แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่เริ่มคล้อยตัวลงต่ำอาบย้อมหน้าผาสีขาวของหมู่บ้านศิลาขาวให้กลายเป็สีนวลตา เสียงค้อนกระทบทั่งที่เคยฟังดูหนักอึ้งและกดดัน บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนบทเพลงแห่งชัยชนะที่ดังก้องไปทั่วหุบเขา เดรสมอนด์เดินนำกลุ่มเด็กน้อยกลับเข้าสู่ใจกลางหมู่บ้านด้วยท่าทางที่นิ่งสงบผิดกับตอนที่ออกไป รอบกายของเขาคือเด็กหญิงตัวน้อยที่ส่งเสียงหัวเราะสดใสร่าเริง พวกเธอห้อมล้อมนายน้อยราวกับห้อมล้อมพี่ชายคนโตที่แสนดี บางคนยังแอบกระซิบย้ำถึง 'สมบัติลับ' และคำสัญญาที่ให้ไว้ด้วยแววตาขี้เล่น ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็ความตื่นตะลึงอย่างที่สุด
"นั่นนายน้อยเดรสมอนด์นี่! แล้วนั่น... พวกเด็กๆ ปลอดภัยดีใช่ไหม?"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นตามรายทาง เด็กหญิงตัวน้อยที่จูงมือและเกาะชายเสื้อเขาอยู่ไม่ยอมปล่อย พากันแย่งกันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พ่อแม่ฟังด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วว่านายน้อยเก่งแค่ไหน และเขาช่วยพวกเธอจากเต่าั์ได้อย่างไรประหนึ่งเขาเป็วีรบุรุษจากมหากาพย์โบราณ
เบื้องหน้าโรงตีเหล็กขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่บ้าน ร่างกำยำราวกับั์ปักหลั่นของโบรการ์ดกำลังยืนกอดอกรออยู่ ในตอนแรกนั้นโบรการ์ดเตรียมคำดุด่าและยาสมานแผลไว้รอท่าไปแล้ว เขาปักใจเชื่อไปกว่าร้อยส่วนว่านายน้อยผู้อ่อนแอต้องถูกเ้าเต่าหินอัดจนร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วรีบวิ่งกลับมาหาเขาแน่ๆ แต่ทว่า... เมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าปรากฏสู่สายตา โบรการ์ดถึงกับต้องเบิกตากว้างและเลิกคิ้วขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ภาพของเด็กหนุ่มที่เดินนิ่งสงบนำเหล่าเด็กๆ ที่ร่าเริงเดินผ่านลานช่างทั่งที่แสนร้อนระอุ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่พาดส่องลงมานั้น มันทำให้โบรการ์ดหวนนึกไปถึงนิทานปรัมปราที่เขาเคยฟังจากปากของปู่ในสมัยที่ยังเป็เพียงเด็กตัวเล็กๆ นิทานเกี่ยวกับ 'อัศวินศักดิ์สิทธิ์' หรือวีรบุรุษผู้กล้าที่เดินนำพาความหวังกลับมาสู่หมู่บ้านภายหลังชัยชนะที่แสนยิ่งใหญ่
*เขาราวกับ... พระเอกในนิยายพวกนั้นไม่มีผิด* โบรการ์ดคิดในใจอย่างลืมตัว แววตาที่เคยแข็งกร้าวและดูแคลนสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นสภาพของดาบฝึกซ้อมที่บิ่นยับเยินในมือของเดรสมอนด์ ซึ่งบ่งบอกถึงการผ่านศึกที่หนักหน่วงมาจริงๆ
"นายน้อย... ท่านทำสำเร็จจริงๆ หรือ?" โบรการ์ดเอ่ยเสียงต่ำ ทรงพลัง
"ไอ้ตัวป่วนนั่นคงไม่มากวนใจเด็กๆ ไปอีกพักใหญ่เชียวล่ะ" เดรสมอนด์ตอบเรียบๆ พร้อมกับยื่นดาบเหล็กไร้คมที่ตอนนี้มีรอยบิ่นและคราบดินเลอะเทอะส่งคืนให้ "ขอบคุณสำหรับดาบฝึกซ้อม มันทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยม"
โบรการ์ดรับดาบไปพิจารณา เขาไม่ได้มองแค่รอยบิ่น แต่เขากำลังมองไปที่ 'ตำแหน่ง' ของรอยกัดกร่อนบนใบดาบ มันเป็รอยที่เกิดจากการใช้ดาบเป็คานงัดอย่างแม่นยำ ไม่ใช่การฟันแบบบ้าพละกำลัง ช่างตีเหล็กผู้เจนจัดรู้ดีว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร... มันคือเครื่องหมายของนักดาบผู้เข้าใจในศาสตร์ของอาวุธอย่างลึกซึ้ง
"นายน้อย... ข้าต้องขออภัยที่เคยสบประมาทท่าน" โบรการ์ดใช้กำปั้นทุบอกข้างซ้ายและค้อมศีรษะลงต่ำ เป็การแสดงความเคารพอย่างสูงสุดที่คนในหมู่บ้านช่างตีเหล็กจะมอบให้กับนักรบ "คำสัญญาของข้าถือเป็สัตย์จริง ดาบไร้คมเล่มนี้... ไม่คู่ควรกับหัตถ์ของท่านอีกต่อไป"
โบรการ์ดยืดตัวขึ้นแล้วหมุนกายเดินกลับเข้าไปยังเตาหลอมด้านในโรงตีเหล็ก เขาหันไปสั่งลูกน้องให้เร่งไฟจนเปลวเพลิงกลายเป็สีขาวนวล ก่อนจะใช้คีมคีบดาบไร้คมเล่มเดิมนั้นโยนเข้าไปในใจกลางความร้อน ราวกับเป็การหลอมละลายเพื่อปิดฉากอาวุธสำหรับเด็กฝึกหัด จากนั้นร่างั์ใหญ่ก็เดินหายเข้าไปในโกดังเก็บของด้านหลัง
เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ โบรการ์ดก็เดินกลับออกมาพร้อมกับสิ่งที่ห่อหุ้มด้วยผ้าหนังชั้นดี เขาคลี่ห่อผ้าออก เผยให้เห็นดาบยาวเล่มใหม่เอี่ยม ใบดาบเหล็กกล้าถูกลับจนคมกริบสะท้อนแสงไฟแดงฉาน ร่องเื (Fuller) ถูกตีขึ้นรูปอย่างสมดุล ด้ามจับถูกพันด้วยหนังวัวป่าอย่างดีที่ช่วยให้จับกระชับมือ
"ดาบเล่มนี้... คือใบดาบเหล็กกล้าชั้นยอดที่ข้าเฝ้าลับคมด้วยหินเจียรใต้น้ำมาตลอดเจ็ดวันเพื่อรอเ้าของที่คู่ควร" โบรการ์ดยื่นดาบให้ด้วยสองมือ "มันคือ **'ดาบเหล็กกล้าศิลาขาว'**... รางวัลสำหรับความกล้าหาญของท่าน"
เดรสมอนด์รับดาบมาถือไว้ น้ำหนักของมันสมดุลจนเหมือนเป็ส่วนหนึ่งของแขนเขา ประกายสีเงินยวงของคมดาบสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามอัสดงส่องประกายเรืองรองอย่างงดงาม เขาจ้องมองมันนิ่งๆ ก่อนที่หน้าต่างระบบจะเด้งขึ้นมา
[ติ๊ง!]
--------------------------------------------------
[ดาบยาวเหล็กกล้าศิลาขาว]
* ประเภท: อาวุธ
* ระดับ: E (คุณภาพเยี่ยม)
* คุณสมบัติ: พลังโจมตี 4 - 10, ความทนทาน 120/120
โบนัส: เพิ่มความทนทานเล็กน้อย
* คำอธิบาย: ดาบยาวเหล็กกล้าชั้นยอดที่ถูกตีขึ้นเป็พิเศษด้วยความเคารพจากช่างตีเหล็กชั้นครูโบรการ์ด ตัวดาบมีความยาวและสมดุลที่ยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับการเข้าปะทะที่้าทั้งระยะโจมตีและพลังทำลาย มันคือสัญลักษณ์แห่งการยอมรับครั้งแรกในฐานะนักรบของเดรสมอนด์ เครท
--------------------------------------------------
เดรสมอนด์ตวัดดาบเบาๆ ในอากาศ เสียงคมดาบแหวกลมดัง *วืด* แหลมเล็กสั้นกระชับ เขาััได้ถึงพลังที่ไหลเวียนผ่านอาวุธจริงเล่มนี้
ในตอนนั้นเอง โบรการ์ดที่เห็นแววตาพึงพอใจของเดรสมอนด์ก็ยิ้มออกมาอย่างถูกใจ เขาหันไปะโบอกกลุ่มช่างที่อยู่ใกล้ๆ "เฮ้ย! พวกเ้า ไปลากหุ่นฟางซ้อมมือที่เหลืออยู่ในโกดังออกมาตัวหนึ่งสิ นายน้อยจะได้ลองคมดาบใหม่ของท่าน!"
ไม่นานนัก หุ่นฟางสำหรับฝึกซ้อมก็ถูกตั้งตระหง่านขึ้นกลางลานหน้าโรงตีเหล็ก เดรสมอนด์กระชับด้ามหนังวัวป่าในมือแน่น เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมครู่หนึ่งก่อนจะวาดดาบออกเป็เส้นโค้งที่งดงามและเรียบง่าย
*ฉัวะ!*
คมดาบกรีดผ่านเนื้อฟางอัดแน่นอย่างง่ายดายราวกับกรีดผ่านเนย เดรสมอนด์หยุดยืนนิ่งััถึงความรู้สึกที่เป็อิสระซึ่งส่งผ่านมาถึงข้อมือ มันเป็ความสมดุลที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม จนทำให้ดาบไร้คมเล่มเก่าที่เขาเคยคิดว่าพอดีมือนั้น กลายเป็เพียงแท่งเหล็กที่ดูทื่อและเทอะทะไปเลยเมื่อเทียบกับความนิ่งและคมกริบของดาบเล่มนี้
"มันยอดเยี่ยมมาก... ขอบคุณสำหรับดาบและบททดสอบอีกครั้งนะโบรการ์ด" เดรสมอนด์กล่าวอย่างจริงใจพร้อมกับเก็บดาบเข้าฝักที่โบรการ์ดแถมมาให้ด้วย
"ด้วยความยินดี นายน้อย หากดาบเล่มนี้มีปัญหาอะไร ท่านกลับมาหาข้าได้เสมอ!" โบรการ์ดพยักหน้าด้วยความภาคภูมิใจ
เดรสมอนด์หันไปยิ้มและกล่าวลาลูกน้องของโบรการ์ด ชาวบ้านที่มายืนดูเป็สักขีพยาน และสุดท้ายคือกลุ่มเด็กๆ ที่เขาช่วยเอาไว้ พวกเธอโบกมือลาเขาด้วยรอยยิ้มสดใสและะโเรียก 'นายน้อย' อย่างไม่ขาดสาย บัดนี้ความขัดแย้งระหว่างเขาและผู้นำหมู่บ้านได้สลายไปสิ้น เหลือเพียงมิตรภาพที่หลอมรวมด้วยเหล็กและไฟ ท่ามกลางแสงสีส้มทองที่ทาบทับลงบนแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังเดินจากไป ดูราวกับเป็คำอวยพรจากสรวง์ที่มอบให้แก่นักรบผู้เริ่มต้นคนนี้นั่นเอง