' เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดเเล้ว... ไม่รู้ว่าเล็กจะคิดยังไง เเต่เจ้ากระต่ายได้ทำเพื่อพวกเราถึงขนาดนี้ เเม้เเต่ถ้ำสมบัติของมันเองก็ยอมยกให้ ' ไฝชันกายลุกยืน นำสุราที่เก็บเอาไว้อย่างมากมายออกมาจิบเล็กน้อย คล้ายต้องการละลายความอัดอั้นที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง พลางเหยียดเเขนยื่นขวดสุราไปด้านข้างค้างไว้ รอส่งให้เล็กน้ำที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วจนฝุ่นตลบ
สิ่งที่บรรจุอยู่ภายในหยดโลหิตสีทองอันเข้มข้น คือเส้นทางเข้าสู่รังลับใต้พิภพที่เต็มไปด้วยพฤกษาวิญญาณ เต็มพื้นที่กว้างไกลสุดสายตาที่ตัวมันกับคู่รักได้เพาะปลูกเอาไว้เมื่อเนิ่นนานมาเเล้ว รวมถึงบันทึกเรื่องราวอันขมขื่นสิ้นหวัง เป็นดั่งที่มาของความคั่งเเค้นคับฟ้าของกระต่ายรักบี้กับคู่รักของมันในอดีต
ครั้งนั้นพวกมันเป็นเพียงกระต่ายวัยกระเตาะที่มองเห็นเเต่ความงามเพียงด้านเดียว จนเดินเข้าสู่หลุมพรางอันชั่วช้าของกงเฟินที่ขุดล่อไว้ เพียงเพราะต้องการต้นกำเนิดจิตวิญญาณพฤกษาที่ทั้งคู่ได้ค้นพบโดยบังเอิญ ในยามนั้น เพื่อมอบหนทางหลบหนีเเก่กระต่ายน้อย คู่รักของมันได้ยอมสละชีวิตอย่างกล้าหาญปราศจากความล้งเล
นับเเต่นั้นเป็นต้นมา เจ้ากระต่ายรักบี้จะวนเวียนไม่ห่างไกลจากสวนกลั่นสุราหยกสวรรค์ เพื่อรอวันทวงคืนดวงวิญญาณของคู่รักที่ถูกกงเฟินกักขังเอาไว้อย่างเหยียดหยาม จนมาพบเจอกับพวกของเล็กน้ำที่ตามติดไล่ล่า จุดพลิกผันคือน้ำใจจากสุราครึ่งจอก ได้แปรเปลี่ยนเป็นสหายต่างเผ่าพันธุ์ที่ผ่านไปสามคืนวันยังเมามายไม่เลิกรา
" อิทธิฤทธิ์ของมันเหนือกว่าเรามาก... " เล็กน้ำจิบสุราด้วยสีหน้าเครียดขรึม จนคิ้วขมวดเป็นปมเเน่น ขณะที่เเววตาเฉียบคมของเขา ได้จับจ้องไปยังจุดสีขาวกลางอากาศที่กำลังบินเข้ามาใกล้ " เเต่ทุกอย่างย่อมมีจุดอ่อน ความเก่งกาจก็เช่นกัน พวกเราต้องพยายามดึงมันลงมาต่อสู่บนระนาบเดียวกันให้ได้ "
" คงต้องสร้างสถานการณ์ที่เจาะจงเป็นพิเศษ ใช้ความประมาทเป็นประโยชน์ จู่โจมไม่ให้มันตั้งตัวทัน เเต่ทั้งหมดจะสูญเปล่า หากเล็กไม่เชื่อใจผม "
" หมายความว่าไง? นายจะออกไปเสี่ยงคนเดียวไม่ได้! "
" แผนเป็นเเบบนี้... จากนั้น... "
กล่าวจบ ไฝยัดเม็ดโอสถกลมเกลี้ยงสีน้ำตาลเข้มเท่าผลลิ้นจี่ให้เเก่เล็กน้ำ เขามองมันอย่างตื่นตาตื่นใจ เพราะผิวที่เรียบเนียนบนโอสถเม็ดนั้น คล้ายมีเงาพรายมืดมิดขยับวูบไหวไม่หยุดนิ่ง ส่วนมืออีกข้างของหนุ่มรุ่นน้องคีบผ้ายันต์เอาไว้สองผืนระหว่างร่องง่ามนิ้ว ราวกับสุดยอดผู้เชี่ยวชาญ
" แผนการนี้บ้าบิ่นเกินไป นายอย่าลืมว่า... "
" ไม่มีเวลาเเล้ว " ไฝรีบตัดบท เเววตาเจิดจ้าเผยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม " ในอนาคต ผมต้องช่วยพี่ชายได้เเน่นนอน เเต่ถ้าวันนี้เเค่ด่านเเรกเรายังผ่านไปไม่ได้ เรื่องอื่นก็ไม่จำเป็นต้องห่วงเเล้ว "
" ถูกของนาย... "
เล็กน้ำพยักหน้ายอมรับอย่างจริงใจ เขากลืนโอสถด้วยความมุ่งมั่น เมื่อมันละลาย เส้นสายเเสบร้อนเเผ่พุ่งราวกับดอกศรทั่วทั้งสรรพางค์กาย จากนั้นเป็นความรู้สึกยืดหยุ่นบางเบา คล้ายร่างกายของเขาได้ถ่ายเทบางอย่างออกมาส่วนหนึ่งอย่างเเปลกประหลาด จนต้องตื่นตระหนกสุดขีด เพราะเมื่อเขาลองเเกว่งเเขน คล้ายปรากฏท่อนเเขนข้างเดียวกันซ้อนทาบอยู่อีกชั้น ขยับตามติดเหมือนกับร่างต้นเเทบทุกประการ คล้ายเป็นภาพตกค้างติดตาที่เสมือนจริงยิ่งนัก
เมื่อรับรู้ถึงสรรพคุณของโอสถ ' เงาพรายวิญญาณภูต ' ที่ร้อยเรียงภายในห้วงความคิด กินเวลาไม่กี่อึดใจ เล็กน้ำสามารถฝึกฝนจนหน่วงความเร็วของเงาเสมือนจริงที่กวดตามได้ถึงห้าวินาที ประดุจดั่งสามารถช่วงชิงเวลามากักเก็บไว้ได้ ยิ่งความเข้าใจมีเพิ่มมากขึ้น ห้วงมิติเวลาจะถูกเหนี่ยวนำยาวนานทบทวีไปอีกระดับ
' ยามสู้รบ... ทุกวินาทีมีความหมายมากมายนัก สรรพคุณของมันช่างน่าเหลือเชื่อโดยเเท้ เเต่ที่อัศจรรย์ใจยิ่งกว่า เป็นเเผนการอันเเยบยลของเจ้านั่นตั้งหาก มันถึงกับเกี่ยวตนเองเป็นเหยื่อปลาใหญ่ หลอกล่อให้เข้ามาเเหวกว่ายอยู่ในคุ้งน้ำเดียวกัน ' เล็กน้ำทบทวนภายในห้วงลึกอย่างเงียบงัน
" โอสถมีระยะเวลาเเค่สามนาทีเท่านั้น เล็กต้องฆ่าให้ตายภายในดาบเดียว เเผนการนี้จึงจะสมบูรณ์! "
เล็กน้ำสะบัดทวนในมืออย่างองอาจ คลื่นพลังรุนเเรงกว้างใหญ่ ระเบิดฝุ่นดินดำเป็นริ้วสายราวกับคมเคียวอันเฉียบคม อำพรางพวกเขาเอาไว้ท่ามกลางม่านเงาภูผาศาลาทมิฬที่ปักหลักในหมอกมืด
" ไม่รู้จักเจียมตัว! "
กงเฟินวาดฝ่ามืออย่างสวยงามเเตกฉานดุจดั่งปรมาจารย์ ใต้เเขนเสื้อสีขาวยาวย้วยพลันปรากฏฝูงเเมลงมีพิษนับล้านเคลื่อนตัวราวกับผืนธงมหึมากำลังโบกสะบัดครอบคลุมปิดเเผ่นฟ้า พวกมันส่งเสียงระงมกึกก้อง ทะยานเข้าสู่ม่านมืดอย่างไม่กลัวเกรง
ภายในร่องกระเเสลมที่หอบพาฝุ่นผงฟุ้งกระจาย เล็กน้ำยืนเคียงข้างไฝอย่างเยือกเย็น เเววตาสองคู่เเข็งกร้าวปราศจากความกริ่งเกรง แม้ล้วงลึกลงไปในจิตใจ จะรับรู้ได้ถึงอันตรายที่ขยับเข้าไกล้จากระดับพลังของกงเฟินที่เหนือกว่าหลายขีดขั้น
' เหตุใดไร้เสียงกรีดร้อง? ' สีหน้าของกงเฟินฉายเเววสับสน ดวงตาสีเขียวเข้มวาววาบเร่งจับสัมผัสฝูงสัตว์พิษที่รวมตัวดั่งหอกเเหลม พุ่งทะลวงม่านหมอกทั่วทุกทิศทางอย่างง่ายดาย เเต่เมื่อมันลองใคร่ครวญให้ครบถ้วนลึกซึ้ง จิตใจที่เกร็งเเน่นเริ่มผ่อนคลาย พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยเยาะถูกเติมเต็มบนใบหน้าไร้สีเลือด ' คงจะลาลับกลับบ้านเก่าไปแล้ว... ตายง่ายกันจริงนะ '
เเสงเย็นตาจากเเท่งผลึกสีฟ้าครามที่เล็ดลอดออกมาจากกำปั้นของทั้งคู่ราวกับเปลวเทียน ปัดเป่ามวลเเมลงพิษได้อย่างศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายที่หยัดยืนอย่างสงบไร้การเคลื่อนไหว ดั่งถูกเก็บซ่อนล่องหนไปจากความวุ่นวายที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เป็นอีกครั้งที่พวกเขาจำต้องพึ่งพาโอสถเเละยุทธภัณฑ์มากมายจากคลังสมบัติ เพื่อต้านทานบททดสอบสุดระห่ำในดินเเดนลึกลับเเห่งนี้ ในห้วงความใคร่ครวญที่สถิตลึกลงไปในภาวะเเห่งจิต ความรู้สึกหวาดระเเวงพรั่งพรูออกมาโดยไม่ต้องนัดเเนะ ประดุจดั่งช่วงชีวิตที่ดำเนินในขณะนี้ กำลังวิ่งขึ้นไต่ลงตามจังหวะโค้งมนราบลุ่มบนอุ้งมือของใครบางคนในเงามืด
" กะเวลาให้ดี... ใกล้จะอยู่ในรัศมีเเล้ว " ไฝกระซิบอย่างเเผ่วเบา ฉับพลันนั้น ดวงตาเย็นชาที่เอาเเต่จดจ้องความว่างเปล่า สาดประกายเจิดจ้าขึ้นทันที " รีบไป... "
เล็กน้ำถอยเท้าจนร่างกายกลืนหายเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิด ทันทีกับที่อักษรประหลาดจากหมึกดำคล้ำบนเเผ่นยันต์ที่กำลังทอประกายสีทองเจิดจ้า ไหลมารวมอยู่กึ่งกลางเป็นก้อนเดียวกันดั่งโดนดึงดูดให้ล่องลอยไร้น้ำหนัก ก่อนจะพุ่งขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นระเบิดเเตกตัวดั่งพลุไฟสว่างไสวตระการตา ครอบคลุมพื้นที่สองร้อยห้าสิบวาโดยรอบที่มีไฝเป็นดั่งศูนย์กลาง ด้วยโดมโค้งโปร่งเเสงที่เปล่งประกายเเวววาวราวกับถ้วยเเก้ว
" ยันต์ผนึกโลกา!! "
ริมฝีปากดำสนิทดั่งถ่านหินของกงเฟินอ้ากระตุก ด้านในจิตใจของมันกระโดดโครมครามด้วยความตื่นตะลึงเเละหวาดหวั่น ทั่วทุกอาณาเขตในดินเเดนมืด ทุกคนต่างรับรู้ว่าแผ่นผ้ายันต์วิเศษพวกนี้เป็นสิ่งล้ำค่าอย่างถึงที่สุด เพราะเอกะมหาศาลที่อัดเเน่นอยู่ภายใน สามารถเเปรเปลี่ยนผลลัพธ์การต่อสู้ห้ำหั่นได้ในเสี้ยวพริบตา
เเต่ความพิสดารที่เหนือจินตนาการไปกว่านั้นยังไม่หมดสิ้น เเผ่นผ้าเก่าเก็บที่ดูเหมือนเศษกระดาษไร้ราคา กลับรองรับการใช้งานได้ไม่จำกัดขีดขั้นพลัง เเม้เเต่คนที่ไม่มี ' เอกะ ' เลยในร่างกาย หากมีพลังจิตที่เเน่วเเน่เข้มเเข็งก็สามารถเรียกใช้ได้ ทั้งตัวมันในยามนี้ มีในครอบครองเพียงผืนเดียวเท่านั้น จากท่านบรรพบุรุษตระกูลอุตส่าห์ประทานให้เก็บไว้ เเถมเป็นสายป้องกันกายาอันต่ำต้อย นอนเเน่นิ่งอยู่ในมุมหนึ่งภายในเเหวนมิติ
' ชายหนุ่มพวกนี้มาจากที่ใดกัน บนเสื้อผ้าไม่ปรากฏเเถบสัญลักษณ์บ่งบอกตัวตนให้รู้เลยเเม้เเต่น้อย ' โคมบงกฏลอยค้างกลางอากาศอย่างโดดเดี่ยว กงเฟินยังคงนิ่งสงบอยู่บนนั้น มันพลิกฝ่ามือเพื่อเปลี่ยนทิศทางกองทัพเเมลงพิษให้เข้าโจมตีผนังโดมเเก้วอย่างเต็มกำลัง
ตูม!
ตูม!
ตูม!
เสียงอื้ออึงเลือนลั่นเกิดขึ้นรอบทิศ เเต่โดมโปร่งเเสงกลับสั่นกระเพื่อมเพียงเล็กน้อย ฝูงเเมลงนับไม่ถ้วนที่ควบรวมคล้ายคมมีดทิ่มเเทงออกไปช่างไร้ค่า จนกงเฟินได้เเต่งงงัน ความว่างเปล่าฉาบทั่วใบหน้า ยามนี้เป็นคราเเรกที่เเก้วตามณีมรกตเร้นลับพินิจมองเล็กน้ำกับไฝอย่างจริงจัง คงไม่มี ' ไอ้ไม่ได้ความ ' คนใด กล้ากักขังปิดตายผู้ทรงพลังไว้กับตนเอง ทั้งที่ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบ หากไร้ซึ่งแผนการลึกล้ำที่อยู่เหนือความคาดหมายไว้ในครอบครอง...