เมื่อทุกคนเห็นดังนั้นต่างก็รีบมองตามนิ้วที่เขาชี้ไปทันที
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือข้างซากของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณที่เพิ่งถูกทุกคนรุมโค่นลงได้นั้นมีไอเทมสิบกว่าชิ้นที่เปล่งแสงสีต่างกันออกไปกำลังทอประกายระยิบระยับอยู่ภายใต้แสงจันทร์
และในบรรดาไอเทมเหล่านั้นมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่เปล่งแสงสีทองเจิดจ้าจนยากที่จะละสายตาไปได้
“สุดยอด ดรอปอุปกรณ์จริงๆ ด้วย!”
เมื่อเห็นภาพนี้ลู่เซิ่งก็ตาเป็นประกาย เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันเมื่อผู้ใช้อาชีพรวมกลุ่มกันเก็บเลเวลอุปกรณ์ที่ดรอปจากบอสจะปรากฏขึ้นข้างซากศพโดยตรงเพื่อให้สมาชิกในทีมปรึกษาและแบ่งปันกัน
ในตอนนั้นเองเฉาอวี่ก็ก้าวล้ำไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เขาหยิบไอเทมปริศนาที่เปล่งแสงสีทองขึ้นมาก่อนจะเพ่งมองดูรายละเอียด
[ไม้เท้ากระดูกมังกร]
[ประเภท: ไม้เท้าสองมือ]
[สติปัญญา +65]
[ความทนทาน +45]
[จิตวิญญาณ +25]
[เลเวลที่ต้องการ: 100]
[ระดับ: ทอง]
...ไม้เท้าที่มีรูปลักษณ์ประหลาดชิ้นนี้ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนกระดูกในจุดที่มิอาจเอ่ยถึงของไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณ!
............
“เฮ้ย! นี่เป็น ‘ไม้เท้าสองมือ’ ระดับทองเลยเหรอเนี่ย ค่าสถานะสูงชะมัด!”
เฉาอวี่มองดู‘ไม้เท้ากระดูกมังกร’ ในมือพลางสบถออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ฮ่าๆ คราวนี้รวยเละแล้ว!”
สวี่ซาซาเองก็ตื่นเต้นจนใบหน้าเล็กๆนั้นแดงก่ำ
“อะไรนะ? ระดับทองเหรอ?”
แม้แต่หลี่ว์อันหลังจากที่ได้เห็นค่าสถานะของ ‘ไม้เท้ากระดูกมังกร’ดวงตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะฉายแววความโลภออกมาอย่างปิดไม่มิด
แน่นอนว่าไม่แปลกที่พวกเขาจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้
ต้องรู้ก่อนว่าบนดาวสีน้ำเงินทุกวันนี้อุปกรณ์โดดเด่นส่วนใหญ่จะพบได้ในดันเจี้ยนโหมดนรกขึ้นไปเท่านั้นโอกาสที่จะดรอปตามธรรมชาตินั้นแทบเป็นศูนย์เรียกได้ว่าหาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
ถึงแม้‘ไม้เท้ากระดูกมังกร’ ชิ้นนี้จะไม่มีออฟชั่นเสริมติดมาด้วย
แต่ค่าสถานะแต่ละอย่างของมันกลับเหมาะสมกับสายเวทอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะค่าสติปัญญาที่เพิ่มขึ้นมาถึง65หน่วย
แถมรูปลักษณ์ของ‘ไม้เท้า’ ชิ้นนี้ยังดูเท่มากสรุปโดยรวมแล้วก็นับว่าเป็นไอเทมชั้นยอดที่หาได้ยากชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว
“ลู่เซิ่ง บอสตัวนี้นายเป็นคนกำจัด อุปกรณ์ที่ดรอปมาก็ควรจะเป็นของนายนะ”
ตอนนั้นเองเฉาอวี่ก็ถือไม้เท้าวิ่งหน้าตั้งเข้าไปหาลู่เซิ่งและส่งไม้เท้าในมือให้เขาอย่างไม่ลังเล
ลู่เซิ่งไม่ได้ปฏิเสธเขารับไม้เท้ามาแล้วหันไปพูดกับสวี่ซาซาว่า “ซาซาเธอเป็นนักบวช ไม้เท้าอันนี้เหมาะกับเธอพอดี”
พูดจบเขาก็ไม่สนว่าสวี่ซาซาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรจัดการยัดไม้เท้าในมือใส่อ้อมกอดของสวี่ซาซาทันที
“แบบนั้นได้ยังไงกัน... ของมันล้ำค่าเกินไป...”
สวี่ซาซาตกใจจนทำอะไรไม่ถูกตั้งท่าจะปฏิเสธตามสัญชาตญาณ แต่ลู่เซิ่งก็ยกมือขึ้นมาห้ามไว้
“ครั้งนี้ถ้าไม่มีเธอคอยรักษาให้ลำพังแค่ฉันคนเดียวก็ฆ่าเจ้าไดโนเสาร์กินเนื้อโบราณนั่นไม่ได้หรอกเพราะงั้นไม้เท้านี้ต้องเป็นส่วนของเธออยู่แล้ว”
“แต่... แต่ว่า...”
สวี่ซาซายังพยายามจะค้าน
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง
“เดี๋ยวก่อน! ฉันเองก็เป็นสายเวทเหมือนกันไม้เท้านี้ก็มีประโยชน์กับฉันเหมือนกัน ทำไมไม่ถามความเห็นฉันบ้าง?”
เมื่อเห็นว่า‘ไม้เท้ากระดูกมังกร’ มีค่าสถานะยอดเยี่ยมขนาดนี้หลี่ว์อันที่อยู่ข้างๆ ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเดินออกมาตะโกนเสียงดัง
แต่คำพูดนี้ถ้าไม่พูดออกมายังจะดีเสียกว่าเพราะทันทีที่หลุดปาก ลู่เซิ่งก็แทบจะไม่ต้องเสียเวลาคิด หันไปด่ากลับทันควัน
“ไปตายยซะไป๊ ไอ้หน้าตัวเมีย!”
“แก!”
อึก!
หลี่ว์อันรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกแทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโมโห
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับลู่เซิ่งเขาก็ไม่กล้าใช้กำลัง เพราะรู้ดีว่าสู้ไม่ได้แน่
ด้วยความจนปัญญาหลี่ว์อันจึงเปลี่ยนเป้าหมาย หันไปข่มขู่สวี่ซาซาและเฉาอวี่ด้วยน้ำเสียงอำมหิตแทน“สวี่ซาซา! เฉาอวี่!ฉันว่าพวกเธอคงไม่อยากกลับเมืองกวางอันแล้วใช่ไหม”
“เรื่องนั้น...”
ทันทีที่ได้ยินคำนี้สีหน้าของสวี่ซาซาและเฉาอวี่ก็เปลี่ยนไปทันที
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ลู่เซิ่งก็เลิกคิ้วขึ้นแล้วถามย้ำว่า “อ้าว?พวกเธอเป็นอะไรไป?”
“เปล่า... ไม่มีอะไร!”
สวี่ซาซายิ้มแห้งๆพลางส่ายหัว ก่อนจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมลู่เซิ่งว่า “หรือว่าไม้เท้าอันนี้ให้หลี่ว์อันไปเถอะ”
“อะไรนะ? ให้มันเหรอ?”
ลู่เซิ่งขมวดคิ้วมุ่นทันทีเขาโพล่งออกมาอย่างไม่เสียเวลาคิด “ต่อให้ฉันเอาไม้เท้านี่ไปใช้แทนฟืนก็ไม่มีวันให้ไอ้โง่นั่นเด็ดขาด!”
“ลู่เซิ่ง นายยังไม่รู้อะไร”
เฉาอวี่เห็นท่าไม่ดีรีบดึงแขนเสื้อเขาแล้วกระซิบข้างหูด้วยเสียงเบาหวิว “เบื้องหลังของหลี่ว์อันไม่ธรรมดาพี่ชายของเขา ‘หลี่ว์เฉวียน’ คืออาชีพลับ‘ดาบเทพเสียดฟ้า’ ที่หาได้ยากในรอบร้อยปีของเมืองกวางอันพลังรบแข็งแกร่งมหาศาลมาก”
พูดถึงตรงนี้เขาก็ดูเหมือนจะกลัวว่าลู่เซิ่งยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของเรื่องจึงเสริมต่อว่า “แถมเมื่อสิบปีก่อน สถาบันจิงหลงซึ่งเป็นสถาบันฝึกตนระดับท็อปของประเทศเสินเซี่ยยังรับเขาเข้าเรียนด้วยถ้าเราไปหาเรื่องเขา ฉันกลัวว่าจากนี้เราจะกลับบ้านไม่ได้”
“หา? มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”
ลู่เซิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดคิดว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ยุ่งยากซับซ้อนเช่นนี้
“เป็นไงล่ะ? กลัวแล้วใช่ไหม”
ทางด้านหลี่ว์อันเมื่อเห็นลู่เซิ่งเริ่มลังเล เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายกลัวเข้าให้แล้วจึงตะโกนออกมาอย่างได้ใจว่า “ถ้ากลัวก็รีบเอาไม้เท้ามาประเคนให้ฉันซะดีๆไม่อย่างนั้นฉันจะให้พี่ชายฉัน...”
เขายังพูดไม่ทันจบ!
เพียะ!!
อั่ก...
พร้อมกับเสียงตบหน้าอันดังสนั่นร่างของหลี่ว์อันก็ลอยละลิ่วไปกลางอากาศเหมือนว่าวสายป่านขาดก่อนจะตกลงกระแทกพงหญ้าที่ห่างออกไปสิบกว่าเมตรอย่างแรงใบหน้าข้างหนึ่งบวมฉึ่งกลายเป็นหน้าหมูไปในทันที!