ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

เล่มที่ 6 ตอนที่ 171 การแลกเปลี่ยน

       “มอ!”

       อสูรโคเพลิงหมอกชาดคำรามเสียงดังดวงตาลักษณะเหมือนโหม่งโลหะมีเปลวเพลิงสีดำคลุ้งออกมา จับจ้องไปที่ตู้เซ่าฝู่ลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมา ทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกขนพองสยองเกล้ากลัวจนใจเต้นแรงรู้สึกลมปราณไหลเวียนไม่สะดวก หายใจติดขัดลำบาก

       “โครม!”

       อสูรโคเพลิงหมอกชาดค่อยๆก้าวทีละก้าวไปในทิศทางที่ตู้เซ่าฝู่ยืนอยู่ลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวที่มีพลังเผาไหม้สร้างแรงกดดันยิ่งขึ้น ทำให้ตู้เซ่าฝู่ตัวสั่นระริกขึ้นมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

       “พลังปราณอานุภาพแกร่งมากจริงๆ!”

       ตู้เซ่าฝู่นัยน์ตาสั่นไหว จากนั้นเปิดใช้วิชาลมปราณของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองกระตุ้นพลังลมปราณจากภายในร่างผิวพรรณบนเรือนร่างมีอักขระยันต์เปล่งแสง ทันใดนั้นก็มีพลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาเกิดเป็นแสงสีทองอร่ามจ้าพุ่งทะยานทั่วฟ้า แสงทองที่สาดส่องราวกับมีอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองตัวหนึ่งกระพือปีกโบกบินออกมา

       “มอ!”

       หลังจากที่มีลมปราณของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองระเบิดแผ่ซ่านบริเวณนั้นดวงตาเสมือนโหม่งโลหะของอสูรโคเพลิงหมอกชาดก็สั่นไหว จู่ๆทั้งร่างของมันก็สั่นระริก มองตู้เซ่าฝู่ด้วยแววตาสับสนและหวาดผวามันเริ่มรู้สึกเกรงกลัวอยู่ลึกๆ

       “ข้ารู้ว่าโสมวิญญาณเพลิงชาดนี้มีประโยชน์แก่ลูกของเจ้า แต่โสมวิญญาณเพลิงชาดก็มีประโยชน์แก่สหายของข้ามากเอาอย่างนี้ดีไหม พวกเรามาทำการแลกเปลี่ยนกัน?”

       ตู้เซ่าฝู่พบว่าลมปราณของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองที่อยู่ในตัวของเขาสามารถกดดันทำให้อสูรโคเพลิงหมอกชาดตกใจกลัวเขาเบนสายตาไปอีกทางพร้อมกับก้าวเท้าเดินไปด้านหน้ากำแพงผาเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ อสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวน้อยเพิ่งเกิดที่ยังไม่สามารถยิ่งทรงตัวได้ดี

       “มอ!”

       ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่ที่ต้องการปกป้องลูกของอสูรโคเพลิงหมอกชาดมันร้องคำราม พยายามข่มความกลัวที่มีต่อลมปราณของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองกระโจนเข้าหาตู้เซ่าฝู่

       “ไม่ต้องตื่นเต้นข้ารู้ว่าเจ้าฟังที่ข้าพูดเข้าใจ ข้ารับประกันว่าจะไม่ทำร้ายลูกของเจ้า”

       ตู้เซ่าฝู่พูดกับอสูรโคเพลิงหมอกชาด อสูรโคเพลิงหมอกชาดที่มีระดับฌานถึงขั้นนี้ได้แล้วน่าจะมีทักษะรับรู้ทางจิตสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้หากบรรลุขั้นพญาอสูรได้จะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้

       ในขณะเดียวกันตู้เซ่าฝู่ปล่อยลมปราณของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองมาจนถึงขีดสุดพร้อมกับเข้าไปนั่งยองๆ ใกล้ๆ อสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวน้อย หากอสูรโคเพลิงหมอกชาดร่างยักษ์ทำอะไรแผลงๆเขาคงจำเป็นต้องจับอสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวน้อยมาข่มขู่มันแล้ว

       เมื่อมันได้ยินไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดของตู้เซ่าฝู่หรือพลังกดดันที่แผ่ออกมาจากลมปราณของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองจากร่างของเขาหรืออาจเพราะกังวลเป็นห่วงว่าลูกจะโดนทำร้าย ร่างของอสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวยักษ์ก็หยุดชะงักในทันใด

       ทว่าดวงตาเสมือนโหม่งโลหะที่มีเปลวเพลิงคลุ้งของอสูรโคเพลิงหมอกชาดจับจ้องตู้เซ่าฝู่อย่างขมึงทึงหากตู้เซ่าฝู่ทำร้ายลูกของมัน มันคงพุ่งเข้าใส่อย่างไม่คิดชีวิต

       เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นอีกฝ่ายเริ่มสงบลงก็แหงนมองอสูรโคเพลิงหมอกชาด แสดงสีหน้าแววตาอย่างจริงใจ มันไม่อยากให้อสูรโคเพลิงหมอกชาดเข้าใจผิดจึงกล่าวว่า “พวกเรามาแลกเปลี่ยนกัน  โสมวิญญาณเพลิงชาดมีประโยชน์ต่อลูกของเจ้ามากทว่าสหายของข้าตอนนี้ก็จำเป็นต้องใช้โสมวิญญาณเพลิงชาดเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ดีในร่างของข้ามีโลหิตของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองซึ่งมีประโยชน์ต่ออสูรทั้งหลายอย่างมากดังนั้นข้าอยากจะใช้โลหิตในกายข้ามาแลกกับโสมวิญญาณเพลิงชาดของเจ้า คิดว่าอย่างไร?”

       เมื่อตู้เซ่าฝู่พูดจบไม่รู้ว่าอสูรโคเพลิงหมอกชาดฟังเข้าใจหรือไม่ มันจ้องมองตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งด้วยสีหน้าแปลกประหลาดใจถึงขีดสุด

       “มอมอ……”

       ไม่รู้ว่าเพราะบนตัวของตู้เซ่าฝู่มีลมปราณของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองแผ่มากดดันหรือว่าเพราะหิวอสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวน้อยที่เพิ่งเกิดที่อยู่ข้างกายตู้เซ่าฝู่เอาแต่ร้องออกมาไม่หยุดด้วยเสียงทุ้มต่ำของมันดวงตาเสมือนโหม่งโลหะติดเปลวเพลิงคู่นั่นยังคงมองสำรวจตู้เซ่าฝู่อย่างแปลกใจอยู่ตลอด

       “เจ้าดูข้าไม่ได้หลอกเจ้า”

       ตู้เซ่าฝู่กัดฟันล้วงเอามีดสั้นที่อยู่ในถุงหยินหยางออกมาจากนั้นกรีดที่ฝ่ามือของตัวเอง โลหิตสดประกายสีทองไหลซึมออกมาจากรอยกรีดมีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมาจากโลหิตพิเศษนี้พร้อมกับมีคลื่นลมปราณอันน่ากลัวแผ่ซ่านออกมา

       เมื่ออสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวแม่เห็นโลหิตที่หลั่งออกมาจากฝ่ามือของตู้เซ่าฝู่ก็ตกใจตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยนฝ่ามือของตู้เซ่าฝู่มีประกายโลหิตสีทองอ่อนๆ ไหลออกมาเขายื่นมือไปปล่อยให้หยาดโลหิตไหลเข้าปากป้อนเป็นอาหารบำรุงให้อสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวน้อย

       “อึก อึก……”

       หลังจากอสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวน้อยกลืนโลหิตสดประกายทองไปหลายอึกรอบตัวก็มันราวกับร่างติดไฟมีควันโขมงทันใดนั้นควันเพลิงสีดำเข้มก็คุกรุ่นระอุยิ่งขึ้น จากนั้นรอบกายก็มีแสงสีทองอ่อนๆปกคลุม

        “มอมอ!”

        ทันใดนั้นอสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวน้อยราวกับเจ็บปวดด้วยอะไรบางอย่างจึงร้องออกมาไม่หยุดรอบกายมีแสงสีทองและควันเพลิงดำเข้มห่อหุ้มอย่างหนาแน่น ร่างเอาแต่สั่นหงึกๆ

        “มอ!”

        แม่อสูรโคเพลิงหมอกชาดมองอย่างกังวลใจสีหน้าเคร่งเครียดสายตาเอาแต่จับจ้องไปที่อสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวน้อย

        “เอาล่ะ ถือว่าพวกเราแลกเปลี่ยนกันแล้ว ข้าไปก่อนนะ”

        เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนั้นก็ส่งพลังปราณสีทองอ่อนไปห่อหุ้มฝ่ามือฝ่ามือที่กรีดเมื่อสักครู่ฟื้นฟูจนหายดีในทันใดจากนั้นก็ถือโอกาสรีบหลีกตัวพุ่งหนีออกไปจากถ้ำ ในใจยังคงรู้สึกตุ้มๆ ต่อมๆเกรงว่าแม่อสูรโคเพลิงหมอกชาดจะเหาะตามมา

        ทว่าแม่อสูรโคเพลิงหมอกชาดเอาแต่สนใจอยู่ที่ลูกน้อยของมันไม่ได้สนใจตู้เซ่าฝู่อีกเลยแม้แต่น้อย

        ขณะนั้นตู้เซ่าฝู่ไม่ได้คิดว่าหากตระกูลอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองรู้ว่าตู้เซ่าฝู่ใช้โลหิตของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองมาแลกกับโสมวิญญาณเพลิงชาดเกรงว่าพวกมันคงไล่สังหารตู้เซ่าฝู่เจ้าเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ไปทั่วทุกหนทุกแห่งเด็กหนุ่มคนนี้ช่างไม่รู้เลยว่าโลหิตของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองมีค่ามากถึงเพียงใดการแลกเปลี่ยนเช่นนี้เสมือนเอาทองไปแลกกับก้อนหินธรรมดาชัดๆ

        “ไม่ตามมาแล้วหรือ”

        ตู้เซ่าฝู่ที่ยังอยู่ภายในถ้ำสังเกตได้ว่าอสูรโคเพลิงหมอกชาดไม่ได้ไล่ตามเขามาก็รู้สึกโล่งไปเปลาะหนึ่งจากนั้นก็ส่งพลังไปที่เท้าเร่งฝีเท้าวิ่งออกจากถ้ำด้วยความเร็วที่สูงขึ้น

        “ตึงโครม!”

        พลังงานอันน่ากลัวที่เกิดจากการต่อสู้กันบนท้องฟ้ายังคงดังสนั่นอยู่เรื่อยๆเมื่อตู้เซ่าฝู่วิ่งออกมาจากถ้ำก็เคลื่อนตัวผ่านกองหินที่กระจัดกระจายอย่างรวดเร็ว หนีไปให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน อสูรโคเพลิงหมอกชาดที่เตรียมบรรลุขั้นพญาอสูรเขารู้ดีว่าตัวเองยังไม่สามารถต่อกรด้วยได้

        “ปึง!”

        ทันใดนั้นเองบริเวณด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่ที่กำลังวิ่งหนีก็มีแสงสีเขียวพุ่งใส่แท่นหินด้านหน้าอย่างแรงราวกับปืนใหญ่

        “ตึงโครม!”

        พลังงานที่เกิดจากการปะทะก่อให้เกิดคลื่นลมแรงแท่นหินด้านหน้าระเบิดจนแตกละเอียด ลำแสงนั้นกระแทกจนพุ่งดิ่งลงไปใต้พื้นหลายจั้งเกิดเป็นเหวลึก

        เหนือพื้นดินมีฝุ่นควันเศษหินคลุ้งกระจายพื้นดินสั่นไหวราวกับเกิดแผ่นดินไหว

        “แย่แล้ว”

       ตู้เซ่าฝู่ตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนรีบกระโจนลงไปในหลุมที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่ร่างที่พุ่งแวบทะลุพื้นดินลงไปคือร่างของตงหลีชิงชิง

        “ฟู่ด!”

        ตงหลีชิงชิงที่บาดเจ็บสาหัสพยายามฝืนลุกขึ้นยืนนางพ่นโลหิตออกมาปริมาณมาก สีหน้าซีดเซียวในทันใดซีดจนใบหน้าอันงดงามกลายเป็นสีขาวจนน่ากลัว

        “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ตู้เซ่าฝู่รีบวิ่งเข้าไปหาตงหลีชิงชิงดูจากลมปราณบนตัวของตงหลีชิงชิงในขณะนี้แล้วเกรงว่าสภาพร่างกายบอบช้ำสาหัสอย่างไม่ธรรมดา

        “ไฉนเจ้ายังไม่หนีไปอีก อสูรโคเพลิงหมอกชาดมีสองตัว ตัวนี้บรรลุขั้นพญาอสูรอย่างแท้จริงแล้วรีบหนีเร็ว!” ตงหลีชิงชิงสีหน้าซีดเผือดมุมปากมีโลหิตไหลออกมาไม่หยุด

        “ขั้นพญาอสูรอย่างแท้จริง”

        ตู้เซ่าฝู่ตกตะลึงอีกครั้ง จากนั้นก็ได้สติกลับมาในไม่ช้าบอกกับตงหลีชิงชิงว่า “รีบหนีไปด้วยกัน”

        “ที่แท้ยังมีเจ้ามนุษย์ชั้นต่ำซ่อนตัวอยู่อีกคนหนึ่ง ไปตายเสียเถิดทั้งคู่!”

        เมื่อตู้เซ่าฝู่พูดก็มีเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าฝ่าของอสูรดังขึ้นมาติดๆ อสูรโคเพลิงหมอกชาดขนาดใหญ่หลายสิบจั้งตั้งท่าพุ่งกระโจนเข้ามาอย่างรวดเร็วขาโคที่หนาแข็งแรงราวกับท่อนเสายักษ์ห่อหุ้มด้วยอักษรยันต์สีเพลิงมืด มันง้างขากระโจนพุ่งเข้ามาคิดจะกระทืบตู้เซ่าฝู่กับตงหลีชิงชิงหวังจะปลิดชีพไปพร้อมกัน

        “รีบหนีเร็ว!”

        ตงหลีชิงชิงสีหน้าเคร่งเครียด รีบใช้วิชาบาทาพลิ้วพรายคว้าบ่าของตู้เซ่าฝู่หลบหลีกการพุ่งโจมตีที่รุนแรงที่น่าจะทำลายทุกสิ่งไปได้อย่างหวุดหวิดด้วยความเร็วดุจดั่งสายฟ้า

        “ตึงโครม!”

        อสูรโคเพลิงหมอกชาดที่เหาะเหินอยู่บนฟ้าพุ่งโจมตีมาที่พื้นทำให้ก้อนหินแตกเป็นเสี่ยงๆ เหลือเพียงซากผุยผงที่พื้นดินพื้นหินถูกโจมตีจนเกิดเป็นหลุมเหวลึก บนพื้นดินด้านบนยังมีรอยแยกยาวอย่างต่อเนื่อง

        “ฟู่ด!”

        แม้ตงหลีชิงชิงจะดึงตู้เซ่าฝู่ให้หลบจากบาทากระทืบของมันทว่าก้อนหินที่แตกสลายก็กระเด็นมาชนหลังอย่างแรงร่างบางถูกหินอัดจนลอยกระแทกกับพื้น จากนั้นพ่นโลหิตออกมาอีกครั้ง

        “วิ่ง!”

        ตู้เซ่าฝู่ตกใจสีหน้าเปลี่ยน รีบวิ่งไปหาตงหลีชิงชิงพร้อมกับดึงแขนตงหลีชิงชิงพาวิ่งหนีไปด้วยกัน

        “ฟู่ด!”

        เพียงแต่ตงหลีชิงชิงเพิ่งจะลุกขึ้นมายืนก็สำลักโลหิตอีกแล้ว ลมปราณอ่อนแรงมาก

        “ข้าอุ้มเจ้าเอง”

        ตู้เซ่าฝู่เห็นอาการของนางดูท่าไม่ดีก็ใช้แขนสอดคว้าเอวของตงหลีชิงชิงและอุ้มนางขึ้นมา ส่งพลังปราณไปที่เท้า ใช้วิชาบาทาพลิ้วพรายในการวิ่งหนี

        ตงหลีชิงชิงที่ถูกตู้เซ่าฝู่อุ้มขึ้นมาราวกับอยากจะพูดอะไรสีหน้าซีดเผือดของนางมองหน้าชายหนุ่มอย่างตะลึง ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าของตู้เซ่าฝู่ที่จริงจังสุขุมก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

        แรงที่ตงหลีชิงชิงเหลืออยู่ตอนนี้แทบจะมีไม่พอแม้แต่จะพูดคุยเพราะนางได้รับการโจมตีรุนแรงแสนสาหัสมาหลายครา อสูรโคเพลิงหมอกชาดขั้นพญาอสูรที่แท้จริงนางยังไม่มีพละกำลังมาพอที่จะไปต่อกรด้วยได้

        “เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ มีพละกำลังแค่นี้ยังคิดจะหนีอีกหรือ!”

       อสูรโคเพลิงหมอกชาดตะโกนเสียงดังสนั่นฟ้าปานฟ้าผ่าพร้อมกับปล่อยพลังลำแสงออกมาจากทางปากเล็งไปที่ตู้เซ่าฝู่

        “ซู่!”

       ลำแสงพุ่งลงมาเสมือนสายฟ้าฟาด มีคลื่นลมปราณระอุปะทุขึ้นมาโดยรอบพลังลำแสงใกล้จะพุ่งไปกระแทกหลังของตู้เซ่าฝู่แล้ว

        “ซู่!”

        เมื่อตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ถึงพลังที่พุ่งตามมาด้านหลังก็รีบพุ่งหลบอย่างรวดเร็วรอบกายมีแสงสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้ม เขาสามารถหลบพลังลำแสงนั้นได้อย่างหวุดหวิดด้วยวิชาบาทาพลิ้วพรายที่เยี่ยมยอดนี้เลยจริงๆ

        “ปึง!”

        พลังงานอันดุดันระเบิดออกมาทำให้ก้อนหินระเบิดแตกเป็นชิ้นเล็กๆพลังนี้สร้างคลื่นลมกระโชกแรงทำให้ตู้เซ่าฝู่ที่อุ้มตงหลีชิงชิงอยู่เซไปด้านหน้าร่างของเขาโซซัดโซเซไหวไปมาหลายก้าวจึงจะยืนนิ่งได้จากนั้นก็รีบมุ่งหน้าวิ่งหนีไปต่อ

        “เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”

        อสูรโคเพลิงหมอกชาดร่างยักษ์ตะโกนขู่ตามหลังมาจากนั้นร่างมหึมาบนฟ้าก็พุ่งดิ่งสู่พื้นอีกครั้งท่อนแขนบึกบึนเสมือนเอาหินยักษ์กระทืบสู่พื้นดินเล็งไปที่ร่างของตู้เซ่าฝู่อย่างเต็มแรง

        พลังงานเดือดระอุราวกับจะเผาไหม้ทุกสิ่งพุ่งทะยานขึ้นฟ้าจากนั้นจึงพุ่งดิ่งไปหาตู้เซ่าฝู่ พลังอานุภาพรุนแรงจนทำให้รู้สึกพลังปราณติดขัดร่างกายยากที่จะขยับเขยื้อนหนี

คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน