กระสือ สิ่งมีชีวิต แปลกประหลาด ที่ปัจจุบันไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่า กับการเคลื่อนที่แบบขัดหลักการทางฟิสิกส์ และไม่รู้ด้วยเหตุผลอันใด ทำไมผีชนิดนี้ถึงโด่งดัง ชนิดที่ว่าคนไทยทุกคนต้องรู้จัก จนทุกวันนี้เมื่อมีเทคโนโลยี เป็กะพริบรนเข้ามา ผู้คนบางกลุ่มก็ใช้โดรน ในการแกล้งผู้คน โดยการแปลงโดรนให้มีลักษณะคล้ายกับ ยายแก่ๆ ผมยาว แล้วมีเครื่องใน ห้อยลงมา พร้อมกับสัญญาณไฟกะพริบสีแดง ยิ่งทำให้ ผีกระสือ หลอกๆนี้ ดูสมจริงมาก....
แต่ย้อนกลับไปในสมัยอดีต ที่เทคโนโลยียังไม่ถึงทุกวันนี้ ผมได้มีโอกาสเห็นอยู่ครั้งหนึ่ง มันเป็่ เวลาประมาณ 19:00 น หรือ 20:00 น บรรยากาศฝนตกปอยๆ คือในพื้นที่บ้านของผมนะสามารถมอง ไปเห็นทุ่งนาได้ แล้วผมก็สังเกตที่เห็นว่า บริเวณทุ่งนานั้น มีแสงไฟแปลกประหลาดอยู่ แสงไฟที่เห็นเป็แสงไฟสีเขียว ลอยอยู่กลางอากาศ (ไม่ใช่สีแดงอย่างที่ทุกคนคิดนะ) มันกะพริบเป็จังหวะ พร้อมยดย้อยลงที่พื้น ถ้าจินตนาการไม่ออก ให้นึกถึงเวลาที่เราเผาถุงพลาสติก ที่เวลาเราจุดไฟมันจะหยดลงที่พื้นด้วย
แต่ที่เห็นลูกไฟมันค่อนข้างใหญ่นะ แล้วก็ยังเป็ลูกไฟสีเขียว ที่ลอยอยู่กลางอากาศ แถมยัง เป็ลูกไฟหยดลงที่พื้นอีกด้วย
หรือใครมันจะพิเรนทร์ ไปจุดไฟกลางทุ่งนาใน่เวลาฝนตก แถมดวงไฟยังเป็สีเขียวอีกด้วยไม่รู้ทำได้ยังไง แล้วไฟยังกะพริบได้ด้วย อีก ถ้านึกตามมันค่อนข้างแปลกมากเลยนะ ถ้าเราถือคบเพลิงจริงๆ คงไม่สามารถคอนโทรลให้มันกะพริบได้ หรือถ้าถือไฟสีเขียว แล้วจะทำให้ลูกไฟมันหยดลงพื้นได้อย่างไร เป็อะไรที่แปลกมาก และนั่นคือสิ่งที่ผมเห็น
เอาล่ะ มาเอาที่คนอื่นเห็นกันบ้างดีกว่า ่เวลาที่ฝนตกปรอยๆ คนในหมู่บ้าน มักจะชอบออกไปจับกบ จับเขียดกัน แล้วแกก็เห็นแสงไฟประหลาด จึงเดินเข้าไปดู ใกล้ๆ แสงมันเป็แสงสีเขียว กะพริบช้าๆ พอเข้าไปดูใกล้ๆ จากทางด้านหลัง มันเหมือนหัวคน เป็ผู้หญิงผมยาว ผมค่อนข้างรกรุงรัง พอเขาเดินเข้าไปใกล้ๆ จังหวะนั้นเอง หัวปริศนา ก็หันมามอง คนที่เห็นคนนั้นเล่าว่า ตอนที่เห็นหันหน้ามาเขาก็ใ และอีกฝ่าย ก็ใเช่นกัน กระสือแยกเขี้ยวขู่ ด้วยความใ ก่อนจะดับไฟลง แล้วหายไป เขาเล่าต่อว่าจังหวะที่ไฟ สีเขียว ดับลงกะทันหัน เหมือนตาบอดไปชั่วขณะ ทุกอย่าง รอบตัว มันดูมืดมาก มืดจนมองไม่เห็นอะไรเลย
แต่หูยังได้ยินเสียง ว่ามีบางอย่าง กำลังเคลื่อนที่ ห่างออกไป ไกลเรื่อยๆ
แต่สิ่งที่ น่าใไปมากกว่านั้นคือ ใบหน้าที่หันมานั้น ชาวบ้านคนนั้นรู้จักดีว่าเป็ใคร แกเป็ยายที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ต่อมาแกก็นำเื่ราวที่ไปเจอ มาเล่าให้คนอื่นฟัง แต่ไม่ได้เล่าไปทั่ว เพราะแกเล่าให้แค่ คนสนิทฟัง เท่านั้น!!!
เหตุผลที่แกเล่าให้แค่บางคนฟังเท่านั้น แกให้เหตุผลว่า กลัวลูกหลานของยาย คนนั้นได้ยิน แล้วหาว่าแก ไปใส่ร้ายแม่เขา แกจึงไม่บอกชาวบ้านคนอื่นๆ
ไม่เหมือนในหนัง ที่ชาวบ้านรับรู้ แล้วต้องออกไปล่ากระสือ อันนี้คนที่เห็นเลือกที่จะเงียบ และต่อมาไม่กี่วัน ยายแกก็เสียชีวิตไปเอง จากการชราภาพ แล้วไม่มีใครพูดถึง เื่ที่แกเป็กระสือ
อย่างว่า จะทำอะไรก็ต้องมีหลักฐาน การที่จะไปกล่าวหาใครลอยๆ อาจไม่ใช่ผลดีสำหรับตัวเราเอง การที่ชาวบ้านคนนั้น ไปบอกว่า ยายเป็กระสือ อาจทำให้ คนในครอบครัว และลูกหลานของ คุณยายไม่พอใจ อาจจะนำมาซึ่งการฟ้องร้อง กันได้...