คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 99: ขีดจำกัดของภาชนะ

    ทัณฑ์ปฐพีสีเลือดครูดลากไปตามพื้นศิลาเน่าเปื่อย กังวานครืดคราดเสียดแทงโสตประสาทสะท้อนก้องไปทั่วนครเซียนศักดิ์สิทธิ์ นครแห่งนี้ถูกสูบแก่นชีวิตจนเหลือเพียงซากว่างเปล่า


    เย่เฉินก้าวเดินผ่านภูเขาศพและทะเลโลหิตสีทองขุ่นมัว มุ่งหน้าสู่วิหารมหาเทพตั้งตระหง่านอยู่สุดปลายขอบฟ้า ทุกย่างก้าวหนักแน่นดุจภูผาเคลื่อนคล้อย ทุกลมหายใจปลดปล่อยไอกรดสีดำกัดกร่อนมิติรอบกาย ทุกจังหวะเต้นของหัวใจดังก้องดุจกลองศึกแห่งวันสิ้นโลก


    ทว่า... ฝ่าเท้าสีหมึกข้างหนึ่งพลันหยุดชะงัก


    กายหยาบสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ข่ายเส้นเอ็นทั่วร่างปูดโปนดุจอสรพิษนับหมื่นกำลังดิ้นพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง ภายในสรีระ... ก้อนไขมันสวรรค์และตะกรันวิญญาณมหาศาลจากการสังหารหมู่ก่อนหน้า กำลังทำปฏิกิริยาต่อต้านน้ำย่อยของเตาหลอมอย่างบ้าคลั่ง


    ตูม! ตูม!! ตูมมม!!!


    แรงดันแก๊สพิษและกรดกระเพาะปะทะกับก้อนเนื้อสวรรค์ดื้อด้าน ก่อเกิดหายนะปรสิตปะทุจากภายใน ทะเลวิญญาณเดือดพล่าน กระดูกทุกชิ้นส่งเสียงลั่น กล้ามเนื้อทุกมัดถูกฉีกกระชาก ความเจ็บปวดระดับทำลายล้างแล่นทะลวงจากปลายเท้าสู่สมองในเสี้ยวพริบตา


    เย่เฉินขบกรามแน่น ฟันเขี้ยวสีหมึกแตกละเอียดทีละซี่ โลหิตสีดำปนทองไหลย้อยลงมาตามมุมปาก


    ภายในจุดตันเถียน ทารกวิรูปกำลังดิ้นทุรนทุราย ปากขนาดมหึมาของมันอ้ากว้างผิดรูป เนื้อเยื่อทั่วร่างพองตัวขึ้นเรื่อยๆ มวลปราณสวรรค์บริสุทธิ์จากการกลืนกินก่อนหน้ากำลังต่อต้านการย่อยสลาย แก่นวิญญาณนับหมื่นดวงรวมตัวกันกลายเป็นก้อนเนื้องอกสีทองคำฝังแน่นอยู่ในผนังเตาหลอม พวกมันพุ่งชนผนังกระเพาะอเวจีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับนักโทษกำลังทุบกำแพงคุกเพื่อหลบหนี


    กังวานกรีดร้องไร้เสียงระเบิดออกจากร่างทารกวิรูป มันหิวโหยคลุ้มคลั่งจนสูญเสียสติสัมปชัญญะ!


    เมื่อไม่อาจย่อยสลายเหยื่อ ทารกวิปลาสพลันหันมาแว้งกัดอวัยวะภายในของบุรุษเจ้าของร่าง! คมเขี้ยวนับร้อยชั้นของมันฝังลึกลงบนผนังทะเลวิญญาณ สูบกลืนโลหิตและข่ายเส้นเอ็นของมัจจุราชเพื่อประทังความอดอยาก!


    เย่เฉินเบิกตาโพลง ชายหนุ่มแผดกังวานคำรามในจิต เจตจำนงสีหมึกแข็งกร้าวแปรสภาพเป็นโซ่ตรวนนับพันเส้น พุ่งกระหวัดรัดคอทารกวิรูปไว้แน่น! บังคับกระชากก้อนเนื้อทรยศให้หยุดกัดกินสรีระตนเอง การต่อสู้ภายในกายหยาบดุเดือดและสร้างความกดดันบีบคั้นอวัยวะทุกส่วน


    กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!


    รอยร้าวสีแดงคล้ำลุกลามไปทั่วร่าง แสงสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกมาจากบาดแผล ไอกรดสีดำทะลักตามออกมา พลังสองขั้วปะทะกันจนมิติรอบกายบิดเบี้ยว


    อ๊อก!


    เย่เฉินทรุดเข่ากระแทกพื้น ชายหนุ่มสำลักโลหิตคำโต คราวนี้มิใช่โลหิตสีหมึก แต่เป็นโลหิตสีทองคำบริสุทธิ์... โลหิตแห่งสวรรค์ยังไม่ผ่านการย่อยสลาย ของเหลวมรณะไหลทะลักออกจากปาก จมูก หู และเบ้าตา หยดลงบนบันไดหยกขาวเบื้องหน้า


    ฉ่าาาา! กรี๊ดดดด!


    ทันทีโลหิตสัมผัสพื้น บันไดหยกศักดิ์สิทธิ์พลันกรีดร้องโหยหวน! รอยด่างดำเน่าเฟะลุกลามกัดกร่อนเนื้อศิลา วิญญาณจำศีลนับหมื่นดวงซุกซ่อนอยู่ในบันไดถูกปลุกขึ้นมา ก่อนจะถูกไอกรดละลายหายไปทิ้งไว้เพียงควันฉุนรุนแรง เพียงแค่มัจจุราชขย้อนของเสีย... กลับกลายเป็นภัยพิบัติล้างผลาญสวรรค์


    เนตรมารบรรพกาลสามชั้นหมุนวนอย่างไร้ทิศทาง ภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยว ครึ่งหนึ่งเป็นสีทอง อีกครึ่งหนึ่งเป็นสีดำ สัจธรรมสวรรค์และสัจธรรมอเวจีกำลังแย่งชิงการควบคุมสังขารเดียวกัน


    ชั่วขณะนั้น สัญชาตญาณสัตว์ตรอกของเย่เฉินสัมผัสได้ถึงสัจธรรมข้อหนึ่ง... ภาชนะกายหยาบนี้มาถึงขีดจำกัดของการสูบกลืนแล้ว หากย่อยสลายก้อนพลังงานขนาดยักษ์ไม่ทัน สรีระของเขาจะปริแตกดุจแมลงกินจนตัวระเบิด!


    กึก!


    ชายหนุ่มปักทัณฑ์ปฐพีลงบนพื้นอย่างรุนแรง รอยแยกขนาดมหึมาลุกลามออกไปรอบทิศทาง มัจจุราชใช้ดาบเป็นหลักค้ำยันมิให้ร่างล้มลง ข่ายเส้นเอ็นทั่วแขนปูดโปนจนแทบระเบิด ทารกวิรูปในตันเถียนยังคงกรีดร้องและพยายามดิ้นรน มันกำลังอิ่มจนกระเพาะแทบฉีก ทว่าสัญชาตญาณกลับยังหิวโหย ความขัดแย้งวิปลาสนั้นกำลังฉีกกระชากทั้งกระเพาะอเวจีและสังขารเจ้าของ


    เย่เฉินเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสามชั้นจับจ้องบันไดหยกขาวทอดยาวขึ้นสู่วิหารมหาเทพ ปลายบันไดนั้น... คือศูนย์กลางอำนาจของสวรรค์ทั้งมวล คือสถานที่สถิตของสิ่งมีชีวิตระดับสูงยิ่งกว่าเหยื่อทุกตัว


    และในสายตามัจจุราช... มันไม่ใช่เพียงมื้ออาหาร... แต่มันคือแหล่งรวม 'แก่นสัจธรรมบริสุทธิ์' ระดับสูงสุดของจักรวาล สิ่งจำเป็นต่อการใช้เป็นทิพย์วารีเร่งปฏิกิริยาย่อยสลายตะกรันในท้องของเขา!


    เย่เฉินดึงทัณฑ์ปฐพีขึ้นจากพื้น กายหยาบอาบโลหิตสีดำและสีทองยันตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ชายหนุ่มแสยะยิ้มกว้างจนมุมปากฉีกถึงใบหูพลางประกาศิตเสียงเหี้ยม


    “ถ้ากระเพาะนี้... บดขยี้พวกเจ้าไม่ทัน... ข้าก็จะขึ้นไปกระซวกแก่นชีวิตของมหาเทพ... มาราดเป็นทิพย์วารีเร่งการย่อยสลายเสีย!”


    เหนือบันไดหยกขาวทอดยาวสู่ยอดวิหารมหาเทพ กองทัพองครักษ์ศักดิ์สิทธิ์นับพันยืนเรียงแถวแน่นขนัดดุจกำแพงเหล็กสีทอง หอกยาวสะท้อนแสงสวรรค์วาววับ ค่ายกลป้องกันหลายชั้นหมุนวนครอบคลุมอาณาบริเวณ รัศมีศักดิ์สิทธิ์กดทับลงมาราวกับต้องการบดขยี้ทุกชีวิตกล้าล่วงล้ำ


    แม่ทัพองครักษ์ชูดาบสวรรค์ขึ้นสุดแขน มันตวาดลั่นบัญชาการทัพเสียงก้อง “มันกำลังแตกสลาย! โอกาสมาถึงแล้ว! ชำแหละมันซะ!”


    สิ้นเสียงบัญชา กองทัพสวรรค์นับพันพุ่งทะยานลงมาพร้อมกัน หอกทองคำ กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ อักขระสังหาร ค่ายกลผนึกวิญญาณ พลังทุกชนิดระเบิดลงมาราวกับมหาสมุทรถล่ม ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีทองสว่างจ้า


    ทว่า... แรงกดทับของค่ายกลกลับทำหน้าที่ดุจฝาหม้อต้มความดัน! มันยิ่งบีบอัดก้อนไขมันสวรรค์ในกระเพาะอเวจีให้เดือดคลุ้มคลั่งทะลุขีดจำกัด!


    เย่เฉินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เนตรมารบรรพกาลสามชั้นหมุนวนช้าๆ ชายหนุ่มแสยะยิ้มกว้างเผยฟันเคลือบกรด กังวานขย้อนและลมหายใจคาวคลุ้งดังลอดไรฟัน ในคลองจักษุมัจจุราช... กองทัพเบื้องหน้ามิใช่ศัตรู แต่เป็น 'กระโถน' ขนาดใหญ่กำลังวิ่งเข้ามารองรับของเสีย!


    เย่เฉินกำด้ามทัณฑ์ปฐพีแน่น ชายหนุ่มคำรามก้องสะเทือนฟ้าดิน “จงมารองรับความทรมานของข้า!”


    รอยร้าวทั่วร่างพลันสว่างวาบ


    วูมมมมม!!!


    เมือกโลหิตสีทองและกรดน้ำย่อยสีดำ ปะทุทะลักออกจากรูขุมขนทั่วร่างพร้อมกันดุจเขื่อนยักษ์พังทลาย! ชายหนุ่มพุ่งทะยานสวนกระแสค่ายกลขึ้นสู่ฟ้าด้วยความเร็วเหนือสายตา ทัณฑ์ปฐพีตวัดฟาดฟัน เปลื้องของเสียอัดแน่นในสังขารสาดกระจายออกไปดุจสึนามิมรณะ!


    เปรี้ยงงงงง!!!


    องครักษ์หลายร้อยนายมิได้ถูกตัดขาดสะบั้น แต่ถูกสาดรดด้วยน้ำย่อยวิปลาส เกราะทองคำเดือดพล่านหลอมละลายเชื่อมติดกับชั้นผิวหนัง โลหะศักดิ์สิทธิ์ฝังลึกทะลวงเครื่องใน กังวานกรีดร้องทุรนทุรายดังก้องขณะกายหยาบและแก่นวิญญาณละลายกลายเป็นแอ่งโคลนเนื้อสีทองขุ่นในเสี้ยววินาที!


    บันไดสวรรค์หลายร้อยขั้นถูกลบหายจากโลก เกิดหลุมยักษ์ทอดยาวขึ้นไปถึงกลางภูเขา ความกล้าหาญของกองทัพสวรรค์พังทลายทันที


    ทว่าเย่เฉินมิได้หยุดพัก เขาไม่แม้แต่จะกลืนกิน ไม่แม้แต่จะเก็บเกี่ยววิญญาณ สิ่งเดียวครอบงำสติคือการระบายตะกรันพิษกำลังฉีกกระชากตนจากภายใน!


    ตูม! เปรี้ยง! ครืนนนน!


    ทัณฑ์ปฐพีฟาดซ้าย ของเสียสีหมึกกระเด็นสาด องครักษ์หลายสิบร่างถูกกัดกร่อน ตวัดขวา หอคอยทองคำพังครืนกระแทกลงพื้น คลื่นกระแทกบดขยี้กองทัพอีกหลายร้อยนาย ทุกการโจมตีคือการขย้อนของเสียส่วนเกิน ทุกการทำลายคือการระบายความทรมาน ทุกเสียงกรีดร้องคือยาระงับปวดของสัตว์ประหลาด ทารกวิรูปในตันเถียนส่งคลื่นความถี่คลุ้มคลั่ง หัวเราะ กรีดร้อง ดิ้นเร่าอยู่ภายใน ราวกับกำลังสนุกสนานกับการชำระล้างกระเพาะครั้งนี้


    แม่ทัพองครักษ์มองภาพเบื้องหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง นี่ไม่ใช่การต่อสู้ นี่คือภัยพิบัติล้างผลาญสวรรค์ นี่คือการปะทุของโรคระบาดในรูปลักษณ์อสุรกาย


    แม่ทัพองครักษ์หันหลังหมายหลบหนีพลางแหกปากตะโกนเสียงสั่น "ถอย... ถอยทัพ! มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต!"


    ฉัวะ!


    โซ่กระดูกบรรพกาลพุ่งทะลวงอากาศ พันรัดรอบลำคอแม่ทัพสวรรค์แน่นหนา ร่างเหยื่อถูกกระชากลอยกลับมาพุ่งตรงเข้าสู่เงามัจจุราช


    เย่เฉินคว้ากะโหลกแม่ทัพสวรรค์ด้วยมือเดียว กรงเล็บสีหมึกจิกทะลุเกราะ ทะลวงทะเลวิญญาณ ชายหนุ่มมุมปากฉีกรั้งแสยะยิ้มกว้าง โลหิตขุ่นมัวหยดแหมะลงบนหน้าเหยื่อพลางประกาศิต “รับตะกรันพิษพวกนี้... ไปช่วยข้าย่อยเสียดีๆ”


    สิ้นคำสั่ง ก้อนพลังงานไขมันสวรรค์หลั่งไหลผ่านกรงเล็บเข้าสู่สังขารแม่ทัพสวรรค์โดยตรง!


    วูมมมมม!!!


    เสี้ยววินาทีแรก... แม่ทัพสวรรค์เบิกตากว้างด้วยความปีติ รัศมีทั่วร่างสว่างวาบดุจได้รับการบรรลุสัจธรรมขั้นสูงสุด มันกำลังก้าวข้ามขีดจำกัด! ทว่าความสุขนั้นดำรงอยู่เพียงลมหายใจเดียว... เมื่อสังขารของมันรองรับสัจธรรมระดับมหาเทพไม่ไหว!


    เส้นเลือดทั่วร่างแม่ทัพปูดโปนดุจรากไม้ เนื้องอกสีทองคำผุดทะลักขึ้นตามผิวหนังดุจฟองสบู่ ดวงตา จมูก ปาก รูขุมขน มีก้อนไขมันสวรรค์ทะลักอัดแน่นจนปริแตก


    แม่ทัพสวรรค์ดิ้นพล่านกรีดร้องเสียงหลง “มะ... ไม่... ข้า... รับไม่ไหว...”


    เย่เฉินแผดกังวานหัวเราะดุจกระดูกลั่น ชายหนุ่มบีบกะโหลกเหยื่อแน่นขึ้นพลางตะโกนก้อง “ข้าก็รับไม่ไหวเช่นกัน!”


    โผล๊ะะะะ!!!


    ร่างแม่ทัพองครักษ์อัดแน่นด้วยเนื้องอกระเบิดออกกลางอากาศ! โลหิต กระดูก น้ำเหลืองและไขสมอง กระจายเป็นฝนสีทองปนเถ้าปกคลุมทั่วบันไดสวรรค์


    ขณะเดียวกัน รอยร้าวบนกายหยาบเย่เฉินกลับหดเล็กลงเล็กน้อย ตะกรันพิษส่วนหนึ่งถูกระบายออกสำเร็จ ชายหนุ่มสูดหายใจลึกดุจพ่นลมระบายก๊าซพิษ เงยหน้ามองยอดวิหารมหาเทพตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป เนตรมารทั้งสามชั้นฉายประกายกระหายเลือด


    เย่เฉินกระชับศัสตราในมือแน่น ชายหนุ่มตวัดลิ้นเลียคราบกรดบนมุมปากพลางเอ่ยเสียงเหี้ยม “ยังไม่พอ... ข้ายังต้องการน้ำย่อยอีกมาก”


    จากนั้น มัจจุราชจึงลากทัณฑ์ปฐพีชุ่มด้วยของเสียเน่าเฟะขึ้นบันไดต่อไป ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงกองทัพสวรรค์ถูกละลายจนแทบสูญพันธุ์ และทางเดินแห่งโคลนเลือดทอดยาวสู่ประตูวิหารมหาเทพเบื้องบน


    มวลพลังงานวิปลาสส่วนเกินถูกระบายออกไปจนเหือดแห้ง ทว่า... สังขารสีหมึกหาได้กลับคืนสู่สภาวะสมบูรณ์ไม่


    รอยร้าวสีแดงคล้ำทั่วกายหยาบยังคงปริอ้า โลหิตเดือดพล่านไหลซึมอาบชโลมสรีระดุจลาวาราดรดรูปปั้นหิน ชายหนุ่มหอบหายใจหนักหน่วง ทุกลมหายใจพ่นควันกำมะถันผสมไอความร้อนทะลวงมวลอากาศ มัจจุราชลากสังขารปริแตกก้าวขึ้นบันไดขั้นสุดท้าย


    เบื้องหน้าคือบานประตูทองคำยักษ์สูงเสียดฟ้า เยื่อบุข่ายเส้นเอ็นสีทองบนผิวโลหะยังคงเต้นตุบดุจมีชีวิต ทว่าเมื่อมฤตยูก้าวประชิด เส้นใยสวรรค์เหล่านั้นกลับเริ่มหดตัวและบิดเบี้ยว เตาหลอมวิปลาสในทรวงอกเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ


    ตึก... ตึก... ตึก...


    ทันใดนั้น ทารกวิรูปหยุดดิ้นพล่านกะทันหัน ก้อนเนื้ออเวจีหันหน้าขึ้นไปทางวิหารมหาเทพ มันมิได้แสดงอาการหิวโหยอีกต่อไป ทว่ามันกำลังหวาดกลัวขั้นสูงสุด! สัณฐานวิปลาสสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันฝังเขี้ยวเกาะแน่นกับกระดูกสันหลังมัจจุราช พยายามมุดซ่อนตัวดุจปรสิตหวาดผวาสัตว์นักล่า กังวานสะอื้นครางหงิงๆ ดังลอดออกมาจากปากไร้รูปทรง


    เย่เฉินหรี่ดวงตาลง ภายในวิหารเบื้องหน้า... มีบางสิ่งแอบซ่อนอยู่ บางสิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณผู้ล่าในสรีระให้ตื่นตัว มันไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความหิว แต่เป็นสัญชาตญาณเตือนภัยยามพบเจอเหยื่ออันตรายระดับกัดคอหอยกลับได้


    เย่เฉินยกฝ่ามืออาบโลหิตสีหมึกขึ้นช้าๆ ชายหนุ่มประทับฝ่ามือลงบนบานประตูทองคำ


    ฉ่าาาา!


    น้ำย่อยวิปลาสกัดกร่อนผิวโลหะศักดิ์สิทธิ์ทันที ทว่าครานี้ บานประตูหาได้ยอมจำนนง่ายดายไม่ กังวานเก่าแก่ดังกึกก้องออกมาจากส่วนลึกวิหาร เปลือกทองคำลอกคราบออก เผยให้เห็นชั้นไขมันและข่ายกล้ามเนื้อเต้นตุบอยู่ภายใน! บานประตูนี้แท้จริงคือลิ้นปิดเปิดกระเพาะของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์!


    วูมมมมม!


    เมือกน้ำเหลืองสวรรค์ความดันสูงปะทุทะลักออกจากรอยแยกประตูต้านทานไอกรดดุจระบบภูมิคุ้มกัน! คลื่นของเหลวเดือดจัดพุ่งเข้าปะทะสังขารมัจจุราชอย่างรุนแรง


    เปรี้ยง!


    ร่างสีหมึกถูกผลักถอยหลังไปสามก้าว เนื้อบริเวณทรวงอกไหม้เกรียม เกล็ดมารละลายส่งกลิ่นเหม็นไหม้ ทว่าเย่เฉินกลับแผดกังวานหัวเราะคลุ้มคลั่ง


    ดวงตาสามชั้นส่องประกายอำมหิต เพราะหลังม่านเมือกนั้น เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมแท้จริง กลิ่นของ 'แก่นสัจธรรมเร่งการย่อยสลาย' เข้มข้นยิ่งกว่าทวยเทพทั้งนครรวมกัน!


    เย่เฉินคำรามลั่น ชายหนุ่มออกแรงผลักประตูกายวิภาคอีกครั้งพลางประกาศิตเสียงเหี้ยม “จานหลักของข้า... จงเปิดเปลือยแก่นชีวิตออกมาให้ข้าขย้ำเสียดีๆ!”


    ข่ายเส้นเอ็นทั่วร่างปริแตก กระดูกลั่นดังกร๊อบ โลหิตทะลักออกจากทุกบาดแผล ทว่าฝ่ามือสีหมึกยังคงดันทุรนทุรายต่อไป


    ครืนนนนน... เอี๊ยดดดดด...


    บานประตูเนื้อเยื่อเริ่มเปิดอ้าออกทีละน้อย โถงวิหารกว้างใหญ่ไพศาลปราศจากการตกแต่งโอ่อ่า ผนังวิหารปกคลุมด้วยข่ายเส้นเอ็นสีทอง มีน้ำย่อยสวรรค์ไหลซึมตามพื้น ในวินาทีนั้นเอง... ภายในวิหารมหาเทพ กังวานบีบรัดตัวของก้อนเนื้อขนาดยักษ์พลันดังก้องขึ้น


    ครืด... ครืด... ครืด...


    เป็นเพียงกังวานแผ่วเบา ทว่ากลับบดขยี้ทะเลวิญญาณชายหนุ่มจนสั่นสะเทือน เตาหลอมวิปลาสชะงักงันไปหนึ่งจังหวะ แสงสว่างภายในวิหารค่อยๆ เผยให้เห็นเงาร่างมหึมาบนบัลลังก์ศิลา สายสะดือนับล้านเส้นเชื่อมต่อสรีระสิ่งมีชีวิตนั้นเข้ากับพื้นวิหาร เพื่อสูบกินพลังงานทวีปเบื้องบน แม้มองไม่เห็นใบหน้า ทว่าแรงกดดันกลับหนักอึ้งดุจภูเขาหมื่นลูกทับลงบนสวรรค์ทั้งผืน


    เย่เฉินประจักษ์แจ้งสัจธรรมทันที เจ้าของกังวานนั้น ตื่นขึ้นแล้ว


    ชายหนุ่มแสยะยิ้มเปื้อนเลือด ขณะรอยร้าวทั่วร่างยังคงขยายตัวไม่หยุด เย่เฉินกระตุกโซ่กระดูกบนท่อนแขนซ้ายพลางกล่าวสำเนียงแหบพร่าดุจกรดกัดเหล็ก “ในที่สุด... ก็พบแก่นสัจธรรมชั้นเลิศ... มาช่วยทะลวงตะกรันในกระเพาะข้าเสียที”


    เงาร่างบนบัลลังก์หยุดการบีบรัดตัวชั่วขณะ จากนั้น... กังวานหัวเราะต่ำลึกเก่าแก่ดุจถือกำเนิดก่อนฟ้าดิน คล้ายเสียงกระดูกนับหมื่นถูกบดเคี้ยว คล้ายเสียงน้ำย่อยในกระเพาะขนาดยักษ์กำลังเดือดพล่าน ค่อยๆ ดังสะท้อนออกมาจากส่วนลึกวิหาร


    มัจจุราชสีหมึกสัมผัสได้ถึงสัจธรรมข้อหนึ่งเป็นคราแรก อาหารมื้อนี้... อาจสูบกลืนเขาลงไปในกระเพาะของมันได้เช่นกัน!


    [จบตอนที่ 99]