หลินเสี่ยวเหยา เดินกลับมาถึงบ้านหลังเล็กๆ ของเธอ ที่ ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่และหญ้ารกทึบ หญิงสาวเห็นหลินเสี่ยวิ กำลังก้มหน้าก้มตาถางหญ้าอยู่คนเดียว เหงื่อของเขาไหลอาบบนใบหน้า แววตาเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ด้วยความสงสารเด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่ต้องทำงานหนักเหมือนผู้ใหญ่ หลินเสี่ยวเหยาก็รีบเดินตรงไปที่ห้องครัว เธอหยิบขวดน้ำหวานเย็นๆ และขนมปังแสนอร่อยจากมิติของเธอ
หญิงสาวเทน้ำหวานใส่กระบอกไม้ไผ่ และวางขนมปังอบกรอบไว้บนจานกระเบื้องเก่าๆ จากนั้นก็เดินตรงไปหาหลินเสี่ยวิที่ทำงานอยู่สวนหลังบ้าน
"เสี่ยวิ พี่กลับมาแล้ว!" หญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อน้องชายด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
หลินเสี่ยวิเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากพี่สาว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "พี่เสี่ยวเหยา กลับมาแล้วเหรอครับ!"
"อื้ม... พี่กลับมาแล้ว เดี่ยวน้องไปพักก่อนนะ เดี่ยวพี่สาวจะช่วยถางหญ้าต่อ พี่สาวได้ชงน้ำหวานไว้ให้น้องเล็กอยู่ที่ในห้องครัว" หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เธอลูบหัวน้องชายเบาๆ
"ขอบคุณครับพี่สาว"หลินเสี่ยวิวางเคียวลง ก่อนจะวิ่งรี่เข้าไปในห้องครัวด้วยความดีใจ ร่างบางจ้องมองตามหลังน้องชายไป เธอรู้สึกอบอุ่นใจที่เด็กน้อยพยายามทำตัวเป็เสาหลักให้ครอบครัว
เมื่อเธอเห็นหลินเสี่ยวิเดินเข้าบ้าน เธอจึงเดินไปที่สวนหลังบ้าน หญิงสาวครุ่นคิดถึงวิธีการถางหญ้ายังไงให้เสร็จไวๆ เธอนึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าขายอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวเธอ ด้วยความตื่นเต้น เธอลูบไล้รอยสักรูปดอกบัวสีเงินบนหลังมือ แสงสว่างจ้าสาดส่องไปทั่วก่อนที่ร่างของเธอจะหายไปในมิติ เมื่อเธอลืมตาอีกครั้ง ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า
หลินเสี่ยวเหยาตรงไปยังแผนกเครื่องมือการเกษตร สายตาของเธอเหลือบไปเห็นเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าหลากหลายรุ่นวางเรียงอยู่บนชั้นวาง
"นี่มันใช่เลย!" เธออุทานด้วยความดีใจ
หลินเสี่ยวเหยา หยิบเครื่องมือตัดหญ้าขนาดเล็กที่ใช้แบตเตอรี่ เหมาะกับสถานที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เครื่องตัดหญ้า ใช้งานเงียบ เมื่อจับขึ้นมา รู้สึกถึงน้ำหนักที่เบาเธอจึงรีบนำมันออกมานอกมิติทันที
เมื่อหลินเสี่ยวเหยา ลืมตาอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ที่สวนหลังบ้านเหมือนเดิม ร่างบางรีบต่อเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า เปิดสวิตซ์เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเบาๆ ใบมีดหมุนด้วยความเร็วสูง
หญิงสาวเริ่มถางหญ้าด้วยความคล่องแคล่วภายในเวลาไม่นาน สวนหลังบ้านที่ไม่ใหญ่มาก มีที่ดินประมาณ 4 มู่ไม่นานก็ถูกถางจนเสร็จเรียบร้อย หลินเสี่ยวเหยา ยิ้มด้วยความพอใจ เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า ช่วยให้เธอทำงานเสร็จเร็วขึ้นมาก
เมื่อจัดการกับต้นหญ้าเสร็จเรียบร้อย หญิงสาววางเครื่องตัดหญ้าเอาไปไว้ในมิติ ก่อนจะหยิบ รถลากพรวนดิน ที่ไม่ใช้ไฟฟ้าออกมา มันเป็รถลากขนาดเล็ก เหมาะแก่การใช้งาน
หลินเสี่ยวเหยา ลากรถพรวนดินไปทั่วสวน ดินที่แห้งแข็งค่อยๆ กลายเป็ดินร่วนซุย เหมาะแก่การเพาะปลูก
รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว เธอหยิบเมล็ดพันธุ์ผักหลากหลายชนิดออกมาจากมิติ มีทั้งมะเขือเทศ ผักกาดหอม ผักชี ถั่วฝักยาว
หญิงสาวโรยเมล็ดพันธุ์เ่าั้ลงบนดินที่เตรียมไว้ รดน้ำด้วย บัวรดน้ำ ก่อนจะใส่ปุ่ยเพื่อบำรุงดิน
เธอยิ้มอย่างมีความสุข คิดถึงวันที่ผักเหล่านี้จะเติบโตออกดอกออกผล
หลินเสี่ยวิเดินออกมาที่สวนหลังบ้านหลังจากทานของว่างที่พี่สาวเตรียมไว้ให้เสร็จ ทันใดนั้น เขาก็ต้องตะลึงงัน เมื่อเห็นว่าสวนหลังบ้านที่เคยรกด้วยหญ้าและวัชพืชแต่มันกลับกลายเป็แปลงผักที่เรียบร้อยและสวยงาม ดินถูกพรวนเป็แถวอย่างประณีต ต้นกล้าผักหลายชนิดถูกปลูกไว้เป็ระเบียบ
"พี่เสี่ยวเหยา!" หลินเสี่ยวิะโเรียกพี่สาว
"ทำไม... สวน..นี่...ถึง.." หลินเสี่ยวิพูดตะกุกตะกักอย่างงุนงง
"พี่จัดการปลูกผักเองทั้งหมด" หลินเสี่ยวเหยาตอบน้องชาย "ดินที่นี่ดี เหมาะแก่การปลูกผัก พี่อยากให้เรามีอาหารกินเอง ไม่ต้องไปซื้อจากที่ไหน"
หลินเสี่ยวิรู้สึกทึ่งกับความขยันขันแข็งของพี่สาว
"ว้าว...พี่สาวเก่งจังเลยครับ แป๊บเดียวก็ทำสวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
"พี่มีแผนจะเลี้ยงไก่ด้วยนะ เพื่อเก็บไข่ไว้กิน น้องเล็กคิดว่าเป็อย่างไรบ้าง?" หลิเสี่ยวเหยาเอ่ยถาม
"เลี้ยงไก่เหรอครับ?" เสี่ยวิถามด้วยความประหลาดใจ "การเลี้ยงไก่เราต้องไปซื้อไก่พ่อพันธ์แม่พันธ์มานะครับ?"
"พี่มีเงินเก็บอยู่พอสมควรจากการขายของที่ตลาดมืด" หลินเสี่ยวเหยาตอบ
"แต่ก่อนอื่น พวกเราต้องสร้างเล้าไก่ก่อน" หลินเสี่ยวเหยาพูด "เดี๋ยวพวกเราไปหาไม้ไผ่ในป่ามาทำเป็คอกไก่กันเถอะ"
เสี่ยวิยิ้มกว้าง "ได้ครับพี่สาว พวกเราจะช่วยกันสร้างเล้าไก่ให้ใหญ่ๆ เลยครับ"เด็กน้อยตอบอย่างกระตือรือร้น
"งั้นเดี่ยวพี่ขอตัวไปดูคนแขกก่อนนะ เดี่ยวน้องเล็กจัดเตรียมของไปบนูเา เดี่ยวพี่มาหา"
"ได้ครับพี่สาว"หลังจากหลินเสี่ยวเหยาเดินจากไป หลินเสี่ยวิก็รีบคว้ามีดและตะกร้าเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่ผืนป่า
หลินเสี่ยวเหยาเดินมุ่งหน้าไปยังบริเวณบ้าน เธอครุ่นคิดถึงวิธีการล้างแผลสมัยโบราณ เธอไม่กล้าเอาแอลกอฮอล์ออกมาจากในมิติ เกรงว่าคุณตัวร้ายจะสงสัยเอาได้
"เอาไงดีนะ" หลินเสี่ยวเหยาพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้น เธอก็เหลือบไปเห็นถุงชาสมุนไพรวางอยู่บนชั้นวางของในห้องครัว ความคิดก็แล่นเข้ามาในหัวของเธอ
"ใช่แล้ว!" หลินเสี่ยวเหยาอุทาน "ชาสมุนไพรนี่แหละ น่าจะใช้ล้างแผลได้"
หลินเสี่ยวเหยาหยิบถุงชาสมุนไพรออกมา เทใบชาลงในชาม แล้วเติมน้ำร้อน รอจนชาเย็นลง เธอก็เอาผ้าสะอาดมาชุบชา แล้วบีบน้ำออกให้พอหมาดๆ
"เอาล่ะ ลองใช้ดูสักหน่อย" หญิงสาวพูดกับตัวเองเบาๆ
ก่อนจะเดินไปที่ห้องนอนของเธอ ที่ตอนนี้โดนคุณตัวร้ายยึดครองอยู่
"สหายหยางเฟิงฉันขอดูาแหน่อยค่ะ" หลินเสี่ยวเหยาเอ่ยเรียกคุณตัวร้าย
ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เขามองมาที่หลินเสี่ยวเหยาด้วยความเ็ปจากาแ
"มีอะไรเหรอครับ?" ชายหนุ่มเอ่ยถาม
"ฉันจะเอาชาสมุนไพรมาล้างแผลให้คุณค่ะ" หญิงสาวนั่งลงบนเตียงข้างๆ ชายหนุ่ม เธอเลิกผ้าห่มออก เผยให้เห็นแผงกล้ามเนื้อที่ทอดยาวเป็ลอนบนเรือนร่างที่เปลือยเปล่า หลินเสียวเหยาเมื่อเห็นซิกแพ็กชายหนุ่ม ใบหน้าของเธอแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกจากอก หญิงสาวเพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอกำลังจ้องมองแผงอกของชายหนุ่มตรงหน้าอยู่นาน
'โอ๊ยทำไมคุณตัวร้ายทำไมหุ่นถึงได้น่ากินอย่างนี้' เธออดคิดไม่ได้
หลินเสียวเหยา รู้สึกเขินอายกับความคิดของตัวเอง เธอรีบก้มหน้าลงเช็ดแผลให้กับเขาอย่างรวดเร็ว พยายามไม่สบตาเ้าของรอยสักัที่แผ่นหลัง
"คุณอดทนหน่อยนะคะ ถ้าไม่เช็ดาแที่ถูกยิง แผลอาจจะเน่าได้"
"อืม..." ชายหนุ่มกัดฟันพูด เมื่อทำแผลเสร็จเรียบร้อยเธอจึงเริ่มต้นสนทนากับคุณตัวร้ายทันที
"สหายหยางเฟิงคะ เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมถึงถูกยิง?" หญิงสาวพยายามเอ่ยถามเื่ที่เธอสงสัย
หยางเฟิงเม้มริมฝีปากแน่น เขาไม่อยากบอกความจริงกับคนร่างบาง เขากลัวว่าเธออาจจะกังวล
"ผม... ผมแค่ไม่ระวังเองครับ" เขาตอบสั้นๆ
หลินเสียวเหยาไม่เชื่อคำตอบของคุณตัวร้าย
"สหายหยางเฟิง บอกความจริงกับฉันเถอะ ฉันเป็ห่วงคุณจริงๆ" หลินเสียวเหยาพยายามใช้สกิลหว่านล้อมให้คุณตัวร้ายเอ่ยปาก
หยางเฟิงถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงกับคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้
"ผมเป็ทหารหน่วยราชการลับ กำลังมาปฏิบัติภารกิจในเมืองจินหลง แต่ถูกพวกฏซุ่มโจมตีครับ"
หลินเสียวเหยาแสร้งเบิกตากว้างด้วยความใ ทั้งที่เธอรู้ความจริงอยู่ก่อนแล้วจากเนื้อหาในนิยาย
"แล้วทำไมคุณถึงหนีมาที่นี่ได้ค่ะ ที่นี้อยู่ห่างจากเมืองจินหลงตั้งไกลและอยู่ท้ายสุดของหมู่บ้าน?" หลินเสียวเหยาเอ่ยถามประเดนที่เธอสงสัยทันที
หยางเฟิงกลืนน้ำลาย ก่อนจะเอ่ยตอบ "ตอนนั้นผมได้รับาเ็สาหัส พวกฏตามล่าผมมาติดๆ ผมรู้ดีว่าถ้าพวกมันจับตัวผมได้ ชะตากรรมของผมคงไม่ต่างอะไรกับพวกทหารคนอื่นๆ ที่ถูกสังหารโหด ผมจึงตัดสินใจหนีเอาชีวิตรอด ข้ามป่าเขา ลัดเลาะลำธาร โดยไม่รู้ทิศทางใด"
"โชคดีที่ผมเจอเข้ากับกระท่อมของคุณเข้า และคุณ..ก็ได้ช่วยชีวิตผมไว้"
หลินเสียวเหยาฟังคำสารภาพของคุณตัวร้าย ดวงตาของเธอมีประกายแฝงความสงสัย
‘หึ่ม...ทำไมเื่นี้มันไม่ตรงกับในนิยาย ในนิยายหลินฮวาจะพบชายหนุ่มสลบอยู่หน้าหมู่บ้าน ระหว่างที่หญิงสาวจะเดินทางกลับหมู่บ้าน หรือเป็เพราะหลี่เหว่ยเฉียงที่โดนทหารจับกุมที่แถวตลาดมืด ทำให้หลินฮวาไปช่วยเหลือคุณพระเอกจึงทำให้เธอพลาดเจอตัวร้าย จึงทำให้เกิดทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก และเธอเองก็สงสัยว่าคุณพระเอกไปโผล่แถวตลาดมืดได้ยังไง เพราะในนิยายก็ไม่ได้ระบุไว้เช่นกัน หรือว่าเขาจะแอบตามเธอไป ‘เธอครุ่นคิดในใจ
"แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไปค่ะ?" หลินเสียวเหยาเอ่ยถาม
หยางเฟิงถอนหายใจ "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ" เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถกลับไปเมืองจินหลงได้ เพราะมันอันตรายเกินไป แต่เขาก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดไป
"คุณพักที่นี่ก่อนก็ได้" หลินเสียวเหยาเอ่ยปาก "าแของคุณยังไม่หายดี รอจนหายแล้วค่อยว่ากันอีกที"
หยางเฟิงรู้สึกขอบคุณหญิงสาวเป็อย่างมาก
"ขอบคุณครับ" เขาก้มหน้าลง
"สหายหยางเฟิงไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก" หลินเสียวเหยาเอ่ย "คุณก็แค่คนโชคร้ายที่าเ็ ฉันแค่ช่วยเหลือคุณในฐานะเพื่อนมนุษย์เท่านั้น"
ชายหนุ่มเงียบไป เขารู้สึกประทับใจในน้ำใจของหญิงสาวชาวบ้านผู้นี้ สักวันหนึ่งของจะตอบแทนเธอเป็อย่างดี ชายหนุ่มคิดอย่างหมายมั่น
"เพียงแต่ว่า..." หลินเสียวเหยาระงับคำพูด
"แต่ว่าอะไรครับ?" ชายหนุ่มเอ่ยถาม
"คุณต้องสัญญากับฉันก่อน" หลินเสียวเหยาเอ่ยขึ้น เสียงของเธอสุภาพแต่ทว่าจริงจัง "ระหว่างที่คุณพักรักษาตัวอยู่ที่นี้ คุณต้องอยู่ที่บ้านฉันอย่างเงียบๆ นะคะ เพราะฉันไม่อยากให้พวกชาวบ้านมองฉันไม่ดี แล้วอีกอย่างฉันก็ยังไม่ได้แต่งงานด้วย มันจะเป็การทำลายชื่อเสียงของฉันเองค่ะ ที่พาผู้ชายที่ไม่ได้หมั่นหมายมานอนที่บ้าน"
หยางเฟิงครุ่นคิดเมื่อได้ยินคำที่หญิงสาวบอก ‘แต่ถ้าผมหมั่นหมายคุณ ผมก็สามารถอยู่กับคุณได้อย่างไม่ต้องปิดบังใครสินะ’
หยางเฟิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ผมเข้าใจครับ ผมสัญญาว่าจะอยู่เงียบๆ ไม่สร้างปัญหาให้คุณ"
หลินเสียวเหยาพยักหน้าด้วยความโล่งใจ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของเธอ
"ขอบคุณมากค่ะ"
"งั้นคุณก็พักผ่อนเถอะ" เธอเอ่ยขึ้น "เดี่ยวฉันจะไปหาของป่ากับน้องชาย เดี่ยวตอนเย็นๆ ฉันทำกับข้าวให้คุณนะคะ"
“ขอบคุณครับ” เขายิ้มให้หญิงสาวก่อนจะหลับตาลงนอน