บทที่ 65
เวลา 06.15 น.“อาจารย์ พี่ไกร วันนี้หนูขอตัวก่อนนะคะ.. ไม่ไหวแล้วจริงๆ” มีมี่กล่าวด้วยสภาพร่างกายที่อิดโรย แม้ว่าเสื้อผ้าชุดเกราะจะไม่มีรอยฉีกขาดก็ตาม แต่สภาพตามผิวหนังต่างก็เต็มไปด้วยคราบฝุ่นคราบโคลนเกาะติดอยู่เต็มไปหมด“นี่คุณมีมี่ อย่าลืมที่ผมบอกล่ะ ให้พ่อของเธอเข้าร่วมกับตระกูลหลินนะ อยู่ข้างนอกแล้วเธอยังจะเรียกผมว่าอาจารย์อยู่อีก สงสัยต้องจับมาฝึกใหม่แล้วมั้ง” ไอซ์กล่าวขึ้นเพื่อไม่ให้มีมี่ลืมสิ่งที่เขาบอกกล่าวไปก่อนหน้านี้“..เออ ใจเย็นๆนะคะ คุณไอซ์ มี่ทราบแล้วค่ะ..” เธอหน้าซีดเลยทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ไอซ์กล่าว ไอซ์ที่เห็นอย่างนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมา หลังจากที่ทั้งสามคนอยู่ด้วยกันทั้งคืนเขาต้องยอมรับเลยว่ามีมี่เป็นผู้ใหญ่แค่เพียงภายนอก ในใจของเธอยังคงเป็นเด็ก ยังคงเป็นคุณหนูที่เอาแต่ใจอยู่ การแกล้งเล็กๆน้อยๆถือเป็นสีสันในการฝึก“ก็พอเข้าใจอยู่หรอก ว่าแต่เธอจะกลับยังไงล่ะมี่..” เกียรติไกรกล่าวถาม เพียงแค่คืนเดียวพวกเขาดูเหมือนจะสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิม และมันก็เป็นคืนที่พวกเขาทั้งสองทรมานทั้งร่างกายทั้งจิตใจมากจริงๆ“เอ้า เกียรติไกรนายไม่รู้เหรอว่ามี่เธอจะต้องวิ่งกลับบ้านน่ะ..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับหันไปทางเธอ“พี่ไกร คนที่บ้านรอรับมี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ใครจะไปคิดว่าคนแถวนี้จะใจร้ายใจดำให้เราลงดันเจี้ยนกันทั้งคืน ไม่พอตอนออกมายังจะมี่วิ่งกลับบ้านอีก พี่ไกรดูสิ...มี่ไม่คิดเลยว่าคุณไอซ์จะโหดร้ายกับมี่มากขนาดนี้.. ”ทุกครั้งที่เธอมองหน้าของไอซ์ก็จะนึกถึงการฝึกฝนที่ต้องเจอกับความทรหด เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายนับไม่ถ้วน ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เกาแก้มของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองที่เกียรติไกร เธอก้มหัวลาไอซ์กับพี่ไกรเล็กน้อยก่อนจะสะบัดหน้าวิ่งออกไปทันที“โหดร้าย?... นายไม่ได้คิดอย่างนั้นใช่ไหมเกียรติไกร..” ไอซ์กล่าวถามกับเกียรติไกร“จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรกันล่ะครับคุณไอซ์ แต่ว่า..ถ้าจะฝึกอย่างนี้ขอเป็นนานๆครั้งนะครับ” เกียรติไกรกล่าว ตอนนี้พวกเขาแทบจะกอดคอเป็นเหมือนพี่น้องกันได้เลย แต่เกียรติไกรก็ยังไม่ลืมสถานะของตัวเองเช่นกัน จึงตอบกลับไปอย่างสุภาพ“น่าเสียดายจัง.. ผมกะว่าจะจัดฝึกอีกในคืนนี้นะเนี้ย..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับอาการหน้าซีดเซียวของเกียรติไกร น้ำลายเหนียวๆถูกกลืนลงไป และจินตนาการถึงคืนนี้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไอซ์แอบหัวเราะอยู่ในใจกับภาพที่เห็นก่อนจะตบบ่าของเกียรติไกรไปเบาๆ“ล้อเล่นน่า.. ยังไงพวกคุณก็แข็งแกร่งกันแล้วนี่ จากนี้ก็ขยันลงดันเจี้ยนกันหน่อยละกัน อย่างที่ผมบอกอย่าลงดันเจี้ยนเกินชั้นที่ 40 นัดกับมีมี่ลงกันเองนะ หลังจากนี้ผมจะไม่ว่างเท่าไรแล้ว... แต่ว่าภายในอาทิตย์หน้า หากว่าพวกคุณไม่มีการพัฒนาการที่ดี ผมคงจะต้องคิดใหม่เรื่องการฝึก”ไอซ์กล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม เกียรติไกรถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในประโยคแรก แต่เมื่อเขาพูดเงื่อนไขข้อแม้ที่เรียกว่า ‘แต่’ อันนี้แหละที่น่ากลัว น้ำลายเหนียวที่ไม่มีให้กลืนแล้ว เขาได้แต่ตัวสั่นๆ และกลืนอากาศลงท้องไปอย่างช่วยไม่ได้“แน่นอนครับคุณไอซ์.. ผมกับน้องมีมี่จะขยันลงดันเจี้ยนให้ได้ตามเป้าหมายของคุณแน่นอนครับ”เกียรติไกรกล่าว ไอซ์ที่ได้ยินก็พยักหน้าอย่างพอใจกับคำตอบ แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง เสียงที่ไอซ์ไม่คุ้นเคยเลยก็ดังขึ้น มันมาจากทางเข้าดันเจี้ยน เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง ไอซ์หันไปมองตามเสียงนั้นเพราะมันดังพอประมาณ แถมเวลานี้คนที่หน้าสถานีดันเจี้ยนก็น้อยเอามากๆด้วย“ที่รักคะ...” ผู้หญิงคนนั้นกล่าวออกมา หน้าตาของเธอสะสวยราวกับนางแบบ สีหน้าของเธอแสดงถึงความกังวลใจ กระวนกระวายเอามากๆ และยังไม่พอดูเหมือนว่าเธอกำลังตั้งครรภ์เด็กตัวน้อยอยู่ด้วย“ที่รักมาได้ยังไงครับเนี่ย..” เกียรติไกรที่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็รีบหันมามอง และเดินเข้าไปหาเธอในทันที ไอซ์เข้าใจได้ในทันทีว่าเธอคนี้คือภรรยาของเกียรติไกรนั่นเอง“ที่รักทำไมสภาพของคุณถึงได้เป็นอย่างนี้คะ..” หญิงสาววิ่งเข้ามาหาสามีของตัวเอง ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดที่ใบหน้าของเขาด้วยความเป็นห่วง“ผมลงดันเจี้ยนกับเจ้านายมาครับ แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะ ทำไมไม่รอผมที่บ้าน แล้วมาตั้งแต่กี่โมงแล้วครับเนี่ย” เกียรติไกรสำรวจภรรยา ก่อนจะตั้งคำถามกับเธอมากมายเช่นกัน“ก็คุณเล่นไม่บอกอะไรปิ่นเลยนี่คะ ปิ่นตื่นมาตอนเช้าก็ไม่เจอคุณ เลยเป็นห่วงคุณน่ะค่ะ ปิ่นติดต่อคุณไม่ได้เลยก็เลยมาที่นี่ เพราะข้อความสุดท้ายที่คุณส่งมา บอกเพียงแค่ว่ากำลังจะไปดันเจี้ยน..” ‘ปิ่น’ ภรรยาสาวของเกียรติไกรกล่าวตอบกับเขา เธอไม่สนใจเลยว่าสามีจะตัวเปื้อนสักแค่ไหน เธอเข้าซบที่อกของเกียรติไกรทันที“..มันด่วนมากน่ะครับ ตอนแรกผมไม่คิดว่ามันจะใช้เวลานานมากขนาดนี้ก็เลยไม่ได้โทรบอกก่อน ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณเป็นห่วง..” เกียรติไกรกล่าวพร้อมกับลูบหลังของเธออย่างเบามือ“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณปลอดภัย ปิ่นก็ดีใจแล้วค่ะ..” ทั้งสองสวมกอดกันอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะนึกได้ว่าเจ้านายอย่างเป็นทางการของเขายังคงอยู่ที่นี่ด้วย“จริงสิครับ.. ผมขอแนะนำให้คุณรู้จัก ท่านนี้คือคุณอนุวัฒน์ ท่านเป็นเจ้านายของผม.. คุณไอซ์ครับ นี่คือปิ่น ภรรยาของผมเองครับ..” เกียรติไกรกล่าวแนะนำทั้งสองให้รู้จักกันเล็กน้อย ปิ่นมองไปที่ไอซ์ที่เป็นเด็กหนุ่มด้วยความสับสน เพราะดูยังไงเขาก็น่าจะเป็นแค่เพียงนักเรียน นักศึกษาอยู่ ทำไมสามีของเธอถึงทำงานให้กับเด็กหนุ่มคนนี้ แต่เมื่อเห็นว่าสามีให้เกียรติเขามากขนาดนี้ เธอก็ต้องสุภาพเอาไว้ก่อน“สวัสดีค่ะคุณอนุวัฒน์..” เธอกล่าวทักทายเพียงเท่านั้น เพราะเธอยังไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรต่อ“สวัสดีเช่นกันครับคุณปิ่น.. เรียกผมว่าไอซ์เหมือนกับคุณเกียรติไกรก็ได้ หลังจากนี้เราน่าจะได้เจอกันบ่อยขึ้น และน่าจะอยู่ด้วยกันไปอีกนานเลยทีเดียว.. ก่อนอื่นผมต้องขอโทษที่เอาตัวสามีของคุณเข้าไปในดันเจี้ยนกลางค่ำกลางคืนอย่างนี้” ไอซ์กล่าวพร้อมกับก้มหัวขอโทษเธออย่างสุภาพ“ไม่เป็นไรค่ะคุณอนุวัฒน์ ปิ่นเข้าใจว่าเขาต้องทำงานให้ดี..” เธอประหม่าเล็กน้อยที่ไอซ์ทำตัวอย่างนี้กับเธอ มือสองข้างโบกอย่างลนลานแสดงถึงอาการอย่างชัดเจน“สามีของคุณทำงานให้ผมได้ดีมากครับ.. ผมจะบอกความลับให้เอาไหมครับ” ไอซ์กล่าวออกมาก่อนจะป้องมือทำท่ากระซิบกับปิ่น เกียรติไกรที่เห็นอย่างนั้นก็ตกใจเล็กน้อย เขาพยายามนึกว่ามีเรื่องอะไรที่ไม่ได้บอกภรรยาหรือเปล่า ปิ่นที่เห็นสามีออกท่าออกทางก็เริ่มสงสัยขึ้นมา“ผมเพิ่งโอนโบนัสให้เขาไป 20 ล้านบาทนะครับ อืมๆๆ” ไอซ์กล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างขี้เล่น“..เอ๊ะ!! 20 ล้านเลยเหรอคะ..” ปิ่นกล่าวออกมาอย่างตกใจ เธอเอามือป้องปากเอาไว้ เกียรติไกรที่เพิ่งจะนึกออกก็ตกใจไม่น้อย เหงื่อเย็นๆเริ่มไหลออกมาเป็นทาง น้ำเสียงอ้ำๆอึ้งๆอยู่ในลำคอ“เออ..คือ.. ผมมัวแต่ยุ่งๆเลยยังไม่ได้บอกคุณน่ะครับ แฮ่ๆ..” เกียรติไกรกล่าวพร้อมกับเกาหัวแห้งๆของตัวเองไปด้วย ปิ่นมองไปที่ตาของสามีก่อนจะยิ้มออกมา“..เงินนั้นคุณเป็นคนหามามันก็ต้องเป็นของคุณสิคะ แต่ว่า..” เกียรติไกรรอลุ้นกับไอ้คำเงื่อนไขนี่ตลอด ทำไมทุกคนจะต้องพูด ‘แต่ว่า’ ต่อท้ายด้วย มันทำให้หัวใจของเขามันอยู่ไม่สุขจริงๆ..