[จบ] เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย

    บทที่ 46 ไอ้คนชั่วไม่มีสิทธิ์มารังแกพี่สาวนะ!

    บทที่ 46 ไอ้คนชั่วไม่มีสิทธิ์มารังแกพี่สาวนะ!


    มู่จือตกตะลึงไปสองวินาที ภายในชั่วพริบตาบนใบหน้างดงามเปี่ยมเสน่ห์ก็ผุดความประหลาดใจที่หาได้ยาก เธออดไม่ได้ที่จะจ้องมองดวงตาของเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า อารมณ์ในแววตาคู่นั้นฉายชัดโดยไม่คิดปิดซ่อน  


    นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้เห็นดวงตาแบบนี้?


    ไม่สิ บางทีอาจจะไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย


    มู่จือยกมุมปาก หากแต่รอยยิ้มนั้นส่งไปไม่ถึงตา ก่อนจะถามเสียงเบา “เธอเป็นใคร”


    ซิงซิงพยายามและยกมือน้อย ๆ ของเธอขึ้น เพราะดีใจที่ตัวเองจะได้พูดกับพี่สาว


    “หนูชื่อซิงซิงค่ะ หนูชื่อซิงซิง~”


    “ซิงซิง” มู่จือพยักหน้า “ซิงซิงตัวน้อย หนูมาผิดทางแล้ว นี่ไม่ใช่ห้องของหนูนะ เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย จะมีคนพาหนูกลับไป”


    ซิงซิงได้ยินแล้วก็ร้อนใจ มันไม่ง่ายที่เธอจะแอบเข้ามาตอนที่คุณน้าคุณอาไม่ได้สนใจ โชคดีที่มีตู้กดน้ำที่เธอใช้เป็น เมื่อรู้ว่าพี่สาวเป็นโรคกระเพาะ เธอก็รีบหยิบน้ำมาให้พี่สาวแก้วหนึ่ง


    เธอจะไม่ไปเด็ดขาด!


    ซิงซิงส่ายหัว “พี่สาวดื่มน้ำก่อนค่ะ ซิงซิงจะไม่ไปไหน ซิงซิงจะปกป้องพี่สาว”


    มู่จือยิ้มเยาะเสียงเย็นอยู่ในใจ


    รอยยิ้มอ่อนโยนยังคงประดับอยู่บนใบหน้า เธอรับแก้วน้ำจากมือของซิงซิง แต่กลับวางทิ้งไว้โดยไม่ได้สนใจจะดื่ม จากนั้นก็จับมือซิงซิงอย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า 


    “ไปกันเถอะ พี่สาวจะพาหนูไปส่ง”


    มู่จืออยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี เคยพบเจอเรื่องเลวร้ายมามาก บางทีบนตัวของเด็กคนนี้อาจมีกล้องเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ จะต้องมีคนอยู่เบื้องหลังพยายามจับผิดเธอแน่นอน


    หรือบางทีอาจมีอะไรบางอย่างอยู่ในแก้วน้ำนั้น…


    ซิงซิงรีบเอนตัวไปข้างหลัง สะบัดมือให้หลุดจากการกอบกุมของมู่จือและยืนอยู่กับที่ไม่ไหวติง พลางส่ายหัวน้อย ๆ อย่างแรง 


    “ซิงซิงไม่ไป พี่สาวจะต้องไปกับซิงซิง” 


    เธอส่ายหัวแรงมากจนมึนงงเล็กน้อย เด็กน้อยโยกตัวไปมาอยู่กับที่ราวกับว่าเธอเมามาก คล้ายนกเพนกวินตัวน้อยน่ารัก 


    มู่จือเคยร่วมงานกับดาราเด็กแสนสวยมาแล้วหลายคน แต่สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเธอสวยยิ่งกว่าที่เธอเคยเจอมาเป็นไหน ๆ


    บริสุทธิ์สดใสราวกับคริสตัลที่ยังไม่ได้แกะสลัก


    เธอถูกความน่ารักของซิงซิงจู่โจม แต่ก็รีบดึงความคิดที่ไม่จำเป็นออกไปและยิ้มให้


    “เด็กน้อยเด็กดี ฟังพี่สาวนะ หนูออกไปเองเถอะ พี่จะกลับไปกินข้าวแล้ว”


    เธอไม่ต้องการเสียเวลามากเกินไปกับเด็กน้อยที่ไม่ทราบที่มาที่ไปคนนี้ เธอใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัวนานขนาดนี้ เกรงว่าจะตกเป็นหัวข้อสนทนาของคนสกปรกเหล่านี้อีก หลังจากมู่จือพูดจบ เธอก็เดินไปที่ประตูห้องส่วนตัวโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองซิงซิง 


    ซิงซิงพยายามเขย่งเท้าเทน้ำอุ่นให้ แต่เธอไม่ดื่มมันแม้แต่อึกเดียวด้วยซ้ำ! 


    รองเท้าบูทยาวกระทบพื้นหินอ่อนจนเกิดเสียงดังฟังชัด เย็นเยียบราวกับหยกที่ตกลงกระแทกพื้น ทันทีที่มู่จือผลักเปิดประตูห้อง รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ถือว่าสมบูรณ์แบบที่สุด

    สายตาของผู้คนค่อย ๆ หันไปหาเธอแล้วพูดว่า


    “มู่จือ ทำไมถึงหายไปนานนักล่ะ?”


    “นี่ไม่ต้องถูกลงโทษสองแก้วเหรอ?”


    มู่จือใช้นิ้วเกี่ยวผมยาวที่ระหน้าอก “สองแก้วก็สองแก้วค่ะ”


    หญิงสาวเหลือบมองแก้วไวน์ตรงหน้าแล้วหยิบมันขึ้นมา


    ม่านตาของจินเหยียนขยายเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอมองดูไวน์สีแดงในแก้วไวน์แก้วนั้น


    มู่จือเขย่าแก้วไวน์อย่างไม่ได้ใส่ใจ วินาทีต่อมา มู่จือก็เทแก้วไวน์ลงบนพื้น แน่นอนว่าเธอจะไม่ดื่มไวน์หลังจากที่เธอเดินออกจากที่นี่


    สีหน้าของจินเหยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย


    มู่จือมุ่ยปากและพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด


    “อะไรเนี่ย ใครเป็นคนรินไวน์นี้ให้ฉัน ฉันอยากดื่มไวน์ขาว ไวน์ขาวแรงกว่าเยอะเลย”


    หลังจากได้ยินแบบนี้ทุกคนก็ตื่นเต้นกันมากขึ้น


    “สมกับที่เป็นมู่จือของพวกเรา”


    “ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มไวน์ขาว ฉันก็ชอบมู่จือคนสวยชิว ๆ แบบนั้นแหละ”

     

    ท้องของมู่จือปั่นป่วน แต่ใบหน้ายังนิ่งสงบ


    จินเหยียนสบตากับหลาย ๆ คน 


    แน่นอนว่าคนระมัดระวังตัวอย่างมู่จือจะไม่ดื่มไวน์ที่อยู่ ๆ ก็ปรากฏในแก้วของเธออย่างไม่รู้ที่มาที่ไปแน่


    จินเหยียนยิ้มและยืนขึ้น 


    “ไม่รู้ว่ามู่จืออยากกินไวน์ขาว แก้วนั้นเป็นฉันเทให้เองน่ะ ขวดต่อไปเป็นไวน์ขาว เดี๋ยวฉันเปิดเอง”


    มีดาราดังเปิดเครื่องดื่มก็ทำให้พวกผู้ชายรู้สึกมีความสุขอย่างกับเป็นราชา


    บรรยากาศมีชีวิตชีวามากขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่รอยยิ้มของมู่จือก็สดใสขึ้นมาก


    จินเหยียนหยิบขวดไวน์แล้วเปิดออก เขาเทใส่แก้วตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงหยิบแก้วไวน์ของคนอื่นมารินให้ทีละแก้ว และต่อด้วยแก้วของมู่จือเป็นแก้วสุดท้าย 


    มู่จือจ้องมองการเคลื่อนไหวของจินเหยียน ในขณะนั้นคนที่อยู่รอบข้างต่างก็หัวเราะและพูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย 

    “มู่จือ ได้ยินมาว่าเธอเต้นได้นี่ ทำไมไม่เต้นให้พวกเราดูหน่อยล่ะ?”


    มู่จือหันศีรษะไปมองคนคนนั้น เขาเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้กำกับที่เคยร่วมหลับนอนกับนักแสดงมานับไม่ถ้วน ทุกการเคลื่อนไหวและทุกคำพูดของทุกคนทำให้เธอรู้สึกขยะแขยง


    มู่จือยิ้มแล้วพูดว่า “ผู้กำกับซ่งไปได้ยินมาจากไหนคะ ทำไมฉันถึงไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลยล่ะ”


    หลังจากพูดจบ เขาก็รีบมองไปที่จินเหยียน


    จินเหยียนเพิ่งเทไวน์หยดสุดท้ายลง ก็ยกแก้วขึ้นและวางแก้วไวน์ไว้ตรงหน้ามู่จือ


    “ขอบคุณนะพี่จิน” มู่จือรับมันมา หรี่ตามองเล็กน้อยแล้วเขย่าแก้ว


    ตอนนี้เริ่มมีคนส่งเสียงเชียร์ขึ้นมาแล้ว


    “มู่จือ หมดแก้ว หมดแก้ว!”


    มู่จือขมวดคิ้ว เธอลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามและหยิบแก้วไวน์ขึ้นมา


    “ได้สิ ดื่ม!”


    มู่จือยกแก้วขึ้น ทุกสายตาจับจ้องไปที่เครื่องดื่มในแก้วของเธอ หัวใจของจินเหยียนเต้นรัวเร็ว ความตื่นเต้นล้นทะลัก แต่ด้วยการแสดงที่เพอร์เฟกต์ของเธอจึงปกปิดมันได้


    ขณะที่ริมฝีปากสีแดงสดของมู่จือกำลังจะแตะแก้วไวน์ ทันใดนั้น!


    ประตูห้องก็ถูกเปิดออก! 


    ใครกัน ทำไมทุกคนถึงมองไม่เห็นล่ะ?


    ก่อนที่ทุกคนจะรู้ว่าเป็นใครที่เข้ามา ขาของมู่จือก็ถูกชนเข้าให้ เจ้าตัวเล็กตัวกลมพุ่งเข้ามา ทำให้มู่จือสะดุดโซเซจนไวน์ในแก้วของเธอกระฉอกออกมาไม่น้อย 


    มู่จือก้มหน้าลงด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าของเด็กน้อยโกรธจนขึ้นสีแดงก่ำ และใช้สองมือสองเท้าปีนขึ้นไปบนเก้าอี้


    “เด็กคนนี้มาจากไหน” ทุกคนไม่พอใจอย่างมาก


    “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”


    “รีบออกไปซะ!”

    ชายร่างอ้วนเจ้าของชื่อโจวเฉียงลุกขึ้นยืน กำลังจะไปดึงซิงซิงออกและไม่ลืมที่จะพูดกับมู่จือ


    “มู่จือไม่ต้องกังวลไป ดื่มเถอะ”


    ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ดื่ม’ ซิงซิงก็ยิ่งร้อนใจกว่าเก่า


    เธอยืนอยู่บนเก้าอี้ ยืนเขย่งเท้า ก่อนที่โจวเฉียงจะจับเธอไว้ เธอก็เหวี่ยงมือเล็ก ๆ ไปที่แก้วไวน์ในมือของมู่จือ


    เพล้ง

     

    แก้วไวน์ร่วงลงกับพื้น แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ 


    “ไอ้คนชั่ว ใครอนุญาตให้รังแกพี่สาวฉัน”


    ซิงซิงกรีดร้องใส่โจวเฉียงด้วยความโกรธ หัวของเธอร้อนผ่าว ๆ ดวงตาแดงก่ำเพราะความร้อนใจ


    เครื่องดื่มสาดกระเซ็นไปทั่วพื้น ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างและหลายคนแสดงความโกรธออกมาอย่างไม่ปิดบัง


    “ให้ตายเถอะ ไอ้ตัวน้อยนี่มาจากไหนกัน!”


    โจวเฉียงรีบวิ่งไปข้างหน้าและคว้าเสื้อของซิงซิงไว้


    มู่จือมองซิงซิงด้วยสายตาลึกซึ้ง กำปลายนิ้วแน่นและก้าวไปข้างหน้าเพื่อหยุดโจวเฉียง


    “ประธานโจว ทำไมคุณถึงโกรธกับแค่เด็กอายุสามสี่ขวบขนาดนั้นล่ะ มันเป็นแค่แก้วไวน์เท่านั้น ฉันจะรินให้คุณอีกแก้วก็ได้ แค่ดื่มมันก็จบแล้วนะ”


    หลังจากพูดจบ เธอก็หยิบแก้วใหม่ข้าง ๆ เทไวน์อีกครั้งแล้วกระดกดื่มจนหมด


    โจวเฉียงด่าสาปแช่ง “ไม่ได้! เห็นสถานที่ของพวกเราเป็นอะไรกันถึงมีหมาแมวมาสร้างความวุ่นวายได้” 


    ล้อเล่นกันอยู่หรือไง แก้วเมื่อกี้ของมู่จือนั้นไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะลงมือสำเร็จ ไวน์น่ะไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ที่ผิดปกติอยู่ที่แก้ว!


    มันไม่ง่ายเลย เพราะมู่จือที่ระมัดระวังตัวมาโดยตลอดกำลังจะตกอยู่ในมือของพวกเขาในวันนี้ แต่แล้วแผนการทั้งหมดก็ถูกเด็กคนหนึ่งที่โผล่หัวมาจากไหนไม่รู้ขัดขวาง!


    ชายหน้าอัปลักษณ์มีกลิ่นเหม็นตัวมันเยิ้ม ถ่มน้ำลาย


    “ฉันจะให้เจ้านังเด็กคนนี้คุกเข่าลงต่อหน้าและขอโทษมาซะ” 




    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย ที่คุณอ่าน