ผมนั่งอยู่ในรถอย่างเหม่อลอย สายตาจ้องไปยังประตูทางเข้าโรงแรมหรูที่ผู้คนเดินเข้าออกเป็นระยะ
เสียงเครื่องปรับอากาศดังเบา ๆ เคล้าไปกับเสียงนาฬิกาที่ผมเหลือบมองเป็นระยะ
ยี่สิบนาทีแล้ว
ผมถอนหายใจเบา ๆ พลางเคาะพวงมาลัยไปมา ความคิดเริ่มวกวนอยู่ในหัว
“ตาแก่บ้าผู้หญิงนั่น...อย่าบอกนะว่าสุขสำราญจนลืมหน้าที่ของตัวเองไปแล้ว”
ริมฝีปากผมยกขึ้นนิด ๆ อย่างหงุดหงิดปนขำ ก่อนจะเอนตัวพิงเบาะ สายตายังคงจับจ้องไปที่ประตูบานเดิมอย่างไม่วางตา
จนในที่สุด ผอ. ก็เดินออกมาพร้อมกลุ่มของเขา แต่หญิงสาวทั้งสองเมื่อตอนนั้นหายไปแล้ว
เขาบอกลาคนเหล่านั้นก่อนจะหันซ้ายหันขวามองหารถของตัวเอง
เขามองหาอยู่ไม่นานผมก็เคลื่อนรถเข้าไปจอดตรงหน้าเขาแล้ว เขาเปิดประตูรถขึ้นมานั่ง ทันทีที่ก้นติดกับเบาะ เขาก็เอ่ยว่า “ออกรถได้เลย”
เมื่อสิ้นเสียงของเขา ผมก็เหยียบคันเร่ง เคลื่อนรถออกจากลานจอดทันที จุดหมายปลายทาง โรงพยาบาลในเครือของ บางกอกวิทยา สาขาศาลายา
เสียงเครื่องยนต์ดังสม่ำเสมอ ตลอดเส้นทางสายหลักที่รถราวิ่งขวักไขว่ ผมเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง
ผ่านไปเพียงสิบกว่านาที รถของผมก็ค่อย ๆ ชะลอ ก่อนเลี้ยวเข้ามายังประตูทางเข้าของโรงพยาบาล
ผมเคลื่อนรถไว้ตรงจุดรับส่งคนไข้ชั่วคราว แต่ก่อนที่รถจะจอดสนิท เสียงส้นรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนก็ดังขึ้นแผ่ว ๆ
หญิงสาวสวมสูทสีดำเข้ารูป ผมยาวรวบตึงอย่างเรียบร้อย คนเดิมที่ผมเคยเห็นมาก่อนหน้านี้ เดินตรงเข้ามาหารถ
เธอไม่รอให้เครื่องยนต์ดับดีด้วยซ้ำ มือเรียวยาวเอื้อมไปเปิดประตูให้ ผอ. ธนกฤต อย่างรวดเร็ว ในมืออีกข้างถือแฟ้มเอกสารหนา ใบหน้าไม่ปรากฏรอยยิ้มแสดงเพียงใบหน้านิ่ง
หลังจากที่พวกเขาเข้าประตูไปแล้ว ผมก็เคลื่อนรถไปจอดที่ลานจอด และเมื่อเครื่องยนต์ดับสนิท จอโปร่งแสงก็ปรากฏข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา
ติ๊ง...
[รับ-ส่งสำเร็จ คุณได้รับ 100,000 บาท]
ผมมองข้อความนั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะก่อนหน้านี้ผมก็รับทรัพย์มาเต็มๆ จากมะขิง ทำให้เงินจำนวนเท่านี้ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรอีกแล้ว
ผมเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง เวลาเกือบบ่ายสองแล้ว ในหัวเริ่มคิดว่าจะทำอะไรต่อไปดี ตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงครึ่งก่อนที่ ผอ. ธนกฤต จะเลิกงานตามกำหนดการที่ผมจำได้ขึ้นใจ
ผมถอนหายใจออกเบา ๆ พิงหัวกลับกับพนักเบาะ ปล่อยให้สายตาจ้องมองผ่านกระจกหน้าไปยังอาคารโรงพยาบาลที่ส่องแสงสะท้อนแดดจนแสบตา
“มีเวลาว่างอีกแล้ว...” ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะคิดต่อว่า จะใช้เวลานี้ทำอะไรดี
ผมใช้เวลาคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจได้ แล้วเดินลงจากรถไป ผมเดินตรงไปยังร้านคาเฟ่อเมซอนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โรงพยาบาล
ผมเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศภายในเงียบสงบ มีเสียงเพลงคลอเบา ๆ กลิ่นหอมของกาแฟคละเคล้ากับกลิ่นขนมอบใหม่ ลอยอบอวลอยู่ทั่วร้าน มีลูกค้าคนหนึ่งพึ่งเดินสวนผมออกไป ตอนนี้ร้านมีคนไม่มากนัก นอกจากพนักงานกับลูกค้าอีกคนที่กำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์
“ยินดีต้อนรับค่ะ ลูกค้ารับเป็นอะไรดีคะ?” พนักงานสาวเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
“อเมริกาโน่เย็นแก้วนึงครับ” ผมตอบพลางยิ้มบาง ๆ
แต่ทันใดนั้น เสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกันกับผม “อเมริกาโน่เย็นแก้วนึงค่ะ”
ผมหันไปตามเสียง ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เธอสวมชุดเดรสสีชมพูอ่อนทับด้วยเสื้อกาวน์ไม่ติดกระดุม ดูแล้วคงเป็นหมอของโรงพยาบาลแห่งนี้ ใบหน้าสวยคมและดูสุขุม เราทั้งคู่หันมาสบตากันโดยบังเอิญ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย ทั้งเพราะความเขินและความบังเอิญในเวลาเดียวกัน
ผมกับเธอไม่ได้พูดอะไรกันต่อ มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่แลกเปลี่ยนกันอย่างเงียบงัน จากนั้นผมก็เดินไปนั่งที่โต๊ะริมกระจก ซึ่งสามารถมองเห็นทางเข้าโรงพยาบาลได้พอดี ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็นั่งลงที่โต๊ะไม่ห่างจากผมมากนัก มุมของเธออยู่เยื้องไปเล็กน้อย พอให้มองเห็นกันได้โดยไม่ต้องตั้งใจนัก
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงพนักงานสาวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ “อเมริกาโน่เย็นของคุณผู้ชาย และของคุณหมอได้แล้วค่ะ”
ผมที่ได้ยินเสียงพนักงานเรียกก็ลุกขึ้นเกือบพร้อมกับเธอ แต่จังหวะนั้นเอง สายตาผมก็เหลือบไปเห็นชื่อที่ปักอยู่บนหน้าอกเสื้อของเธอ “พญ.อธิญา ทองแท่ง” ตัวอักษรสีฟ้าเข้มดูโดดเด่นบนเสื้อกาวน์สีขาวสะอาด
ผมกะพริบตาเล็กน้อย ก่อนจะสังเกตเห็นป้ายห้อยคอของเธอที่แกว่งเบา ๆ ระหว่างที่เธอเดินไปรับแก้วกาแฟจากพนักงาน
บนป้ายนั้นเขียนไว้ชัดเจน แพทย์ประจำบ้าน โรคผิวหนัง
จู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นวาบขึ้นมาในหัวผม ทองแท่ง... นามสกุลนี้คุ้นเกินไปที่จะเป็นเรื่องบังเอิญ ผมเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะก้มมองชื่อบนเสื้อกาวน์อีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ พญ.อธิญา ทองแท่ง
ใช่แน่...นามสกุลเดียวกับ ผอ.ธนกฤต
ผมหรี่ตาเล็กน้อย สมองเริ่มประมวลผลทันที จากข้อมูลในระบบ “อธิญา ทองแท่ง” คือชื่อของ ลูกสาวของ ผอ.ธนกฤต
ผมถอนหายใจเบา ๆ ...โลกกลมจริง ๆ แถมเธอยังสวยจนผมเผลอมองตาม
ผมหยุดยืนหลีกให้เธอเดินไปหยิบกาแฟก่อน เมื่อเธอรับแก้วจากพนักงานแล้วก็หันมายิ้มบาง ๆ ให้เป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะของเธอ
ผมเดินไปหยิบแก้วของตัวเองบ้าง แล้วกลับมานั่งที่โต๊ะเดิมตรงริมกระจก
หลังจากได้กาแฟแล้ว เธอไม่ได้รีบออกจากร้าน แต่กลับนั่งจิบกาแฟช้า ๆ ขณะเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ
ไม่นานราวสิบกว่านาที เธอก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินออกจากร้านไป ผมมองตามแผ่นหลังของเธอ สังเกตทุกท่วงท่า เธอดูเป็นคนนิ่ง ๆ ไม่รีบร้อน มีความสุภาพเรียบร้อย จากการสังเกตเพียงภายนอก หรือเธออาจจะเป็นเหมือนกับมะขิงก็ได้ ใครจะรู้
ผมผละสายตาจากอธิญาคนนั้น แล้วหันกลับมาที่แก้วกาแฟของตัวเอง แต่กลับตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นพนักงานสาวยืนอยู่ตรงข้าง ๆ เธอยังคงจ้องออกไปทางเดียวกับที่ผมเพิ่งมองเมื่อครู่
มือเรียวของเธอถือผ้าผืนเล็กกับสเปรย์ทำความสะอาด ราวกับกำลังเตรียมเช็ดโต๊ะที่คุณอธิญาเพิ่งลุกออกไป แต่สายตาของเธอกลับนิ่ง จับจ้องออกไปทางกระจก
ผมเงยตามสายตาไปก็พบว่า เธอกำลังมองอธิญาคนนั้นอยู่เช่นเดียวกับผม
ความรู้สึกแปลก ๆ ลอยขึ้นในใจ ทั้งผมและพนักงานสาวกำลังสังเกตคนเดียวกัน ไม่กี่วินาทีต่อมา พนักงานสาวหันมาสบตากับผมพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ
ผมยิ้มตอบกลับอย่างสุภาพ พลางสำรวจรูปลักษณ์ของเธอ เธอสวยน่ารักในแบบของตัวเอง มีความมั่นใจแฝงอยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้คนมองอย่างผมรู้สึกหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก
“มีอะไรรึเปล่าครับ” ผมถามพนักงานสาว หลังเห็นเธอยังคงยืนอยู่ใกล้ ๆ
“อ้อ...เปล่าค่ะ ตามสบายเลยนะคะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ก่อนจะขยับตัวเดินไปเช็ดโต๊ะข้าง ๆ
“ครับ” ผมตอบกลับสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แล้วหันกลับมามองแก้วกาแฟของตัวเองอีกครั้ง
แต่ไม่นาน พนักงานสาวก็เอ่ยขึ้นเสียงใสน่ารัก “คุณเป็นพนักงานใหม่ที่โรงพยาบาลนี้หรือคะ?”
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง คิดอยู่ว่าจะตอบอย่างไรดี ก่อนจะพูดออกไปเรียบ ๆ “เอ่อ...ผมเป็นคนขับรถให้ ผอ. ของโรงพยาบาลครับ”
เธอชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะ แล้วหันมามองผมตาโตเล็กน้อย “โอ๊ะ...ก็ว่าล่ะ ไม่เคยเห็นพนักงานหน้าตาดีแบบนี้มาก่อนเลย”
ผมหลุดยิ้มออกมาเบา ๆ กับคำพูดนั้น ทั้งน้ำเสียงและท่าทางของเธอดูจริงใจปนขี้เล่น จนบรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายขึ้นทันตา
“ไม่หรอกครับ...” ผมตอบพร้อมรอยยิ้มเขิน ๆ พลางหลบสายตาเล็กน้อย
“ฉันชื่อโฟร์ทนะ คุณชื่ออะไรเหรอคะ?” เธอถามต่อด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง แววตาดูอบอุ่น
ผมมองเธอสักพัก ก่อนจะยิ้มตอบกลับ “ผมชื่อวายุครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”
โฟร์ทพยักหน้าเบา ๆ แล้วยิ้มกว้าง “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”
จากท่าทีของเธอ ดูออกเลยว่าเป็นคนเข้ากับคนง่าย มีอัธยาศัยดี และไม่ถือตัวเลยสักนิด