“ ได้ข่าวจากจีนหรือยัง ฮันเตอร์ยึดอู่ฮั่นคืนได้แล้วนะ ”
คอปเปอร์แชร์ข้อมูลให้เพื่อนอ่าน เป็นเวลาหลายวันแล้วที่จีนถูกมอนสเตอร์จากเรดเกทบุกยึดอู่ฮั่นจนประชาชนต้องย้ายไปอยู่เมืองใกล้เคียง
การต่อสู้ที่ควรจะจบลงอย่างรวดเร็วกลับกินเวลายาวนาน ต่อให้ฮันเตอร์ระดับ S ทั้งประเทศมารวมกันยังต้องใช้เวลามากถึง 3 วันในการบุกโจมตีกว่าจะยึดเมืองคืนมาได้
การต่อสู้ในครั้งนี้กลับสร้างความเสียหายให้เหล่าฮันเตอร์เช่นเดียวกันเพราะมีคนตายไปมากมาย
ยอร์ชติดตามข่าวประเทศที่เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่ออกมาจากเรดเกทตลอด เขารู้สึกดีใจที่อย่างน้อยจีนก็เอาชนะด้วยกำลังของฮันเตอร์ แต่กับโซมาเลียแล้วต่างกันออกไป
ประเทศนี้ไร้พลังของระดับ S สิ่งที่พวกเขาพึ่งได้คือการยืมมือระดับ S จากประเทศอื่นๆด้วยการจ่ายเงินมูลค่าสูงให้กับกิลด์และประเทศที่สังกัด
เพียงแต่ว่ามีระดับ S ไม่ถึง 5 คนที่รับงาน การต่อสู้จึงกลายเป็นการยื้อกันไปยื้อกันมา สุดท้ายแล้วจึงลงเอยด้วยการใช้หัวรบนิวเคลียร์ทำลายทุกอย่าง เพื่อไม่ให้มอนสเตอร์สร้างความเสียหายไปยังส่วนอื่นๆของประเทศ
นับว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายที่หลายประเทศไม่อยากให้เกิดขึ้นเพราะมลพิษที่เกิดจากหัวรบนิวเคลียร์ได้ทำลายพื้นที่แห่งนั้นจนไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้
ต่อให้มนุษย์จะเป็นฮันเตอร์แล้วก็ตาม กัมมันตรังสียังเป็นสิ่งที่อันตรายต่อพวกเขา แม้จะมีเทคโนโลยีที่สามารถดูดซับสารกัมมันตรังสีมาเก็บเอาไว้ได้ มันกลับต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 - 6 เดือน
พรึ่บ!
ไฟภายในห้องดับลงกระทันหัน พัดลมระบายอากาศปิดลงหลังจากไร้พลังงานไปหล่อเลี้ยง
คอปเปอร์เห็นว่าทุกอย่างไม่ทำงาน เขาจึงทำเพียงยิ้มแห้งๆเพราะวันสุดท้ายของการใช้ไฟฟ้ามาถึงแล้ว
“ ให้ตายสิ กลับมาอยู่มืดๆอีกแล้ว ภารกิจก็ยังรับไม่ได้อีก หวังว่ารุ่นพี่จะช่วยค่าน้ำได้เรื่อยๆนะ ”
เจฟพูดด้วยใบหน้าเป็นกังวลหากห้องน้ำใช้การไม่ได้ เขาคงต้องไปหาบน้ำจากลานน้ำพุของสถาบันมาอาบ นับเป็นสิ่งที่น่าอายมากเพราะมีเพียงหอพักแรดที่ต้องทำแบบนั้น
ฮาร์ทเห็นว่าไม่มีอะไรที่จำเป็นต้องทำแล้วจึงชวนเพื่อนเดินทางไปเรียน วันนี้พวกเขาจะเข้าสู่บทเรียนใหม่ในสาขาฮันเตอร์ หลังจากนั่งท่องจำเกี่ยวกับมอนสเตอร์มาเป็นเวลา 7 วัน หากมีมอนสเตอร์สักตัวโผล่มา พวกเขาคงสามารถบอกจุดอ่อนของพวกมันได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องมองให้ทั่วถึงเพราะอาจารย์อ้นไม่ได้ทำเพียงอธิบาย เขายังชี้หน้าให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการอธิบายมอนสเตอร์ จนทุกคนถูกจี้ให้ตอบจนกว่าจะอธิบายมอนสเตอร์ได้ถูกต้องตามที่อาจารย์ต้องการ
การที่นักศึกษาตอบผิดทำให้หลายคนจดจำได้แม่นขึ้น เพราะการตอบผิดทำให้ทุกคนจดจำได้ว่ามอนสเตอร์ตัวที่ตอบผิด มีคำตอบที่ถูกต้องเป็นอย่างไร จากการจดจำว่าใครเป็นคนที่ลุกขึ้นตอบคำถามของมัน
“ เร็วเร็วเร็ว กระฉับกระเฉงกันหน่อย ได้เวลาเรียนทักษะแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเธออยากจะเรียนมันไม่ใช่เหรอ เร็วเร็วเร็ว เร็ว! ”
นักศึกษาได้ยินเสียงฟาดแส้ไปกับอากาศรีบวิ่งไปยังลานกว้างที่อาจารย์นัดหลังจากจบคาบเมื่อวาน แม้จะมองเห็นแส้ในมือของอาจารย์หลายคนกลับตื่นเต้นเพราะจะได้เรียนรู้ทักษะแล้ว
สาเหตุที่นักศึกษาตื่นเต้นก็เพราะว่า ทักษะเท้าของสถาบันไพร์มมีความเร็วสูงที่สุดบรรดาทักษะระดับต่ำ พวกเขาสามารถใช้มันไปจนถึงระดับ C โดยไม่ต้องฝึกทักษะเท้ารูปแบบใหม่เพิ่มเติมเลย มันจึงเป็นทักษะที่คุ้มค่าไม่น้อยเพราะพวกเขาสามารถเก็บเงินที่ใช้ไปกับการเปลี่ยนทักษะบ่อยๆไปใช้ทำอย่างอื่นได้
“ ทักษะที่เราจะเรียนในวันนี้คือก้าวไร้ฝุ่น นักศึกษาสถาบันไพร์มทุกคนจะต้องเรียนทักษะนี้เพื่อเอาตัวรอด แต่ถ้าใครมีทักษะที่ดีกว่าไม่จำเป็นต้องเรียนก็ได้ เธอสามารถนั่งรอที่ข้างสนามได้เลยเพราะเราจะฝึกทักษะนี้เป็นเวลา 1 สัปดาห์จากนั้นจึงจะเข้าสู่การฝึกทักษะอาวุธเฉพาะทางจากอาจารย์แต่ละคน ”
ไม่มีใครเดินออกไปนั่งรอข้างสนาม ต่อให้บางคนจะมาจากขุมอำนาจขนาดใหญ่ก็ตาม พวกเขายังคงต้องการเรียนทักษะก้าวไร้ฝุ่นของสถาบันไพร์มเช่นเดิม
“ เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเถอะ ทักษะก้าวไร้ฝุ่น ตามชื่อของมันเลย ทักษะนี้จะต้องวิ่งโดยไม่ให้เกิดฝุ่น แม้จะวิ่งเร็วแค่ไหนฝุ่นก็ห้ามฟุ้งกระจาย ถ้าไม่ทำให้ฝุ่นลอยตามหลังได้ก็ถือว่าเชี่ยวชาญแล้ว ขั้นแรกวิ่ง วิ่งไปเรื่อยๆจนกว่าจะจับจังหวะการวิ่งได้ถูกต้อง สงสัยใช่ไหมว่าต้องวิ่งยังไง ”
อาจารย์หันไปทางซ้ายมือเพื่ออธิบายวิธีการวิ่งที่ถูกต้องให้นักศึกษามองเห็น
“ ฉันจะบอกวิธีการวิ่งที่ถูกต้องให้ อย่างแรกก้าวเท้าไปด้านหน้า ข้างใดก็ได้ พอก้าวเท้าได้ประมาณหนึ่ง เท้าที่ยกขึ้นจะต้องนำส้นเท้าลงก่อน แล้วค่อยๆนำส่วนอื่นเหยียบลงไปที่พื้นไล่ไปจนถึงปลายเท้า ดูเหมือนท่าวิ่งของนักกีฬาปกติเลยใช่ไหม แต่มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น ”
ไอรีนวิเคราะห์ทักษะก้าวไร้ฝุ่นของอาจารย์อ้น ทำให้เขาเห็นทุกการเคลื่อนไหวสามารถลอกเลียนแบบได้ในทันที
“ สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือฝ่าเท้าจะต้องไม่แข็ง หากเมื่อไหร่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้าแข็ง เท้าจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่พื้น ยกตัวอย่าง ถ้าปลายเท้าของเธอแข็ง หลังจากก้าวเท้าออกไปแล้วนิ้วเท้าจะกดลงไปที่พื้นทำให้ดินถูกขุดขึ้น วันนี้พวกเธอจะต้องเรียนรู้วิธีการวิ่งไม่ให้เท้าแข็ง การโคจรพลังอย่าพึ่งไปพูดถึง เลียนแบบการวิ่งของฉันให้ได้ก่อน เอาล่ะ เริ่มเลย ”
นักศึกษามองตามนิ้วมือของอาจารย์อ้นไปทางขวา สิ่งที่อาจารย์ชี้คือลู่วิ่ง การวิ่งในครั้งนี้ไม่ได้บอกระยะทาง ไม่ได้บอกจำนวนรอบ ทุกคนจึงรู้ว่าจะต้องวิ่งจนกว่าพวกเขาจะชินกับการวิ่งโดยที่เท้าไม่ทิ้งน้ำหนักลงไปบนพื้นดิน
“ ไปไปไป วิ่งเร็วเข้า เรามีเวลาแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น วันนี้จะต้องทำให้เท้าอ่อนที่สุดให้ได้ ”
คอปเปอร์เลิกคิ้วขึ้นสูง เขามีสกิลทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วเพราะเป็นนักธนู ทักษะนี้จึงดีกับตัวของเขาเป็นอย่างมากเพราะสามารถเสริมสกิลวิ่งของเขาให้แข็งแกร่งมากขึ้น
แต่การจะให้เขาวิ่งโดยไม่ให้เกิดฝุ่นและไม่ให้เท้าจมลงไปในดิน นับว่ายากมากเพราะเขามีร่างกายที่สูงใหญ่แล้วยังมีน้ำหนักที่เยอะไม่น้อย
“ รอด้วย! ”
“ จะมารอบ้าบออะไรคอปเปอร์ วิ่งใครวิ่งมัน เราไม่ได้วิ่งแข่งไอ้บ้า ค่อยๆวิ่งจับจังหวะ ไม่งั้นแกจะตามคนอื่นไม่ทัน ”
เจฟร้องตะโกนด่าคอปเปอร์ที่คิดจะวิ่งเกาะกลุ่มไปกับเพื่อน เมื่อนึกได้ว่าเขาจำเป็นต้องวิ่งเหยาะคอยซึมซับท่าวิ่งที่ถูกต้องจึงโฟกัสไปที่เท้าของตนเอง
“ ถ้าแกวิ่งไม่ได้ก็เริ่มจากเดินก่อนสิคอปเปอร์ ”
ยอร์ชร้องตะโกนตามหลัง การวิ่งเหมาะสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวไม่มาก สำหรับคอปเปอร์แล้วเขาควรจะเดินจับจังหวะให้ได้เสียก่อน
อาจารย์อ้นที่ได้ยินเสียงร้องเมื่อครู่หันมองยอร์ชด้วยความสนใจ เพราะไม่ค่อยมีใครแนะนำคนอื่นๆ แต่ละคนที่เข้ามาที่นี่ล้วนแล้วพยายามแข็งแกร่งเพื่อแซงหน้าคนอื่นโดยไม่คิดจะแบ่งปันอะไร ทันทีที่เขาเห็นยอร์ชดวงตาถึงขั้นหดแคบลงเมื่อพบว่าการก้าวเท้าของเด็กคนนี้ราวกับฝึกทักษะเท้ามาแล้วหลายอย่าง ที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือเขากำลังวิ่งโดยกระจายน้ำหนักไปบนฝ่าเท้าได้ราวกับที่สอนไปเมื่อครู่
“ ไม่เลวๆ มีคนหัวไวและทำได้ไวเร็วขนาดนี้ ปีนี้คงน่าสนุกไม่น้อย ”
อาจารย์อ้นมองไปยังนักศึกษาอีก 2 คน หนึ่งในนั้นมีผมสีขาว เธอสามารถเลียนแบบท่าวิ่งได้แล้ว อีกคนมีผมสีแดง แม้จะดูฉุนเฉียวไม่น้อยที่ต้องมาวิ่ง อีกฝ่ายกลับทำได้ดี
“ เริ่มเข้าใจยัง ”
ยอร์ชมองเพื่อนของตนเองที่กำลังเริ่มวิ่งหลังจากเดินมาเป็นเวลา 2 ชั่วโมง
“ เริ่มจับจังหวะได้แล้ว เหลือแค่ลองวิ่งดู แกเป็นยังไงบ้าง ”
“ รออาจารย์บอกวิธีโคจรก็น่าจะเสร็จแล้ว ”
“ ฮะ แกจะเรียนรู้ได้เร็วไปไหมเนี่ย ”
“ ไม่เร็วหรอก คนอื่นๆก็เริ่มจับทางได้แล้ว ถ้าแกไม่อ้วนน่าจะทำได้เหมือนคนอื่นๆ เร็วเข้าใกล้จะเที่ยงแล้ว อย่างน้อยแกก็น่าจะวิ่งให้ได้เหมือนฮาร์ทและเจฟ ”
“ ไอ้เจฟก็วิ่งได้แล้วเหรอ หนอย แทงค์จะมาวิ่งได้ดีกว่าฉันไม่ได้ ฉันไม่ยอม ”
ยอร์ชวิ่งประกบข้างคอปเปอร์ไปเรื่อยๆ พลางใช้มือตบไปที่ก้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนวิ่งผิดจังหวะ แม้คอปเปอร์จะรู้สึกอายที่ถูกตบก้น เขากลับวิ่งได้ดีขึ้นเรื่อยๆจากการบอกของยอร์ช