“เอาละงั้นก็มาที่ไฮไลท์ของเราเลยดีกว่า”ถังหลินพูดขึ้นพลางมองไปยังก้อนหยกที่หนักเกือบหนึ่งตันที่อยู่ข้างหลังเขาโดยที่ไม่ได้ผ่าครึ่งเลยแม้แต่น้อยแต่ใช้การขูดเศษหินออกทำให้เห็นเนื้อหยกสีเขียวที่สะท้อนแสงออกมาซึ่งเนื้อหยกสวยงามกว่าทุกก้อนที่ผ่านมาสะอีก
“ถ้าให้เดาก้อนนี้คงอยู่มานานมากแล้วไม่คิดเลยว่าน้องห้าจะโชคดีขนาดนี้”ถังหมิงจูพูดขึ้นมา
“เอาละจะไม่พูดมากแล้วกันยังไงทุกคนก็รู้ราคาของชิ้นนี้ดีเพราะฉะนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าอ้อแล้วนี้จะเป็นก้อนสุดท้ายด้วย”ถังหลินพูดขึ้นมาแรกเริ่มเดิมทีเขาคิดจะประมูลมันไปหมดให้หมดนั้นแหละแต่หลังจากที่เขาได้ครอบครองโรงประมูลเทียนกังแล้วเขาก็เปลี่ยนความคิดขายแต่พวกน้ำหนักเยอะๆส่วนพวกยิบย่อยค่อยเอาเข้าโรงไปประมูล
“ห้าร้อยล้านหวยน”ถังหยางพูดขึ้นมานิ่งๆ
“จิๆ นี้พี่รองเตรียมเงินมาเท่าไหร่กันละเนี่ย”ถังตงจิปากออกมาอย่างแปลกใจใช่เขาก้แค่แปลกใจเท่านั้นจำนวนเงินขนาดนี้ก้ไม่ได้มากมายอะไรสำหรับพวกเขาหรอก
“เจ็ดร้อยล้านหยวน”ถังหมิงจูพูดขึ้นมาแต่ในใจเขาเริ่มกังวลแล้วเพราะเขาเตรียมเงินมาไว้แค่พันล้านนิดๆเท่านั้น
“ซี๊ดดราคามันไม่น่าจะขึ้นไปสูงขนาดนี้ได้นะแปลกจริงๆ”ถังหลินพึมพำออกมาถึงหยกก้อนนี้จะน้ำหนักเกือบตันและสามารถเอาไปสลักเป็นรูปสัตว์มงคนอย่างกิเลนหรือมังกรได้แต่ราคามันก็ไม่น่าตีขึ้นเกินห้าร้อยล้านหยวนได้แสดงว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างเบื้องหลังเรื่องนี้!!
“พันล้าน”น้ำเสียงของถังหยางเริ่มเปลี่ยนเล็กน้อยเพราะเงินจำนวนนี้ไม่ใช่น้อยๆเลย
“จริงจังหรือเสเสร้งพันล้านคือขีดจำกัดแล้วเหรอ”ถังตงพรึมพรำขึ้นหลังจากได้ยินน้ำเสียงของถังหยางเพราะเขาเตรียมมาแค่พันสามร้อยล้านเท่านั้น
“พันสองร้อยล้าน”ถังตงพูดออกไปอย่างเคร่งขรึมแต่ถ้าสังเกตและฟังดีๆจะพบว่าเสียงเขาสั่นเครือเล็กน้อย
ถังหยางยิ้มออกมาซึ่งทำให้ถังตงและถังหมิงจูหน้าเปลี่ยนสีไปทันที
“พันห้าร้อยล้านหยวน”
ถังตงกับถังหมิงจูมองไปยังถังหยางอย่างเหลือเชื่อไม่ใช่ว่าเร็วๆนี้เขาพึ่งเอาเงินไปถลุงกับอสังหาไม่ใช่รึไงแถมยังขาดทุนหนักไม่สิแล้วทำไมถึงลงททุนช่วงนี้กันละ?
“เฮ้อเราโดนหลอกงั้นเหรอคุณหนูใหญ่นี้น่ากลัวจริงๆ”ถังตงถอนหายใจพูดออกมาเขาเข้าใจแล้วทำไมข่าวเรื่องขาดทุนของถังหยางถึงลอยมาถึงหูพวกเขาช่วงนี้เขาไม่ได้คิดว่าเป็นฝีมือของถังหยางเลยแม้แต่น้อยเพราะถังหยางเป็นแค่หุ่นเชิดเท่านั้น!!
“ครั้งนี้ประมาทไปจริงๆ”ถังหมิงจูพูดขึ้นมา
“เอาละดูเหมือนพี่รองจะได้หยกก้อนนี้ไปนะ”ถังหลินพูดขึ้นมาหลังจากเขาสังเกตเห็นสีหน้าของถังตงและถังหมิงจู
“เอาละอย่าลืมเรื่องเงินละผมไม่ส่งนะ”ถังหลินพูดขึ้นก่อนเดินออกไป….
“งั้นเราก็กลับกันเถอะแต่ส่งคนมาไว้รอบๆนี้หน่อยละกันป้องกันไว้ก่อน”ถังหยางพูดขึ้นยังไงสะวันนี้เขาก้ไม่ได้เตรียมรถมาเพราะไม่รู้ว่าจะได้ก้อนหยกดิบไปกี่ก้อนกันแน่
ถังตงกับถังหมิงจูที่เห็นว่าอยู่ต่อไปก็น่าอึดอัดใจเปล่าๆก็กลับไปแล้วเหมือนกันโดยที่พวกเขาคิดว่าจะมาขนหยกพรุ่งนี้เหมือนกัน
หลังจากถังหลินเดินออกมาถึงรถตัวเองก็ได้โทรไปหากังหยูทันที
“ฮัลโหลว่าไงครับนายน้อย”กังหยูตอบกลับโดยที่สภาพของเขาตอนนี้กำลังอยู่ในชุดพรางพร้อมติดอาวุธครบมือและซ่อนตัวอยู่ในจุดที่ซุ่มโจมตี
“เปลี่ยนแผนเล็กน้อยนายไปไม่ต้องปล้นก้อนหยกกลับมาแล้วแค่ฆ่าคนของพวกเขาไม่สิเราจะฆ่าแค่คนของพี่รองส่วนของพี่สองและพี่สามปล่อยไปเถอะ”ถังหลินพูดขึ้นมาเนื่องจากเขาอยากทดสอบอะไรเล็กน้อย
“ถ้างั้นไม่ใช่ว่านายน้อยสองกับนายน้อยสามจะเข้ามาช่วยงั้นเหรอครับ”กังหยูพูดออกมาอย่างแปลกใจ
“ไม่หรอกพวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันขนาดนั้น”ถังหลินพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจเพราะว่าทั้งสามคนนั้นแย่งชิงและแข่งขันกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้วด้วยซ้ำไม่มีทางญาติดีกันได้หรอกเขาจะไม่แปลกใจอะไรเลยด้วยซ้ำถ้าพี่สองและพี่สามหันมาช่วยกันกำจัดคนของพี่รอง
“โอเคงั้นตกลงตามนี้แล้วกันครับ”กังหยูพูดขึ้นมาก่อนที่ถังหลินจะตัดสายไป..
.
“เฮ้ซุนหยางกลับมาแล้วเหรอ”ถังหลินพูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นซุนหยางเดินเข้ามาที่ศาลากลาง
“ครับนายน้อย”ซุนหยางตอบกลับไปเนื่องจากเขาต้องเก็บอุปกรณ์อะไรต่าง ๆจึงทำให้ไม่สามารถกลับพร้อมถังหลินได้แต่ก็มีหลีนี่ที่ขับคุ้มกันถังหลินอยู่ห่างๆเหมือนกัน
“นี่นายสั่งเขาไปทำอะไรรึเปล่า”เมิ่งฮ่าวถามขึ้นอย่างสงสัย
“ไม่หรอกหมอนี่ก็ไปคุ้มกันฉันปกตินั่นแหละในแบบที่เขาถนัดนะน่ะ”ถังหลินพูดตอบกลับไป
“แต่ฉันกับสงสัยมากกว่าว่าทำไมพี่ชายทั้งสามของฉันถึงประมูลหยกกันอย่างบ้าคลั่งขนาดนั้น”ถังหลินขมวดคิ้วพูดออกมาอย่างสงสัย
“ถ้าเรื่องนั้นผมพอรู้ครับนายน้อย”ซุนหยางพูดขึ้นมา
“ฮืมทำไมงั้นเหรอ”ถังหลินถามออกมาอย่างแปลกใจดุเหมือนเครือข่ายข่าวกรองของซุนหยางจะไม่ธรรมดาจริงๆ
“นั่นคงเป็นเพราะอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อจากนี้จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของปู่ท่านนะครับและท่านชอบหยกเป็นพิเศษพวกนั้นคงคิดที่จะประมูลหยกก้อนนั้นไปสร้างสัตว์มงคลเพื่อมอบเป็นของขวัญวันเกิดจึงได้บ้าคลั่งกันขนาดนั้น”ซุนหยางพูดขึ้นมา
“ไม่นาแปลกใจเลยงั้น”ฉงติ่งเปรยขึ้นมา
“วันเกิดงั้นเหรอ?”ถังหลินครุ่นคิดว่าเขาจะต้องเตรียมของขวัญไปรึเปล่าเพราะสุดท้ายแล้วเขาไม่จำเป็นต้องประจบถังไคหยวนเลยแม้แต่น้อยเพราะอย่าลืมว่าพ่อของเขาถังหมิงสามารควบคุมตระกูลได้ตั้งครึ่งหนึ่งแสดงว่าคนที่าสนับสนุนพ่อเขาตอนนั้นตอนนี้ก็ยังสนับสนุนอยู่เรื่องนี้เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะยังไงสักวันหนึ่งปุ่เขาถังไคหยวนก็ต้องตาย! ปู่ไม่มีทางควบคุมตระกูลไปได้ตลอดหรอกเพราะมนุษย์มีขีดจำกันอายุขัย
“งั้นพวกฉันกลับก่อนละกันเพื่อนมีไรก็โทรบอกละ”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมาเพราะตอนนี้เรื่องที่คุยเป็นเรื่องภายในล้วนๆเขาเลยไม่สะดวกที่จะอยู่ต่อ
“เออไว้เจอกัน”ถังหลินโบกมือลาเพื่อนตัวเอง
“แล้วนายคิดว่าฉันต้องมอบของขวัญอะไรให้ผู้นำตระกูลไหม”ถังหลินกล่าวถามซุนหยาง
“นี้ก็ขึ้นอยู่ว่านายน้อยต้องการพึ่งพาคุณปู่ไหม”ซุนหยางตอบกลับตามจริง
“งั้นคงไม่….”ถังหลินคิดในใจ…
วันต่อมาตอนสายๆ
“ในที่สุดก็พากันมาสักทีแม่งรอมาทั้งคืน”S-0ที่ส่องกล้องอยู่ บ่นออกมาเนื่องจากพวกเขาต้องอยู่ในท่านี้มาทั้งคืนจนเหน็บจะกินอยู่แล้ว
“เฮ้อบ่นเป็นคนแก่ไปได้ที่ภารกิจเมื่อตอนนั้นต้องรอเป็นอาทิตย์ยังไม่เห็นบ่นเลย” S-1 พูดสวนเพื่อนของตนไป
“แต่นั้นเขาเป็นใครกันนะถึงล้มพวกเขาทั้งสิบคนได้ง่ายๆแบบนี้”S-2 พูดขึ้นมาพลางหันไปมองกังหยูอย่างสงสัยเพราะพวกเขาคิดว่าตัวเองนั้นแข็งแกร่งที่สุดในบริษัทเทียนหยวนแล้วแท้ๆแต่เมื่อสองวันก่อนอยู่ๆผุ้ชายคนนี้ก้โผล่มาแล้วบอกให้ทำตามคำสั่งของเขาซึ่งพวกเขาที่อยู่จุดสูงสุดแน่นอนว่าต้องไม่พอใจอยู่แล้วแต่ก็ต้องจำใจเพราะสู้ไม่ได้!!
“เอาละเลิกคุยและโฟกัสได้แล้วเพราะงานนี้นายน้อยกำชับมาว่าห้ามเล็งพลาด”กังหยูพูดขึ้นมา ใช่! ชายที่พวกระดับ S คุยกันนั้นก็คือกังหยูคนนี้นี่แหละเพราะปกติแล้วระดับ SS รับคำสั่งโดยตรงจาก ถังไคหยวนเท่านั้น? จึงไม่แปลกที่จะไม่เป็นที่รู้จัก
“แต่หัวหน้าเราจะรู้ได้ไงว่ากองกำลังไหนเป็นของนายน้อยรอง”S-3 ถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้เพราะมองๆไปพวกเขาก็แยกไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
“นายน้อยบอกมาแล้วว่าถ้าใครขนย้ายหินก้อนที่ใหญ่ที่สุดมาก็กองกำลังนั้นแหละแต่กันพลาดนายน้อยก็ได้ให้คนไปสืบมาแล้วว่าคนที่จะมาเป็นหัวหน้าขบวนในครั้งนี้คือ ระดับ S คนหนึ่งเดี่ยวฉันส่งภาพเหมือนให้พวกแก”กังหยูพูดอธิบายออกมาพลางส่งภาพเหมือนแจกจ่ายไปให้ทุกคนในทีม
“งั้นผมก็เจอแล้วขบวนแรกที่ออกมาเลย”S-0 ที่ส่องกล้องอยู่พูดขึ้นมาเพราะเขาเห็นคนหน้าเหมือนในภาพนี้ชัดเจนมากเพราะเขานั่งอยู่รถข้างหน้าขบวนเลยด้วยซ้ำ
“ดีนอกจากมือสไนเปอร์ที่เหลือตามมาสะถ้าฉันให้สัญญาณก็เปิดฉากยิงได้เลย”กังหยูพูดขึ้นมาพลางค่อยเดินย่องออกไป
ขบวนรถขนหยกที่ประกอบไปด้วยรถตู้ที่ขับนำข้างหน้าซึ่งเป็นผู้คุ้มกันและตรงกลางเป็นรถที่ไว้ใช้ขนหยกและก็ปิดท้ายด้วยรถตู้คุ้มกันอีกหนึ่งคันซึ่งทั้งสองคันเป็นแบบรถหุ้มเกราะที่กันกระสุน AK-47 ได้!!
“หัวหน้าผมว่านายน้อยกังวลเกินไปรึเปล่าจะมีใครกล้ามาซุ่มโจมตีพวกเราแบบนี้และอีกอย่างนี้ก็ใกล้ค่ายทหารมากด้วย”ลูกน้องที่กำลังขัยรถอยู่พูดขึ้นมา
“อย่าประมาทเลยน่าตื่นตัวเขาไว้”ระดับ S ที่เป็นหัวหน้าขบวนในครั้งนี้พูดขึ้นมาเนื่องจากเขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆมาสักพักแล้ว ฉูหยาง นั้นเชื่อในสัญชาติญานตัวเองอย่างมากเพราะถ้าขึ้นมาถึงระดับนี้แล้วสัญชาติญาณนั้นแม่นยำเป็นอย่างยิ่ง!
“แปลก แปลกเกินไปทำไมมันเงียบแปลก”ฉูหยางพูดเบาๆก่อนที่สีหน้าเขาจะเปลี่ยนไปเพราะสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร!
“หมอบลง!!!”เขาตระโกนดังลั่นก่อนที่เขาจะหมอบลงแนบไปกับกำบังที่เตรียมไว้โดยเฉพาะ
ปังๆๆๆๆๆๆๆ ตู้ม เสียงสาดกระสุนและระเบิดดังขึ้นไม่พีชักซึ่งรถคุ้มกันคันข้างหลังไม่ได้โชคดีเหมือนคันหน้าเพราะไม่ได้ยินเสียงที่ฉูหยางตระโกนบอกแน่นอนทำให้คนขับโดนยิงตายคาที่ทันทีถึงจะกันกระสุนแต่ถ้ายิงไปตรงเดิมซ้ำๆยังไงก้ยิงเข้าเพราะฉะนั้นคันข้างหลังตายยกคันทันที! ก่อนที่S-2 จะโยนระเบิดดักทางรถที่ขนหยกไว้
“แม่งเอ้ย!! พวกไหนกันวะ”ฉู่หยางพูดออกมาอย่างกดดันเพราะตอนนี้ถ้านับเขาก็มีเหลือรอดกันแค่ห้าคนเท่านั้นแถมยังเป็นคนธรรมาดาๆไม่ถึงระดับ B ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเขาต้องพึ่งตัวเอง
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรก็ต้องหน้าซีดลงไปก่อนเพราะเขาที่ใช้เศษกระจกที่แตกส่องออกไปดูข้างนอกนั้นกำลังเห้นคนเล็งบาซูก้ามาทางนี้!!
“เหี้ยยยยย”ฉูหยางตระโกนลั่นออกมาก่อนที่จะตู้ม!!! เกิดการระเบิดขนาดย่อมๆเกิดขึ้นและส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังสองขบวนข้างหลังไม่น้อยเลย
“เกิดไรขึ้นกัน”ลี่ติงพูดขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก
“ไม่มีอะไรหรอกพวกทหารคงซ้อมรบกันนั้นแหละนี้เป็นเรื่องปกติพวกคุณรีบขนย้ายหยกต่อเถอะ”หนี่ลี่พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“งั้นเหรอ?”ถึงลี่ติงจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเพราะท่าทางของหนี่ลี่ดูสบายๆมากจริงๆงั้นคงเป็นเรื่องปกติแหละเพราะที่นี้ก็ใกล้ค่ายทหารจริงๆ!!
กลับมาที่ขบวนขนหยกหลังจากกังหยูเช็กแน่ใจแล้วว่าไม่มีคนรอดนั้นเขาก็เดินไปที่คนขับที่ยังรอดอยู่และพูดออกมาว่า
“ทำตามแผนเดิมส่งหยกตามที่หมายสะพอถึงก็สร้างสถานการณ์ปลอมว่าฆ่าตัวตายและถอยออกมา”กังหยูพูดขึ้น
“ได้ครับ”แน่นอนว่านี้เป็นหนึ่งในข่าวกรองที่ซุนหยางให้แฝงตัวเข้าไปในตระกูลถังซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้พวกเขาต้องเสียสละหมากไปหลายตัวแต่มันก็คุ้มค่าเพราะระดับ S นั่นไม่ได้บ่มเพาะกันขึ้นมาง่ายๆ!!
“ภารกิจจบแล้วอย่าลืมลบล่องลอยด้วยละ”กังหยูสั่งออกมา…
หลังจากติงลี่ออกมาจากเหมืองก็ต้องตกใจเพราะข้างหน้าเขาเต็มไปด้วยเศษซากของรถและศพที่นอนเกลื่อนเต็มตามพื้นก่อนที่เขาจะสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับแรงปะทะแต่เขากลับต้องแปลกใจเพราะสามารถผ่านมาได้ง่ายๆเลย
“ดูเหมือนพวกนนี้จะเล็งไปที่นายน้อยรองงั้นเหรอแต่ใครกันละเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยต้องรีบกลับไปบอกนายน้อยสองแล้ว”ติงลี่พูดออกมาอย่างเคร่งขรึม
ที่ค่ายทหาร
“ท่านผบ.ไป๋ฉีครับเราได้รับการร้องเรียนมาว่ามีเหตุการณ์กราดยิงขึ้นมาแถวฉานเมืองปักกิ่งครับ”นายทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานไป๋ฉีเนื่องจากคงหยางพึ่งโดนฆ่าล้างตระกูลไปเขาจึงต้องมารับหน้าที่นี้แทน!
“เอาละตอบกลับไปว่าเรากำลังฝึกซ้อมการรบ”ไป่ฉีบอกมือตอบกลับไปง่ายๆซึ่งทำให้นายทหารคนนี้แปลกใจแต่เขาก็แสดงสีหน้าอึดอัดออกมาเล็กน้อยซึ่งไป๋ฉีก็สังเกตเห็นจึงถามว่า
“มีอะไรอีกงั้นเหรอ?”
“เออแต่การยิงบาซูก้าด้วยนะครับจากที่มีการรายงานเข้ามาและทางเราได้ไปตรวจสอบดูจากขนาดของหลุมแล้วไม่น่าใช่แค่ระเบิด K-400 ”
“….”ไป่ฉีเงียบไปก่อนที่ถามขึ้นมาอีกรอบ
“นายว่าไงนะ?”
“คือมีการยิงบาซูก้าด้วยครับ”เขาตอบกลับมาอีกครั้ง
“ฮ่าๆนายต้องล้อฉันเล่นแน่ๆเล่นยิงบาซูก้าเนี่ยนะนี้ปักกิ่งเลยนะ”ไป๋ฉีหัวเราะออกมาแต่ดูจากสีหน้าของทหารแล้วไม่ใช่เรื่องล้อเล่นงั้นเหรอ? บัดซบ!! นี้นายน้อยอยากให้เขาโดนเด้งรึไงนี้ปักกิ่งเลยนะมันถือได้ว่าคือเมืองหลวงของประเทศแต่นายน้อยเล่นเอาอาวุธทำลายล้างสูงแบบนั้นมาเลยหรือ!!
“เออจะยังให้บอกว่าเกิดจากการซ้อมรบไหมครับ?”นายทหานถามออกมาอีกครั้ง
“ใช่ตามนี้แหละใครข้องใจก็บอกมันมาคุยกับฉัน!”ไป๋ฉีตอบกลับอย่างหนักแน่นถึงจะมีปัญหาบ้างแต่ก็ไม่เป็นไรเขาพร้อมชน!! เพราะเขาก็นั่งต่ำแหน่งนี้มาสิบปีแล้วยากที่จะมีใครมาสั่นคลอนได้!