หลังจากที่ต่อสู้กันเพียงแค่ไม่ถึง 1 นาที ในที่สุดนักสู้แห่งตำนานทุกคนที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ก็ถูกทันย่าสังหารไปจนหมดสิ้น
พวกมันทั้งหมดต่างตกตายลงด้วยฝีมือของมอนเตอร์สีดำขนาดใหญ่ ทำให้เมืองที่เปรียบได้เป็นดั่งป้อมปราการต้องตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย
ฝูงชนมากมายต่างวิ่งหลบหนี แม้แต่นักสู้พันธุกรรมระดับสูงก็ไม่มีจิตใจที่จะต่อสู้อีกต่อไป พวกเขาได้สูญเสียความหวัง รีบหลบหนีกันให้จ้าละหวั่น เอาตัวรอดทุกวิถีทาง
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในเมื่อไม่มีพวกแมลงหวี่แมลงวันมารบกวนแล้ว! งั้นเราก็มาเริ่มการสังหารหมู่พวกมนุษย์กันเลยดีกว่า!”
หลังจากนั้นทุกสิ่งก็เป็นดั่งฝันร้ายที่ได้มาเยียน ทันย่าได้ออกอาละวาดไปทั่วทั้งอาณาเขตของเมืองป้อมปราการ โจมตีเข้าใส่มนุษย์เบื้องล่างที่กำลังวิ่งหลบหนีเอาชีวิตรอด บ้างก็ทำลายตึกอาคารที่สูงใหญ่ ทำให้พวกมันหล่นทับลงไปยังเบื้องล่าง ไม่ต่างไปจากโศกนาฏกรรมอันเลวร้าย
จำนวนคนที่ตายภายในเมืองแห่งนี้เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลายพัน หลายหมื่น หรือแม้แต่หลายแสนคน ตัวเลขของผู้เสียชีวิตพุ่งทะยานขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ ซากศพมากมายต่างนอนตายกันอย่างเกลื่อนกราด กลิ่นอายโลหิตฟุ้งกระจายไปทั่วอาณาเขต เป็นดั่งขุมนรกที่ก่อตัวออกมา
ขณะนั้นภายในเศษซากของตึกที่พังทลาย ฝุ่นฝงได้เริ่มแผ่กระจายปกคลุมไปทั่ว ปรากฏร่างเงาของคนผู้หนึ่งที่ตอนนี้กำลังนอนหมดสภาพอยู่ท่ามกลางเศษซากอาคารนั้น โดยที่ร่างกายครึ่งล่างของเขาก็ได้ถูกทำลายไป เหลือไว้เพียงส่วนบนที่กำลังอาบชะโลมไปด้วยเลือด
ไม่ผิด ชายคนนี้คือคนที่ถูกทันย่าโจมตีเป็นคนแรก ผู้นำสาขาสมาพันธ์โลกที่ประจำการภายในเมืองแห่งนี้ อิเอยาสุ ทาเคโนะ
“มะ..มันเป็นมอนเตอร์จักรพรรดิจริงๆ!”
ชายวัยกลางคนพ่นโลหิตออกมาอย่างหนัก น้ำเสียงเขาอ่อนแอเหมือนคนที่กำลังจะตาย
ตอนนี้เขารู้ดีว่าตนเองกำลังจะไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป หนึ่งการโจมตีของสัตว์ประหลาดนั้นปลิดชีพสังหารได้ในทันที ยังดีที่เขาได้ใช้กฎแห่งทองปกป้องร่างกาย แต่ก็ไม่อาจต้านทานได้ไหว
“นี่มันอะไรกัน พวกเราเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปทำอะไรให้กับแกกันแน่ ทำไมพวกแกถึงต้องมาสังหารพวกเราเช่นนี้ด้วย!!”
อิเอยาสุจ้องมองไปยังร่างขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างไกลด้วยอารมณ์ที่สั่นไหว นัยน์ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นและความไม่ยินยอม
ภายในใจก็ก่นด่าให้กับความน่าสมเพชของตนเอง เขายังไม่ตายแต่ต้องมาทนเห็นอะไรแบบนี้ เขาต้องมาเห็นนักสู้แห่งดาวเคราะห์คนแล้วคนเล่าถูกสังหารโดยกรงเล็บนั้น เขาต้องมาเห็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันเองที่ถูกฆ่าตายเป็นผักปลา ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้เลยทั้งสิ้น
“ถะ..ถ้านี่เป็นแค่ความฝันก็ได้โปรดตื่นขึ้นมาเถอะ”
อิเอยาสุร่ำไห้ออกมาก่อนตาย ภาพของเขาเริ่มมืดมิดลงอย่างช้าๆ ขณะที่เสียงแจ้งเตือนบริเวณกำไลข้อมือได้ดังขึ้น
เสียงนี้ได้ทำให้สติสุดท้ายของอิเอยาสุต้องฟื้นตื่น เขาได้ยกแขนของตนขึ้นมาอย่างยากลำบาก พยายามลืมตาจ้องมองไปยังข้อความสุดท้าย
“คะ..ความหวังอยู่ที่แกแล้วซินะอนาเธอร์!”
“ได้โปรดช่วยเหลือพวกเราเหล่ามนุษย์....”
ในที่สุดอิเอยาสุก็ไม่อาจทนพิษบาดแผลได้ไหว เขาได้ตายไปทั้งๆที่ดวงตาก็ยังคงเบิกกว้างไปด้วยความเคียดแค้นและชิงชัง เสมือนกับว่าถ้าสายตาสามารถใช้สังหารได้ ทันย่าคงได้ถูกดวงตานี้จัดการไปหลายล้านครั้ง เต็มไปด้วยความพยาบาทอาฆาตอันไร้ที่สิ้นสุดเลยก็ว่าได้
━━
อีกด้านนึงภายในฐานบัญชาการที่อยู่ไกลออกไป บริเวณอาณาเขตที่ตั้งของสมาพันธ์โลก
พวกเขากำลังเตรียมบางสิ่งและมันก็ได้ดำเนินการเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ด้านบนสุดของอาคารขนาดใหญ่ได้มีอาวุธบางอย่างที่มีความยาวกว่า 20 เมตรปรากฏขึ้นมา
ตัวปืนมีลักษณะคล้ายคลึงกับตะเกียบขนาดยักษ์ บริเวณใจกลางของช่องว่างคืออนุภาคพลังที่กำลังถูกสะสม อัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่พลุ่งพล่าน เกิดเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นกึกก้อง
ขณะเดียวกันมันก็ได้ล็อคเป้าหมายไปที่มอนเตอร์สีดำตัวใหญ่ที่เข้าทำลายล้างไปทั่ว
“หัวหน้าอิเอยาสุตายไปแล้ว แต่พวกเราไม่อาจหยุดได้! ถ้าอนาเธอร์โจมตีไม่สำเร็จ เมืองป้อมปราการแห่งนี้ก็ไม่มีความหวังอีกต่อไป”
ชายวัยกลางคนผู้นึงบ่นพึมพำออกมาอย่างอยู่เล็กน้อย จากนั้นเขาก็โค้งตัวไปยังภาพโฮโลแกรมเด็กสาวที่อยู่เบื้องหน้า
“ท่านสุดยอดปัญญาประดิษฐ์อาซาเลีย ได้โปรดช่วยเหลือพวกเราด้วยนะขอรับ!”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ต่างโค้งคำนับไปยังสุดยอดปัญญาประดิษฐ์ของโลก เด็กสาวในชุดสีดำและมีเส้นผมสีทองได้พยักหน้ารับ
เธอได้หันมองไปทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง มันคือข้อมูลของปืนใหญ่สนามแม่เหล็ก อาวุธของอารยธรรม
ถึงมันจะไม่มีอานุภาพในห้วงจักรวาลที่กว้างใหญ่ แต่สำหรับมอนเตอร์ในดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ก็ย่อมไม่คณามือ ทุกเมืองที่เป็นดั่งป้อมปราการย่อมมีต้องมีปืนใหญ่สนามแม่เหล็กติดตั้งเอาไว้
เป็นไพ่ตายสุดท้ายในการสังหารพวกมอนเตอร์ที่เข้ารุกรานเมืองของพวกเขา
[ท่านซวนหยวนกับท่านหยางจินเหินกำลังจะเดินทางมาในอีก 5 นาที]
[ดิฉันเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะได้ผลหรือเปล่า]
[แต่พวกเราต้องทำมันเดี๋ยวนี้!]
ทันใดนั้นปัญญาประดิษฐ์ของสมาพันธ์โลกก็ได้เข้าสู่รูปแบบการควบคุม
[ปิ๊บ! อุปกรณ์ทั้งหมดไม่มีอะไรเสียหาย ความผันผวนของกระแสพลังที่อยู่ในตัวปืนใหญ่คงที่]
[ปิ๊บ! เริ่มกระบวนการประจุสะสมพลังงาน เริ่มดำเนินการถ่ายเทจากเครื่องอนุภาคพลังงานปฏิกรณ์หลัก]
[ปิ๊บ! ความผันผวนของพลังงานเริ่มเพิ่มมากขึ้น 20% 30% 40% ........]
อาซาเลียได้เข้าตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดอีกครั้ง หน้าที่ของเธอคือการทำให้ปืนใหญ่นี้พร้อมสำหรับการยิง
[ปิ๊บ! ปิ๊บ! พลังงานประจุถึง100% ปืนใหญ่สนามแม่เหล็กระดับ D พร้อมยิงทันที]
หัวใจของแต่ละคนเริ่มหยุดนิ่ง ม่านตาอิเล็กทรอนิกส์ของเธอกระพริบไปมาอยู่สองสามครั้ง เป็นเหมือนสัญญาณในการเริ่มต้น
“เปรี๊ยง!”
คลื่นพลังงานสีฟ้าที่เต็มไปด้วยพลังงานอันหนาแน่นได้ถูกยิงออกไปจากปืนใหญ่สนามแม่เหล็ก
ประกายแสงก่อตัวเป็นสีฟ้าสว่างที่มีความกว้างกว่าหลายสิบเมตร ลำแสงนั่นกำลังพุ่งตรงไปยังมอนเตอร์สีดำขนาดใหญ่ด้วยความเร็วที่ประดุจสายฟ้าฟาด ท้องฟ้าสว่างไสวถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีฟ้าที่เจิดจ้า พลังอานุภาคของมันรุนแรงจนทำให้ห้วงอากาศพลันต้องระเบิดออก
[หือ? มันคือปืนใหญ่สนามแม่เหล็กระดับ D เหรอเนี่ย]
ในตอนนั้นดาวาลก็สัมผัสได้ถึงการโจมตีที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา เธอจึงได้ยกมือเล็กๆตบไปยังศีรษะขนาดใหญ่ของเขา
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
ทันใดนั้นร่างกายของทันย่าก็ได้เปล่งแสงสีทองอันเจิดจรัส ส่งเสียงดังสนั่นประหนึ่งมีสายฟ้าฟาดเข้าใส่ พร้อมกับที่มวลกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างฉับพลัน
ร่างกายของทันย่าได้ลดขนาดลงมาอย่างรวดเร็ว เสมือนเกิดปาฏิหาริย์ยังไงยังงั้น
จากมอนเตอร์สีดำขนาดใหญ่ที่มีความสูงกว่า 80 เมตร มันก็ได้ลดขนาดเหลือเพียงแค่ 40 เมตรเท่านั้น ลดมาเกือบครึ่งนึงเลยทีเดียว
“นี่มันอะไร━?!!”
ภาพที่เกิดขึ้นได้ทำให้ทุกคนต่างต้องเบิกตากว้าง อุทานขึ้นด้วยความตกตะลึงเพริงพริด
สิ่งที่ทันย่าใช้ตอนนี้ก็คือหนึ่งในเทคนิควิชาลับของเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรกลืนกินดวงดาว ร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่ง
ใช้ยีนส์พันธุกรรมเข้าควบแน่นร่างกายของตนเองให้มีขนาดที่เล็กลง เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและพละกำลังให้อยู่ในจุดสูงสุด ยิ่งมีร่างกายที่ใหญ่โตมากเท่าไหร่ การควบแน่นก็ยิ่งมีระดับเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งก็รวมถึงความแข็งของร่างกายอีกด้วย
ความแข็งแกร่งของเบฮีมอทในตอนนี้เพิ่มพูนขึ้นไปหลายเท่า สามารถยกระดับการป้องกันให้เหนือชั้นยิ่งกว่าที่ผ่านมา
“เปรี๊ยง!”
เมื่อกระทบกับร่างกายของทันย่า พลังงานอนุภาคสีฟ้าก็ได้เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นผิดไปจากความคิดของผู้คนทั้งหมด แม้แต่อาซาเลีย สุดยอดปัญญาประดิษฐ์ที่มีชีวิตก็ยังต้องเบิกตากว้าง ทำท่าทางเหมือนกำลังตกใจจนถึงขีดสุด
[อะ..อาวุธนี้สามารถสังหารได้แม้แต่มอนเตอร์ดาวเคราะห์ระดับ 5 ดาวได้เลยเชียวนะ]
ความหวาดกลัวได้บังเกิดขึ้นภายในจิตใจของทุกคน มนุษย์ที่เหลือรอดต่างคุกเข่าลงด้วยความสิ้นหวัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกมันมีอาวุธแบบนี้ซุกซ่อนอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?”
ทันย่าที่โดนการโจมตีเข้าไปก็หัวเราะออกมาอย่างสุขใจ ขณะที่แววตาก็แข็งกร้าวเมื่อได้มองไปยังปืนใหญ่สนามพลังแม่เหล็ก
[อาวุธของอารยธรรมชั้นต่ำ สิ่งนี้ถูกเรียกว่าปืนใหญ่สนามแม่เหล็ก อยู่ในระดับ D สามารถสังหารได้แม้แต่นักสู้แห่งดาวเคราะห์]
[แต่ก็นะ เมื่อเปิดใช้ร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่ง เบฮีมอทก็มีร่างที่คงกระพันไร้เทียมทานอย่างแท้จริง อาวุธแค่นี้ไม่ระคายผิวเจ้าหรอก]
น้ำเสียงของดาวาลเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เหมือนกับว่าเธอนั้นได้เป็นคนที่มารับการโจมตีนี้ด้วยตนเอง
[ยังไงก็ตามทันย่า อาจารย์ได้ข่าวว่าพวกนักสู้พันธุกรรมระดับสูงกำลังเดินทางมา ซึ่งมันก็มีซวนหยวนกับหยางจิงเหินอยู่ด้วย]