างามและเปี่ยมไปด้วยพลัง

    “ วิหคอัศนีห้าสวรรค์” หลี่เทียนหยุนเอ่ยชื่อของมัน

     


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครา ข้าจะเป็นราชันผู้อัญเชิญสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน