(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

ตอนที่ 217 แสดงอภินิหาร

ตอนที่ 217 แสดงอภินิหาร



“ว้าว โบกไม้คทาไม่กี่ที ก็ได้เงินถึง 1000 เหรียญทองมณีเลยเหรอ?” พ่อครัวหนุ่มที่ได้ยินถึงจำนวนค่ารักษาก็รู้สึกทึ่งไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ถ้าราคาการรักษาให้หายจากความเผ็ด ยังมีราคาสูงถึงขนาดนี้ ก็ไม่แปลกเลย ที่ในตอนนั้น ตอนที่เขาได้รับการรักษาจาก อดีตนักบวชแห่งแสงที่เป็นนักบวชเถื่อนที่ถูกขับไล่ออกจากศาสนจักรแห่งแสงไปแล้ว จะสูงมากถึงเพียงนั้น


“ราคาในการรักษานั้นไม่มีราคาที่ตายตัวครับ อาจจะแพงหรือถูกกว่านี้ก็สุดแล้วแต่ นักบวชคนๆ นั้นจะเป็นคนเรียกเก็บ ซึ่งนักบวชผู้นี้ก็เป็นถึงหัวหน้านักบวชประจำหมู่บ้านดาราฉาย ฉะนั้นคงไม่ถูกแน่ๆ ครับ” โทมัสได้กระซิบให้ไลท์ได้ฟังถึงจำนวนราคาในการรักษาที่ไม่แน่นอนของศาสนจักรแห่งแสง ที่ไม่มีราคากลางที่ตายตัว

“ถ้าตั้งราคาสูงแบบนี้ แล้วชาวบ้านที่ไม่มีเงินล่ะ จะรักษาตัวกันยังไง?”

“รักษากันตามมีตามเกิดครับ อาจจะต้องหันไปพึ่งพานักบวชเถื่อนหรือไม่ก็ยอมยกทรัพย์สินที่มีให้เป็นสินน้ำใจ”


ไลท์ได้ฟังก็หดหู่แทนผู้คนในโลกใบนี้ยิ่งนัก การที่โลกใบนี้มีพลังเวทที่รักษาอาการเจ็บป่วยของทุกคนได้แบบนี้ มองดูเผินๆ อาจเป็นสิ่งที่วิเศษและน่ามหัศจรรย์ ที่ช่วยให้ผู้คนไม่ต้องทนทุกข์กับโรคภัย ไข้เจ็บ


ถึงกระนั้นมันก็กลายเป็นดาบสองคม ที่ทำลายโลกใบนี้เช่นเดียวกัน


คนที่มีพลังแห่งแสงนี้ เปรียบได้ดั่งพระเจ้าที่ชี้เป็นชี้ตายให้กับผู้คน อยากจะรักษาชีวิตหรือไม่อยากรักษาชีวิตของใครก็ได้ทั้งนั้น

ซึ่งใครๆ ต่างก็รักตัวกลัวตายและไม่อยากสูญเสียคนที่รักไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บกันอยู่แล้ว จึงทำให้สถานะของศาสนจักรแห่งแสงได้ถูกยกย่องให้สูงมากขึ้นไปอีก

อำนาจที่มีก็เริ่มที่จะเพิ่มพูนสูงขึ้นในๆ ทุกวัน จึงไม่แปลกเลยที่ทางศาสนจักรแห่งแสงจะรุกล้ำการปกครองของอาณาจักรต่างๆ ในโลกนี้ จนเกือบจะกลายเป็นการครอบงำโลกใบนี้ไปแล้วก็ว่าได้


ไลท์ส่ายหน้าด้วยความหดหู่ ที่วันนี้ทุกคนต่างนับถือนักบวชแห่งแสงจนแทบจะกลายเป็นพระเจ้า ส่วนอาชีพหมอ ที่รักษาด้วยการจ่ายยาและรักษาอาการด้วยสมุนไพรจะถูกด้อยค่าจนกลายเป็นอาชีพที่ไม่มีใครให้ความสนใจ หรือจะหันมาสนใจก็ต่อเมื่อหมดที่พึ่งพาอย่างศาสนจักรแห่งแสงไปแล้วนั่นเอง



“ท่านนักบวช ข้าน้อยไม่มีเงินมากขนาดนั้น...ได้โปรดลดราคาลงมาหน่อยจะได้หรือไม่?” ชายหัวหน้ากลุ่มในตอนนี้แทบจะก้มกราบนักบวชที่ชื่อว่า อังเดรย์ เลยทีเดียว


ท่าทีที่เคยวางก้ามของมัน ได้โอนอ่อนราวกับพลิกฝ่ามือ


“ฉันเองก็เป็นคนที่มีเมตตา ฉะนั้นเอาเป็นจาก 1000 ลดเหลือ 800 เป็นยังไง...ฉันลดให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวคนอื่นจะมาขอร้องให้ข้าลดค่ารักษาไปเสียหมด” นักบวชอังเดรย์ ปั้นหน้าว่าเป็นคนที่มีเมตตา ซึ่งแน่นอนว่าราคาที่ลดลงมานี้ ก็ยังคงสูงเกินไปอยู่ดีในสายตาของชาวบ้านตาดำๆ


ทั้งนี้ทั้งนั้น ชายหัวหน้ากลุ่มก็อิดออดอะไรไม่ได้อีก หากบิดเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงินค่ารักษาตามที่นักบวชแห่งแสงเรียกเก็บ คิดจะชิ่งเหมือนกับค่าอาหาร จุดจบของพวกมันคงจะถูกจับไปปรับทัศนคติที่โบสถ์แห่งแสงอย่างแน่นอน


ฉะนั้นมันจึงต้องจำยอม ควักเงินที่มีทั้งหมดออกมาเพื่อจ่ายเป็น ค่ารักษา จนหมดเนื้อหมดตัว เหลือก็แต่โฉนดที่ดินที่พวกมัน ลงทุนลงแรง กว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านในหมู่บ้านสายหมอก เพื่อหวังมาทำกำไรกับไลท์

ที่พวกมันได้ยินมาว่า ตัวของพ่อครัวหนุ่มนั้น ในตอนนี้ถือครองที่ดินในหมู่บ้านสายหมอกอยู่หลายผืนนั่นเอง


อย่างไรก็ตาม แผนการที่มันจะขายที่ดินเพื่อทำกำไรกับไลท์ตามที่ได้ตั้งใจไว้ในตอนแรก ดูจะเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว...เนื่องด้วยพวกมัน เลือกที่จะชักดาบ กินแล้วไม่จ่าย


พยายามตลบตะแลง เล่นลิ้นอยู่หลายครั้งหลายครา ไม่ว่าจะชักดาบไม่จ่ายค่าอาหาร หรือ พยายามที่ก่อปัญหาขึ้นภายในร้านอาหารของพ่อครัวหนุ่ม


“คุณลูกค้ากำลังจะไปไหนกันครับ...พวกคุณยังไม่จ่ายค่าอาหารที่กินไปเลย” ในระหว่างที่ พวกมันกำลังจะตีเนียนเพื่อเดินออกจากร้าน


ทันใดนั้นไลท์ ก็ได้ร้องเรียกให้พวกมันกลับมาจ่ายค่าอาหารที่กินไปเสียก่อน ซึ่งไหนๆ พ่อของแมทที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านก็มาแล้ว เช่นนั้นเขาก็ขอแจ้งความ ฟ้องร้องถึงค่าอาหารที่เขาควรจะได้มันเสียเลย


“ก่อนหน้านี้พวกคุณ กล่าวหาว่าร้านของผมกลั่นแกล้งพวกคุณกันใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้น ก็ให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนตัดสินก็แล้วกัน ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนก่อเรื่อง” ไลท์ได้เรียนเชิญหัวหน้าหมู่บ้าน หรือพ่อของแมท ให้มาช่วยตัดสินคดีที่เกิดขึ้น

อีกทั้งในหมู่ลูกค้าที่รับประทานอาหารกันอยู่ภายในร้าน ก็เข้ามาช่วยเป็นพยานให้กับร้านอาหารสามเวลาอีกด้วย

“ท่านนักบวชรบกวนช่วยถอยหลังไปเล็กน้อยจะได้ไหมครับ พอดีผมมีหลักฐานบางอย่างจะให้หัวหน้าหมู่บ้านและทุกคนได้ดู ว่าคนพวกนี้ตั้งใจจะชักดาบ กินแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน” ไลท์ผายมือขอทางกับนักบวชแห่งแสง ที่ดูจะยิ้มกริ่มกับเงินที่ได้รับมาจากการรักษา ที่มันตั้งใจจะขูดรีดกันแบบตรงๆ


ชิ~

นักบวชอังเดรย์ดูรำคาญใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยอมหลีกทางให้แต่โดยดี เพราะตอนนี้มันกำลังอารมณ์ดีนั่นเอง


“ทุกคนช่วยถอยจากกำแพงด้วยครับ เชฟไลท์ต้องการพื้นที่เพื่อแสดงอภินิหารครับ” โทมัสและจิม ได้ช่วยกันจัดแจงพื้นที่...เพราะรู้ว่าไลท์กำลังจะทำอะไรต่อไป

หากแต่ คำที่ทั้งสองเลือกใช้ อย่างการแสดง ‘อภินิหาร’ ก็ทำเอาไลท์และพนักงานคนอื่นในร้านถึงกับ ขำพรืด กับการใช้คำของสองหนุ่มที่เทิดทูนไลท์ จนขนานนามไลท์ว่าเป็น ผู้อาวุโสเร้นกาย จนใครต่อใครเข้าใจผิดไปเสียยกใหญ่


“แมท ไปลากสองคนนั้นกลับมา ปล่อยให้ท่านไลท์จัดการเรื่องนี้ตามลำพังเถอะ” คาห์นถึงกับทนดูไม่ไหว รีบสั่งให้แมทที่อยู่ข้างๆ ไปลากโทมัสกับจิม กลับมารวมกลุ่มกันเลยทีเดียว


“ลาก? ทำไมต้องไปลากโทมัสกับจิมด้วย ผมว่าทั้งสองคนนั้นใช้คำได้สุดยอดไปเลย ‘แสดงอภินิหาร’ คำนี้มันช่างเหมาะสมกับท่านไลท์ยิ่งนัก” แมทปรบมือให้กับโทมัสและจิม ที่ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ทั้งสองก็ยังคงไม่เลิกนิสัย ที่จะอวยไลท์ จนสุดลิ่มทิ่มประตู


“ไลท์จะแสดงอภินิหารอะไรเหรอ เธอพอจะรู้ไหมเอลล่า?” พริมโรส นาเดียและเมย่า ก็เข้ามารวมกลุ่มกับเอลล่า พลางเอ่ยถามถึงการแสดงอภินิหารของไลท์ ที่เหล่าลูกค้าขาประจำภายในร้านกำลังตะโกนให้กำลังใจแก่ไลท์

“ไม่ใช่แสดงอภินิหารอะไรหรอกค่ะ ก็แค่พลังพิเศษของพี่ไลท์ที่มันน่าเหลือเชื่อก็เท่านั้นเอง” เอลล่าตอบกลับ ก่อนจะจูงมือ นักแสดงพริมโรส นาเดียและเมย่า ไปใกล้ๆ กับผนังที่จะถูกใช้เป็นเครื่องฉายภาพ ที่ตอนนี้มีกลุ่มลูกค้ายืนห้อมล้อมกันอยู่เต็มไปหมด


‘เจ้าโปริ่งพร้อมไหม?’ ไลท์ได้พูดคุยกับเจ้าโปริ่งที่กำลังแอบอยู่ในเสื้อผ้าของเขา ก่อนที่เจ้าโปริ่งจะค่อยๆ โผล่ดวงตาอันเล็กจ้อยของมัน ผ่านรูเสื้อผ้าของไลท์ เพื่อจ้องมองไปที่ผนังกำแพง


ในขณะนั้น ไลท์ก็ได้แสร้งทำเป็นหลับตาลง ยกมือข้างขวาของเขาประทับบนกำแพงที่ว่างเปล่า


พรึ่บ~! ‘

พลังถ่ายทอดเนตรนัยน์ตา!’

ทันทีที่ไลท์ประทับฝ่ามือลงบนกำแพง จู่ก็กำแพงที่ว่างเปล่าก็ค่อยๆ ปรากฏภาพเคลื่อนไหว ที่เป็นภาพบรรยากาศภายในร้านอาหารสามเวลา ปรากฏให้กับทุกคนได้เห็น


“ภาพบนกำแพง นั้นมันร้านอาหารแห่งนี้ไม่ใช่เหรอ?!” นักบวชแห่งแสง อังเดรย์ถึงกับจ้องตาค้างเมื่อเห็นกำแพงที่ว่างเปล่า จู่ๆ ก็ปรากฏภาพของร้านอาหารนี้ขึ้นมา ราวกับว่ามันเป็นภาพนิมิต


‘พ่อครัวคนนี้เป็นใครกัน ทำไมถึงมีพลังที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ได้’ อังเดรย์เริ่มตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของไลท์ ได้ทีละน้อย

แต่ก็ต้องชะงักไปอีกครั้งเมื่อพบว่าสิ่งที่มันเข้าใจในตอนแรกนั้นผิดไปเสียหมด ภาพบนกำแพงไม่ใช่ภาพนิมิตที่ถูกสร้างขึ้น หากแต่เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริง ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ต่างหาก


‘เป็นไปไม่ได้ พลังหยั่งรู้อดีตแบบนี้ แม้แต่ 7 นักบุญรุ่งทิวาแห่งศาสนจักรแห่งแสง ก็ยังไม่มีใครทำแบบนี้ได้??!!’ ใบหน้าของ นักบวชอังเดรย์ ถึงกับซีดเผือด หลังจากได้เห็นพลังถ่ายทอดเนตรนัยน์ตาของไลท์ (เจ้าโปริ่ง)


ซึ่งพลังหยั่งรู้อดีต ที่ไลท์ได้แสดงออกมา ขนาด 7 นักบุญรุ่งทิวาแห่งศาสนจักรแห่งแสง ที่จัดว่าเป็นผู้คุมกฎแห่งศาสนจักร ที่ถูกแต่งตั้งคัดเลือกโดยองค์พระสันตะปาปาและพระคาร์ดินัลแห่งศาสนจักรผู้ยิ่งใหญ่ ก็ยังไม่มีใครที่มีความสามารถนี้เลย


“คนบนกำแพง นี้คือพวกคุณใช่ไหม?” พ่อของแมทหันขวับไปมองกลุ่มของชายคนดังกล่าว ที่ปรากฏอยู่บนกำแพง

ใบหน้าของพวกมันต่างก็ช็อกกันไปหมดแล้ว พวกมันพยายามส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ด้วยภาพตรงหน้าที่มัดตัว กอปรกับเสียงพูดคุยที่ดังระงม ก็ทำเอาพวกมันไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร นอกเสียจากก้มหน้ามองพื้น


‘ไปจัดอาหารอะไรมาก็ได้ ที่อยู่บนเมนูนั้น เอามาเยอะๆ เลย!’ เสียงและภาพที่คมชัด บนผนัง ทำเอาชายหัวหน้ากลุ่มถึงกับเจื่อนลงไปในทันใด



“พวกคุณเป็นคนสั่งอาหารพวกนี้มาเอง แต่กลับไม่ยอมจ่ายเงินพวกเขา และยังมีหน้ามาแจ้งความพวกเขาว่าหลอกลวงพวกคุณอีก แบบนี้มันเข้าข่าย เป็นโจรชัดๆ” หัวหน้าหมู่บ้านไม่จำเป็นต้องสืบหาพยานหรือหลักฐานอะไรอีกแล้ว


ภาพและเสียงบนกำแพงล้วนเป็น หลักฐานมัดตัวคนกลุ่มนี้ได้หมดแล้ว


หากแต่ว่า ชายหัวหน้ากลุ่มดูจะยังไม่ยอมแพ้ “ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันเป็นคนสั่งอาหารมาเอง...แต่ร้านอาหารนี้ก็กลั่นแกล้งพวกฉันจริงๆ มีอย่างที่ไหนใส่ผลปีศาจสีแดงลงไปในอาหาร ไม่มีร้านอาหารที่ไหนเขาทำกันหรอก!”


“อย่ามาเฉไฉ พวกเขาพยายามเตือนคุณแล้ว ว่าอาหารนั้นมีรสชาติเผ็ด แต่พวกคุณไม่สนใจ แล้วที่นี้จะมาเรียกร้องว่าพวกเขากลั่นแกล้ง ถามจริงๆ เถอะ พวกคุณไม่อายตัวเองบ้างเลยเหรอ” หัวหน้าหมู่บ้าน สวดใส่ชายคนดังกล่าวกลับไป ก่อนจะให้ทหารยามที่ติดตามมาด้วย เข้ามาจับกุมตัวคนพวกนี้เอาไว้ ป้องกันไม่ให้พวกมันหลบหนี


อย่างไรก็ตาม นักบวชอังเดรย์กลับไม่เห็นด้วยกับการสอบสวนในครั้งนี้ของหัวหน้าหมู่บ้าน ในเรื่องของการที่ร้านอาหารสามเวลาได้ใส่ ผลปีศาจสีแดงลงไปในอาหารสักเท่าไร


“คนพวกนี้อาจจะมีความผิดที่ไม่จ่ายเงินค่าอาหารก็จริง แต่หัวหน้าหมู่บ้านเองก็ต้องลงโทษร้านอาหารที่ทำอาหารอันตรายด้วยเช่นกัน มีอย่างที่ไหนอาหารใส่ผลปีศาจสีแดงใครจะไปกินกันได้ จริงไหมครับ...หัวหน้าหมู่บ้าน?” นักบวชอังเดรย์ได้พูดสอดเข้ามา พลางสั่งสอนถึงวิธีการสอบสวนของหัวหน้าหมู่บ้าน ประหนึ่งว่าตนเองคือ หัวหน้าหมู่บ้านอีกหนึ่งคน


“. . .” พ่อของแมทที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เหมือนโดนหักหน้า เข้าอย่างจัง


จริงๆ แล้วการที่ พ่อของแมท ได้พานักบวชอังเดรย์มายังร้านอาหารสามเวลาในวันนี้ ก็เพราะถูกอีกฝ่ายไหว้วานให้ช่วยพามา

แต่ใครจะไปคิดว่าการพาอีกฝ่ายมาในครั้งนี้ กลับเป็นตนเองที่ถูกล้วงลูกการทำงาน ต่อหน้าคนในหมู่บ้านเช่นนี้

พ่อของแมทพยายามที่จะโต้เถียงกลับไป แต่ก็โดนนักบวชอังเดรย์คัดค้านไม่เห็นด้วย...จนสถานการณ์ในครั้งนี้ ยิ่งจบไม่ลงเข้าไปใหญ่


“ร้านอาหารแห่งนี้ จะผิดได้อย่างไร ก็ในเมื่อพวกเขาก็ย้ำเตือนอยู่หลายต่อหลายครั้งว่าอาหารมีรสชาติของผลปีศาจสีแดง ท่านหัวหน้านักบวชเองก็ได้ยินเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”

“การเตือนของพวกเขาเป็นสิ่งที่ควรกระทำอยู่แล้ว แต่ที่ฉันกำลังบอกว่าพวกเขามีความผิดก็คือ ร้านอาหารไม่ควรเอาผลปีศาจสีแดงใส่ลงไปในอาหารต่างหาก จะมีใครที่ไหนกินอาหารที่ใส่ผลปีศาจสีแดงกันบ้าง?”


พ่อของแมทและหัวหน้านักบวชอังเดรย์ เริ่มโต้เถียงกันหนักขึ้นเรื่อยๆ


ซึ่งในขณะเดียวกัน หลังจากที่รับฟังการโต้เถียงกันอยู่นาน ทางด้านพ่อของเมย่าหรือท่านบารอนก็ดูเหมือนจะต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้แล้ว

ท่านบารอนได้ลุกออกจากที่นั่ง เดินก้าวอาดๆ มายืนอยู่ข้างๆ พ่อของแมทและหัวหน้านักบวช


อะแฮ่ม~ ท่านบารอนกระแอมไอเล็กน้อย เพื่อดึงสติของทั้งสองคนที่กำลังโต้เถียงกันไปมา


“การตัดสินของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นถูกต้องแล้ว...และนี้ก็เป็นหน้าที่ของท่านหัวหน้าหมู่บ้านที่ต้องเป็นคนตัดสินคดี ไม่ใช่กงการและหน้าที่ของคุณ ที่เข้ามายุ่มย่ามเรื่องของหมู่บ้านดาราฉาย”



...โปรดติดตามตอนต่อไป...



ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

www.facebook.com/writelazy




คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน