เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

ศิลปะการมัดเชือก 3

ผมขมวดคิ้วให้กับหนังสือที่ผมกำลังเปิดดู เป็นภาพของผู้หญิงที่อยู่ในชุดที่ค่อนข้างเปิดเผย เหมือนจะเป็นชุดญี่ปุ่นจำพวก กิโมโนหรืออะไรพวกนั้น แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจยิ่งกว่าเดิมก็คือ นางแบบพวกนั้นต่างถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยเชือก ในท่วงท่าต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นการมัดแล้วบังคับให้อยู่ในสภาพยืน

การมัดให้อยู่ในสภาพต้องก้มลงกับพื้น

หรือจะเป็นการมัดที่บังคับให้ต้องยกขาข้างหนึ่ง

แต่ว่าทำไมกันนะ ใบหน้าของนางแบบพวกนั้นถึงดูมีความสุขเหลือเกิน การตกอยู่ในพันธนาการมันมีความสุขขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ

ผมได้แต่ขมวดคิ้วสงสัยขณะที่เปิดหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ กว่าจะรู้สึกตัวก็ผ่านไปหลายชั่วโมง ทำไมกันนะ ทำไมภาพพวกนี้มันถึงดึงดูดผมแปลกๆ ผมมองภาพเหล่านั้นก่อนจะหันไปมองนาฬิกาก็พบว่าเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว จึงเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าเพื่อจะเข้านอน

โดยระหว่างนั้นเอง โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นเมื่อเปิดข้อความดูก็พบว่ารุ่นพี่โทรมาหาผม

“สนุกเลยล่ะสิ แต่ว่าอย่าอ่านเพลินนะ นอนได้แล้ว”

“รุ่นพี่แอบดูผมอยู่รึไงครับ”

“เปล่า แค่คิดว่าเธอน่าจะอ่านเพลินจนนอนดึกน่ะ ไปนอนได้แล้ว”

“ผมเริ่มแอบกลัวรุ่นพี่แล้วสิครับ”

“กลัวเหรอ ถ้างั้นก็มัดพี่ให้อยู่หมัดเลย จะได้ไม่ทำร้ายเธอไง ดีไหม”

“อะไรๆ ก็จะโยงเข้าเรื่องการมัดหมดเลยนะครับ รุ่นพี่มีรสนิยมแบบนี้เหรอ”

“เดี๋ยวเอาไว้คุยกันพรุ่งนี้เธอ ส่วนวันนี้ก็”

รุ่นพี่เงียบไปเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ

“ฝันดีนะคะ”

แล้วรุ่นพี่ก็ตัดสายไปอย่างนั้น ความรู้สึกของผมเหมือนถูกรุ่นพี่ตกจากหน้าผายังไงไม่รู้ เป็นความรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก หลังจากนั้น ผมก็พยายามนอนหลับ แต่ก็รู้สึกเหมือนว่าจะหลับไม่ค่อยลงเท่าไร เสียงของรุ่นพี่ยังดังก้องอยู่ในหูของผมเลย

“จะไปไหนเหรอลูก”

เช้าวันถัดมา แม่ของผมถามขึ้นระหว่างที่ผมกำลังจะออกจากบ้าน ผมก็เลยหันไปตอบแบบพร้อมกับแสดงสีหน้าสงสัย

“ไปเรียนไงครับ”

“วันนี้วันเสาร์ไม่ใช่เหรอ”

“วันเสาร์เหรอ?”

ผมขมวดคิ้ว พอหยิบโทรศัพท์มาดูวันก็เป็นอย่างที่แม่บอกจริงๆ

“นี่ลูกนอนไม่พอรึเปล่าเนี่ย”

“เอ่อ… น่าจะประมาณนั้นครับ ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ”

ผมบอกกับแม่ก่อนจะเดินกลับขึ้นห้องตัวเองไป นี่เมื่อวานเป็นวันศุกร์งั้นเหรอ ผมมัวแต่สนใจรุ่นพี่จนลืมไปว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ไม่ต้องไปเรียน สนใจว่าจะต้องไปเจอรุ่นพี่ให้ได้สินะ

เหมือนผมจะหมกมุ่นกับรุ่นพี่มากเกินไปรึเปล่านะ

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งผมเตียงและคิดอะไรต่อมิอะไรอยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพย์ก็ดังขึ้น เป็นรุ่นพี่ที่โทรมาหาผม

“อา... อารุน... ซาหวาด เชน”

“ผมตื่นนานแล้วครับ ตั้งแต่ตี 5 แล้ว”

“ตื่นไวจังน้า พี่เพิ่งตื่นเอง”

“ครับ ฟังจากเสียงก็พอรู้แล้ว ว่าแต่ วันนี้พวกเรานัดจะเจอกันใช่ไหมครับ ไม่ใช่ว่ารุ่นพี่ลืมไปแล้วเหรอครับว่าวันนี้วันเสาร์”

“เปล่านี่ ไม่ได้ลืมนะ ก็วันเสาร์ไง แต่เจอกันที่โรงเรียนเหมือนเดิม ที่ห้องชมรมนะ หรือว่า เธอไม่ว่างเหรอ”

“ว่างครับ แต่ว่า ทำไมถึงต้องเป็นวันเสาร์ล่ะครับ รอให้ถึงวันจันทร์เราก็ได้เจอกันแล้วนี่”

“คิกๆ จริงเหรอ วันจันทร์เลยเหรอ อย่างเธอจะอดใจไหวงั้นเหรอ”

“อดใจอะไรกันครับ”

“ก็ที่เธออยากจะมัดพี่ไง”

“...”

“เจอกันที่ห้องชมรมนะคะ รุ่นน้องที่น่ารัก”

อีกแล้ว คำพูดแบบนี้อีกแล้ว

รุ่นพี่ทำให้หัวใจของผมหวั่นไหวได้เสมอ ถ้าหากเปรียบรุ่นพี่เป็นอะไรสักอย่าง เธอก็คงเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่มอบความสดใสและแสงสว่างให้กับทุกคน รวมไปถึงความอบอุ่นที่ทำเอาซะผมละลายไปหมดแล้ว

ผู้หญิงอะไรกันจะน่ารักได้ขนาดนี้ สุดท้าย ผมก็ยังคงใส่ชุดนักเรียนอยู่ดีแล้วออกไปข้างนอก โดยบอกกับแม่ว่ามีกิจกรรมที่โรงเรียน ซึ่งแม่ผมก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรมาก

ระหว่างทางเดินไปโรงเรียนนั้นเองก็พบว่ามีพวกนักกีฬา และชมรมต่างๆ มาซ้อมกันเป็นปกติ นี่ขนาดวันหยุดยังขยันกันขนาดนี้เลยงั้นเหรอ

ผมละสายตาจากคนพวกนั้นก่อนจะเดินขึ้นอาคารเรียนไป จนกระทั่งถึงห้องชมรม เมื่อเปิดประตูออก ก็พบกับรุ่นพี่อยู่ในห้อง

แต่เหมือนว่าผมจะมาช้าไปเล็กน้อย เพราะว่าเธอบ้านอยู่ใกล้โรงเรียนมากกว่าผมเลยมาถึงก่อนสินะ

ตอนนี้ รุ่นพี่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยฟุบหน้าไปกับโต๊ะสำหรับวาดรูป ตอนแรกผมคิดจะปลุกรุ่นพี่ แต่ใจหนึ่งก็อยากจะแอบมองใบหน้ารุ่นพี่ตอนหลับ ก็เลยเงียบเอาไว้ ไม่ส่งเสียง และเดินไปหาเธออย่างแผ่วเบาราวกับแมวตัวหนึ่ง

จนกระทั่งเมื่อถึงระยะใกล้ ก็พบว่ารุ่นพี่กำลังฟุบหน้าอยู่ ทำให้ผมมองไม่เห็นใบหน้าของเธอ แต่ทันใดนั้น

“จะทำอะไรเหรอ”

“เหวอ! ”

รุ่นพี่เงยหน้าขึ้นมาอย่างฉับพลันทำเอาผมตกใจแล้วถอยไปสองสามก้าว รุ่นพี่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีและเอ่ยถาม

“คิกๆ เธอตอนตกใจก็น่ารักไปอีกแบบนะ ว่าแต่ แอบย่องมาหาพี่นี่เพื่ออะไร จะทำมิดีมิร้ายพี่รึเปล่านะ”

“เปล่านะครับ แค่อยากจะเห็นหน้าตารุ่นพี่ตอนหลับเฉยๆ ”

ผมอยากจะตบปากตัวเองเหลือเกิน เพื่อแก้ข้อสงสัยว่าผมจะทำมิดีมิร้ายกับรุ่นพี่ ถึงกับเผลอปากพูดออกไปตามตรงแบบนั้นเลยเหรอ

แต่เหมือนรุ่นพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอเอียงคอมองผมก่อนจะยิ้ม

“เหรอ… ถ้างั้นบางที วันนี้เธออาจจะได้เห็นก็ได้นะ”

“หมายความว่าไงเหรอครับ”

“บอกไม่ได้หรอก แต่แค่มีโอกาสเท่านั้น ฟังดูตื่นเต้นดีใช่ไหมล่ะ”

“รุ่นพี่นี่ชอบทำตัวเป็นปริศนาอยู่เรื่อยเลยนะครับ”

“ก็ผู้หญิงลึกลับดูน่าค้นหาออกไม่ใช่เหรอ”

“แต่ผู้หญิงลึกลับก็น่ากลัวในเวลาเดียวกันนะครับ”

“เธอกลัวพี่เหรอ”

“ก็ไม่เชิงครับ”

“ถ้ากลัวก็จับพี่มัดเลยสิ! ”

“สุดท้ายก็กลับมาเข้าเรื่องนี้จนได้นะครับ”

“ไม่ใช่ว่าที่เรานัดกันมาก็เพื่อเรื่องนี้หรอกเหรอ เวลาเธอพยายามมัดพี่เธอก็ดูสนุกดีนี่”

“ก็จริงครับ แต่ก่อนหน้านั้นเลย”

ผมว่าพร้อมกับเปิดกระเป๋าเป้ออกมา หยิบหนังสือที่รุ่นพี่ให้ผมมาเมื่อวานนี้แล้วเปิดมันออก

“เจ้านี่หมายความว่าไงครับ”

“เจ้านี่? หมายถึงหนังสือที่พี่ให้ยืมไปเหรอ อืมๆ เป็นไงบ้างล่ะ ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นไหม”

“จะให้ผมเรียนรู้อะไรล่ะครับ นี่มันหนังสือโป๊ไม่ใช่เหรอ”

ผมพูดออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง แต่รุ่นพี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจนัก ผมไม่เคยเห็นรุ่นพี่แสดงสีหน้าแบบนั้นมาก่อน

“หนังสือโป๊เหรอ? ”

เวรแล้วไง หนังสือเล่มนี้เป็นของรุ่นพี่ และถ้าเธอไม่ชอบเธอคงไม่ซื้อมันมา แต่ผมกลับดูถูกความชอบของเธอไปแล้ว เป็นใครก็ต้องโกรธสินะ

แต่แล้วในเสี้ยววินาทีตอนมา รุ่นพี่ก็แสยะยิ้ม ก่อนจะหัวเราะออกมาจนต้องกุมท้องตัวเอง

“คิกๆ เชน ทำไมถึงคิดว่ามันเป็นหนังสือโป๊ล่ะ”

“ทำไมเหรอครับ ไม่สิ กลับกันเลย รุ่นพี่จะบอกว่ามันไม่ใช่เหรอครับ”

“นางแบบพวกนั้นแต่ตัววาบหวิวก็จริง แต่ก็ไม่ได้โป๊สักหน่อย ไม่ได้เห็นจุดน่าอายสักนิด แล้วทำไมถึงคิดว่าเป็นหนังสือโป๊ล่ะ หรือว่า ระหว่างที่เธออ่านไป อะไรบางอย่างในตัวของเธอก็ตื่นขึ้นมาใช่ไหม ใช่สินะ เป็นอย่างงั้นสินะ”

รุ่นพี่เอ่ยถามพร้อมกับก้าวเดินมาหาผม ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ผมรู้สึกว่ารุ่นพี่เป็นตัวอันตรายไปซะแล้ว ผมถอยหลังจนกระทั่งมาถึงล็อกเกอร์ที่อยู่มุมหนึ่งของห้อง

“แปลว่า เธอมัวแต่สนใจหน้าแรกๆ เลยไม่ได้เปิดหนังหลังๆ เลยสินะ ตรงหน้าหลังๆ มันคือการสอนมัดแบบที่มัดนางแบบพวกนั้นนั่นล่ะ อ๊ะ หรือว่า เธอเปิดหน้าแรกก็อารมณ์ขึ้นจนทนไม่ไหว แล้วต้องระเบิดอารมณ์นั้นออกมา”

“เป็นอย่างนั้นซะที่ไหนกันล่ะครับ”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็ผู้ชายนี่นะ ต้องมีปลดปล่อยกันบ้างล่ะ ขนาดพี่เองก็ยัง…”

รุ่นพี่กอดอกพูดอย่างภาคภูมิใจ แต่แล้วใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อแล้วเหลือบมามองผม

“จะไม่ห้ามพี่หน่อยเหรอ”

“ไม่ครับพูดต่อเลย… หรือว่าจริงๆ รุ่นพี่ก็อายที่จะพูดเหรอครับ”

“ก็ต้องอายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ พี่เป็นผู้หญิงนะ”

รุ่นพี่ส่งเสียงโวยวายพร้อมกับกระทืบพื้นไปมา เหมือนเธอจะเก็บความอายเอาไว้ไม่ไหว จงโยนหนังสือมาใส่ผม แต่ผมก็รับเอาไว้ได้

“อ๊ะ”

รุ่นพี่ส่งเสียงออกมาราวกับเผลอตัว เธอวิ่งมาหาผมก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“หนังสือ หนังสือเป็นอะไรรึเปล่า”

“นี่ไม่ได้ห่วงผมเลยสินะครับ”

“ฮือ… ดีจังเลยที่ไม่เป็นอะไร รู้ไหมว่าพี่ต้องสั่งมาจากต่างประเทศมันเสียค่าจัดส่งแค่ไหน ขอโทษนะ ต่อไปนี้จะดีแลเธออย่างดีเลย”

รุ่นพี่พูดออกมาราวกับเป็นการสารภาพบาปต่อหน้าหนังสือของตัวเอง มองไปในแง่หนึ่งเธอคงรักหนังสือเล่มนั้นมาก ส่วนอีกแง่หนึ่งก็คือ…. เธอคนนี้ ไม่ปกติรึเปล่านะ

หลังจากนั้นเราก็กลับเข้าเรื่องกันต่อ...

“หมายความว่า เมื่อวานเธอไม่ได้เรียนรู้วิธีมัดเลยงั้นสินะ เพราะมัวแต่อ่านหน้าแรกแล้วคิดว่ามันเป็นหนังสือโป๊”

“ก็ ตามนั้นล่ะครับ”

“โธ่ๆ เด็กหนอเด็ก เพราะงี้ไง แต่ไม่ต้องห่วง พี่มีตัวอย่างมาให้ดูนะ”

รุ่นพี่วางหนังสือลง เธอหันมายิ้มให้กับผม และจากนั้น ท่ามกลางห้องชมรมที่มีเพียงแค่ผมกับรุ่นพี่ เธอก็ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด...

-----------------------------------------------------

ถ้าสนุกอย่าลืมคอมเม้นกันด้วยนะครับ

รักคนอ่านยิ่งกว่าอาหารสามมื้อ #ฝนเล็บ

คล้ายกับเรื่องเรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม) ที่คุณอ่าน