"โอ้โหเฮะ ดูบนผนังบ้านนั่นสิ เมื่อก่อนไม่เห็นจัดให้ดูแบบนี้เลยนี่" สุดสายตาจากประตูบ้านทางขวามือ โมเดลตัวการ์ตูนญี่ปุ่นวางเรียงไปบนชั้นวางสีดำลายไม้ที่ยื่นออกมาจากผนังบ้านลายอิฐสีเทา วางซ้อนกัน 4 ชั้น แน่นขนัด ห่างออกไปซ้ายมือเป็บันไดขึ้นชั้น 2 เองก็มีโปสเตอร์การ์ตูนแปะไปตามผนังทางขึ้น
ส่วนโมเดลที่วางเรียงรายอยู่นั้นผมก็ไม่รู้หรอกว่ามาจากเื่อะไรบ้าง แต่เห็นมีกันดั้มอยู่ด้วยก็ชวนให้ผมเดินปรี่เข้าไปในทันที พอทำท่าเอื้อมมือจะไปแตะเท่านั้น อรุณก็แผดเสียงตวาดแว้ดมาทันใด
"เอามือชักว่าวไม่ล้างออกไปให้ห่างจากโมเดลฉันเลยนะเว้ย!"
"เสียมารยาท! รุ่นนี้ไม่มีสาวแหนมเองหรอกเฮ้ย!" อรุณพุ่งเข้ามากั้นระหว่างผมกับชั้นวางโมเดลของเธอในทันทีด้วยสีหน้าปานลูกหมาหวงข้าว "โอเคๆ ก็แค่อยากดูใกล้ๆ ฉันก็แผนกันดั้มเหมือนกันนา เห็นแบบนี้ก็เหอะ" จะมีผู้ชายคนไหนบ้างที่ไม่ชอบหุ่นยนต์ั์?
"ครั้งก่อนตอนจัดห้องใหม่เพื่อนฉันก็พูดแบบนี้!" เพื่อน!!? น้ำหน้าอย่างเอ็งมีเพื่อนได้ด้วยเหรอวะน้องอรุณ "...แล้วมันก็ทำฟิกเกอร์ 1/4 มิคุ รุ่นลิมิตเต็ดหล่น! ดีที่ไม่เป็อะไร"
"ก็ถ้าหวงนักจะเอามาตั้งโชว์ทำไมวะ ใส่กล่องไว้ในห้องเหมือนเมื่อก่อนดีกว่ามั้ย?"
"ฉันเอาไว้ดูของฉันคนเดียวเว้ย!" เธอะโเสียงสนั่นอัดหน้าผมยังกับฉากที่สัตว์ั์มาแผดเสียงขู่ใส่หน้าตัวเอก แน่นอนว่าน้ำลายก็พุ่งเข้าหน้ามาด้วย ทำให้ผมต้องยกแขนเสื้อเช็ดแล้วยิ้มแหยงใส่
"กลิ่นโคล่า กินเยอะระวังฟันผุนะ" เจอการสวนอย่างมีชั้นเชิงเข้าไปทำให้อรุณสะบัดหน้าเหยเก โยกนมพร่องมันเนยในถุงผ้าลายมิกกี้เมาส์เดินไปที่โซฟาด้านหลัง "หูมิกกี้น่าหยิกจริงๆ ฉันว่าเธอเปลี่ยนไปใส่พวกรัดทรงหน่อยก็ดีนะ โยกขนาดนั้นไม่ดีต่อหัวใจเลย"
แม่โอตาคุสาวไม่ต่อล้อต่อเถียงผมต่อ เธอทิ้งก้นแน่นๆ ลงบนโซฟาดังตุ้บ แล้วเหยียดขายาวเรียวขึ้นโต๊ะกระจกตรงหน้า กระดิกปลายเท้าให้ผมเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้าม ว่าแต่จะใส่ขากลางโต๊ะมาให้เปลืองทำไมกันล่ะนั่น? ไอ้โต๊ะกระจกรับแขกนี่มันมี 5 ขา เป็สไตล์ประหลาดตามเ้าของมันเหรอ รสนิยมแม่นี่ยังไร้เหตุผลรองรับเช่นเคย
"อรุณเอ๋ย แขกไปใครมาก็ควรที่จะเสิร์ฟน้ำให้ดื่มกันสักกะนิดไม่ใช่เหรอจ๊ะ?"
"กินตีนกูนี่!" แล้วยกเท้าทุบโต๊ะกระจกห้าขาดังปึง อ๋อ ไอ้ขารองตรงกลางนั่นเอาไว้รองรับอารมณ์นี่เอง
"ได้เหรอ! ได้จริงๆ ใช่ป่ะ!" ผมทำท่าตัวโย่งเดินดุ่มๆ เข้าไปยืดแขนจะรวบขาข้างนั้นของเธอ ทำเอาสะดุ้งกันเลยทีเดียว
"เออๆ เอาน้ำให้กินก็ได้ น่าเกลียดจริงๆ" แล้วเธอก็ลุกเดินเลยบันไดผ่านประตูเข้าบ้านเข้าครัวไปเอาน้ำมาให้ผมจนได้ ฮ่าฮ่าฮ่า รู้จักความหน้าด้านพี่ชิตน้อยเกินไป
"ไม่เอาน้ำเปล่านะ อยากกินหวานๆ"
"ฟัก! แดกๆ ไปเหอะ!"
อรุณก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารที่ผมหย่อนไว้ให้ สีหน้าเรียบเฉยและผ่อนคลาย ทั้งที่ใส่คีย์เวิร์ดไปให้กระตุกเื่พลังเหนือธรรมชาติ แต่ก็ยังคงตีหน้านิ่งอยู่ได้...
"มีองค์กรเซนต์ลูเซียนอะไรนี่โผล่เข้ามาแย่งของ แล้วยิงกันสนั่น แต่ไม่ยักกะออกข่าว..." เธอเอนหลังแล้วหย่อนกองกระดาษลงแผ่บนโต๊ะ "พระเองก็เอากับเขาด้วย น่าสนุกนะเนี่ย"
อรุณยิ้มกริ่มแล้วกล่าวต่อ "เอาเื่แบบนี้มาบอกฉันตาลุงไม่คลั่งเอาเหรอ" เธอเลื่อนมือคลี่กองเอกสารออกเผยให้เห็นภาพถ่ายที่เกิดเหตุและหลักฐานที่โดนปกปิดสยายออกมา แน่นอนว่าเค้าโครงส่วนที่ดูแล้วคนปกติที่ไม่มีพลังเวทมนต์มหัศจรรย์ไม่มีอยู่
ยังคงไม่เผยไต๋ออกมาว่ารู้อะไรหรือเปล่า แหงล่ะ แค่ชื่อองค์กรปริศนาโผล่มาไม่ทำให้ใครหวั้นไหวอยู่แล้ว
"ไม่เป็ไร มันอยู่นอกเขตพื้นที่ เปิดเผยหากำไรได้!" ผมแสยะยิ้มออกไป
"แต่แกก็รอดมาได้เหมือนเคย..." เธอเว้นระยะไปแล้วริมฝีปากสั่นไหวเล็กน้อย การที่ผมรอดมาเล่าได้นี่ทำให้กระตุกได้เหรอเนี่ย ย้ำเข้าไปหน่อยแล้วกัน
"เออ ก็เหมือนทุกที ต่อให้ขนชาวไซย่ามาก็ฆ่าฉันไม่ได้หรอก" ผมแกล้งเบือนหน้าออกเล็กน้อย "ริอาจจะมาดัดหลังผู้มีพลังเหนือธรรมชาติแบบฉัน มันก็ต้องตายเรียบเป็ธรรมดา"
"พลังเหนือธรรมชาติ?" มือซ้ายของอรุณบีบจิกเข้าไปที่หัวเข่า เกร็งจนเห็นรอย ปลายเท้าจิก ยกส้นเท้ายก
"คนดีผีคุ้มไงล่ะเฮ้ย! ชะชะช่า! แค่ขนมาเยอะกว่าจะมาสู้ฉันได้ไง จริงมั้ย?"
ขอบตาเธอกระตุกเล็กผมจึงกล่าวต่อ
"รู้จักสิ่งที่เรียกว่าถ่วงเวลาเรียกพวกมั้ย? ใครจะโง่ไปใส่เดียวกับคนมีปืนเป็สิบวะ" อันที่จริงคือใส่เดี่ยวนั่นแหละ แถมกำลังเสริมยังเป็สิ่งมหัศจรรย์ที่สิงร่างเป็แขนขวาให้ผมอยู่อีกด้วย แต่คำที่พูดกวนๆ ออกไปนี้ก็ทำให้อรุณผ่อนคลายลง แล้วเคาะนิ้วที่กองเอกสารทำท่าสงสัย
"แต่มันก็แปลกที่ยิงกันขนาดนั้นกลับไม่มีออกข่าวอะไรเลยอยู่ดี..."
"เพราะยิงกันขนาดนั้นไงล่ะ ถึงได้ไม่มีออกข่าว ถ้าแค่ปล้นชิงยิงกันมันเล็กน้อย แต่นี่มีองค์กรแปลกๆ ที่มีพวกเป็เ้าอาวาสกับตำรวจมาเอี่ยว ขืนดังขึ้นมาก็เป็เื่ใหญ่น่ะสิ จริงมั้ย?"
"นั่นสินะ แถมไอ้องค์กรแปลกๆ ที่ว่ายังเป็เซนต์ลูเซียน..." เธอชะงักทันที
ตอนนี้ต้องรีบแกล้งทำไขสือเข้าใส่! ผมยื่นหน้าเข้าแล้ว "หือ?" แล้วขมวดคิ้วทำท่าสงสัย
"ไม่มีอะไรหรอก! มันพวกใหม่ใช่มั้ยล่ะ! ชื่อก็แปลก มันก็ต้องปิดกันเป็ธรรมดาอยู่แล้วไง"
"เออ ฮ่าฮ่า ชื่อนำหน้าว่านักบุญแต่มาทำบาปมันก็คงไม่เหมาะนั่นแหละนะ" ผมก็ตามน้ำกลบเกลื่อนไป พอขำแก้เขินเสร็จก็เงียบกันไปทั้งคู่
...
...ผมเงียบแบบยิ้มแย้ม
...อรุณเงียบแบบทำท่ารวบเอกสารแก้เขิน
...ความเงียบนั้นน่ากลัว ไม่ว่าความจริงหรือเื่หลอกลวง ถ้าเป็สิ่งที่คนสร้างขึ้น ความเงียบจะบังคับให้มันเปิดเผยออกมาเองไม่ช้าก็เร็ว เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ทนความเงียบได้ ก็มีแค่คนตาย
และความเงียบนี้มันก็ทำให้ผมมั่นใจ...
ติ๊งต่องๆ เสียงกริ่งเรียกคนในบ้านดังขึ้น แล้วเสียงดังเตือนน่ารักก็ดังขึ้นจากผนังบ้านข้างหลังพร้อมฉายภาพจากกล้องหน้าประตูบ้านลงบนผนัง ผมเหลือบไปมองภาพที่ฉายขึ้นมา มีผู้ชายผมสีน้ำตาลเข้มในชุดสูทสีเทาไม่ผูกเนคไทยืนยิ้มมองกล้องหน้าประตูอยู่ จากนั้นหันมาทำหน้าสงสัยใส่อรุณที่สีหน้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด คงดีใจที่มีคนมาช่วยเปลี่ยนเื่คุยสินะ
"ผู้จัดการบริษัทเสื้อผ้าน่ะ ฉันจะไปถ่ายแบบชุดแฟชันให้เขาหน่อย" พูดพร้อมฉีกยิ้ม
"เหอ? หันมาเอาดีทางนี้ได้อีท่าไหนเนี่ย"
"ทำไงได้ ฉันมันตัวคนเดียวนะ แค่ข่าวอิสระมันไม่พอยาไส้หรอก"
"เฮ้ยๆ ตัวคนเดียวอะไร แล้วไอ้เจล่ะ นั่นพระสวามีเธอนา"
"ไอ้สันขวานนั่นมันจะโผล่หัวมาแค่ตอนมีอารมณ์เท่านั้นแหละ!!!" ถึงกับแผดเสียงเลย "ป่านนี้ไปกกใครอยู่ก็ไม่รู้!"
"มันก็ไม่ได้เ้าชู้อะไรขนาดนั้น" เวลานี้ต้องปกป้องไอ้กล้วยแขกหน่อยแล้วล่ะ "ติดงานไง งานน่ะ ขาดเหลืออะไรโทรหาก็จบแล้ว"
"งานกับผีเด่ะ!"
"แต่เธอก็ไม่ยอมรับสายมันเองนี่นา จะงอนตุ้บป่องไปทำไมว้า"
"ไม่ได้งอนว้อย!!!" เธอลุกขึ้นแล้วกระทืบเท้าไปที่หน้าประตู พร้อมทำท่าขับไล่ไสหัวผมออกไปจากบ้าน
แบบนี้แหละเขาเรียกว่างอน แม่คุณเอ๊ยยยย
"โอเคๆ ไม่ได้งอนเนาะ? เดี๋ยวล็อคคอมันมาให้"
"ไอ้คนที่พามันหายหัวไปประจำอย่างแกไม่ต้องมาทำเป็ปากดีเลย!"
วินาทีที่เธอเปิดประตูออกไปสีหน้าก็เปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มทันที แล้ววิ่งเหยาะๆ ไปหาพ่อรูปหล่อในสูทเทานั่น ดูจากลักษณะส่วนสูงและโครงหน้าแบบชาวยุโรป คงเป็คนต่างชาติ และอรุณก็สปีคภาษาอังกฤษกับเขายืนยันให้รู้ว่าไม่ใช่คนไทย
พ่อหนุ่มนั่นหันมามองผมพร้อมทำหน้างงเล็กน้อย อรุณจึงแถลงให้รู้ว่าผมเองก็มาติดต่องานคือกัน เลยจบที่ผมกับเขาจับมือเขย่าสองขยักแล้วขึ้นควบแมงกะไซ ส่วนสองหน่อหนุ่มสาวนั่นขึ้นรถเก๋งของฝ่ายนายฝรั่งออกไป
ผมกดโทรศัพท์หานายสันชัยทันที และมันก็รับสายแบบไม่รอช้า
"ไอ้เจสันขวานเอ๊ย อรุณได้ผัวใหม่เรียบร้อยแล้วว่ะ"
'มึงอย่ามาตลก! ใครวะ! ไอ้หน้าไหนบังอาจมาล้องคองูเห่าวะ!!!'
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หลอกเล่นเว้ย ก็แค่ตามฝรั่งมาดเข้มออกไปถ่ายแบบเอง"
'ถ่ายแบบ! มันจะไปถ่ายแบบทำไมวะ! ไอ้บ้านั่นไปทางไหน กูจะตามไปตัดแหนมมัน!'
ตายห่า หึงจริงนี่หว่า ที่ว่าไอ้พวกเ้าชู้มักจะทำตัวเป็หมาหวงก้างนี่เื่จริงสินะ
"เลิกปัญญาอ่อนได้แล้ว แค่ไปทำงานเว้ย อีกอย่างนึง..." ผมเว้นห้วงให้มันรู้ว่าต่อไปเป็เื่ไม่น่าฟัง
"อรุณเป็ผู้ต้องสงสัย คืนนี้ฉันต้องมา เดี๋ยวคุยรายละเอียดกัน"
Aroon is sus.