ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 42.1 หน้าต้นไม้ที่ป่วยไข้ พฤกษาหมื่นต้นยังคงเติบโตรับใบไม้ผลิ

    หน้าต้นไม้ที่ป่วยไข้ พฤกษาหมื่นต้นยังคงเติบโตรับใบไม้ผลิ**

     

    หลังกินอาหารค่ำ ซูอันหนิงก็หากิจกรรมฆ่าเวลาทำเพื่อเฝ้าปี นางเลือกรวมบทกวีสมัยราชวงศ์ถังมาจากห้องหนังสือเล็กข้างห้องนอน เอนกายบนตั่งกุ้ยเฟย อ่านตำราเงียบๆ บางคราวก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางวงไพ่ที่อยู่กลางห้อง

    สาวใช้ทั้งสี่ นั่งล้อมวงเล่นไพ่นกกระจอกอยู่ หม่าหมัวมัวยืนอยู่ข้างผู้เป็นนายคอยรับใช้ใกล้ชิด

    หน้าหนังสือถูกพลิกเบาๆ นางหยุดอ่านที่หน้านั้นนานกว่าปกติ ดวงตาเหม่อลอยไปไกล คิดเปรียบเทียบชีวิตตนเอง อาจไม่ต่างจากเรือลำน้อยที่ลอยล่องอยู่ในนทีสายใหญ่

    ซูอันหนิงคนเดิมจากไป ไม่ต่างจากเรืออับปางลำหนึ่ง นางเข้ามาแทนประหนึ่งเรืออีกลำแล่นผ่านซากปรัก ความสูญเสียของคนคนหนึ่งไม่อาจหยุดเวลาชีวิตของอีกคนที่ได้เวลาผลิบานรับวสันต์ฤดู

    “บางทีข้าอาจเป็นเรืออับปางลำต่อไป”

    ในยามนั้นเองที่นางตัดสินใจได้ ฮั่นอ๋องแต่งชายารองเข้ามาเมื่อใด นางไม่จำเป็นต้องอดทนอดกลั้น กลับบ้านเดิมแล้วรอหย่าขาด บิดาของนางจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้อย่างแน่นอน

    หญิงสาวเอนกายพิงพนักแล้วหลับตาลง ไม่รู้เพราะง่วงงุนหรือเพราะเหนื่อยล้าในใจ นางถึงได้ผล็อยหลับไป

    หนังสือในมือซูอันหนิงหล่นร่วงออกจากมือ หม่าหมัวมัวหยิบผ้าห่มมาห่มให้ผู้เป็นนาย ใช้ที่ทับกระดาษหยกทับหน้าหนังสือที่เปิดอ่านค้างไว้

     

    ข้างเรือที่จมลง เรือนับพันลำยังคงแล่นผ่าน

    หน้าต้นไม้ที่ป่วยไข้ พฤกษาหมื่นต้นยังคงเติบโตรับใบไม้ผลิ

    (**ส่วนหนึ่งของ "บทกวีที่หลิวอวี่ซีตอบกลับไป๋จวีอี้ที่หยางโจว")

     

    ซูอันหนิงไม่รู้ว่าตนมาโผล่ที่ไหน จู่ๆ นางก็มายืนอยู่บนถนนสีดำเส้นหนึ่ง อากาศชื้นหลังฝนตกมีกลิ่นคล้ายน้ำมันหนักๆ ลอยอบอวลในอากาศ

    นางเดินไปตามข้างทางที่เรียบแน่นโดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง ขณะที่กำลังสับสนคล้ายคนหลงทาง นางก็เหลือบไปเห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนกางร่มอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน

    เขาอยู่ใต้ศาลาสิบลี้ที่มีรูปร่างแปลกประหลาด แม้แต่เครื่องแต่งกายของเขาก็แปลกมากเช่นกัน แต่นางก็ตัดสินใจเดินไปทางนั้น เพื่อถามทางกลับเป่ยจิง

    บุรุษมากวัยผู้นั้นคล้ายจะสัมผัสได้ถึงสายตาของนาง เขายกร่มขึ้นน้อยๆ ใบหน้าของเขาตกสู่สายตาของนาง

    ซูอันหนิงหัวใจหล่นวูบนางรีบคุกเข่าลง แต่ยังไม่ทันได้กล่าวคำถวายพระพร เสียงครืนครั่นประหนึ่งเสียงอัสนีบาตก็ดังลั่นขึ้น นางสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าทึมเทาเหนือศีรษะ พลางวิ่งกลับไปข้างทางหาที่ปลอดภัยจากสายฟ้า หัวใจเต้นรัวอย่างตื่นตระหนก

    มิคาดว่าสิ่งที่ฟาดใส่นางจะไม่ใช่อัสนีบาต หากเป็นบางอย่างที่สว่างจ้า มันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วยิ่งกว่าม้าเหงื่อโลหิต ส่งเสียงคำรามกระหึ่มและเสียงเอี๊ยดดังยาว

    ร่างของนางกระเด็นออกไป หมุนคว้างราวกับไร้น้ำหนัก ฟ้าดินพลิกตลบ ศีรษะปวดร้าว ไอหนาวเสียดกระดูก

    ดวงตาของนางหรี่ปรือ มองเห็นเพียงท้องฟ้าแกว่งไกวไปมา ไม่รู้ผู้ใดดึงนางขึ้นมาจากตรงนั้น เสียงของเขาคุ้นหูมาก พร่ำเรียกชื่อนางไม่หยุด

    “หนิงเอ๋อร์...”

    นางค่อยๆ ปรับสายตา เสียงของเขาก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น

    “หอชมจันทร์นี้ข้าสร้างให้เจ้า ชอบหรือไม่”

    ความเจ็บปวดอึดอัดจากความเหน็บหนาวจางลง

    นางพบว่าตนเองยืนอยู่บนหอคอยสูงแห่งหนึ่ง ภายใต้คืนพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์สีเงินยวงอาบย้อมเมืองเมืองหนึ่งเบื้องล่าง ข้างกายคือบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง

    จูเกาเซวียน...!

    เขามองนางด้วยแววตารักใคร่

    คิ้วตาของเขาอ่อนโยน นางเห็นตนเองจากแววตาสั่นน้อยๆ ของเขา

    ทว่าเหตุใดใจนางจึงเจ็บปวดนัก นางยกมือขึ้นกุมอก น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

    เสียงของนางดังขึ้นแผ่วเบาและสั่นเครือ “ท่านบอกว่ารักข้า แต่ท่านก็เลือกไปหาชายารองอยู่ดี”

    เขาเข้ามาประคองมือนาง ละล่ำละลักพูดอธิบาย “เพราะเราจำเป็นต้องมีเสบียงเลี้ยงกองทัพ ข้าจึงจำเป็นต้องมีนาง แต่หนิงเอ๋อร์ ข้าต้องมีเจ้าจึงจะมีชีวิตต่อไปได้”

    แขนสองข้างของนางทิ้งลงข้างกาย น้ำตากลิ้งลงมาราวกับไข่มุกขาดเส้น ยามนี้ในอกของนางว่างเปล่า มีเพียงลมหายใจที่ติดขัดคั่งค้างอยู่กลางอก

    นางหัวเราะ ยิ่งหัวเราะ ภาพเบื้องหน้าก็ยิ่งยืดขยาย ไหวยวบยาบราวกับภาพเงาบนผิวน้ำ มีเพียงใบหน้าของเขาที่ชัดเจนอยู่ตรงหน้า มองนางด้วยแววตาเจ็บปวด

    “หนิงเอ๋อร์!” เขาเข้ามาจะประคอง

    “ปล่อยข้า”

    นางสะบัดตัวออกอย่างรุนแรง ร่างทรุดลงบนพื้น ลมหายใจหอบถี่เหงื่อเย็นไหลออกท่วมตัวราวกับคนวิ่งมาสิบลี้ ภาพเบื้องหน้าของนางส่ายไปมา เดี๋ยวก็มืดเดี๋ยวก็สว่างก่อนจะแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นลานประหารแทน

    นางกุมอกตัวเอง ขาสองข้างสั่นระริกมองขึ้นไปบนแท่นสูง จูเกาเซวียนคุกเข่าอยู่ตรงนั้น เพชฌฆาตยืนอยู่ด้านหลัง

    เหตุใดกัน...แววตาของเขาจึงได้อ้างว้างเพียงนั้น

    ใจนางปวดร้าวแทบขาดรอน นางอยากเรียกเขา อยากพูดบางอย่างกับเขา แต่ในลำคอของนางมีแต่เสียงลมหวีดลอดผ่าน มีเพียงความสากระคายและเจ็บปวดราวกับถูกใบมีดกรีดเฉือน

    เขามองนาง มองมาด้วยสายตาว่างเปล่า ดุจดังว่า...วาระสุดท้ายนี้ เขาไม่เหลือใครอีกแล้ว

    เสียงแผ่นป้ายตกกระทบพื้นดังก้อง แสงดาบก็สะท้อนวาบใส่ตานางจนต้องเอียงหน้าหลบ และพริบตานั้นที่นางได้ยินเสียงวัตถุหล่นลงพื้น

    พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เบื้องหน้าก็เหลือเพียงโลหิต

    “ไม่!!”

    “หวางเฟย!”

    นางถูกเขย่าไหล่เบาๆ อากาศเย็นไหลบ่าท่วมร่าง ร่างสั่นสะท้าน ดวงตาแข็งค้าง

    ภาพตรงหน้าเป็นสีขาวจ้าก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง

    จูเกาเซวียนก้มมองนางในระยะใกล้ สีหน้าวิตกกังวล ซูอันหนิงยกมือขึ้นแตะคิ้วที่ขมวดแน่นของเขาเบาๆ กดปลายนิ้วเหมือนต้องการจะคลายมันออก เขามีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย แต่นางเห็นแววยินดีในดวงตาคู่นั้น

    ช่วงแรกๆ ฟูจวิน[1]มักเป็นเช่นนี้ เพียงนางยิ้มให้ ความสุขก็เอ่อล้นขึ้นมาถึงดวงตา

    เขายังไม่ตาย...ดียิ่งนัก!

    “อันหนิง...เจ้าฝันร้ายอีกแล้วหรือ”

    เขากุมมือนางที่แนบอยู่ข้างแก้ม เอ่ยถามอ่อนโยน

    ซูอันหนิงร้องไห้โฮ โผเข้ามากอดคอเขาแน่น จูเกาเซวียนหัวใจเต้นสะดุด อ้าแขนรับร่างนางมาแนบอก มือที่ประคองแผ่นหลังนางสั่นน้อยๆ เสียงสะอึกสะอื้นดังขาดช่วงข้างหู รับรู้ได้ถึงรอยชื้นที่ไหล่

    เหตุใดนางจึงร้องไห้ปานจะขาดใจเพียงนี้

    คืนก่อนที่เขาจะเดินทัพขึ้นเหนือเมื่อหลายเดือนก่อนก็เช่นกัน มีประโยคหนึ่งที่นางหลุดถามออกมาคล้ายคนละเมอ

    เขายังจำได้ติดหูไม่เคยลืม

    ‘ดีเหลือเกิน ท่านยังไม่ตาย’

    นางฝันเห็นสิ่งใดกันแน่

    เขาก้มลงกระซิบเบาๆ “ข้ายังไม่ตายเห็นหรือไม่ ข้ายังอยู่กับเจ้า”

    พอเขาพูดเช่นนั้น ร่างนางก็ยิ่งสั่นสะท้าน จูเกาเซวียนกระชับอ้อมแขนโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสั่นไหว ใบหน้ากับใบหูของนางแนบชิดกัน

    น้ำเสียงที่เอ่ยสั่นพร่า “อันหนิง...ข้าจะไม่ตาย เชื่อข้า”

    บ่าวในเรือน บีบมือตนเองแน่น มองเจ้านายสองคนด้วยสีหน้ากังวล หม่าหมัวมัวกวักมือไล่ให้พวกนางออกจากห้องไป แล้วปิดประตูลง

    เสียงพลุด้านนอกยังดังไม่หยุด แสงสีบนฟ้าสว่างวูบวาบ ภายในห้องนอนหลักจวนฮั่นอ๋องกลับมีเพียงเสียงสะอื้น

    ยามที่พลุสุดท้ายเลือนหายไป ท้องนภาเหนือเมืองเป่ยจิงกลับมาสงบอีกครั้ง ในห้องหลงเหลือเพียงเสียงสะอึกเบาๆ เป็นครั้งคราว ทว่าเสียงประทัดจากเพื่อนบ้านใกล้เคียงกลับยังดังไม่หยุด

    ฝันร้ายของนาง ไม่อาจหยุดเสียงหัวเราะมีความสุขของผู้อื่นได้

    จูเกาเซวียนนั่งอยู่บนตั่งกุ้ยเฟย ในอ้อมแขนมีภรรยาตัวน้อยที่ไม่ยอมปล่อยมือจากเขาแม้เสี้ยวขณะเดียว ใบหน้าเล็กๆ ของนางซุกอยู่ที่ซอกคอของเขา ลมหายใจชื้นเป่ารดเบาๆ เป็นจังหวะ

    ฝ่ามือใหญ่ลูบหลังนางช้าๆ คล้ายกำลังปลอบประโลมให้นางสงบใจ

    คล้ายจะยืนยันกับตนเองด้วยเช่นกันว่านี่...คือความจริง

     

    [1] ฟูจวิน คำเรียกสามี

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159