เมื่อการต่อสู้จบลง
อคินนั่งลงกับพื้น หอบหายใจเล็กน้อยแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาหยิบมีดพกออกมา
"เอาล่ะ... ถึงเวลาวิชา กพอ. งานประดิษฐ์แล้ว"
เขาเริ่มลงมือถลกหนังลิซาร์ดแมน แม้จะไม่มีสกิลชำแหละโดยตรง
"ซ้ายอีกนิด... ระวังถุงน้ำดีแตก... โอเค สวย!"
[อย่าลืมล้างมือด้วย น้ำเมือกพวกนี้มีพิษ]
"หนังฟร็อกเกอร์นี่ลื่นดีจัง เอาไปทำรองเท้าบูตให้โบ้น่าจะดี จะได้เดินลุยโคลนไม่จม"
อคินเอ่ยขึ้นพลางม้วนเอาหนังที่ลอกออกมาได้ใส่กระสอบเอาไว้
ก่อนจะออกล่าอีกครั้ง โดยเน้นล่าฟร็อกเกอร์ และลิซาร์ดแมนอีกรอบ
...
กระสอบใส่หนังและชิ้นส่วนมอนสเตอร์หนักอึ้งถูกแบกขึ้นบ่า
อคินผิวปากเป็นทำนองเพลงร็อกยุค 90 อย่างอารมณ์ดีขณะเดินกลับค่ายแหลมสิงห์
"วันนี้รวยเละ ได้ทั้งเวล ได้ทั้งของ กลับไปจะอัปเกรดชุดให้ครบปาร์ตี้เลย"
เขาเดินผ่านเขตป่าชายเลนช่วงสุดท้าย
ซึ่งอีกไม่ไกลก็จะเห็นแสงไฟจากกำแพงค่ายแล้ว
ความชะล่าใจและความเหนื่อยล้าทำให้เขาลดการระวังตัวลง
"เดินทางลัดตรงนี้แหละ พื้นดูแห้งดี น่าจะถึงเร็วกว่า"
อคินก้าวลงไปในพื้นที่ดูเหมือนดินแห้งระแหง
แต่กลิ่นคาวโคลนที่ลอยแตะจมูกกลับรุนแรงผิดปกติ
หารู้ไม่ว่าเบื้องล่างคือกับดักมรณะ...
ติ๊ง!
[ตรวจพบความหนาแน่นของพลังเวทใต้ดินผิดปกติ!]
[ถอยห่างจากจุดนี้ทันที!!]
ข้อความสีแดงตัวใหญ่กระแทกตา แตกต่างจากทุกครั้ง มันดูตื่นตระหนก ร้อนรน ราวกับคนตะโกนใส่หน้า
"ห๊ะ? ..."
ซวบ!!
ยังไม่ทันสิ้นเสียงความคิด พื้นดินที่เคยมั่นคงก็ยุบยวบลงราวกับฟองน้ำ
แรงดูดมหาศาลกระชากข้อเท้าของอคินจมดิ่งลงไปถึงหน้าแข้งในพริบตา
ไม่ใช่แค่โคลนดูดตามธรรมชาติ แต่มันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นนับร้อยคู่คอยฉุดรั้งเขาลงสู่ก้นบึ้ง
"เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย!"
อคินร้องเสียงหลง พยายามดึงขาออก แต่ยิ่งดิ้น โคลนเหล่านั้นยิ่งบีบรัดแน่นขึ้นและไต่ระดับสูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
บุ๋ง... บุ๋ง...
ผิวน้ำรอบตัวเดือดพล่าน ฟองอากาศผุดขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นเน่าเหม็น
เงาตะคุ่มนับสิบร่างผุดขึ้นมาจากเลนตม ล้อมรอบตัวเขาไว้ทุกทิศทาง
ผิวสีเขียวเมือกสะท้อนแสงจันทร์ ดวงตาปูดโปนจ้องเขม็งมาที่เหยื่อผู้ติดกับ
[ฟร็อกเกอร์ เลเวล 26]
"ซวย... แล้ว..."
อคินหน้าซีดเผือด ขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเท้า เหมือนถูกหล่อปูนทับไว้ตั้งแต่เอวลงไป
เจ้าตัวกลางที่ดูตัวใหญ่กว่าเพื่อนอ้าปากกว้าง
แก้มพองออกจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ละอองน้ำในอากาศหมุนวนรวมกันเป็นลูกบอลน้ำอัดแรงดันสูงที่หมุนติ้วด้วยความเร็ว
ซูม!!
กระสุนน้ำพุ่งเข้าใส่เขาราวกับปืนใหญ่
[ตั้งการ์ดรับการโจมตี! เดี๋ยวนี้!!]
เสียงระบบที่อคินคิดว่าเป็นคู่หูรู้ใจตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงที่แทบจะกรีดร้อง
ร่างกายของเขาตอบสนองโดยอัตโนมัติก่อนสมองจะสั่งการ
"ฮึ่ม! [อวยพร] !"
ออร่าสีทองจางๆ แผ่ออกมาจากร่าง ขจัดความกลัวในจิตใจ เขาเกร็งแขนยกโล่ไม้ขึ้นปะทะ"
" [ปัดป้อง] !"
ตู้ม!
แรงกระแทกหนักหน่วงจนแขนชาด้าน เศษไม้จากโล่กระเด็นบาดแก้ม
แต่เขาก็รอดมาได้... ทว่าแรงอัดนั้นกลับตอกร่างของเขาให้จมลึกลงไปอีกจนเกือบถึงอก!
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง โบ้เห่าพร้อมใช้สกิล [ยั่วยุ] เพื่อชะงักการโ๗มตีถัดไปและถึงความสนใจพวกมันจากอคิน
ขณะที่พวกแมวทั้งสามก็วิ่งวนรอบๆเพื่อสร้างความสับสนและหาจังหวะโจมตี
"บ้าเอ๊ย! ยิ่งรับยิ่งจม!"
อคินกัดฟันกรอด ความเย็นเยียบของโคลนเริ่มแทรกซึมเข้ามาถึงผิวหนัง
ในขณะที่ความตายกำลังก่อตัวขึ้นในปากของฟร็อกเกอร์อีกสองตัวที่เริ่มร่ายเวทพร้อมกัน
โบ้พยายามจะวิ่งเข้ามาช่วยแต่ก็ติดหล่มโคลนตื้นๆ จนขาปัด
"อย่าเข้ามาโบ้! หนีไป!"
อคินตะโกนไล่ น้ำเสียงสั่นเครือ
"พาพวกส้มซ่าหนีไป!"
บรื้นนนนน!
เสียงเครื่องยนต์เรือที่ถูกดัดแปลงพันด้วยเวทมนตร์คำรามกึกก้องแหวกความมืดมาจากทางปากอ่าว
แสงสปอตไลท์สว่างจ้ากราดส่องเข้ามาที่ลานโคลนจนอคินต้องยกโล่บังตา
"ไอ้หนู! ยกโล่กันไว้!"
เสียงตะโกนห้าวดุดันดังแข่งกับเสียงคลื่น
ร่างกำยำของชายผิวสีทองแดงกระโจนลงมาจากกราบเรือ
สภาพเรือเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบเลือดแห้งกรังจากการกรำศึกหนัก
ปลายเท้าเปล่าเปลือยของเขาสัมผัสผิวน้ำทะเล เกิดระลอกคลื่นสีฟ้าจางๆ รองรับน้ำหนักตัวด้วยสกิลพิเศษเฉพาะตัว
เขาพุ่งทะยานฝ่าความมืดบนผิวน้ำราวกับเจ็ตสกี ควงฉมวกยาวในมือจนเกิดเสียงตัดอากาศ วูบ! ก่อนจะทิ้งตัวลงมายืนตระหง่านบนผิวโคลนเหลวข้างๆ อคิน
"ไอซ์! ขอซัพพอร์ต! เมฆ! ดึงความสนใจมาทางนี้!"
เสียงสั่งการเฉียบขาดดังมาจากชายหนุ่มผมสั้นเกรียนที่ยืนบัญชาการอยู่หัวเรือ 'ทศ' ผู้นำแคลนนักล่าแห่งพงไพร
ทันทีที่สิ้นเสียง หญิงสาวในชุดคลุมก็สะบัดมือ ร่ายเวทสายสีฟ้าสว่างวาบข้ามหัวอคินไป
" [บงการวารี] [เยือกแข็ง] !"
แส้น้ำพุ่งรัดร่างของฟร็อกเกอร์ตัวกลางก่อนจะเปลี่ยนจากน้ำกลายเป็นน้ำแข็งจนมันขยับไม่ได้ เปิดช่องว่างขนาดใหญ่
ตู้ม!
ร่างยักษ์ในชุดเกราะเหล็กหนาเตอะกระโดดลงมาจากเรือกระแทกพื้นโคลนจนสั่นสะเทือน
นี่คือ 'เมฆ' แทงค์มือหนึ่งของทีม เขากระแทกโล่ใหญ่ลงพื้น
" [ยั่วยุ] "
เมื่อเขาใช้สกิลฟร็อกเกอร์ทั้งฝูงถูกดึงดูดมาที่เขาทันที ต่างจากสกิลของโบ้ราวฟ้ากับเหว
"[โล่กระแทก] "
โล่ของเขาสว่างวาบ สร้างคลื่นพลังงานที่เหมือนกำแพงุ่งกระแทกฟร็อกเกอร์อีกสองตัวกระเด็นออกไป
ชายถือฉวก วาดฉมวกของเขาไปรอบๆ พร้อมวิ่งไปมาบนน้ำและโคลน
" [แหวกสมุทร] "
คลื่นน้ำวงกลมถูกกวาดออกไปรอบๆ ตัดคอฟร็อกเกอร์ทั้งหมดจนล้มแน่นิ่งไป
การต่อสู้จบลงในเวลาไม่ถึง 30 วินาที...
นี่คือความแตกต่างระหว่างมือสมัครเล่นกับปาร์ตี้ระดับท็อปที่เพิ่งพิชิตดันเจี้ยนระดับสูงมาหมาดๆ
เขาสะบัดเลือดเขียวออกจากปลายฉมวก ก่อนจะเดินย่ำโคลนเข้ามาหาอคินที่จมอยู่ครึ่งค่อนตัวและกำลังอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง
"สภาพดูไม่จืดเลยนะ"
เขายิ้มมุมปาก
"ส่งมือมา เดี๋ยวจะดึงขึ้น... เกาะแน่นๆ นะ โคลนเวทพวกนี้แรงดูดมันเยอะ ฉันต้องออกแรงกระชากหน่อย"
อคินเอื้อมมือไปจับมือเขาแน่น
เขาปักหลักยืนมั่นคง สูดหายใจลึกเพื่อเกร็งกล้ามเนื้อแขน
"ฮึบ!"
เขาออกแรงกระชากเต็มกำลัง
พรวด!!
"เฮ้ย!"
ร่างของอคินหลุดออกจากโคลนดูดพุ่งขึ้นสู่อากาศราวกับขนนก!
เขาถึงกับเสียหลักเซถลาหงายหลัง เพราะแรงที่เขาใส่นั้นมันมากเกินความจำเป็นไปหลายสิบเท่า...
สัมผัสเมื่อครู่... มันไม่ใช่การดึงมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มันเบาหวิวราวกับชุดเกราะเปล่าที่ไร้คนสวมใส่
อคินลอยไปตกบนรากไม้แห้งข้างๆ อย่างสวยงาม
"วู้ววว! แรงเยอะโคตรๆ ดึงผมขึ้นมาเหมือนดึงลูกโป่งเลยพี่ชาย!"
เขายืนนิ่งค้าง ขมวดคิ้วมองมือตัวเองสลับกับมองอคิน
"เป็นอะไรไหมนที?"
ทศเดินลงมาจากเรือพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง เสื้อผ้าของพวกเขายังมีกลิ่นคาวทะเลและกลิ่นสมุนไพรฉุนกึกติดอยู่
"มะ... ไม่เป็นไร"
นทีเก็บความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะลุกขึ้นปัดโคลน
ทศหันมามองอคิน แววตาคมกริบกวาดมองสำรวจ
"อคิน... หน้าที่ของนายคือกะดึกเฝ้าประตูทิศตะวันออกไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาโผล่ที่ป่าชายเลนโซนอันตรายนี่ได้?"
อคินคอตกทันที หูของเจ้าโบ้ก็ลู่ลงตามเจ้าของ
"คือ... ผม... กะว่าจะมาหาของทำชุดเกราะหน่อยครับ... ขอโทษครับที่ละเลยหน้าที่"
ทศมองดูสภาพทีมของเขาที่เหนื่อยล้า แล้วก็ถอนหายใจยาว
ก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่อคินเบาๆ
"เอาเถอะ... ถึงจะผิดวินัย แต่การที่นายมาเคลียร์ฝูงฟร็อกเกอร์ตรงนี้ก็ช่วยลดภาระให้ค่ายได้เยอะ ไม่งั้นคืนนี้พวกมันคงบุกไปถึงแนวรั้วแน่... อีกอย่าง ทีมฉันเพิ่งกลับจากเกาะแก้วพิสดารมา ลงดันเจี้ยนต่อเนื่องมาหลายวัน ตอนนี้หมดแรงจะสู้ยืดเยื้อแล้ว โชคดีที่นายช่วยล่อเป้าไว้ให้"
เขาบีบไหล่อคินแน่นขึ้นอีกนิด สบตาอย่างจริงจัง
"แต่ฟังนะอคิน นายมีฝีมือ และนายมีใจที่จะสู้... การเฝ้าประตูมันอาจจะแคบไปสำหรับนาย ถ้าคราวหน้าอยากจะออกล่าแบบนี้ ไปลงทะเบียนที่ 'แผนกนักผจญภัย' ซะ ฉันดูแลแผนกนั้นอยู่ เดี๋ยวจะบอกเจ้าหน้าที่ไว้ให้ว่าให้รับเรื่องนายเป็นกรณีพิเศษ"
"เอ๊ะ? ผมทำได้เหรอครับ?"
อคินตาโต
"ทำได้สิ"
หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยเสริมขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มหวาน ขณะยื่นขวดยาสีฟ้าใสให้อคิน
"ดื่มซะสิ น้ำยาฟื้นฟูแบบเจือจาง ช่วยขับพิษ แล้วก็ฟื้นฟูพลังชีวิตได้ ถือเป็นของขวัญต้อนรับว่าที่นักผจญภัยหน้าใหม่"
"ขอบคุณครับ!"
อคินรับมาดื่มรวดเดียว สีหน้าสดชื่นขึ้นทันตา
"ไปได้แล้วเมษา พวกเราต้องรีบกลับไปที่ค่ายแหลมสิงห์ จะได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน"
ทศตัดบท ก่อนจะหันกลับมาพูดกับอคิน
"พรุ่งนี้ฉันต้องเคลียร์ของดรอปจากเกาะอีกเยอะ นายเองก็รีบกลับไปพักผ่อนซะ"
ทีมของทศทยอยเดินกลับขึ้นเรือ แสงไฟจากเรือค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไป
ทิ้งให้อคินยืนมองส่งด้วยความตื้นตันใจ โดยไม่รู้เลยว่า...
สายตาของนทีที่มองกลับมาจากท้ายเรือนั้น ยังคงเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับเขา
'นที คนคนนั้นแรงเยอะมาก โ๗มตีครั้งเดียวฆ่าฟร็อกเกอร์เป็นสิบตัว แถมยังวิ่งบนน้ำได้อีก ต้องเป็นคนที่เก่งมากแน่ๆ'
...
หลังจากแยกทางปาร์ตี้ของทศและนที
อคินก็พาปาร์ตี้สี่ขาเดินกลับเข้ามาในเขตปลอดภัยของค่ายแหลมสิงห์
ทหารยามกะดึกที่ประจำการอยู่บนกำแพงโบกมือทักทายเขาด้วยความคุ้นเคย
"นายมาไม่ทันเปลี่ยนเวรนะ" พี่ตูมทหารยามที่เฝ้าประตูทักขึ้น
"ขอโทษครับพี่ตูมพอดีมีเรื่องนิดหน่อย"
อคินตอบเสียงอ่อย
"คุณทศบอกมาแล้วล่ะ ว่านายไปทำอะไรมา นี่ก็ตีสองครุ่งแล้วรีบไปพักซะจะหมดเวลาของนายแล้วนี่" พี่ตามยามฝาแฝดเอ่ยขึ้นจากอีกฝั่ง
"ครับ งั้นผมขอตัวนะครับ"
อคินตะเบ๊ะตอบอย่างแข็งขัน ก่อนจะมุ่งหน้าไปยัง 'ฐานทัพ' ของเขา
'บ้านต้นไม้' ขนาดกะทัดรัดที่สร้างแทรกตัวอยู่บนกิ่งก้านสาขาของต้นหูกวางยักษ์ริมรั้วค่าย
มันทำหน้าที่เป็นทั้งหอสังเกตการณ์สำรองและที่พักส่วนตัวที่อคินภูมิใจนำเสนอ
เพราะจากตรงนี้เขาสามารถมองเห็นทางเข้าออกค่ายได้ทั้งหมด สมกับหน้าที่ผู้พิทักษ์ประตู
อคินปีนบันไดลิงที่ทำจากเชือกและไม้ไผ่ขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว
แม้จะแบกกระสอบหนักอึ้งอยู่บนหลัง ส่วนพวกโบ้และแมวๆ ก็กระโดดไต่ตามกิ่งไม้ขึ้นมารออยู่บนระเบียงไม้อย่างรู้หน้าที่
"ถึงฐานบัญชาการแล้ว!"
อคินวางกระสอบลงเสียงดัง ตุบ! แล้วสูดอากาศบริสุทธิ์จากมุมสูง
"วิวดี ลมเย็น เหมาะแก่การหนัง"
เขาเปิดกระสอบออก กลิ่นคาวเลือดของมอนสเตอร์โชยออกมาจนจมูกย่น
"อือหือ... กลิ่นแห่งชัยชนะนี่มันฉุนกึกจริงๆ"
อคินหยิบหนังลิซาร์ดแมนสีเขียวเข้มที่เปื้อนเมือกและโคลนออกมา
"ขืนเก็บไว้ในกระสอบมีหวังเน่าก่อนได้คราฟต์แน่ ต้องจัดการเบื้องต้นก่อน"
เขาเดินไปที่ราวตากผ้าที่ทำจากกิ่งไม้พาดกันไว้ด้านข้างระเบียง ซึ่งปกติใช้ตากเสื้อผ้า
แล้วบรรจงพาดแผ่นหนังลิซาร์ดแมนลงไป ขึงให้ตึงด้วยเชือกฟางเพื่อรักษารูปทรง
แสงจันทร์ส่องกระทบเกล็ดสีเขียวจนเกิดประกายวาววับ
"ดูนี่สิเจ้าโบ้"
อคินชี้ไปที่แผ่นหนังที่ตากเรียงราย
"นี่คือวัตถุดิบชั้นยอด พรุ่งนี้ป๋าจะขัดให้เงาวับ แล้วเอามาเย็บเป็นเกราะเบาให้พวกส้มซ่า รับรองว่าเจ๋งสุดๆ! ส่วนเศษที่เหลือจะเอาทำปลอกคอกันหนามให้แกด้วย ดีไหม?"
"โฮ่ง!"
โบ้กระดิกหางตอบรับ แม้สายตามันจะจ้องไปที่ชามข้าวเปล่ามากกว่าแผ่นหนังก็ตาม
...
ภายในบ้านต้นไม้ที่สร้างจากแผ่นไม้อย่างดี
อคินถอดเสื้อเกราะเบาหนังออร์ค กางเกงหนังออร์ค และรองเท้าที่เปื้อนโคลนออกวางไว้ใกลเๆประตูทางเข้า
อคินทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่วางชิดมุมห้อง
ลมทะเลยามดึกพัดลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาทำให้บรรยากาศเย็นสบาย
เสียงใบไม้เสียดสีกันกลายเป็นเพลงกล่อมเด็กชั้นดี
ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้และการใช้แรงงานถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นลูกใหญ่
เปลือกตาของเขาหนักอึ้งจนแทบจะลืมไม่ขึ้น
"ไม่มีเวลาอาบน้ำแล้วสิ แต่วันนี้... สนุกชะมัด..."
อคินพึมพำเสียงงัวเงีย มือข้างหนึ่งห้อยลงมาจากเปล เกาหัวเจ้าโบ้ที่นอนเฝ้าอยู่ข้างล่างเบาๆ
"ฝันดีนะทุกคน..."
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:05]
[ฝันดี... อคิน]
"อืม... ฝันดี... ระบบ..."
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]