คนพูดคือชายหนุ่มที่แต่งตัวดูดี มีอายุใกล้เคียงกับเซียวเจิ้ง เพียงแต่ว่าทั่วร่างกายของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศของความทะนงตัวและมั่นใจในตัวเอง ช่างแตกต่างไปจากเซียวเจิ้งผู้แสนหดหู่และตกอับอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ยังมีชายหนุ่มในชุดสูท สวมรองเท้าหนังกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามารุมล้อม บนใบหน้าเผยรอยยิ้มเหยียดหยามและกดข่มเล็กน้อย กลุ่มคนที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาแสดงความเป็ปรปักษ์ต่อเซียวเจิ้งอย่างเห็นได้ชัด
ฝ่ายเซียวเจิ้งที่กำลังดื่มด่ำกับไวน์ชั้นดีอย่างมีความสุข จู่ ๆ ก็ถูกชายหนุ่มคนดังกล่าวพูดจาหาเื่ แถมยังใส่ร้ายเขา มันทำให้เขาอารมณ์เสียเป็อย่างมาก เมื่อหันหน้าไปมองก็พบว่า ชายหนุ่มที่พูดจาหยาบคายคนนั้นไม่ได้เป็แค่อดีตคนรู้จักกัน แต่ยังเป็คู่ปรับเก่าของเขาด้วย
“นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็บอสตู้นี่เอง”
เซียวเจิ้งหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ และเหลือบตามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
บอสตู้ หรือชื่อจริงคือตู้ฮ่าว เขาถูกเรียกว่าบอสตู้ [1] เพราะรูปร่างที่อ้วนท้วมในสมัยมัธยมปลาย ฟังแล้วอาจดูเป็คำชม แต่ที่จริงแล้วนี่คือคำพูดที่ใช้ล้อเลียนพุงที่มีขนาดใหญ่เกินไปของเขา เขาเป็คนใจแคบ อาศัยว่าครอบครัวฐานะดี เลยแสร้งทำตัวเป็ลูกพี่ใหญ่ในโรงเรียน อีกทั้งยังมองว่าเซียวเจิ้งเป็เสี้ยนหนามที่เขาอยากจะดึงออกไปให้เร็วที่สุด
ในสมัยเรียน เซียวเจิ้งโชคร้ายที่ต้องมาเป็เพื่อนร่วมชั้นกับตู้ฮ่าว ชายที่มีรูปร่างอ้วนท้วมแต่จิตใจกลับไม่กว้างใหญ่เหมือนอย่างร่างกายตลอด 3 ปีเต็ม ถึงเขาจะไม่เคยเป็ฝ่ายไปหาเื่ก่อน แต่ก็ถูกตู้ฮ่าวมองว่าเป็คู่แข่งมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็เื่เรียน หรือว่าเื่ผู้หญิง ตู้ฮ่าวจะพยายามคิดหาวิธีขัดขวางเซียวเจิ้งอย่างสุดความสามารถ อีกฝ่ายก็ถือว่าเป็คนที่โด่งดัง มีความสามารถในโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งเช่นเดียวกัน แต่เื่เดียวที่ไม่สามารถแข่งขันกับเซียวเจิ้งได้ ก็คือน้ำหนักตัวที่พุ่งทะยานขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเจริญอาหารมากเกินไป
ได้มาเจออดีตเพื่อนร่วมชั้นอีกครั้งในวันนี้ รูปร่างหน้าตาของตู้ฮ่าวได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เขากลายเป็ชายหนุ่มรูปหล่อ มากความสามารถ ดูสง่างามและโดดเด่น ชุดสูทที่ตัดเย็บมาเป็อย่างดีแสดงให้เห็นถึงสถานะทางสังคมที่ไม่ธรรมดา เขาเดินเข้ามาในสถานที่ที่หรูหราอย่างเรือเพิร์ลราวกับเป็เื่ปกติ อีกทั้งยังมีคนมาประจบสอพลออยู่ข้างกายตลอด 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็บุคคลที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของเมืองิจู
ในทางกลับกัน เซียวเจิ้งในอดีตที่เคยยืนหยัดอย่างไร้เทียมทานได้ ไม่ว่าตู้ฮ่าวจะใช้วิธีไหนมาเล่นงาน ในตอนนี้เขากลับจมอยู่ก้นบึ้งของสังคมอย่างมืดมน ไร้แสงสว่าง และไม่มีใครเหลียวแล
ในฐานะอดีตคู่แข่งของเซียวเจิ้ง ซึ่งตอนนี้กลายเป็คนที่กำลังตามจีบหลานซินเป็อันดับหนึ่ง ตู้ฮ่าวต้องขอขอบคุณพระเ้าจริง ๆ ที่มอบโอกาสอันยอดเยี่ยมแบบนี้ให้กับเขา เขารู้สึกพอใจกับทางเลือกอันชาญฉลาดของตัวเองในค่ำคืนนี้มาก
ตามที่ได้รับรายงานมา ทำให้เขารู้ว่าในคืนนี้หลานซินจะนัดใครบางคนมาทานมื้อค่ำบนเรือเพิร์ล ทีแรกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะมาที่นี่ เพราะไม่อยากทำตัวโจ่งแจ้งเกินไป แต่เมื่อลองมาคิดดูอีกที เขาก็คิดว่าคนที่นัดกับหลานซินในคืนนี้อาจจะเป็ผู้ชายก็ได้ เมื่อลองชั่งใจดูแล้ว ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะหาโอกาสมาเจอเธอ แต่คาดไม่ถึงเลยว่าหลานซินจะไม่ใช่แค่นัดเจอผู้ชาย แต่ยังเป็ผู้ชายที่ทำให้เขารู้สึกพ่ายแพ้ถึง 8 ปีเต็ม!
8 ปี!
ตู้ฮ่าวอยากตามหาตัวเซียวเจิ้งตลอดเวลา เพื่อให้อีกฝ่ายมาเห็นความสำเร็จของตัวเขา และใช้ความมั่งคั่งกับสถานะทางสังคมมาทำให้เซียวเจิ้งรู้สึกละอายใจที่ไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตา อีกทั้งเขาเองก็อยากเห็นกับตาว่า เซียวเจิ้งจะยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยพร์ และเป็ที่จับตามองของทุกคนเหมือนเมื่อก่อนอยู่หรือไม่
และแล้วพระเ้าก็อวยพรเขา สภาพของเซียวเจิ้งในตอนนี้เป็ไปตามความปรารถนาของตู้ฮ่าวทุกประการ เพียงแค่มองเซียวเจิ้งที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาถูก ตู้ฮ่าวก็รู้สึกดียิ่งกว่าไปนวดตัวเสียอีก
ผิวพรรณหมองคล้ำ ใส่เสื้อผ้าไร้รสนิยม สีของกางเกงซีดขาวเพราะผ่านการซัก รองเท้าหนังก็สึกหรอ เหมือนถูกสวมใส่มานานกว่าศตวรรษ แม้แต่บุหรี่ที่กำลังคีบระหว่างนิ้วก็ยังเป็บุหรี่หงเหอซองละ 9 หยวน ขอพูดอย่างไม่ถ่อมตัวเลยว่า ควันบุหรี่ที่เขาพ่นออกมาในแต่ละครั้งนั้นมีราคาเท่ากับเซียวเจิ้งสูบบุหรี่หนึ่งมวน
ทั้งฐานะ ภาพลักษณ์ รวมไปถึงบุคลิกภาพที่เผยออกมา สภาพของเซียวเจิ้งนั้นอยู่เหนือจินตนาการของตู้ฮ่าวไปไกลลิบ แต่นอกเหนือจากความดีใจและความชื่นใจ ตู้ฮ่าวก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมา
ในบางครั้งตู้ฮ่าวก็หลับไม่ลง เพราะเอาแต่คิดว่า ถ้าเขาได้พบกับเซียวเจิ้งอีกครั้ง เขาควรจะใช้วิธีไหนมาทำลายความภาคภูมิใจในตัวเองของเซียวเจิ้ง
และตอนนี้โอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว แต่เขากลับพบว่าเขาไม่จำเป็ที่จะต้องทำอะไรเลย เพียงแค่ยืนข้าง ๆ เซียวเจิ้ง เขาก็สามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของเซียวเจิ้งได้ภายในคราวเดียว และยังสามารถรักษาภาพลักษณ์ที่สูงส่งของตัวเองได้อีกด้วย
“ใช่ นี่ฉันเอง”
ตู้ฮ่าวผู้ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักคลี่ยิ้มอย่างไม่แยแส จากนั้นโบกมือส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามของตัวเองเริ่มเคลื่อนไหว เขากล่าวกับเซียวเจิ้งว่า
“อดีตเพื่อนร่วมชั้น นายจะรังเกียจไหมถ้าฉันขอร่วมโต๊ะด้วย?”
นับั้แ่ที่ตู้ฮ่าวปรากฏตัวขึ้น หลานซินก็ไม่สามารถสงบใจได้เลย หนึ่งคือคำพูดหยาบคายของตู้ฮ่าว เขาใส่ความเซียวเจิ้ง ถึงแม้ว่าในอดีต เซียวเจิ้งจะเป็คนรักอิสระแต่เขาก็ไม่เคยทำตัวเหลวแหลก อย่างที่สองคือตู้ฮ่าวสะกดรอยตามเธอและตอนนี้ก็มาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ แบบนี้จะทำให้เซียวเจิ้งเข้าใจผิดได้ง่ายมาก ไม่ว่าเซียวเจิ้งจะรังเกียจหรือไม่ เธอก็ไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
แต่ว่าเธอไม่อยากแสดงด้านที่ไม่น่ามองออกมาต่อหน้าเซียวเจิ้ง เธอหันไปมองเขา แล้วเม้มริมฝีปากไม่พูดอะไรออกมา
“รังเกียจ”
เซียวเจิ้งกล่าวปฏิเสธด้วยความใจเย็น
ฝ่ายตู้ฮ่าวหัวเราะออกมาเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างติดตลกว่า
“พี่เซียว นายยังเป็ห่วงเื่ความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสมัยเรียนอยู่อีกเหรอ? พวกเราอายุเท่าไหร่กันแล้ว? อย่าใจแคบนักเลย”
คำพูดนี้แสดงให้เห็นว่าตู้ฮ่าวเป็คนที่ใจกว้างเป็อย่างมาก ถ้าหลานซินเป็คนนอกที่ไม่รู้เื่มาก่อน เธอก็คงจะประทับใจในตัวตู้ฮ่าวอย่างแน่นอน แต่ในฐานะเพื่อนร่วมชั้นที่ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเซียวเจิ้ง เธอจะไม่รู้ได้ยังไงว่าตู้ฮ่าวเป็ฝ่ายกลั่นแกล้งเซียวเจิ้งในสมัยเรียน?
ความขัดแย้ง? ใจแคบ?
ถ้าเซียวเจิ้งเป็คนแบบนั้น เขาก็คงจะตั้งตัวเป็ศัตรูกับตู้ฮ่าวั้แ่เมื่อ 8 ปีก่อนไปแล้ว จะต้องรอมาจนถึงตอนนี้ทำไม?
หลานซินก็ชื่นชมเซียวเจิ้งในเื่นี้ด้วยเช่นกัน เด็กหนุ่มอายุ 17 – 18 ปีที่กำลังอยู่ในวัยดื้อรั้น แต่กลับมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตามากขนาดนี้ จะไม่ให้เธอชอบเขาได้ยังไง?
อย่างไรก็ตาม เมื่อเซียวเจิ้งเผชิญหน้ากับโจรที่มาฟ้องร้องเหยื่ออย่างตู้ฮ่าว เขาได้เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มว่า
“เพิ่งรู้เหรอว่าฉันเป็คนใจแคบ? เรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยมมา 3 ปี นายใช้ชีวิตอย่างหมามาตลอดหรือไง?”
ตู้ฮ่าวที่ได้ยินคำพูดนี้เกิดประกายแสงวาบในแววตา แต่รอยยิ้มจาง ๆ ได้ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขาอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่ได้ตอบโต้การโจมตีอันหยาบคายของเซียวเจิ้ง แต่หันหน้าไปมองหลานซิน พร้อมกับกล่าวขึ้นมาเบา ๆ
“คุณหลาน คุณได้ยินแล้วใช่ไหมครับ? นี่แหละคือสิ่งที่เขาเป็ในตอนนี้ เขาได้ชดใช้ให้ความเย่อหยิ่งของตัวเองในอดีตแล้ว และราคาของมันก็คือต้องตกต่ำกลายเป็คนขี้แพ้ที่ไม่รู้จักอดทนอดกลั้น”
ความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยของหลานซิน เธอเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าเซียวเจิ้งจะสบถถ้อยคำหยาบคายออกมา เมื่อครู่นี้เขายังเป็คนอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู่ ๆ ถึงได้พูดจารุนแรงกับตู้ฮ่าวล่ะ? เธอมองไม่เห็นความใจกว้างและความเมตตาในอดีตเลยแม้แต่นิดเดียว
เดิมทีหลานซินนั้นไม่สนใจอยู่แล้วว่าตู้ฮ่าวจะเป็สุภาพบุรุษหรือคนชั่วช้าในสังคม ในสายตาของเธอมีเพียงเซียวเจิ้งคนเดียวเท่านั้น เธอจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเซียวเจิ้งประสบความสำเร็จ และรู้สึกเสียใจในยามที่เขาตกระกำลำบาก ถึงแม้ว่าตู้ฮ่าวจะดีกว่าเซียวเจิ้งเป็ร้อยเป็พันเท่า ก็ไม่มีค่าอะไรสำหรับเธอ
“เซียวเจิ้งจะคนเป็ยังไง มันก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ” หลานซินเหลือบตามองตู้ฮ่าว แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา “คุณตู้ ได้โปรดอย่ามารบกวนการทานอาหารของพวกเราเลยค่ะ”
เซียวเจิ้งกล่าวปฏิเสธตู้ฮ่าวแล้ว ถึงแม้ว่าวิธีของเขาจะดิบเถื่อนไปสักหน่อย ใช้คำพูดที่รุนแรงไปบ้าง แต่หลานซินก็ยังยืนอยู่เคียงข้างเขา เธอไม่มีเหตุผลอื่นเลย มันก็แค่เป็เพราะว่าเธอชอบเซียวเจิ้งเท่านั้น ชอบมานานถึง 8 ปี
[1] ชื่อของตู้ฮ่าว พ้องเสียงกับคำว่า 肚 (ตู้) ที่แปลว่าพุง