(จบ) ย้อนเวลากลายมาเป็นแม่สามีที่ชั่วร้าย

    ตอนที่ 42 ลูกใครใครก็รัก

    ตอนที่ 42 ลูกใครใครก็รัก


            “ลูกเขยช่วยงานครอบครัวแม่ยายนับว่าเหมาะสม แต่ไม่ได้ให้ใช้งานจนเจียนตายเช่นนี้ มีครอบครัวไหนไม่เอื้อเฟื้อที่นอนและอาหารให้ลูกเขยบ้าง ลูกชายสิบห้าฉื่อเศษของข้าต้องอดอยาก เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร ข้าจะบอกให้ไม่ว่าจะสกุลใด หากวันนี้ไม่อธิบายให้แน่ชัด ข้าจะพาลูกชายเจ้าไปเป็นวัวเป็นม้าที่บ้าน อยากรู้นักว่าหากลูกชายเจ้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้วจะปวดใจหรือไม่”


            เมื่อได้ยินเช่นนี้ลูกชายตระกูลเหอทั้งสามคนก็อยากจะไปซ่อนตัวทันที


            น่าเสียดาย มีหรือไป๋เพ่ยเพ่ยจะปล่อยให้พวกเขาไปซ่อนตัว นางขวางลูกชายตระกูลเหอที่กำลังจะหนีเอาไว้ จับตัวมาทีละคนก่อนมัดด้วยเชือก


            พวกเขาเห็นว่ากำลังจะถูกพันธนาการจึงรีบสู้กลับ


            ทว่าพวกเขาประเมินกำลังของไป๋เพ่ยเพ่ยต่ำไป นางคว้าไม้ขนาดความยาวเก้านิ้วฟาดเข้าที่แขนและขา พลางฉวยโอกาสระหว่างทั้งสองเจ็บคว้าตัวกลับมากดเอาไว้ ก่อนมัดพวกเขาไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา


            ป้าเหออุทาน “ทำอะไรของเจ้า! มาจับคนมัดได้อย่างไร!”


            “ช่วยด้วย เจ้าข้าเอ๋ย มีพวกบุกหมู่บ้านมารังแกคน …”


            ชาวบ้านในหมู่บ้านยุคโบราณมักกลมเกลียวกัน เดิมทีกลุ่มคนยกพวกเข้ามาในหมู่บ้านก็สะดุดตาพวกเขาแล้ว เมื่อป้าเหอตะโกนจึงมีหลายคนกรูกันมา พลางตะโกนถามไป๋เพ่ยเพ่ย “เจ้าทำอะไร”


            “คนหมู่บ้านหนิงซานมารังแกคนหมู่บ้านเราไม่ใช่หรือ”


            “ทำไม จะสู้หรือ?”


            …


            “พูดพล่อยเช่นนี้ แน่จริงก็เข้ามา!”​ ไป๋เพ่ยเพ่ยย่อมไม่ปล่อยให้ฝ่ายตนเองแสดงความกลัว นางรีบออกหน้า


            พูดเป็นเล่น!


            พวกเขาพากันมาด้วยเพียงเพื่อช่วยเหลือ หากให้ผู้อื่นลงมือส่วนนางเอาแต่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ต่อไปคงไม่มีใครยินดีช่วยอีก


            เซี่ยเหล่าเอ้อร์มีมีดในมือ เขารีบตามภรรยาไปด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด 


            “ใครอยากสู้ก็มาสู้กับข้านี่”


            เมื่อเห็นชายสูงใหญ่กำยำ คนหมู่บ้านโกวที่เพิ่งตะโกนก็หงอยลง 


            “เจ้าเป็นใคร มารังแกคนที่หมู่บ้านเรา ด้วยเหตุอะไรกัน?” 


            “รังแกคน? ใครจะว่างเสียเวลาวิ่งโร่มาหาเรื่องคนถึงหมู่บ้านเจ้ากัน” ไป๋เพ่ยเพ่ยบอกขณะยกไม้ชี้หน้าอีกฝ่ายพลางเท้าเอว


            “หากไม่ใช่เพราะใครบางคนลามปาม ไม่ปฏิบัติกับลูกชายคนอื่นเหมือนลูกชายตนเอง ไม่ยอมเอื้อเฟื้ออาหารให้อิ่มท้อง แถมทำตัวทุเรศถึงเพียงนี้ มีหรือข้าจะไม่มาหาถึงบ้าน ดูสามีข้าสิ เขาทั้งสูงใหญ่กำยำ แล้วหันไปดูลูกชายข้า ...”


            นางส่งสัญญาณให้ป้าหลิวพาเซี่ยหมิงหนานมา ส่วนนางไปแบกตัวลูกชายตระกูลเหอทั้งสามคนมาทีละคน


            ใช่แล้ว ไป๋เพ่ยเพ่ยแบกลูกชายตระกูลเหอ


            นางแข็งแรงจนสามารถแบกชายหนุ่มมาได้ด้วยมือเดียว


            คนสุดท้ายนั้นเซี่ยเหล่าเอ้อร์ลากมาให้


            ทำเอาคนหมู่บ้านโกวทุกคนที่นี่ตะลึงงัน! คนแกร่งพวกนี้มาจากไหนกัน แรงเยอะเพียงนี้เชียวหรือ!


            คนนำกลุ่มโชคดีไป ดีที่เขาไม่ได้ลงมือบุ่มบ่าม ไม่เช่นนั้นคงจะลงไปกองกับพื้นเป็นแน่


            แม้จะนึกถึงคนหมู่บ้านโกว แต่มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ไม่เช่นนั้นตนคงถูกซ้อมอ่วมโดยใช่เหตุ


            “เห็นไหม นี่ลูกชายและสามีข้า ส่วนนี่ลูกชายตระกูลเหอทั้งสามคน เห็นความแตกต่างหรือไม่” ไป๋เพ่ยเพ่ยชี้อีกฝ่านก่อนเอ่ย


            “ลูกชายข้าตามเมียกลับมาบ้านเดิม เขากลับตกอยู่ในสภาพนี้ ในฐานะแม่จะไม่ปวดใจและมาเอาเรื่องได้อย่างไร ลูกใครใครก็รัก เขาถูกตระกูลเหอรังแก ข้าจะไม่รักษาหน้าให้เขาได้อย่างไร” 


            นางโมโห บอกว่าครอบครัวไม่ได้อยู่สงบสุขตั้งแต่แต่งสะใภ้ตระกูลเหอเข้าบ้าน


            เมื่อคนแต่งสะใภ้เข้าบ้าน ลูกสะใภ้ก็ไม่ต่างคนในครอบครัวแม่สามี นางยังสั่งสอนลูกสาวในครอบครัวเป็นอย่างดี แต่งออกเรือนไปแล้วจะได้เอาใจใส่ครอบครัว พยายามทุกวิถีทางเพื่อเติมเต็มครอบครัวฝ่ายชายให้ได้


            ทว่าลูกสะใภ้นางกับพาลูกชายนางกลับไปบ้านเดิมด้วย


            นางคิดว่าลูกสะใภ้ทำใจพรากจากลูกชายไม่ได้ และต้องการแสดงให้บ้านเดิมเห็นว่าตนเองอยู่ดีมีสุขที่บ้านสามี ทว่าเกิดอะไรขึ้นเล่า


            ผลปรากฏว่าลูกชายนางหายตัวไปหลายวัน หลังจากไปบ้านเดิมภรรยาโดยไม่แม้แต่จะส่งข่าวให้ตนรู้ ก่อนจะกลับบ้านมาด้วยสภาพเหมือนผีเช่นนี้


            นางพูดเสียงสั่น คิดเสียว่าที่เจ้าของร่างเดิม ‘รังแก’ ลูกสะใภ้ก่อนหน้านี้เป็น ‘ความจริงที่หลบซ่อน’


            นางอยากเป็นแม่สามีชั่วร้ายเสียที่ไหนกัน


            ช่วยไม่ได้


            นางไม่มีทางเลือก มีลูกสะใภ้ดวงซวยเช่นนี้ก็ต้องจำใจ


            คนหมู่บ้านโกวมองหน้าสองพ่อลูกตระกูลเซี่ย ก่อนเลื่อนสายตาไปยังลูกชายตระกูลเหอทั้งสามคน พวกเขาจำคนที่ทำไร่ให้ตระกูลเหอในช่วงที่ผ่านมาได้ ทำให้ทั้งสับสนและตกตะลึงไปพร้อมกัน


            พวกเขายังเคยพูดกันว่าตระกูลเหอไปหาคนงานมาจากที่ไหน


            ดูสงบเสงี่ยมมากทีเดียว นึกไม่ถึงว่า...


            ตายจริง!


            ตระกูลเหอข่มเหงรังแกลูกเขยหรอกหรือ!


            ไม่อยากจะเชื่อ!


            ลูกชายดูไม่เหมือนบิดาด้วยซ้ำ เขาแทบดูไม่เป็นมนุษย์ มิน่าเล่านางถึงได้ปวดใจจนต้องมาหาถึงบ้าน


            หากเป็นพวกเขา ลูกชายถูกครอบครัวแม่ยายทำให้เป็นเช่นนี้ ก็คงมาเอาเรื่องถึงบ้านเช่นกัน


            ป้าเหอลนลานจนกระทืบเท้าท้วงว่าตนเองก็ไม่เคยได้อะไรจากตระกูลเซี่ย ตั้งแต่ลูกสาวนางแต่งเข้าไป ตนเองก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไร มีแต่จะเดือดร้อน


            นางถามไป๋เพ่ยเพ่ยว่าลูกสาวตนเคยได้สิ่งใดบ้างและเค้นให้อีกฝ่ายตอบ


            ไป๋เพ่ยเพ่ยหันไปถามกลับ “แล้วอย่างไรเล่า พอหาหลักฐานไม่ได้จึงกล่าวใส่ความข้าหรือ ลูกชายข้าเป็นอย่างไร ทำไมเจ้าไม่พูดถึงบ้าง... พูดมาสิ ลูกชายข้ากลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เจ้าพูดมา วัน ๆ ให้เขากินอะไรบ้างไหม”


            “ข้าให้เขากินขนมอบธัญพืช ...”


            “ชิ้นใหญ่แค่ไหนเล่า ทำมานานแค่ไหนแล้ว ใส่อะไรลงไปบ้าง อย่าบอกข้านะว่าชิ้นเล็กแค่นี้ วัน ๆ ได้กินเท่านั้น ไม่มีคนไปส่งน้ำให้ด้วยซ้ำ... เขาตัวโตขนาดนี้แถมทำงานทั้งวัน แต่ให้เขากินแค่นี้หรือ ทำไมไม่ให้อดตายไปเลยเล่า หากให้ลูกชายเจ้าทำงาน เจ้าจะให้เขาทำงานตากแดดโดยไม่ให้น้ำกินเลยไหม”


            …


            ยิ่งผู้คนเห็นป้าเหอกล่าวแก้ตัว พลางเห็นรูปลักษณ์ของเซี่ยหมิงหนาน ก็ยิ่งเชื่อไม่ลง


            ช่วยไม่ได้การกระทำเสียงดังกว่าคำพูด เซี่ยหมิงหนานน่าเวทนาเกินกว่าจะทนมองได้


            คนเขาเป็นเช่นนี้แล้วยังจะพูดอะไรได้อีก


            พูดไปจะมีประโยชน์อะไรเล่า


            ดูสภาพเขาสิ


            ไป๋เพ่ยเพ่ยยังบอกว่าตนเพียงจะมาทวงถามหาคำชี้แจงเพื่อลูกชาย หากตระกูลเหอไม่มีคำตอบให้ นางก็จะใช้วิธีพาลูกชายตระกูลเหอทั้งสามคนกลับไป


            ลูกใคร ใครก็รัก


            มันไม่ใช่การวิวาท ทว่าเป็นเรื่องชีวิต ทุกคนมีเหตุผลสามารถแยกแยะได้ ไม่ว่าคนหมู่บ้านโกวจะอคติเพียงไหนก็ไม่ควรเข้าข้างตรตะกูลเหอมากจนเกินไป


            ช่วยไม่ได้ ยังมีญาติพวกเขาในคนกลุ่มนี้ รับมือเรื่องนี้ไม่ง่ายนัก


            “ป้าเหอ เรื่องนี้ท่านทำเกินไปจริง ๆ ถึงอย่างไรเซี่ยหมิงหนานก็เป็นลูกเขย ท่านทารุณเขาเกินไปแล้ว”


            “ลูกเขยก็เสมือนลูกชาย ทำเช่นนี้ได้อย่างไร อย่างน้อยก็ควรให้เขาได้อิ่มท้อง”


            “ใช่แล้ว เขาดูไม่เป็นคนแล้วด้วยซ้ำ ไม่แปลกที่แม่สามีจะปวดใจจนมาหาถึงที่บ้าน หากเป็นลูกชายท่าน ก็คงทนไม่ได้จนวิ่งโร่มาเช่นนี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ”


            …


            ป้าเหอใจเสียเมื่อเห็นคนพากันเข้าข้างไป๋เพ่ยเพ่ย ถึงกับทรุดลงกับพื้นแล้วตบตักจนร้องหาพ่อแม่ ตะโกนว่าสมควรถูกแทงนับพันครั้ง ให้ทุกคนรู้ว่ามีคนมาระรานถึงบ้านในขณะที่สามีนางไม่อยู่...

     


    คล้ายกับเรื่อง(จบ) ย้อนเวลากลายมาเป็นแม่สามีที่ชั่วร้าย ที่คุณอ่าน