หลังสิ้นเสียงของหลินกู่ก็มีชายชราในชุดสีทองปรากฏตัวออกมาชายชราคนนี้คือบรรพบุรุษของตระกูลหลี่ หลี่หมิง
"ฮ่า ฮ่าๆ สายตาของเจ้ายังคงเฉียบเเหลมเช่นเคยเลยนะหลินกู่"หลี่หมิงกล่าว "เจ้าจะอธิบายสิ่งที่ตระกูลเจ้าแล้วตัวเจ้ากระทำยังไง"โอวหยางสู่กล่าว "อธิบาย ใยต้องอธิบายด้วยพวกเขาก็แค่ทำตมคำสั่งของข้าก็เท่านั้น"หลี่หมิงกล่าว "นี่เจ้าอยากจะเป็นศัตรูกับคนทั้งหมดในทวีปศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นรึ"หลินกู่ซวนกล่าว "ฮ่าๆ พวกเจ้าเข้าใจผิดเเล้ว แต่ข้าจะขึ้นเป็นผู้ปกครองของทวีปศักดิ์สิทธิ์ต่างหากข้าจะนำสองนิกายใหญ่หลอมรวมเป็นหนึ่งเพื่อให้มีเพียงแค่นิกายเดียวแล้วขุมพลังทั้งหมดก็จะต้องสยบต่อหน้าข้าฮ่า ฮ่า " หลี่หมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย"บูม!!!"
พวกหลินกู่ซวนต่างระเบิดลมปราณราชันสวรรค์ออกมาด้วยความโกรธ
"โอ๊ะ โอ๋ พวกเจ้านี่ชั่งใจร้อนกันจริง ๆแต่พวกเจ้าในตอนนี้ไม่ใช่คู่มือของข้าอีกต่อไป"หลี่หมิงกล่าว หลี่หมิงนำเม็ดยาสีแดงออกมาเเล้วนำมันเข้าปากในทันที"บูม!!!!"
พลังของหลี่หมิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งหยุดอยู่ที่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่6 ซึ่งทำให้ใบหน้าของกลุ่มหลินกู่ซวนตกตะลึงและสิ้นหวัง"ฮ่า ฮ่า นี่แหละคือพลังของข้าในตอนนี้" หลี่หมิงหล่าว
"นั่นมันยาต้องห้ามของเผ่าปีศาจหนิ" โม่หงเย่กล่าว
"เจ้าว่าอย่างไรนะ นี่เรื่องจริงรึ" หลินกู่กล่าว
"ใช่ ตอนอยู่ทวีปเมฆามีกลุ่มคนที่ได้รับมรดกของพวกปีศาจคนกลุ่มนั้นฝึกฝนทักษะปีศาจเเล้วยังปรุงยาต้องห้ามลิทของมันสามารถเพิ่มพลังให้ถึง 5 ขั้นเป็นการชั่วคราวแต่ว่ามันจะใช้ได้เฉพาะผู้ที่ฝึกฝนทักษะปีศาจเท่านั้น"โม่หงเย่กล่าว "หลี่หมิงนี่เจ้าถึงขนาดฝึกฝนทักษะปีศาจเพื่อให้ได้พลังมาเลยอย่างงั้นรึ"หลินกู่กล่าวด้วยความโกรธ "ใช่เเล้วขอแค่ได้พลังมาจะด้วยวิธีใหนข้าก็ไม่สน พลังคือทุกสิ่ง"หลี่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย ในตอนนี้กลุ่มคนที่อยู่ในตอนนี้ต่างก็แสดงความสิ้นหวังออกมาจากใบหน้าพวกเขาพึ่งผ่านศึกสงครามอันหนักหน่วง ยังไม่ทันได้พักก็ต้องมาพบเจอที่แสนสะเทือนใจอีก "ก่อนอื่นก็ต้องฆ่าเจ้าเด็กตัวปัญหานั่นก่อน"หลี่หมิงหันไปทางหยางจื่อ "ข้าขอเตือนเจ้าอย่าได้ไปยุ่งกับเด็กคนนั้นจะดีกว่าไม่อย่างงั้นสิ่งที่เจ้าจะได้พบคือความหวาดกลัว"หลินกู่ซวนกล่าว "หวาดกลัว ฮ่าๆๆเจ้าคงจะหมายถึงตระกูลหรือบุคคลที่หนุนหลังเจ้าเด็กนี่อยู่สินะ ถ้าบุคคลเหล่านั้นมีจริงก็ให้มันมาด้วยพลังของข้าในตอนนี้สามารถสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดาย"หลี่หมิงกล่าว"เปรี้ยง!!!!!!!"
ในตอนนั้นเองเกิดเสียงฟ้าร้องลมพายุเริ่มก่อตัวท้องฟ้าเริ่มมืดมน ราวกับกำลังจะเกิดเรื่องที่รุนแรงอะไรสักอย่างหลี่หมิงที่กำลังหัวเราะก็เงียบลงในทันที บรรยากาศเริ่มเย็นเยือกไปถึงกระดูก "ผู้ที่หันหลังให้กับมนุษย์เเล้วเลือกเส้นทางปีศาจจะต้องถูกลงทัณฑ์"เสียงอันเย็นชาดังขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังทำให้หลี่หมิงสั่นสะท้านไปด้วยความกลัวแม้หลี่หมิงจะมั่นใจในพลังของตนเองบวกกับทักษะลับของเผ่าปีศาจทำให้หลี่มีสามารถต่อสู้กับคนที่อยู่เหนือกว่าได้แต่เมื่อได้ยินเสียงเมื่อครู่ก็ทำให้ความมั่นใจของหลี่หมิงพังทลาย "เป็นไปไม่ได้ที่ดินแดนแห่งนี้ไม่น่าจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่าข้าเเล้วนิ" หลี่หมิงกล่าว "หลี่หมิงเจ้าที่พึ่งทะลวงสู่ปราณราชันสวรรค์อาจจะยังไม่เคยไปยังดินแดนเทวะที่นั่นปราณราชันสวรรค์มีมากมายจนนับไม่ถ้วนจะเรียกว่าที่นั่นปราณราชันสวรรค์ไม่ต่างอะไรจากสวะตนนึงเลยก็ได้"หลินกู่ซวนกล่าว"ไม่จริง ข้าไม่ยอมรับ ทำไมคนจากดินแดนเทวะถึงมาอยู่ที่นี่" หลี่หมิงกล่าวด้วยความหวาดกลัว
"ก็ข้าได้เตือนเจ้าไปเเล้วว่าอย่าไปยุ่งกับเด็กคนนั้น"หลินกู่ซวนกล่าว"เปรี้ยง!!!!!"
สายฟ้าขนาดใหญ่ฟาดลงมาใส่หลี่หมิงด้วยความเร็ว
"อ๊ากกกกกก ไม่ ข้ายังไม่อยากตายยยยยยยยยยยยยยยยย" หลี่หมิงกรีดร้องโหยหวน
ไม่นานคนตระกูลหลี่ก็ถูกสายฟ้าเหล่านั้นฟาดใส่ในทันทีเกิดเสียงร้องโหยหวนร่างกายและวิญญาณของพวกเขาต่างถูกทำลายผู้คนจากทวีปศักดิ์สิทธิ์ต่างก็เฝ้ามองเหตุการที่เกิดขึ้นด้วยสายตาที่ซับซ้อนการสังหารหมู่นี้ทำให้พวกเขาเข้าใจถึงความอ่อนแอของตนเองมากแค่ใหน "จงเก็บเรื่องที่ข้าสอดมือเข้ามายุ่งไว้เป็นความลับกับเด็กคนนั้นด้วย"เสียงของชายชราดังขึ้น "พวกเราเข้าใจเเล้ว และขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือพวกเรา"พวกหลินกู่ซวนก้มหน้าและคารวะไปยังท้องฟ้า ชายชราที่ยืนอยู่บนท้องฟ้าที่สูงจนไม่สามารถมองเห็นได้ก็ฉีกกระชากมิติแล้วจากไปในทันทีกลุ่มของหลินกู่ซวนเองก็ได้กลับไปยังนิกายเเล้วเปิดโปงการกระทำของตระะกูลหลี่แล้วขับไล่ตระกูลหลี่ออกไปจากทวีปศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับผนึกพลังบ่มเพาะของคนในตระกูลหลี่ที่เหลือต่อให้พวกเขาสืบทอดทายาทออกมาทายาทของพวกเขาก็ไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้อีก หยางจื่อในตอนนี้ได้หมดสติไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนจึงได้สติอีกครั้งแล้วหลินกู่ซวนก็ได้มอบทรัพยากรที่ยึดได้จากเผ่าพันธุ์ใต้ทะเลมามอบให้กับหยางจื่อจำนวนมากและหลินกู่ซวนยังกล่าวว่าอีก 2 ปีจะพาหยางจื่อและหลี่ซวงเหยียนขึ้นไปยังแดนเทวะ หยางจื่อรู้สึกดีใจอย่างงมากเเละตั้งหน้าตั่งตาปิดด่านฝึกตนบ่มเพาะพลังและฝึกฝนทักษะที่ตนเองมีให้ถึงจุดสูงสุดทางด้านเสี่ยวหงนั้นมันเข้าสู่สภาวะหลับลึกไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาตั้งกี่ปีกว่ามันจะตื่นอีกครั้งทำให้หยางจื่อไม่อากจะใช้ทักษะผสานมังกรอีกครั้งเพราะมันทำให้เสี่ยวหงต้องหลับลึก หญิงสาวชุดขาวเองก็ได้ฝึกฝนพร้อมกับชี้แนะหยางจื่ออยู่ตลอดจนกระทั่งอยากจื่อเรียกนางว่าอาจารย์แต่นางก็ปฏิเสธนางบอกว่านางนั้นเป็นเเค่เศษเสี้ยววิญญาณของราชันมังกรสวรรค์เท่านั้นและที่นางช่วยหยางจื่อก็เพราะนางต้องการให้หยางจื่อเเข็งแกร่งขึ้นไวๆจนกระทั่งสามารถนำเศษเสี้ยวดวงวิญญาณของนางออกจากดาบมังกรสวรรค์เพื่อที่นางจะได้สร้างร่างกายใหม่ซึ่งเรื่องนี้หยางจื่อก็แปลกใจแต่ด้วยความช่วยเหลือของนางที่ผ่านมาหยางจื่อก็ไม่ปฏิเสธทำให้ทั้งสองได้ทำสัญญากันอีกครั้งว่าทั้งสองจะช่วยเหลือกันและกันจนกระทั้งหญิงสาวชุดขาวได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง----------------------------------------------------------------------------------------