บทที่ 36 ลูกน้องของผม
โจวสุ่ยหนิวรีบพูดขึ้นทันทีว่า “หนิงเย่ากังเป็นลูกน้องของผม ที่เขามีวันนี้ได้ก็เพราะผมแอบสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ท่านหลัว เขาไปทำให้ท่านไม่พอใจหรือครับ? ผมจะรีบจัดการเขาเดี๋ยวนี้ครับ!”
หลัวเซิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยินแบบนั้น เขาไม่คิดว่าหนิงเย่ากังจะเป็นคนของโจวสุ่ยหนิว ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับเป็นคนของเขาเอง ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นต้องกำจัดทิ้งแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวให้นายส่งเลขาของนายมาหาฉันที่นี่ แล้วก็พาหนิงเย่ากังมาหาฉันด้วย”
พูดจบ หลัวเซิงก็วางสายทันที แล้วอุ้มเหยาเหยาที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา
ผู้คนรอบข้างต่างก็ได้ยินที่หลัวเซิงคุยโทรศัพท์ พวกเขาต่างก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจว่าทำไมหลัวเซิงถึงได้อวดดีขนาดนั้น ไม่เพียงแต่ไม่ให้เกียรติหนิงเย่ากัง แล้วยังจะเรียกเขามาอีก!
นี่มันน่าขำสิ้นดี!
ผู้จัดการคลับถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี หรือว่าไอ้หนุ่มนี่รู้จักท่านประธานจริง ๆ?
“ฮ่าฮ่า! แกอย่ามาทำเป็นอวดเก่งที่นี่เลย! ยังกล้าพูดถึงท่านกังอีก! ช่างกล้าจริง ๆ นะ แกรอตายได้เลย!”
จางเฉาหัวเราะเยาะอย่างดูถูกเหยียดหยาม เขาไม่เชื่อว่าหลัวเซิงจะรู้จักหนิงเย่ากัง แถมยังพูดจาเหมือนเป็นลูกน้องอีกต่างหาก
แล้วนี่อะไร? ยังจะเรียกหนิงเย่ากังมาอีก? นี่มันจะตลกเกินไปแล้ว! เพราะด้วยฐานะของหนิงเย่ากังแล้ว ต่อให้เป็นผู้มีอิทธิพลแค่ไหน ก็ไม่ใช่ว่าจะเรียกมาได้ง่าย ๆ
เมื่อได้ยินจางเฉาพูดแบบนั้น ผู้จัดการก็รู้สึกตัว แล้วก็คิดขึ้นได้ว่าตัวเองโง่เง่าจริง ๆ ด้วยฐานะของท่านประธานแล้ว จะไปรู้จักกับไอ้เด็กนี่ได้อย่างไร?
ไอ้หนุ่มนี่มันคงจะฝันกลางวันแน่ ๆ
ไอ้หนุ่มนี่แค่อวดเก่งไปงั้นแหละ ทันใดนั้นเขาก็กลับมาทำท่าทางหยิ่งผยองเหมือนเดิม แล้วพูดกั หลัวเซิ ว่า “ไปกับพวกเราได้แล้ว!”
หลัวเซิงไม่ได้พูดอะไร เดินตามผู้จัดการไป เหยาเหยากลับหวาดกลัวจนหน้าซีด กลัวว่าพ่อของเธอจะต้องลำบากเพราะเธอ แต่หลัวเซิงกลับยิ้มให้เหยาเหยา ทำให้เธอร์ู้สึกปลอดภัยขึ้นมาทันที
ไม่นาน หลัวเซิงก็เข้าไปในคลับ หนิงเทียนกับลูกน้องอีกสองสามคนต่างรออยู่ที่นั่น พวกเขาอยากรู้ว่าเป็นใครกันที่ไม่เคยเห็นพวกเขาอยู่ในสายตา
ตอนที่พวกเขาเห็นหลัวเซิง พวกเขาก็รู้สึกอยากหัวเราะ เพราะเด็กหนุ่มคนนี้ดูธรรมดาเกินไป ไม่เหมือนคนรวยหรือมีอำนาจเลย!
เด็กแบบนี้ยังกล้าหาเรื่องพวกเขาอีกเหรอ?
นี่มันหาที่ตายชัด ๆ
หนิงเทียนขมวดคิ้ว เขาคิดว่าเป็นคนใหญ่ คนโต ที่แท้ก็แค่ตัวประกอบกระจอก!
เดิมทีเขาอยากจะลงมือเอง เพื่อสร้างบารมีต่อหน้าลูกน้องทั้งหลาย แต่ตอนนี้เขาหมดอารมณ์แล้ว พูดกับผู้จัดการด้วยท่าทีดูถูก
“แค่ไอ้หนุ่มคนนี้ แกจัดการตามอำเภอใจเลย! เสร็จแล้วอย่าลืมทำความสะอาดให้เรียบร้อย! เขาไม่คู่ควรให้ฉันลงมือเอง!”
ผู้จัดการได้ยินคำพูดนี้ ก็พยักหน้าโค้งคำนับทันที
เดิมทีจางเฉายังคิดว่าอยากจะลงมือเอง อย่างน้อยก็ต้องเอาคืน หลัวเซิงบ้าง แต่ตอนนี้ได้ยินหนิงเทียนพูดแบบนี้ ก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นแล้ว เพราะถ้าผู้จัดการกับยามพวกนี้ลงมือ มันหนักกว่าที่เขาทำเยอะ รอจนสุดท้ายที่หลัวเซิงโดนซ้อมจนสะบักสะบอม ค่อยไปเหยียบซ้ำสองสามที แถมถ่มน้ำลายใส่หน้าด้วย แบบนั้นถึงจะเรียกว่าสะใจ!
เขารีบหันไปประจบประแจงหนิงเทียนทันที “อย่างที่คาดไว้ พี่เทียนนี่สุดยอดจริง ๆ จัดการไอ้เวรนี่ได้ง่าย ๆ เลย”
“หึ! สถานะของท่านเทียนสูงส่งขนาดไหน? ใครจะกล้าหาเรื่องพี่เทียน? วันนี้แกทำพวกเราขายหน้าหมด ถูกไอ้ขยะแบบนี้ตบหน้าได้!”
พี่กวาตบหน้าจางเฉาเข้าไปทีหนึ่ง แต่จางเฉากลับไม่กล้าโวยวายแม้แต่น้อย ได้พยักหน้ายอมรับโดยดี
แต่ในวินาทีต่อมาจางเฉาก็หันขวับไป จ้องมองหลัวเซิงด้วยแววตา ดุร้าย “แกมันจบเห่! รอเวลาตายได้เลย!”
เฉวียนซินเฟยก็เยาะเย้ย จ้องมองหลัวเซิงราวกับมองคนที่กำลังจะตาย ไม่นาน ผู้จัดการก็พาตัวหลัวเซิงออกไป จางเฉารีบทำท่าทางประจบประแจงหนิงเทียนทันที “พี่เทียน เดี๋ยวไอ้เวรนั่นต้องร้องโอดโอยแน่ ๆ พวกเรานั่งดื่มเหล้าฟังเสียงมันร้องดีไหมครับ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ความคิดแกดีนี่!”
หนิงเทียนพยักหน้าเห็นด้วย ส่วนลูกน้องอีกสองสามคนก็พยักหน้าตาม ๆ กัน
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ ตอนนี้โจวสุ่ยหนิวกำลังหน้าเครียดจัด นับตั้งแต่เขาได้รับสายจากท่านหลัว เขาก็โทรหาหนิงเย่ากังจนโทรศัพท์แทบจะระเบิด แต่ปลายสายกลับยังไม่รับสาย!
ตอนที่เขากำลังจะบ้าตาย ในที่สุดหนิงเย่ากังก็รับสาย “ท่านโจว ขอโทษจริง ๆ ครับ ผมไม่ทันได้ยินเสียงโทรศัพท์!”
“บอสของฉันโดนคนของแกพาตัวไปที่คลับเสวียนอู่ ถ้าไม่อยากหัวขาด ฉันแนะนำให้แกรีบหน่อย!”
โจวสุ่ยหนิวตะคอกใส่ทันที พอได้ยินคำพูดนี้ หนิงเย่ากังก็ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว! บอสของท่านโจว? นั่นจะต้องเป็นบุคคลระดับไหนกัน? โดนคนของเขาพาตัวไป?
เขาไม่กล้าชักช้า รีบพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มันเกิดอะไรขึ้นครับ? คุณโจว ช่วยผมด้วย! ขอข้อมูลคน ๆ นั้นหน่อยได้ไหมครับ?”
ถึงแม้จะเป็นถึงเจ้าพ่อในวงการมาเฟีย แต่สถานะของคน ๆ นี้ก็ทำให้เขากลัวไม่น้อย
“รออยู่ตรงนั้น”
พูดจบโจวสุ่ยหนิวก็วางสาย ส่งข้อมูลของหลัวเซิง ให้กับหนิงเย่ากังพอหนิงเย่ากังได้รับข้อมูล เขาก็รีบโทรหาคลับเสวียนอู่ แต่โทรไปหลายครั้งก็ไม่มีคนรับสาย เขาหน้าซีดเผือด รีบโทรหาหนิงเทียน แต่หนิงเทียนก็ไม่รับสาย!
“บ้าเอ้ย! อย่าบอกนะไอ้ลูกเวรไปที่นั่นแล้ว!”
หนิงเย่ากัง ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เพราะเขารู้ดีว่าในสโมสรเสวียนอู่มีห้องทรมานอยู่ห้องหนึ่ง ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยเครื่องทรมานสารพัดชนิด ใครก็ตามที่ถูกพาตัวไปที่นั่นไม่มีทางรอดชีวิตออกมาได้
ส่วนหน้าห้องทรมานของคลับเสวียนอู่ในขณะนี้
หนิงเทียนหันไปบอกกับลูกน้องทั้งหลายว่า “พวกแกคอยอยู่ตรงนี้แหละ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”
ได้ยินคำพูดของหนิงเทียน จางเฉาและคนอื่น ๆ ต่างก็พยักหน้า จากนั้นก็ตั้งตารอเสียงกรีดร้องของ หลัวเซิง
เมื่อเห็นท่าทางของคนพวกนั้น หนิงเทียนก็แสยะยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยาม ในสายตาของเขาแล้วขยะอย่างหลัวเซิง ไม่คู่ควรแม้แต่จะให้เขามองด้วยซ้ำ
ในห้องทรมานตอนนี้ หลัวเซิง กำลังกอดเหยาเหยาที่อยู่ในอ้อมแขน ตรงหน้าของเขามีผู้จัดการคลัยืนอยู่ ด้านหลังของผู้จัดการก็มีการ์ดยืนยืนเรียงรายอยู่ ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง
พวกเขาอยากรู้จริง ๆ ว่า ไอ้หมอนี่จะทนการทรมานของพวกเขาได้นานแค่ไหน?
“เหยาเหยา ลูกหันหลังไปก่อน อย่ามองนะ โอเคไหมลูก?”
หลัวเซิงเอ่ยกับเหยาเหยาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เหยาเหยาพยักหน้าอย่างว่าง่าย แล้วก็เอามือปิดหู หันหลังกลับไป
เมื่อเห็นแบบนั้น ผู้จัดการก็คิดว่าหลัวเซิงคงจะยอมรับชะตากรรมของตัวเองได้แล้ว
เขาหันไปสั่งการ์ดทั้งหมดทันทีว่า “ลงมือได้! ซ้อมมันให้ตายไปข้าง!”