คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    การแยกย้ายของกองพันสี่ขา

    ติ๊ง!

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59] 

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 11 เมษายน]

     

    อคินสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ร่างกายกระตุกเกร็งรับสัมผัสแรกของโลกแห่งความจริง 

    ความหนาวเย็นของ 'ความตาย' ที่เขาคุ้นเคยในห้วงฝันถูกแทนที่ด้วยความชื้นเหนียวหนืดของอากาศหลังฝนตก

    กลิ่นอับของผ้าใบเต็นท์ทหาร กลิ่นสนิมเหล็กจางๆ จากลังกระสุน 

    และกลิ่นไอเค็มจากทะเลอ่าวไทยที่พัดโชยเข้ามาปะทะใบหน้า ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขา 

    "กลิ่นบรรยากาศวันนี้ทำไมดูตึงเครียดจังนะ..." 

    อคินพึมพำกับตัวเอง พลางดันตัวลุกขึ้นจากฟูกสนาม เขาคว้าขวดน้ำมาดื่ม 

    แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างเล็กๆ ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

    บนลังกระสุนปืนใหญ่เก่าคร่ำครึที่อคินใช้ต่างโต๊ะ 'อัศวินมามาเลด' ในชุดเกราะหนังขนาดจิ๋วที่สั่งทำพิเศษ นั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหิน 

    แสงตะเกียงน้ำมันส่องกระทบเกราะสีเงินจนเกิดเงาวูบไหว 

    แต่สิ่งที่ทำให้อคินแปลกใจไม่ใช่ความเงางามของชุดเกราะ แต่คือแววตา

    ดวงตาสีอำพันของเจ้าแมวลายสลิดที่มักจะฉายแววซุกซนหรือเย่อหยิ่งแบบเจ้านาย 

    วันนี้กลับดู... หนักอึ้ง หางลายปล้องที่มักตั้งตรงแกว่งไกวอย่างโอ้อวด บัดนี้กลับวางราบไปกับพื้นลังไม้อย่างสงบนิ่ง

    "ตื่นแล้วรึ... " 

    น้ำเสียงของมามาเลดเรียบนิ่ง แต่แฝงอำนาจบางอย่างที่ทำให้อากาศรอบตัวดูเย็นลง

    "มีภารกิจด่วนรึไงเหรอท่านอัศวิน?" 

    อคินถามด้วยน้ำเสียงติดตลก พยายามทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัด 

    "ทำหน้าเครียดเชียว หรือว่าอาหารเม็ดรสปลาทูหมดสต๊อก?"

    มามาเลดไม่ตอบรับมุกตลกนั้น เจ้าแมวส้มกระโดดลงสู่พื้นดินอย่างแผ่วเบา 

    ไร้เสียงฝีเท้าตามวิสัยนักล่า ก่อนจะเดินวนรอบตัวอคินหนึ่งรอบ ราวกับกำลังพิจารณาความพร้อมของข้ารับใช้

    "ไม่ใช่เรื่องปากท้อง... แต่เป็นเรื่องของ 'ความอยู่รอด'" 

    มามาเลดหยุดเดิน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทิศที่ตั้งของป่าดงดิบเขาเขียว 

    "เจ้าลองมองออกไปข้างนอกสิ"

    อคินเดินไปเลิกผ้าใบหน้าเต็นท์ขึ้น ภาพที่เห็นทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง

    ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกไม่ได้มืดสนิทเหมือนทุกคืน 

    แต่มันกำลังเรืองแสง... แสงสีเขียวมรกตจางๆ ที่เต้นระริกเหมือนชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาปกคลุมอยู่เหนือยอดเขา

    "ท่านเพทาย... เข้าสู่สภาวะจำศีลแล้ว" 

    มามาเลดเอ่ยขยาย 

    "ผู้ที่คอยคุ้มครองเมือง และซ่อมแซมกำแพงพฤกษาตอนนี้เขากำลังพยายามหล่อเลี้ยงต้นไม้แห่งชีวิต ทำให้ตอนนี้จึงมีการคุมเข้มที่กำแพงเมือง"

    "จำศีล?" 

    อคินขมวดคิ้ว  

    "งั้นช่วงนี้ถ้ากำแพงพัง...พวกอสูรก็คงทะลักเข้ามาได้สินะ?"

    "ใช่ พื้นส่วนใหญ่ในกำลังก็ปลอดภัยมากขึ้นแล้ว ทั้งจากการกวาดล้างตอนกลางวันของพวกนักผจญภัย และการกวาดล้างตอนกลางคืนของพวกเรา" 

    เสียงแหบต่ำดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของเต็นท์

    'ปลาเผา' แมวสีสวาดผู้มีดวงตาสีเหลืองดุจนักฆ่า เดินย่างสามขุมออกมาจากเงามืด 

    ตามหลังมาด้วย 'บัวลอย' แมวสามสีตัวน้อยที่ดูตื่นกลัว และ 'เจ้าโบ้' สุนัขพันทางร่างใหญ่ที่ยืนคุมเชิงอยู่อย่างเงียบเชียบ

    ปลาเผาจ้องมองอคินด้วยสายตาคมกริบ 

    "เมื่อผู้ปกครองหลับใหล เหล่าขุนศึกย่อมต้องปกป้องและดูแลเมืองเฝ้ารอการกลับมาของเขา"

    มามาเลดหันกลับมาสบตาอคินอีกครั้ง คราวนี้แววตาของมันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว 

    "และเพราะสถานการณ์เปราะบางเช่นนี้... ข้าจึงต้องตัดสินใจบางอย่าง"

    เจ้าแมวส้มสูดหายใจลึก ขยับเกราะให้เข้าที่ 

    "คืนนี้... จะเป็นคืนสุดท้ายที่พวกเรา 'กองพันสี่ขา' จะออกล่าพร้อมหน้ากันในปาร์ตี้ของเจ้า"

    อคินชะงัก มือที่กำลังจะหยิบดาบคาตานะค้างอยู่กลางอากาศ 

    "เดี๋ยว... หมายความว่าไง? จะยุบปาร์ตี้? ทีมเรากำลังไปได้สวยนะ เลเวลเฉลี่ยก็กำลังขึ้น"

    "ไม่ใช่ยุบ... เจ้าโง่" 

    ปลาเผาแยกเขี้ยวเล็กน้อย หางสะบัดอย่างหงุดหงิด 

    "แต่ต้อง 'ขยายผล'  ... มีพี่น้องสัตว์มากมายข้างนอกนั่นที่เพิ่ง 'ตื่นรู้' อีกทั้งยังมีสมาชิกแคลนนักล่าราตรีของพวกเราทั้งอดีตหมาและแมวจรจัดอีกมากมายในค่ายฝึกของท่านปกป้อง พวกมันมีพลังแต่ใช้ไม่เป็น เหมือนเด็กถือปืน... ถ้าไม่มีใครนำทาง พวกมันจะกลายเป็นแค่สัตว์ประหลาดบ้าคลั่ง"

    "ข้ากับปลาเผาจะแยกตัวไปช่วยที่ค่ายฝึก..." 

    มามาเลดกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงของผู้นำ 

    "เราจะสร้างกองทัพสัตว์ที่แท้จริง กองทัพที่มีระเบียบวินัย เพื่อปกป้องเมืองนี้ในวันที่มนุษย์ดูแลไม่ทั่วถึง... เราเสียเวลามาวิ่งเล่นเก็บเลเวลทีละตัวไม่ได้อีกแล้ว"

    อคินนิ่งฟัง สมองประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว...

    การแยกตัว... สร้างกองทัพ...

    วินาทีต่อมา รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม

    "เข้าใจแล้ว!" 

    อคินพยักหน้าหงึกหงัก ดวงตาเป็นประกาย

    อคินย่อตัวลง คุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้ามามาเลด แล้วยื่นกำปั้นออกไปหา

    "เอาสิ! ฉันสนับสนุนเต็มที่ เพื่ออาณาจักรของเรา... ที่บ้านที่สุขสงบสำหรับแต้ม"

    มามาเลดมองกำปั้นของมนุษย์ตรงหน้า 

    ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เป็นเสียงถอนหายใจที่ดูโล่งอกอย่างประหลาด ราวกับกลัวว่าอคินจะร้องไห้ฟูมฟาย

    "เจ้ามนุษย์นี่นะ... มองโลกในแง่ดีจนน่าหมั่นไส้จริงๆ" 

    เจ้าแมวส้มบ่นพึมพำ แต่ก็ยกอุ้งเท้าหุ้มเกราะขึ้นมาแตะที่กำปั้นของอคินเบาๆ

    "แต่คืนนี้... ข้ากับปลาเผาจะขอร่วมศึกกับเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย เราจะเคลียร์เส้นทางโซนรอยต่อนี้ให้ราบคาบ... ถือเป็นการสั่งลา และแสดงแสนยานุภาพก่อนพวกข้าจะไปรับตำแหน่งใหม่"

    "ส่วนฉันกับพี่โบ้... จะอยู่กับพี่อคินต่อนะคะ" 

    บัวลอยเดินเข้ามาเอาหัวถูไถที่ต้นขาของอคิน ส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ 

    "ฉันจะช่วยซัพพอร์ตให้เอง"

    (โบ้... ไม่ไป... โบ้เฝ้า... เจ้านาย...) 

    โบ้ส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคอ และส่งความคิดเข้ามาในหัวของอคิน  หางสั้นกุดกระดิกเล็กน้อยเพื่อยืนยันคำพูด

    "เยี่ยม!"

    อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชักดาบออกจากฝัก เสียงโลหะเนื้อดีเสียดสีกับฝักดาบดัง กริ๊ก ไพเราะเสนาะหู

    "งั้นคืนนี้เรามาทำให้เต็มที่ ส่งท้ายให้สมศักดิ์ศรี 'ปาร์ตี้นักล่าราตรี' และ 'อัศวินมามาเลด' กันเถอะ!"

    หลังจากที่เตรียมตัวเสร็จพวกอคินก็เริ่มออกเดินทางกันทันที

    บรรยากาศเขตรอยต่อเมืองชลบุรี และตีนเขาเขียวที่นี่แตกต่างจากในเมืองอย่างสิ้นเชิง

    ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเสียงแมลง มีเพียงความเงียบที่หนักอึ้งกดทับลงมา 

    ซากตึกแถวพาณิชย์ที่เคยรุ่งเรืองบัดนี้ถูกกลืนกินโดยธรรมชาติ 

    รากไม้ขนาดเท่าท่อนขาเลื้อยลงมาจากภูเขา เจาะทะลุคอนกรีตและหน้าต่างกระจกราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์

    ฉัวะ!

    แสงสีเงินวาดผ่านความมืด อคินสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว 

    คมดาบก็ตัดผ่านลำคอของ 'ซอมบี้' ตัวสุดท้ายที่เดินโซเซออกมาจากซากร้านสะดวกซื้อ 

    หัวของมันหลุดกระเด็น กลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นถนน ร่างไร้วิญญาณล้มตึงลง 

    "เคลียร์! พื้นที่นี้ง่ายชะมัด" 

    อคินสะบัดเลือดออกจากดาบ พลางบ่นอุบ 

    "มาล่าสั่งลากันทั้งทีจะมีบอสโหดๆ โผล่มาซะอีก นี่มันมอนสเตอร์ระดับฟาร์มของชัดๆ"

    กรร...

    จู่ๆ เจ้าโบ้ที่เดินนำหน้าก็หยุดชะงัก ขนแผงคอตั้งชันขึ้นเป็นสัน 

    เขี้ยวขาววาววับแยกออกพร้อมเสียงคำรามต่ำในลำคอที่สั่นสะเทือนไปถึงอกของอคิน

    (กลิ่น... สาบ...) 

    เสียงความคิดของโบ้ส่งตรงเข้ามาในจิตของอคิน แต่มันตะกุกตะกักด้วยความตึงเครียด 

    (ไม่ใช่... ศพ... ไม่ใช่... เน่า... มันคือ... นักล่า)

    ลมหายใจของป่าเปลี่ยนไปในวินาทีนั้น

    เสียงลมพัดใบไม้หยุดลงกะทันหัน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากความมืดเบื้องบน

    ฟุ่บ!

    ไม่มีเสียงฝีเท้า มีเพียงเสียงแหวกอากาศที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

    เงาสีดำทาบทับลงมาจากป้ายโฆษณาพังๆ ด้านบน รวดเร็วจนแทบจะจับความเร็วไม่ทัน!

    "ข้างบน! ระวัง!" 

    อคินตะโกนสุดเสียง แต่ร่างกายของมนุษย์ยังช้ากว่าสัญชาตญาณสัตว์ป่า

    เคร้ง!!

    เสียงโลหะปะทะของแข็งดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟแลบแปลบปลาบกลางความมืด

    เป็นมามาเลด! อัศวินแมวส้มพุ่งตัวสวนขึ้นไปด้วยความเร็วแสง 

    มีดเล็กที่ทำจากเขี้ยวหมาป่าทมิฬ รับแรงกระแทกจากกรงเล็บมรณะนั้นเต็มๆ

    แรงปะทะส่งผลให้ร่างเล็กๆ ของมามาเลดไถลครูดไปกับพื้นถนนจนเกิดรอยลากยาว

    "หนอย... แรงควายหรือไงวะเนี่ย!" 

    มามาเลดสบถ พยายามทรงตัวให้มั่น

    เบื้องหน้าของพวกเขา... บนหลังคารถกระบะที่บุบบี้ ร่างของนักล่าปรากฏกายขึ้น 

    มันคือ 'เสือดาว' ที่สง่างามและน่าเกรงขาม ลวดลายเมฆบนขนสีทองหม่นนั้นเรืองแสงจางๆ เป็นจังหวะเดียวกับการหายใจ 

    ดวงตาสีเขียวมรกตคู่โตฉายแววอำมหิตและ... ทรงปัญญา 

    มันไม่ได้มองพวกเขาด้วยสายตาว่างเปล่าแบบซอมบี้ แต่มันมองด้วยสายตาของ 'นักรบ' ที่กำลังประเมินศัตรู

    ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวอคินก็เย็นวาบ ขนลุกชันไปทั้งตัวโดยไร้สาเหตุ เหมือนมีเข็มพันเล่มจ่ออยู่ที่คอหอย

    ติ๊ง! 

    หน้าต่างระบบสีแดงฉานกะพริบเตือนถี่ยิบ

     

    [ตรวจพบจิตสังหารรุนแรง! ] 

    [อคิน! ถอยออกมา! เจ้านี่ไม่ใช่สัตว์อสูร...]

    [มันเหมือนกับพวกมามาเลด! มันคือ 'ผู้ตื่นรู้' ระดับสูง! ระวังตัวด้วย มันเอาจริง!]

     

    "ผู้ตื่นรู้... เหมือนพวกมามาเลดงั้นเหรอ?" 

    อคินกัดฟันแน่น กระชับดาบในมือจนสั่นระริก 

    "มิน่าล่ะ... แรงกดดันคนละเรื่องกับพวกซากศพเดินได้เลย"

    "เตรียมตัว!" 

    อคินตะโกนสั่งการ โดยไม่สนคำเตือนให้ถอย เขาพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าระหว่างเสือดาวกับกลุ่มแมว

    เสือดาวไม่รอช้า มันอ้าปากกว้าง คำรามก้องจนอากาศสั่นสะเทือนเป็นระลอกคลื่น

    โฮก!!!

    คลื่นเสียงกระแทกใส่อคินจนหน้ามืดไปชั่ววูบ สตั๊นท์!

    จังหวะที่การป้องกันเปิดช่องว่าง มันไม่ได้โจมตีอคิน 

    แต่มันตวัดสายตาไปที่ 'จุดอ่อน' ของกลุ่มปลาเผา ที่กำลังพยายามจะอ้อมหลัง

    พริบตาเดียว ร่างลายเมฆนั้นหายวับไปจากสายตา และไปโผล่ที่ด้านหลังของปลาเผา

    แคว่ก!

    "อ๊าก!!"

    ปลาเผาร้องลั่นเมื่อกรงเล็บคมกริบตวัดเข้าที่สะโพกหลัง 

    มันกลิ้งหลบออกมาได้ทันก่อนจะโดนซ้ำ แต่เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นลงบนพื้นถนน

    "ปลาเผา!!" 

    บัวลอยกรีดร้องด้วยความตกใจ

    เธอพองขนจนตัวฟู 

    " [เงาพันธนาการ] !"

    บัวลอยใช้สกิลของเธอสร้างเส้นเงาพุ่งไปหมายจะรัดตัวมันไว้ แต่มันก็รวดเร็วกระโดดหลบได้ทันเวลา

    ขณะเดียวกันโบ้กระโจนเข้าไปส่งเสียงร้อง

    โฮ่งงงงงงงงงงงงง 

    [ยั่วยุ] !

    ทำให้เสือดาวจนมันต้องสะบัดหัวไล่ความมึนงง จังหวะการโจมตีของมันชะงักไป

    "แกนะแก! กล้าทำเพื่อนฉันเหรอ!"

    อคินได้สติจากเสียงร้องของโบ้

    " [อวยพร] [ลับคม] !"

    อคินใช้สกิลบัฟใส่ตัวเอง 

    ก่อนจะพุ่งตัวเข้าประชิด วาดดาบฟันเข้าใส่ลำตัวของมันเต็มแรง หมายจะผ่าครึ่งให้สิ้นซาก

    แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้อคินต้องเบิกตากว้าง

    เสือดาวตัวนั้น บิดตัว กลางอากาศ กระดูกสันหลังของมันยืดหยุ่นผิดธรรมชาติ หลบคมดาบของเขาไปได้อย่างเฉียดฉิว 

    ทิ้งไว้เพียงรอยแผลตื้นๆ ที่สีข้าง

    มันใช้แรงส่งจากการบิดตัว ถีบยอดอกของอคิน 

    ปัง! 

    เขากระเด็นถอยหลัง ก่อนจะกระโดดตีลังกากลับไปตั้งหลักบนยอดกำแพงสูงอย่างสวยงาม

    มันยืนมองพวกเขาจากที่สูง... เลียคราบเลือดที่ติดอยู่บนกรงเล็บ สายตาประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็น

    "มันฉลาด..." 

    มามาเลดกัดฟันกรอด ขยับตัวมายืนบังปลาเผาที่บาดเจ็บ 

    "มันรู้ว่าถ้าสู้ต่อมันอาจจะเจ็บหนัก... มันไม่ได้สู้ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า แต่มันสู้ด้วยสมอง! มันกำลังคำนวณความคุ้มค่า!"

    เมื่อเห็นว่าเหยื่อกลุ่มนี้ 'เคี้ยวยาก' และมีตัวแทงค์ กับตัวดาเมจ ที่อันตรายเกินกว่าจะจัดการได้โดยไม่เจ็บตัว 

    เจ้าเสือดาวจึงส่งเสียงขู่คำรามเป็นครั้งสุดท้าย สายตาของมันจดจำใบหน้าของอคินและมามาเลดไว้อย่างแม่นยำ

    ก่อนจะหันหลังและกระโจนหายลับเข้าไปในความมืดของป่าเขาเขียว รวดเร็วปานภูตผี

    "โฮ่งงงงงงงงงง"

    โบ้ทำท่าจะวิ่งตาม เลือดนักล่าในกายเดือดพล่าน

    "หยุด! อย่าตาม!" 

    อคินตะโกนห้ามเสียงหลง หอบหายใจหนักหน่วง 

    "เข้าไปในถิ่นมันตอนกลางคืน เราเสร็จมันแน่... กลับมารวมกลุ่ม! ดูอาการปลาเผาก่อน!"

    อคินรีบวิ่งเข้าไปหาปลาเผา พร้อมยกมือแล้วเอ่ยขึ้น

    " [ชำระล้าง] [ปฐมพยาบาล] "

    แสงสีส้มนวลจากฝ่ามือของอคินค่อยๆ ถ่ายทอดลงสู่บาดแผลเหวอะหวะที่ขาหลังของปลาเผา 

    เนื้อเยื่อค่อยๆ สมานเข้าหากันอย่างน่าอัศจรรย์

    "เจ็บหน่อยนะพวก... เสือนั่นเล่นงานหนักเอาเรื่อง สกิลของฉันมันแค่ระดับต้นๆ อาจจะยังเจ็บอยู่บ้าง" 

    อคินปาดเหงื่อที่หน้าผาก แม้พลังกายจะไม่หมด แต่พลังเวทที่ใช้ไปทำให้เขารู้สึกโหว่งๆ ในอก

    ปลาเผากัดฟันระงับความเจ็บ นอนนิ่งให้บัวลอยเลียทำความสะอาดขนรอบๆ แผล 

    "ข้าประมาทเอง... ไม่คิดว่ามันจะ 'ตลบหลัง' เป็น... สัตว์ทั่วไปไม่น่าจะมีแทคติกสูงขนาดนี้"

    "มันไม่ใช่สัตว์ธรรมดาแล้ว" 

    มามาเลดยืนกอดอกพิงเสาเต็นท์ ถอดหมวกเกราะวางไว้ข้างตัว เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล 

    "มันคือ 'เจ้าถิ่น' ตัวจริงของเขตนี้... การที่ท่านเพทายจำศีล คงทำให้มันพยายามจะยึดพื้นที่แถวนี้..."

    อคินลุกขึ้นยืนหลังจากรักษาเสร็จ เขามองฝ่าความมืดไปทางทิศตะวันออกอีกครั้ง

    เงาของเทือกเขาเขียวดูทะมึนและน่ากลัวกว่าทุกคืน ราวกับมีดวงตาคู่ยักษ์กำลังจับจ้องกลับมา

    "ภารกิจสุดท้ายก่อนแยกย้ายดุเดือดดีจริงๆ" 

    เขาหันไปยิ้มให้เพื่อนๆ แม้ใบหน้าจะเปื้อนฝุ่นและเขม่าควัน แต่แววตายังคงมุ่งมั่น

    "มามาเลด... นายไปสร้างกองทัพเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ฉันจะเฝ้าฐานที่มั่นนี้กับโบ้และบัวลอยเอง"

    อคินเดินเข้าไปวางมือบนไหล่เล็กๆ ของอัศวินแมว

    "รอจนกว่านายจะพร้อม... แล้วเราจะยกทัพกิลด์พันธมิตรไปล้างแค้นเจ้าเสือนั่นกัน เอาให้มันรู้ว่าใครคือเจ้าถิ่นตัวจริง!"

    มามาเลดยืดตัวตรงทันที สองขาหลังชิดกัน ยกอุ้งเท้าขวาขึ้นแตะอกซ้ายในท่าทำความเคารพสูงสุดของอัศวิน

    "ข้าสัญญาด้วยเกียรติของอัศวิน... ข้าจะกลับมาพร้อมกองทัพที่เกรียงไกรที่สุด เพื่ออาณาจักรของเรา"

    "ดี!" 

    อคินพยักหน้า 

    จากพวกเขาพากันเดินทางกลับมายังค่ายสัตหีบทิ้งผืนป่านั้นไว้เบื้องหลัง

    ทันทีที่มาถึงป้อมยาม อคินก็รีบวิ่งเข้าไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น

    "จ่าครับ! แจ้งศูนย์บัญชาการด่วน...  เราเจอศัตรูที่ตึงมือมากๆแถวเขาเขียวครับ มันไม่ใช่อสูรแต่เป็นสัตว์ที่ปลุกพลัง"

    น้ำเสียงของอคินเปลี่ยนเป็นจริงจัง

    "เป็นสัตว์ปลุกพลังประเภทเสือดาว ความฉลาดระดับสูง มีสกิลลอบสังหารและการเคลื่อนที่แบบ 3 มิติ... มันหนีกลับเข้าไปในเขาเขียว..."

    หลังจากแจ้งการรายละเอียดอันยาวนานเสร็จสิ้น

    อคินขอตัวกลับมาที่เต็นท์สี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เขารู้สึกคุ้นเคย

    เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง สายตาจับจ้องไปที่นาฬิกานับถอยหลังบนหน้าต่างระบบ

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:01:30]

    [ทำได้ดีมากวันนี้ พักผ่อนเถอะ]

     

    "ฝันดีนะระบบ...ฝันดีนะทุกคน" 

    อคินพึมพำตอบ หลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน พลางหันไปมองเหล่าสหายที่นอนพักอยู่ข้างๆ กาย

    ความรู้สึกเหมือนถูกดึงกลับลงสู่ก้นมหาสมุทรเริ่มคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง... 

    สติของเขาค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับความกังวลลึกๆ ในใจ

    ไม่ใช่เรื่องเสือดาว... แต่เป็นเรื่องที่เขารู้สึกว่า โลก ใบนี้กำลังจะเปลี่ยนไป

    และเขา... ต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ เพื่อปกป้องสิ่งที่เหลืออยู่

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01] 

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

    วูบ...

    แสงสว่างดับลง

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน