เวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วทว่าร่างกายของไป๋ฉีก็ยังคงนั่งนิ่งลอยเด่นอยู่ท่ามกลางท้องนภา แสงสีน้ำเงินหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาไม่ขาดสาย ยิ่งไป๋ฉีดูดซับกฏเกณฑ์เหล่านี้มากเท่าไรความเข้าใจในธาตุแม่เหล็กของเขาก็เพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน
อีกทั้งไป๋ฉียังได้ประจักษ์แล้วว่าความสามารถแม่เหล็กของเขานี้พิเศษกว่าแม่เหล็กทั่วไปมาก เพราะโดยปกติแล้วธาตุแม่เหล็กจะสามารถควบคุมธาตุโลหะได้เท่านั้น แน่นอนเมื่อก่อนนี้ไป๋ฉีเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
แต่เมื่อได้ศึกษาพลังของเขาอย่างท่องแท้ถึงได้รู้ว่าพลังของเขาความจริงไม่ใช่อะไรที่ง่ายดายปานนั้นเลย เพราะมันสามารถดูดหรือผลักสิ่งของที่ไม่ใช่โลหะได้
ใช่! ฟังไม่ผิด สำหรับธาตุโลหะไป๋ฉีสามารถควบคุมมันได้อย่างอิสระ แต่สำหรับของที่ไม่ใช่โลหะนั้นเขาก็สามารถดูดมันเข้ามาหาตัวหรือผลักออกไปได้ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือไป๋ฉีสามารถควบคุมแรงโนมถ่วงได้และนั่นดูเหมือนจะเป็นทักษะขั้นสุดท้ายของคอสมิคฟรอสธาตุแม่เหล็กสีน้ำเงินนี้
"คิดไม่ถึงว่ามันจะสามารถประยุกต์ใช้ได้มากมายขนาดนี้ ตัวฉันนี่เหมือนกิ้งก่าได้ทองจริงๆ"ไป๋ฉีบ่นออกมาเบาๆก่อนจะหวนเข้าสู่สมาธิอีกครั้ง
เสี่ยวไป๋ที่นั่งอยู่บนหอคอยจักรวาลยกยิ้ม "ถ้าเป็นแม่เหล็กทั่วไปคงไม่สามารถทำได้หลากหลายขนาดนั้น พลังนี้ของนายท่านพิเศษมากจริงๆ พิเศษไม่แพ้น้องชายและน้องสาวของนายท่านเลยทีเดียว ถ้าหากสิ่งนั้นตื่นขึ้นมาไม่รู้ว่าพรสวรรค์ของนายท่านจะน่ากลัวขนาดไหน"เสี่ยวไป๋กล่าวนั่งชื่นชมไป๋ฉีอย่างเพลิดเพลินใจ
ในขณะเดียวกันนั้น ทางฝั่งของประเทศดราก้อนการ์เด้น ณ บริเวณเกาะส่วนตัวของไป๋ฉี ภรรยาสาวทั้งห้าคนของชายหนุ่มก็กำลังฝึกฝนแก่นแท้อาวุธเช่นเดียวกัน และด้วยที่พวกเธอมีพรสวรรค์มากและมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการเป็นกำลังเพื่อช่วยเหลือสามีบวกกับพรสวรรค์พลังแฝดทำให้วิถีแห่งอาวุธของพวกเธอพัฒนาอย่างรวดเร็วเอามากๆ
แม้จะไม่ได้เร็วเท่าไป๋ฉี แต่หนึ่งเดือนมานี้พวกเธอก็เข้าสู่ขั้นปราณอาวุธได้สำเร็จ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือหนึ่งในภรรยาของไป๋ฉี หรือก็คือโรสนอกจากสำเร็จขั้นปราณอาวุธแล้วเธอยังควบคุมมีดบินได้ถึงยี่สิบเล่มด้วยกัน
ที่เธอทำได้ขนาดนี้ก็เพราะตัวโรสเองต้องฝึกฝนการควบคุมพลังแฝดของตนเองไม่ให้พวกมันตีกันอยู่บ่อยๆดังนั้นพอต้องแบ่งสมาธิควบคุมมีดบินจึงทำได้อย่างง่ายดาย
ในบรรดาภรรยาของไป๋ฉี ตอนนี้โรสคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด รองลงมาก็จะเป็นโนอา เซอิน ซุนหรง และจางจิวลี่ตามลำดับ แต่ระดับฝีมือก็ไม่ได้ห่างกันมากเท่าไรนัก
แม้ว่าตัวของพวกเธอจะอยู่ระดับเทพสงครามต้นก็ตาม แต่สามารถบอกได้เลยว่าทั้งห้าคนสามารถจัดการกับเทพสงครามขั้นกลางได้อย่างไม่ยากเย็น ส่วนในระดับเทพสงครามขั้นสูงนั้นนับว่าสูสีต้องชิงไหวชิงพริบกันถึงจะรู้ผลแพ้ชนะ
"อ้า คิดถึงพี่ไป๋ฉีจังเมื่อไรจะกลับมากันนะ"เมื่อฝึกฝนเสร็จหญิงสาวทั้งห้าคนตอนนี้กำลังอยู่ในห้องอาบน้ำ และเป็นจางจิวลี่ที่บ่นออกมา
"ฮิฮิ น้องสาวนี่ผ่านไปเดือนเดียวเองคิดถึงเขาขนาดนั้นเลยหรือ"เซอินที่อาบน้ำอยู่ข้างๆกันเอ่ยปากแซวเล็กน้อย ทำให้เกิดเสียงหัวเราะอย่างขบขัน
"อย่าเเซวน้องห้าเลย พี่สาวคนนี้เองก็คิดถึงเขาเหมือนกัน เพราะอยู่ดีๆเขาเงียบไปเลยแถมยังติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก"โนอากล่าวพลางถอนหายใจออกมา ทุกคนก็พยักหน้า แน่นอนว่าทั้งห้าคนทั้งคิดถึงและเป็นห่วงไป๋ฉีสุดหัวใจ
"เอาน่า สามีไม่เป็นอะไรหรอกอย่าลืมสิเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเราเป็นไหนๆ เอาเป็นว่าเรามาเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า อย่างเช่นเรื่องที่หน่วยเวรยามของเรารายงานว่ามีคนสะกดรอยตามคุณพ่อออกไปด้านนอก"เป็นซุนหรงที่กล่าวอย่างจริงจัง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงๆ ไป๋เฉินผู้ได้ชื่อว่าเป็นพ่อสามีของพวกเธอมักจะออกไปจ่ายตลาดด้านนอกบ่อยๆแต่ครั้งล่าสุดกลับมีคนสะกดรอยตาม
"รนหาที่ตายกันทั้งนั้น นี่ขนาดรู้ว่าสามีมีความสัมพันธ์กับสี่ราชวงศ์พวกมันก็ยังไม่เลิกลา น่าเสียดาย ตอนคุณพ่อกลับมาพวกมันไม่ได้ตามมาด้วยเลยไม่ถูกจับกุม ฉันก็เลยอดสอบสวนพวกมันว่ามาจากกองกำลังไหน" โรสกล่าวอย่างเดือดดาลขึ้นมาในทันใด
หลังเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพวกเธอก็ติดต่อไปบอกไป๋เฉินแล้วว่าห้ามออกจากดราก้อนเอ็มไพร์สักระยะ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวไป๋เฉินเอง
"อย่าใจร้อนไป อย่างน้อยพวกเราก็พอเดาได้ว่าพวกมันเป็นกองกำลังใต้ดิน ตอนนี้จับตาดูไปก่อนหากมันเคลื่อนไหวอีกครั้งล่ะก็ พวกเราจะสืบหาที่อยู่ของพวกมันและลงมือในทันที ให้พวกมันได้รู้ว่าอะไรที่พวกมันไม่ควรแตะต้อง"
โนอากล่าวอย่างเรียบนิ่ง แต่ใครจะรู้ว่าตัวของเธอเองก็โมโหไม่แพ้กัน สาวๆทั้งห้าพยักหน้าเชิงเห็นด้วยกับความคิดเห็นนั้น ครอบครัวของพวกเธอใครริอาจคิดมาแตะต้อง โทษคือตายสถานเดียว
ตัดภาพไปยังสถานที่อันลึกลับแห่งหนึ่ง ในห้องที่ดูเหมือนกับห้องประชุมตอนนี้มีชายหญิงห้าคนที่สวมหน้ากากสีขาวกำลังนั่งล้อมวงกันบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง
"หัวหน้าเกิดอะไรขึ้น ทำไมสายลับของเรายังไม่ติดต่อมาอีก คงไม่ใช่ว่ามันถูกจับไปรีดข้อมูลแล้วหรอกนะ"ชายปริศนาคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
"เรื่องนี้ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่สบายใจได้นั่นคือสายลับอันดับหนึ่งของพวกเรา แม้จะถูกจับได้มันก็ไม่ปากสว่างหรอก เพราะลูกเมียของมันก็อยู่กับเรา"ชายที่นั่งหัวโต๊ะกล่าวอย่างใจเย็น
"เห้อ เดิมทีฉันก็บอกแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับครอบครัวของเทพสงครามไป๋ฉี เขามีราชวงศ์หนุนหลังถึงสี่ราชวงศ์เชียวนะ นี่มันภารกิจเสี่ยงตายชัดๆ"หญิงสาวที่นั่งอยู่ท้ายสุดกล่าวน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ทั้งองค์กรหาเรื่องเสี่ยงตายเช่นนี้
"หนวกหูน่า เธอก็เห็นนี่ว่าเทพสงครามไป๋ฉีพัฒนาตัวเองได้เร็วมากขนาดไหน แถมภรรยาของเขาแต่ละคนก็ไม่ธรรมดา เขาจะต้องมีความลับบางอย่างแน่นอน ถ้าหากเรารู้ความลับนั้นบางทีอาจจะสามารถสร้างเทพสงครามได้เยอะๆแบบเขาก็ได้"ชายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกล่าว
หญิงสาวอีกคนถอนหายใจ "เอาเถอะ จะทำอะไรก็ช่างแต่อย่าให้เรื่องนี้มันมีผลกระทบกับองค์กรใหญ่ก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นนายหญิงไม่เอาพวกเราไว้แน่" กล่าวจบหญิงสาวก็เดินออกจากห้องไป