ตอนที่ 118 เมื่อสามพันปีก่อน(3) ดวงตะวันแผดแสงแรงกล้าผืนดินแห้งแตกระแหง แต่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้วิหกสีชาดซึ่งมีความสูงกว่าร้อยเมตร แผ่นดินเบื้องหน้ายังคงร่มเย็นสบาย ในขณะนี้เองที่ปากถ้ำแห่งหนึ่ง ณ บริเวณส่วนลึกของป่าวิหกเพลิง กาติรัสค่อยๆ รู้สึกตัวและพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับถูกแผ่นเหล็กกดทับ เด็กหนุ่มคล้ายรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่อยู่ข้างหน้า จักรพรรดิพยายามเพ่งมองมันซึ่งเผยเป็นภาพที่เลือนลางนักในสายตาของเด็กหนุ่ม กาติรัสยกฝ่ามือข้างซ้ายขึ้นหมายสัมผัสมัน ทันทีที่นิ้วทั้งห้าจักรพรรดิแตะสัมผัสราวกับจะจมลงไปในปุยเมฆอันนุ่มนิ่ม หือ? ภายใต้ความอยากรู้อยากเห็นของเด็กหนุ่ม ภาพเบื้องหน้าของเขายังคงเลือนลางไม่ชัดเจน ถึงกระนั้น มันยังดีขึ้นกว่าเก่าก่อนมาก ภาพข้างหน้าเริ่มเผยให้เห็นรูปลักษณ์เป็นเนินสีขาวผ่องบริสุทธิ์ดุจหยกขาว สิ่งนั้นให้ความรู้สึกราวกับปุยนุ่นแต่กลับเพลิดเพลินยิ่งกว่า จักรพรรดิตัดสินใจที่จะจับมันอีกครั้ง เมื่อฝ่ามือซ้ายสัมผัสกับมัน เด็กหนุ่มเริ่มลูบคลำบริเวณโดยรอบซึ่งให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มดุจปุยเมฆปรากฏว่าสิ่งนั้นก็มีขนาดเช่นกันราวกับผลไม้ก้อนกลมขนาดเล็ก “อือ…อ๊า…” ลิเวียธ่าลืมตาตื่นขึ้น เด็กสาวรู้สึกเสียววาบทั่วทั้งร่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าอก ด้วยความที่หลับคอตกสายตาของนางจึงมองลงไปที่ขาทั้งสองข้างอย่างพอดิบพอดี เมื่อภาพเบื้องหน้าเด่นชัดขึ้น เผยให้เห็นกาติรัสที่กำลังนอนหนุนตักโดยมือซ้ายของเด็กหนุ่มกำลังลูบคลำหน้าอกของเธออยู่ แววตาทรนงของจักรพรรดิกลับเต็มไปด้วยความสงสัย ฉับพลันนั้น ใบหน้าของเด็กสาวคล้ายถูกจุ่มลงไปในถังสีแดง เพียะ! ฝ่ามือของลิเวียธ่าตบเข้าหน้าจักรพรรดิปรากฏรอยประทับสีแดงฉานห้ารอยนิ้วประดับหน้า ร่างของจักรพรรดิถึงกับกระเด็นกลิ้งไปบนโลกสามตลบ สีหน้าของเด็กสาวในยามนี้แดงสดราวกับลูกเชอร์รี่ นางสัมผัสหน้าอกตัวเองอย่างเบามือ ในขณะเดียวกัน เด็กสาวก็อดนึกถึงภาพที่เกิดขึ้นเมื่อสามลมหายใจที่แล้วมิได้ เมื่อคิดถึงมันแล้วนวลหน้างามล้ำผ่องบริสุทธิ์ดุจหยกขาวพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออีกครั้ง อาจเป็นเพราะความเขินอายของเด็กสาวจึงทำให้พลั้งมือออกไป แต่เมื่อสติของนางคืนกลับมา ดวงเนตรคมงามทั้งคู่กลับหลั่งน้ำตาเยียบเย็น “ฮือ…ฮือ…ฮือ…” น้ำตาเริ่มไหลรินอาบแก้มนวลงามอย่างเชื่องช้า หยดน้ำตานี้มาจากความรู้สึกหวาดกลัวและการถูกล่วงเกินอย่างไม่เต็มใจ สืบเนื่องมาจากเผ่าฟีนิกซ์นั้นถือเรื่องความบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก แม้แต่เด็กสาวที่มักถูกเกลียดชังจากผู้คนรอบข้างยังได้รับอิทธิพลมาด้วย ถึงกระนั้น นางกลับร้องไห้เพราะกลัวถูกฆ่าเสียมากกว่า กาติรัสแทบจะสลบไปในการตบเพียงครั้งเดียว หากนี้เป็นจักรพรรดิยามปกติ เด็กสาวคงไม่สามารถแม้แต่จะแตะต้องตัวของเขาได้ และเด็กหนุ่มคงสังหารนางในพริบตาด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัวที่น่าสะพรึง จักรพรรดิผู้สรรสร้างเติบโตมาในสงครามและสภาพแวดล้อมดุจขุมนรก การตอบโต้ศัตรูขณะที่เขาหลับจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ …ทว่า จักรพรรดิผู้นี้ยังโดนเด็กสาววัยเก้าขวบตบเข้าอย่างจัง ร่างกายที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานกลับรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ทำให้ใบหน้าของเขาชาไปทั่ว แววตาของกาติรัสเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงงัน อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มรับรู้ถึงข้อเท็จจริงนี้ดีที่สุด พลังของเขาถูกผนึกโดยจิตวิญญาณที่เฝ้าปกป้องหยดน้ำตาของเทพีสวรรค์ ซึ่งดวงวิญญาณนั้นก็คือเศษเสี้ยวพลังของเทพีสวรรค์นั่นเอง ไม่เกินเลยที่จะกล่าวว่า จักรพรรดิที่ทรงพลังที่สุดบนโลกต้นกำเนิด ช่วงเวลานี้มิต่างอันใดไปจากปุถุชนสามัญธรรมดา แม้กระทั่งท่าท้าวที่รวดเร็วดุจฉีกมิติยังหลงเหลือไว้เพียงความเร็วปกติดั่งสามัญชนทั่วไป แท้จริงแล้วภายในถ้ำกลับเป็นที่ดำรงอยู่ของหยดน้ำตาเทพีสวรรค์ สิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคงเป็นการดำรงอยู่ของเศษเสี้ยววิญญาณของมัน ใครจะคาดคิดกันละว่าเพียงเศษเสี้ยวพลังของเทพีสวรรค์ ยังมากพอจะบดขยี้จักรพรรดิที่สิ่งมีชีวิตทั่วทั้งโลกหวาดกลัวเพียงการกระพริบตา… เรื่องราวนี้ราวกับฝันอันเพ้อเจ้อ หากนำไปเล่าให้เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าชั้นแนวหน้าของโลกฟัง พวกมันคงหัวเราะจนกรามค้าง เรื่องนี้นับว่าน่าเหลวไหลที่สุด!! จักรพรรดิผู้สรรสร้างในสายตาของพวกมันดุจเทพปีศาจในตำนานที่ไม่สามารถต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย แล้วเจ้ากำลังพูดอะไร? มีบางสิ่งที่เพียงแค่กระพริบตาก็สามารถบดขยี้มันได้เลยงั้นหรือ? เหลวไหลที่สุด!! หากเจ้าพูดว่าผีในขุมนรกที่ลึกที่สุดจะได้ขึ้นสวรรค์ยังน่าเชื่อถือยิ่งกว่า!! อาจเพราะถูกฝ่ามือของลิเวียธ่าตบ เด็กหนุ่มจึงคืนสติครบสมบูรณ์ ทัศนียภาพที่ตนเเองเห็นพลันเด่นชัดขึ้นดังเดิม เด็กหนุ่มมองค้างอยู่ที่ลิเวียธ่าพักหนึ่งก่อนจะเคลื่อนสายตาไปทางถ้ำที่มอบบาดแผลให้กับเขาเอาไว้ “ข้าทุ่มสุดกำลังยังทำร้ายมันได้เพียงสิบเจ็ดในพันส่วน…” กาติรัสกล่าวพลางนึกถึงการต่อสู้ของเขากับเศษเสี้ยวพลังเทพีสวรรค์ แทบจะจินตนาการถึงพลังที่เทพีสวรรค์ครอบครองไม่ออกเลย เขามีโอกาสแค่พริบตาเดียวเท่านั้นที่จะทำร้ายเทพีสวรรค์ และนั่นสร้างความเสียหายได้เพียงสิบเจ็ดในพันส่วน “เทพเจ้า…” ท้ายที่สุด กาติรัสก็เคลื่อนสายตามองไปทางลิเวียธ่า สาวน้อยอยู่ในท่านั่งเข่าชิดติดกัน หยดน้ำตาของดรุณีน้อยไหลหยดใส่ต้นขางามทีละหยด เด็กหนุ่มยืนขึ้นก่อนเดินเข้าหานางด้วยท่าทางสะบักสะบอม ทันทีที่กาติรัสยืนอยู่เบื้องหน้าของนาง เด็กสาวแหงนศีรษะขึ้นอย่างเชื่องช้าเผยแววตาดุจดารามณีอันพร่ามัวเนื่องจากน้ำตากำลังจับจ้องเขา ดวงตาคือหน้าต่างของจิตใจ แววตานั้นราวกับกำลังอ้อนวอนร้องหาความเป็นธรรมและอ้อนวอนร้องขอชีวิต… “ฮือ…อย่าฆ่าข้าเลยนะคะ…ฮือ…” ลิเวียธ่าเอ่ยเสียงสะอื้น นางทั้งหวาดกลัวทั้งหดหู่ใจ “เจ้าช่วยข้าทำไม…” กาติรัสเอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงเย็นชา ใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์จับจ้องอิสตรีเบื้องหน้า จักรพรรดิรับรู้ร่างกายสภาพหลังต่อสู้กับเศษเสี้ยวพลังเทพีสวรรค์เป็นอย่างดี มันสาหัสยิ่งกว่าตอนนี้อย่างมาก เนื่องด้วยพลังถูกผนึกเอาไว้เป็นไปไม่ได้ที่ร่างกายของเขาจะฟื้นฟูด้วยตัวเอง นั่นหมายถึงมีใครบางคนยื่นมือมาช่วยเขาและตอนนี้คงมีเพียงแค่สตรีเบื้องหน้าเท่านั้น “ทะ…ท่าน …บาดเจ็บ …เราก็แค่อยากช่วย” สำหรับมุมมองของจักรพรรดินั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีเจตนาแอบแฝงสำหรับทุกการกระทำ นางจะต้องมีเจตนาบางอย่างเป็นแน่ ซึ่งแน่นอนที่สุด…มันต้องมีเป็นแน่ เพียงแค่นางมิได้กล่าวมันออกมาโดยตรง “เจ้าช่วยข้าทำไม” กาติรัสกล่าวย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและแววตาจริงจัง ถึงอย่างนั้น จักรพรรดิเป็นคนรู้คุณตอบแทนบุญคุณคน เขาไม่ลืมเด็ดขาดว่าเด็กสาวคนนี้ได้ช่วยตนเอาไว้ การเพ่งมองด้วยสายนี้ถึงไม่ได้แฝงด้วยเจตนาสังหารหรือกลิ่นอายน่ากลัวใดๆ มันราวกับแววตาของผู้เป็นแม่กำลังดุลูกของนาง ด้วยสายตาพิฆาตของกาติรัส ลิเวียธ่าสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างด้วยความรู้สึกเย็นเยียบ เด็กสาวเอื้อนเอ่ยทุกอย่างในส่วนลึกของจิตใจอย่างใจจริง “เราก็แค่อยากเป็นเพื่อน…” ทันทีที่เด็กสาวกล่าวจบนางปิดเปลือกตาที่เผยคราบน้ำตาแห้ง ขนตางอนยาวกระเพื่อมเล็กน้อย นางไม่กล้าสบตากับเขา เขาน่ากลัวเกินไป… “เพื่อน? ไร้สาระ…” กาติรัสรู้ซึ้งถึงเจตนาของนางแล้ว ท่าทาง กลิ่นอายและแววตาของนางมิได้เผยเจตนาร้ายหรือสิ่งที่ดูเหมือนการปิดบังความจริง จักรพรรดิทราบดีว่าสิ่งที่นางพูดนั้นมาจากส่วนลึกของจิตใจแล้วจริงๆ ถึงกระนั้น เขาก็ไม่สามารถทำตามความปรารถนาของนางได้ สำหรับจักรพรรดิ เพื่อนก็มิต่างอันใดจากตัวถ่วงแข้งถ่วงขาเลยแม้แต่น้อย เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมี กาติรัสหันหลังให้ลิเวียธ่าก่อนจะเดินจากไป อย่างไรก็ตาม พลังของเขาไม่หลงเหลืออะไรแล้ว เป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา การจะใช้ชีวิตในป่าวิหกเพลิงราวกับการฆ่าตัวตายดีๆนี่เอง ถึงกระนั้น จักรพรรดิก็ไม่เคยหวาดหวั่นสืบเนื่องมาจากดาบสีรุ้งเจิดจรัสข้างเอว ดาบนี่ถูกหลอมรวมมาจากศาสตราวุธระดับบรรพกาล เป็นดาบชนชั้นสวรรค์!! หากจะพูดว่าเป็นศาสตราวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลกก็มิเกินเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้เอง ถึงเขาจะสูญเสียพลังไปทั้งหมดแต่ด้วยออร่าของดาบสีรุ้งนี้ จะไม่มีสัตว์อสูรตนใดเลยที่กล้าเข้าใกล้เขา… การเข้าหากาติรัสที่พกดาบชนชั้นสวรรค์ราวกับวิ่งเข้าหาเคียวยมทูต “ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็มเพื่อฟื้นสภาพ…” กาติรัสบ่นพึมพำด้วยความคับแค้นใจ ชายหนุ่มจะต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็มในการปลดผนึกคำสาป ถึงตอนนั้นพลังทั้งหมดของเขาคงจะฟื้นเต็มสภาพแล้วพอดี หากแต่เพียงถูกผนึกไว้ เมื่อครบหนึ่งเดือนแล้วผนึกคลายออก นั่นหมายถึงกาติรัสสภาพสมบูรณ์พร้อมรบ ลิเวียธ่าจ้องมองกาติรัสจนกระทั่งเด็กหนุ่มหายเข้าไปในป่า เด็กสาวเช็ดหยดน้ำตาด้วยฝ่ามือขาวผ่องดุจหยก นางหันมองไปทางทิศที่ตั้งอยู่ของหมู่บ้านฟีนิกซ์ ทันใดนั้นเองที่พญานาคเลื้อยมาหานาง พญานาคตนนี้รับรู้เหตุกาณ์เมื่อครู่ทั้งหมด แน่นอน กาติรัสไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้เพราะเด็กหนุ่มสูญเสียพลังทั้งหมดไป ทำให้การปกปิดตัวเองของพญานาคกลายเป็นเรื่องง่ายดายไป “ถึงเวลาที่เราาจะต้องกลับหมู่บ้านแล้ว เขาจะต้องมาเอาหยดน้ำตาเทพีสวรรค์เป็นแน่ แต่อีกนานขนาดไหน?” ลิเวียธ่าราวกับพร่ำบ่นกับตนเอง หากแต่พญานาคล้วนเข้าใจมันทั้งหมด “อีกหนึ่งเดือนเหรอ?!” เด็กสาวอุทานด้วยความประหลาดใจ หนึ่งเดือนเป็นเวลาที่สั้นอย่างมากสำหรับอายุขัยของฟีนิกซ์ แต่นั่นกลับยาวนานอย่างยิ่งสำหรับสาวน้อยวัยเก้าขวบ… …หนึ่งเดือนผ่านไป “อ๊ากกก” เสียงกรีดร้องทรมานดังสะท้านก้องมาจากในตัวถ้ำ เพียงชั่วพริบตาเดียว เรือนร่างหนึ่งก็ได้กระเด็นออกมาจากถ้ำพุ่งผ่านอากาศไปดุจสายอัสนี ตู้ม! เสียงดังกึกก้องบังเกิดขึ้นหลังจากเรือนร่างนั้นพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ขนาดยักษ์อย่างจัง ต้นไม้ต้นนั้นพลันหักโค่นลงมา โชคร้าย… ต้นไม้นี้กลับหักล้มมาทางกาติรัสซึ่งนอนหมดสติอยู่ เพียงสามลมหายใจ เงาขนาดมหึมาบดบังแสงแดดจนมืดมิด พญานาคใช้ตัวเองเข้ารับต้นไม้ต้นนั้นก่อนจะสบัดศีรษะเล็กน้อยส่งผลให้ต้นไม้ต้นนั้นล้มไปยังอีกทิศทางหนึ่ง ลิเวียธ่ารีบวิ่งเข้ามาดูบาดแผลของกาติรัสซึ่งดูสาหัสไม่แตกต่างจากครั้งก่อนเลยแม้แต่น้อย เด็กสาวยังคงทำแผลและรักษาเด็กหนุ่ม แน่นอน แม้กระทั่งยอมให้เขาได้หนุนตักเธอนอนอีกครั้ง จนกระทั่งเด็กหนุ่มได้สติ ถึงแม้จักรพรรดิจะมีภูมิต้านทานขึ้นมาบ้าง ถึงกระนั้น เขาก็หมดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนกตกใจ จักรพรรดิสะดุ้งโหยงพลันกระโดดหลีกห่างจากทางถึงสามช่วงก้าว เมื่อพินิจถึงใบหน้าอันคุ้นเคยนี้ เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พึงพอใจ “เจ้าอีกแล้วรึ? ถ้าหากยังช่วยข้าอีก… ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!!” เมื่อถ้อยคำขู่ฆ่าถูกกล่าวจากปากของจักรพรรดิ รอบนี้กลับแตกต่างจากทุกครั้งโดยสิ้นเชิง นั่นเป็นเพราะเด็กหนุ่มสูญเสียพลังที่น่าองอาจไปจนหมดสิ้น พญานาคชะเง้อคอลงมาเผยให้เห็นแววตาแดงก่ำจับจ้องเด็กหนุ่มปานจะฉีกเนื้อฉีกร่าง หงอนสีทองสะท้อนแสงแดดให้ความน่าเกรงขามดุจทวยเทพ ฟันเขี้ยวคมเผยอออกด้วยความคับแค้นโกรธา หากเป็นจักรพรรดิที่มีพลังเต็มสูบ ไม่สิ… ต่อให้เขามีพลังเพียงหนึ่งในหมื่นของพลังทั้งหมด พญานาคก็ไม่กล้าพอจะทำท่าทางขู่เขา เหตุนี้เป็นเพราะการสูญเสียพลังไป… ถึงแม้กาติรัสจะมีดาบประกายสีรุ้งอยู่ข้างกาย พญานาคก็ไม่หวาดหวั่น เหตุที่สัตว์อสูรในป่าไม่ทำร้ายมันเพราะออร่าที่ดาบนี้แผ่ออกมามันน่ากลัวจนเกินไป ทว่า ไม่ว่าใครก็ตามล้วนคิดว่าผู้ถือครองดาบนี้ย่อมเป็นยอดฝีมือสูงส่งราวกับเทพเจ้า ออร่าดาบนี้น่ากลัวมากจริงๆ มันอาจทำให้ท่านสติแตกได้เลย หากแต่เมื่อสัตว์อสูรเหล่านั้นทราบว่าผู้ถือครองกลับเป็นเพียงคนสามัญธรรมดาที่ไม่ได้มีพลังน่ากลัวอะไรเลย… ถึงมีดาบทรงพลังจริงแต่ถ้าเชื่องช้ามันก็เท่านั้น สัตว์อสูรคงฆ่ากาติรัสก่อนจะไปขยับดาบด้วยซ้ำไป จักรพรรดิรับรู้ถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้น พญานาคจึงไม่กลัวเขาเลยแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่กาติรัสเลย พญานาคตนนี้เรียกได้ว่าเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าแห่งนี้แล้ว “ฮึ่ม! แค่เพราะข้าสูญเสียพลังไป ไส้เดือนเช่นเจ้ากลับบังอาจโอหังต่อหน้าจักรพรรดิ ถ้าเรายังมีพลัง เจ้าจะถูกสับเป็นหมื่นๆชิ้นในเสี้ยววินาที” กาติรัสกล่าวอย่างเดือดดาด การทีเปรียบพญานาคในตำนานเป็นไส้เดือนราวกับการดูหมิ่นโคตรบรรพบุรุษของมัน สิ่งนี้ย่อมทำให้พญานาคคลุ้มคลั่งขึ้นมา เป็นเรื่องธรรมดามาก… เมื่อท่านมีสถานะสูงส่งเพียงใด การดูถูกของผู้อื่นจะทำให้ท่านโกรธเคืองมากเท่านั้น แล้วพญานาคตนนี้เป็นถึงลูกหลานของสัตว์เทพบรรพกาล และยังนับเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ในตำนานหรือสัตว์มายาอีกด้วย การดูหมิ่นเพียงนี้ ต่อให้เป็นพญานาคที่อ่อนด้อยที่สุดในวงศ์ตระกูล มันก็คลุ้มคลั่งเสียสติอย่างช่วยไม่ได้ พญานาคอ้าปากกว้างเผยคมเขี้ยวแหลมคมเกินพรรณา มันพุ่งเข้าใส่กาติรัสด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง ทันใดนั้นเสียงใสของเด็กสาวก็ได้ดังขึ้น “อย่านะพี่งู!!” ..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,414 พลังกาย:96,954,879 พลังเวทย์:98,901,001 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ