นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 5 ปกติกับผิดปกติ (2) เล่มที่ 4 บทที่ 115 สถานการณ์ปัจจุบัน (2)

            โม่จ้านไม่เอ่ยสิ่งใดแม้แต่คำเดียว มิใช่เพราะภายในใจหนักอึ้ง ทว่าเป็นเพราะไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยสิ่งใดดี—- ตนเพียงอยากทำภารกิจอย่างปลอดภัย เหตุใดจู่ๆ จึงกลายเป็นฝ่ายถูกไหว้วานเสียแล้ว

            นอกจากนั้นไม่เพียงแต่ซีนั่ว ยังรวมไปถึงสองพี่น้องปีศาจแฝงฝันเช่นกัน เผ่าปีศาจมักจะสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับพวกเขาเสมอ อีกทั้งยังพากันยอมรับโดยนัยว่าตนคิดเผื่อเผ่าปีศาจ หากมิใช่ว่าตนได้รู้แล้วว่าราชาปีศาจมิได้ทำความชั่วร้ายแรงอย่างถึงที่สุด คาดว่าคงจะเห็นราชาปีศาจเป็นพวกขายตรงเสียแล้ว

            ตนกลับนึกใคร่รู้อยู่บ้างเสียแล้ว เผ่าปีศาจที่แรงยึดเหนี่ยวเหนียวแน่นถึงเพียงนี้ แท้จริงแล้วเหตุใดปู้ไหลเต๋อจึงได้ร่วมมือกับจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์และอาณาจักรไหลเต๋อเพื่อลอบฆ่า? เหตุใดปู้ไหลเต๋อผู้นั้นจึงกลายเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ทรยศ? ยามนี้ตนไม่สะดวกจะเอ่ยถาม อีกทั้งยังมิอาจฟังความข้างเดียว ทำได้เพียงข่มความสงสัยเอาไว้ในก้นบึ้งหัวใจ

            ซีนั่วเงยหน้าขึ้น กัดฟันเมื่อเห็นสีหน้าฉายแววซับซ้อนของโม่จ้านก่อนจะคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น โม่จ้านสะดุ้งตกใจรีบดึงซีนั่วขึ้นมาทันที

            “เจ้ามาบอกเรื่องพวกนี้กับข้าอย่างกะทันหัน อีกทั้งข้ายังมิทันได้เตรียมการใด ทำได้เพียงพยายามสุดความสามารถเท่านั้น”

            “…ไม่ขอรับ การปรากฏตัวของท่านถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งแล้ว”

            ซีนั่วส่ายหน้า เผยหนึ่งรอยยิ้มขมขื่น

            “แผนการเดิมของพวกเราคือ ให้พวกเด็กๆ หลบเข้าไปในป่าของราชอาณาจักรข่ายเจ๋อ กระนั้นหากไม่มีผู้ดูแล จุดจบยังคงมิต่างอันใดกับถูกทอดทิ้งสักนิด…”

            โม่จ้านพยักหน้าอย่างเข้าใจ เดิมทีตนต้องการจะบอกอีกฝ่ายว่ากองทัพของทั้งสองดินแดนรวมตัวกันแล้ว เห็นทีอีกฝ่ายคงจะรู้เสียแต่ต้นแล้ว

            “ยามข้าเพิ่งออกมาจากที่ซ่อนตัว ได้ยินว่าการลงทัณฑ์ของราชาปีศาจ—ท่านราชาปีศาจจบลงไปนานแล้ว อีกทั้งยังรวมกองกำลังทหารให้มุ่งหน้าไปยังตรอกขี้เถ้า”

            โม่จ้านกุมปลายคาง หวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นยามนั้นพร้อมทั้งเรียบเรียงคำพูดอย่างระมัดระวัง

            “ยามนั้นข้าเสียใจอย่างมากที่ไม่ฟื้นขึ้นมาเสียแต่เนิ่นๆ ยังนึกว่าพวกเจ้าทำสงครามไปแล้วเสียด้วยซ้ำ”

            “…ตรอกขี้เถ้าไม่เหมือนกับแหล่งพักพิงอื่นๆ ผู้ที่สามารถหยั่งรากในตรอกขี้เถ้าจะต้องมิใช่ผู้ที่ไร้ฝีมือ ผู้ใดคิดอยากจะแตะต้องจำต้องคิดใคร่ครวญ”

            การเคลื่อนไหวของซีนั่วชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที หลังจากนั้นทรุดกายลงคุกเข่าด้วยสีหน้าหนักอึ้งพร้อมกับหยิบคทาที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา

            “เหตุที่พวกเราสามารถล่าถอยมายังตรอกขี้เถ้าเป็นเพราะมีข้าน้อยกับเจี๋ยหลัวผู้เป็นหัวหน้ากองพลทั้งสามอยู่ นอกจากนั้นยังมีกำลังทหารที่พอมีความสามารถในการสู้รบอยู่บ้างอีกจำนวนหนึ่ง กลุ่มปีศาจชรา พิการและอ่อนแอล้วนแต่ถูกสันตะสำนักสังหารจนสิ้นระหว่างทางหลบหนีแล้วขอรับ…”

            “…เช่นนี้เอง เห็นทีการเดินทางมาคุ้มกันในครานี้ของหัวหน้ากิลด์ซีนั่ว คงตั้งใจว่าจะมาด้วยตนเองตั้งแต่ต้นเสียแล้ว?”

            โม่จ้านเงยหน้าขึ้น จดจ้องแววตาเจือความมืดสลัวไม่ชัดเจนของมังกรกึ่งมนุษย์โดยตรง

            “หากไม่มีกลุ่มทหารรับจ้าง ข้าจะลอบตามอยู่ด้านหลังขบวนใหญ่ ข้าจำเป็นต้องพยายามรักษากำลังรบเอาไว้อย่างสุดความสามารถก่อนที่สงครามชี้ชะตาจะเริ่มต้นขึ้น”

            ซีนั่วตอบกลับอย่างรวดเร็วมิน้อย สีหน้าฉายแววไร้กังวลอย่างยิ่ง

            “เบื้องหน้าตำบลลมฝุ่นคือตำบลเล็กๆ บนชายแดนราชอาณาจักรข่ายเจ๋อ ทว่าแท้จริงได้ถูกลอบบงการโดยตรอกขี้เถ้ามานานแล้ว เหล่าโจรลักขโมยมิกล้าแตะต้องตำบลลมฝุ่นเพราะตรอกขี้เถ้า กระนั้นหนทางระหว่างตำบลลมฝุ่นไปยังตรอกขี้เถ้าเป็นสถานที่เปล่าเปลี่ยวไร้ผู้ควบคุม อีกทั้งยังต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยหนึ่งวัน นั่นจึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่จะสังหารผู้คนเพื่อชิงสมบัติของพวกเขา”

            “ขอเพียงเป็นขบวนขนส่งสิ่งของไปยังตรอกขี้เถ้า จะต้องพบเจอการปล้นชิงอย่างมิอาจเลี่ยง นี่เป็นสิ่งที่กลายเป็นความรู้ทั่วไปของกลุ่มทหารรับจ้างละแวกใกล้เคียง”

            มังกรกึ่งมนุษย์แบมือยักไหล่ สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย เพราะความสามารถของขบวนคุ้มกันในครานี้ไม่ธรรมดา คงมิต้องกังวลว่าของจะถูกชิงไป

            “กล่าวได้อีกอย่างว่า วันพรุ่งนี้จึงจะอันตรายที่สุด…”

            โม่จ้านขมวดคิ้ว รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล หากอีกฝ่ายเพียงอยากปกป้องสหาย เพียงตรงกลับไปยังตรอกขี้เถ้าก็สิ้นเรื่องแล้วมิใช่หรือ?

            “ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดหัวหน้ากิลด์ซีนั่วจึงต้องใช้ภารกิจบังหน้าให้ได้? นอกจากนั้นยังเลือกช่วงเปิดการประมูลอย่างเอิกเกริก—- เอ่อ..”

            ครั้นเอ่ยมาถึงครึ่งทาง โม่จ้านพลันเข้าใจทันใด

            หากในระหว่างทำภารกิจ (หรือก็คือช่วงประมูล) เกิดศึกสงคราม เหล่าผู้เข้าร่วมการประมูลจะต้องกลายเป็นกลุ่มคนฝ่ายที่สามที่มีจำนวนมาก ทำให้กองทัพของทั้งสองดินแดนหยิกเล็บเจ็บเนื้อ หากอีกฝ่ายเริ่มเคลื่อนทัพหลังสิ้นสุดการประมูล เช่นนั้นช่วงเวลาของการหลั่งไหลออกนี้ก็จะยิ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญ —- ฉวยโอกาสขณะที่ภายในตรอกขี้เถ้ามีผู้คนมากมายปะปนกัน กองทัพที่แตกซ่านของราชาปีศาจก็จะเคลื่อนย้ายลูกหลานออกไปอย่างสุดความสามารถ

            “…ข้าว่าท่านน่าจะเข้าใจสาเหตุสำคัญแล้วกระมัง”

            ขณะมองสีหน้าครุ่นคิดของโม่จ้าน ซีนั่วพยักหน้า ภายในแววตาฉายแววเคร่งขรึมขึ้นมา

            “เพียงแต่แน่นอนว่ายังมีสาเหตุรองลงมา นั่นก็คือสินค้าในครั้งนี้จะต้องถูกส่งไปให้ถึงก่อนที่จะเกิดสงคราม”

            ดังนั้นแท้จริงแล้วคือสิ่งใดกันแน่จึงได้สำคัญมากเพียงนี้? ไม่ว่าจะเป็นยุทโธปกรณ์หรือวัสดุสร้างอาวุธลับ หีบเล็กเช่นนั้นคงใส่มิพอกระมัง?

            …ช่างเถิด สำหรับสถานการณ์ในยามนี้ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประเด็นรอง

            เมื่อมองดวงจันทร์ที่เคลื่อนห่างจากกลางท้องฟ้าไปบ้างแล้ว มิใช่เรื่องง่ายกว่าโม่จ้านจะสามารถกดข่มความใคร่รู้ลงไปอีกครั้ง

            “ดึกมากแล้ว ข้าควรจะกลับไปได้แล้ว”

             ซีนั่วพยักหน้าและยืนอยู่ที่เดิมอย่างเงียบเชียบ โม่จ้านชะงักไปครู่หนึ่งจึงรู้ตัวว่าอีกฝ่ายสื่อว่าให้ตนเดินนำหน้า

            “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะหลอกเจ้าหรือ เช่นเดียวกับเจ้าปู้ไหลเต๋อผู้นั้น” โม่จ้านเดินไปถึงประตูพลันเงยหน้าขึ้นมองแสงจันทร์ละมุนละม่อม

            แน่นอนว่ากลัว แต่จะทำอย่างไรได้เล่า?

            ยามที่กองทัพเผ่าปีศาจทั้งสี่มารวมตัวกันยังมิอาจต่อกรกับกองทัพของทั้งสองแคว้นที่ร่วมมือกัน ยามนี้เหลือเพียงกองกำลังที่แตกซ่าน ผนวกกับทหารจับฉ่ายในตรอกขี้เถ้า ยังจะสู้กับกองทัพที่แข็งแกร่งของทั้งสองแคว้นได้อย่างไร? ขอเพียงมีความหวังแม้เพียงน้อยนิด พวกตนก็ยังจะคิดหาหนทางส่งเหล่าปีศาจที่เพิ่งเกิดใหม่ออกไปให้ได้…

            แววตาของซีนั่วค่อนข้างมืดสลัวอยู่บ้าง เมื่อเทียบกับต้องตายอย่างมิต้องสงสัยกับยังพอรอดจากปากเหยี่ยวปากกา ไม่ว่าอย่างไรอย่างหลังก็ยังคงพอมีความหวังอยู่บ้างสักนิด

            “เอาล่ะๆ ในเมื่อข้ารับปากเจ้าแล้ว ย่อมต้องพยายามอย่างสุดความสามารถ”

            โม่จ้านโบกมืออย่างจนปัญญา หลงเหลือไว้เพียงแผ่นหลังที่มิได้แลดูสง่างามนักให้ซีนั่ว

            “กระนั้นพวกเราจำต้องเตรียมพร้อมสำหรับผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะความเป็นไปได้ที่จะไม่ถูกพบมีน้อยยิ่งนัก…”

            …ทำได้เพียงทำทุกสิ่งอย่างสุดความสามารถแล้วปล่อยไปตามชะตาฟ้าลิขิตเสียแล้ว

            หัวคิ้วของมังกรกึ่งมนุษย์ขมวดเข้าหากันแน่น เดินตามอยู่ด้านหลังของโม่จ้านอย่างเชื่องช้า คนทั้งสองที่เงียบกริบเดินไปตามทางแยก ต่างฝ่ายต่างมุ่งหน้ากลับไปยังที่พักของตน

            มือทั้งสองข้างของโม่จ้านไพล่อยู่ด้านหลัง เดินด้วยฝีเท้าผู้เฒ่าโดยมิรู้ตัว

            สำหรับกองกำลังที่แตกซ่านของราชาปีศาจ นอกจากสายเลือดของตน คล้ายกับจะเป็นคนแปลกหน้าฝ่ายที่สามอย่างมิต้องสงสัย เหตุที่ซีนั่วเลือกตน ประการแรกเป็นเพราะตัวตนเผ่าปีศาจของตน ประการที่สองเป็นเพราะอีกฝ่ายถูกบีบบังคับจนหมดสิ้นหนทางแล้วจริงๆ ไม่เช่นนั้นด้วยนิสัยระแวดระวังของซีนั่ว หากไม่ถึงยามคับขันจริงๆ คงไม่มีทางยอมเสี่ยงเป็นอันขาด

            เพียงแต่อีกฝ่ายจะต้องสังเกตเห็นแล้วว่าตนไม่มีเขา กระนั้นกลับมิได้แสดงออกถึงความสงสัยแต่อย่างใด เห็นทีคงมิใช่เผ่าปีศาจทุกตนที่แยแสเรื่องนี้

            ทว่าซีนั่วในขณะเดียวกันนี้กลับมิได้คิดเช่นนั้น

            สภาพจิตใจของมังกรกึ่งมนุษย์ในยามนี้กลับไม่สงบ และกำลังตกอยู่ในสภาวะยุ่งเหยิงที่ทั้งสับสนระคนตื่นเต้น

            สาเหตุที่อีกฝ่ายไม่มีเขามีอยู่สองประการ หากมิได้ถูกทำลายเพราะอุบัติเหตุ เช่นนั้นก็จะต้องเกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษบางประการ สามารถซ่อนเขาเอาไว้ได้ เช่นเดียวกับปีศาจแฝงฝันที่มีความสามารถเข้าสิงร่าง

            หากเป็นเช่นประการหลัง เผ่าปีศาจก็ยังมีความหวังริบหรี่ที่จะสามารถดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป— เขาคือลักษณะภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่าปีศาจและดึงดูดสายตาผู้คนอย่างมาก เมื่อคิดตามสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด ต่อให้โม่เจ๋อเอ่อร์ไม่มีความสามารถในการซ่อนเขาเผ่าปีศาจ ก็ยังสามารถปกป้องให้สองพี่น้องปีศาจแฝงฝันใช้ชีวิตต่อไปอย่างสงบสุขได้

            หากเป็นเช่นประการแรก ถึงแม้จะมิอาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อันน่าสิ้นหวัง กระนั้นอัตราการเอาตัวรอดของอีกฝ่ายก็จะสูงขึ้นอย่างมาก — โม่เจ๋อเอ่อร์ที่ไม่มีเขายังมีพลังต่อสู้ที่สูงถึงเพียงนี้ หากได้รับอัญมณีแหล่งพลังเวทที่ช่วยเสริมสร้างพลังเวท ความสามารถที่แท้จริงของอีกฝ่ายจะต้องระเบิดออกมาจนถึงขั้นน่าเหลือเชื่อ เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้โม่เจ๋อเอ่อร์ถูกพบระหว่างหลบหนี ก็ยังสามารถอาศัยฝีมือฝืนฝ่าออกไปตลอดทาง หลังหลบซ่อนกายอยู่ในป่าหรือพื้นที่รกร้างจึงค่อยวางแผนการอีกครั้ง

            การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของโม่เจ๋อเอ่อร์ได้นำพามาซึ่งความหวังแก่เผ่าพันธุ์ที่ใกล้จะต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก

            นี่ก็คือสาเหตุที่ซีนั่วตื่นเต้น

            หากเป็นเช่นความเป็นไปได้ประการแรก อัญมณีแหล่งพลังเวทในมือของตนมีน้อยเกินไป ทำได้เพียงฝากความหวังไว้ว่าจะมีการประมูลเป็นจำนวนมากในงานประมูล

            นี่ก็คือสาเหตุที่ซีนั่วรู้สึกสับสนยุ่งเหยิง





    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382