“ไอ้เจ้าตัวนี้มันทำอะไรได้บ้าง อีริค!”
แจ็คร้องถามอย่างหัวเสียเมื่อเห็นร่างปีศาจลอยตัวเหนือผิวน้ำ ดวงตาสีเขียวเรืองแสงใต้ผมเปียกแนบหน้า ชวนขนลุก
หลังจากส่งชาวบ้านไปด้านหลังเรียบร้อย เขารีบง้างสายธนูเตรียมพร้อมต่อสู้ทันที
“สะกดจิต ลวงตา สร้างความสับสน... กรงเล็บมีพิษหลอนประสาท”
อีริคตอบอย่างกระชับสายตาจับจ้องร่างปีศาจตรงหน้า
แจ็คปล่อยลูกธนูออกไปทันทีเมื่ออีริคกล่าวจบ
ลูกธนูพุ่งออกจากคันธนูอย่างแม่นยำ แต่กลับทะลุผ่านร่างน้ำของมันราวกับไม่มีอะไรขวาง
“โจมตีกายภาพไม่ได้ผล ต้องเล็งที่ ‘แกนปีศาจ’!”
อีริคตะโกนก่อนจะร่ายเวทไฟพุ่งใส่ มอร์วินน์ สร้างเพียงเปลวไหม้บางเบาก่อนหายไป เนื่องจากมันต้านธาตุไฟได้ดี
“หลบ!”
เสียงเตือนจากวิคเตอร์ดังขึ้นทันควันเมื่อปีศาจพุ่งเข้ามา กรงเล็บเปล่งแสงเขียวเย็นเฉียบ
แจ็คกับอีริคกระโดดหลบฉิวเฉียด
เคร้ง!
ดาบของวิคเตอร์เข้าปะทะกรงเล็บตรง ๆ เพื่อปกป้องแนวหลังซึ่งยังมีชาวบ้านอยู่
‘กรี๊ซซซ!!’
เสียงแหลมสูงกรีดก้องฟ้า สั่นสะเทือนแก้วหูทุกคน แต่ด้วยระดับของวิคเตอร์ เขายังยืนหยัดมั่นคง ส่วนแจ็คและอีริคแม้จะเวียนศีรษะเล็กน้อยแต่ยังรับมือไหว
“มาเพิ่มอีกแล้ว!”
อีแวนตะโกนลั่นเมื่อเห็นเงาร่างปีศาจอีกห้าตน ผุดขึ้นจากบึงน้ำ ร่างชุ่มไปด้วยคราบสาหร่าย เส้นผมเปียกแนบหน้า ทุกตัวมีนัยน์ตาเพลิงสีเขียว
“อังเดร อีแวน พาชาวบ้านออกไป!”
วิคเตอร์สั่งด้วยเสียงเฉียบขาด
“แจ็ค อาริน ยิงล่อพวกมันเข้ามาให้อีรินแช่แข็งไปพร้อมกัน!”
“รับทราบ!”
ทุกคนขานรับโดยไม่ลังเล
ปีศาจมอร์วินน์ทั้งหกแผดเสียงกรีดร้องพร้อมกัน คลื่นเสียงปั่นป่วนจิตใจจู่โจมพวกเขาอีกระลอก
แม้ทุกคนพยายามต้านทาน แต่ความมึนงงเริ่มแทรกเข้ามาในสมองทีละน้อย ด้านหน่วยพิทักษ์เมืองทรุดลงกับพื้นไปแล้ว
“ซิลฟี่มาแล้ว!”
เสียงเล็กแหลมใสของเขี้ยวอัสดงตัวน้อยดังขึ้นจากเบื้องบน ซิลฟี่กระพือปีกอย่างแรง แสงอุ่นจางแผ่กระจายสู่ทุกคน
ความมึนงงในหัวของทุกคนค่อย ๆ จางหาย ความกระจ่างกลับคืนมาดังเดิม
“ไปเลย พวกเจ้าอย่าช้า!”
ซิลฟี่ร้องอย่างเต็มเสียงสุดกำลังของร่างเล็ก
“ขอบใจ เจ้าตัวเล็ก!”
แจ็คยิ้มกว้างก่อนปล่อยลูกธนู อารินยิงต่อเนื่องอย่างไม่ลดจังหวะ
ปีศาจไม่ได้แสดงท่าทีหลบหลีก มันพุ่งเข้าใส่อย่างไร้สติ ลูกธนูแทงทะลุส่วนลำตัวแต่ไร้ผล
ทุกคนไม่ได้ถอยร่น ยังคงอยู่ใกล้ตลิ่ง ล่อให้ศัตรูบุกเข้ามา
“ปีเตอร์ ต้านมันไว้!”
ชายร่างใหญ่สะบัดหอกยาวเข้าปะทะ ดึงปีศาจสามตนเข้ามาอยู่ในรัศมีของเขา
วิคเตอร์กระโจนรับมืออีกสามทางด้านข้าง
“อีริน ยังไม่ต้องใช้เวท!”
อีแวนกลับมาจากแนวหลัง พุ่งเข้าเสริมกลางแนว ยกโล่กระแทกปีศาจถอยกรูดออกไป ทั้งสามร่วมกันยื้อเวลา ไม่ให้ศัตรูออกนอกระยะ
ทั้งสามร่วมกันสกัดปีศาจทั้งหกตัวโดยไม่ได้ลงแรงมากนัก เพื่อยื้อเวลาให้ปีศาจตนอื่นขึ้นมา
และไม่นานเกินรอ
‘กรี๊ซซซ!!’
เสียงกรีดร้องใหม่ ดังขึ้นพร้อมแรงกดดันรอบบริเวณ ตัวที่เจ็ดโผล่ขึ้นจากบึง มันใหญ่กว่าเพื่อนและมีประกายเรืองในนัยน์ตาแรงกล้ายิ่งกว่า
แม้มีซิลฟี่ช่วยป้องกัน คลื่นเสียงนี้ก็ยังซัดเข้าหัวทำให้มึนชาเล็กน้อยแต่ยังต้านทานเอาไว้ได้
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
กรงเล็บของปีศาจระดับสูงที่เห็นว่ารบกวนจิตไม่ได้ผล จึงพุ่งใส่โล่ของอีแวนและกระหน่ำฟาดอย่างต่อเนื่อง เสียงกระแทกกับเหล็กดังสะท้อนเป็นจังหวะชวนใจสั่น
“อีริน เตรียมตัว!”
วิคเตอร์ตะโกนสั่งพลางฟาดดาบต่อเนื่อง
“ฟรอสไบนด์ เบิร์สท์!”
เสียงร่ายเวทของอีรินดังก้อง เธอชูไม้เท้าสูงขึ้นเหนือศีรษะ เวทน้ำแข็งสีฟ้าขาวก่อรูปร่างเป็นทรงกลมกลางอากาศ พลังเย็นยะเยือกค่อย ๆ ขยายตัว แผ่กระจายเกือบห้าเมตร
“พร้อมแล้ว!”
เธอตะโกนยืนยัน เสียงสั่นเล็กน้อยแต่มั่นใจ
“กระแทก!”
วิคเตอร์วาดดาบฟาดแรงจนปีศาจตรงหน้าลอยถอยกลับ อีแวนกับปีเตอร์ทำตาม กระแทกศัตรูให้พ้นห่างพวกเขา
“หลบ!”
ทั้งสามกระโจนออกด้านข้างพร้อมกันทันทีที่เวทน้ำแข็งพุ่งจากมืออีริน
แกร๊ก!!!
เสียงผืนน้ำเริ่มจับตัวแข็งกระจายทั่วบริเวณ พื้นน้ำแข็งเกาะเป็นลานขนาดใหญ่แช่แข็งทั้งปีศาจและผิวน้ำในชั่วพริบตา ร่างของมอร์วินน์ทั้งเจ็ดถูกตรึงแน่นภายในน้ำแข็งไส
“โจมตี!”
เสียงคำสั่งของวิคเตอร์ชัดเจน ทั้งสามรีบพุ่งเข้าหา
หอกและดาบกระหน่ำใส่ร่างเหล่านั้นเต็มแรง ปีศาจแตกกระจายเป็นเศษน้ำแข็งปลิวว่อน
แกนปีศาจสีเขียวเข้มแตกกระเด็นลงพื้นน้ำแข็ง พวกเขารีบเก็บขึ้นมันขึ้นมาไว้เป็นหลักฐาน
“กระจายกำลังคุมพื้นที่ อังเดร ไปดูว่ามีใครบาดเจ็บ”
วิคเตอร์กล่าวต่อ ขณะทุกคนเร่งกระจายกำลังประสานกับหน่วยพิทักษ์เมืองที่กลับเข้าพื้นที่ หลังจากดูแลชาวบ้านที่เริ่มได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว
เปรี้ยง!!!
เสียงสายฟ้าคำรามกึกก้องสะท้านไปทั่วทะเลสาบตะวันตก ปลุกทุกคนให้ตื่นจากภวังค์ หลังจากถูกเวทรบกวนจิตของปีศาจ
ขณะที่ปีศาจทั้งห้าตัวผุดขึ้นจากผิวน้ำ มันส่งเสียงกรีดร้องเพื่อรบกวนจิตใจ
เป้าหมายคือทำลายสมาธิของศัตรูตรงหน้า หน่วยพิทักษ์เมืองเสียการควบคุมตัวเองทันที ส่วนเขี้ยวอัสดง แม้ยังประคองตัวได้ แต่ก็มีอาการมึนงงชั่วครู่
ชายชราจอมเวทรอยจึงร่ายเวทสายฟ้าคำราม ปลุกสติทุกคนกลับคืนมาในชั่วพริบตา
เมื่ออำนาจสะกดจิตไร้ผล ปีศาจทั้งหมดก็พุ่งเข้าโจมตี
“จัดการพวกมันได้เลย ตัวหัวหน้าเดี๋ยวข้าจัดการเอง!”
“รับทราบ!”
ทุกคนชักอาวุธประจำตัว เตรียมรับมืออย่างพร้อมเพรียง
“ไอ้ปีศาจชั้นต่ำไร้ฝีมือ เข้ามาเลย!”
แฮร์รี่ใช้ทักษะยั่วยุ ดึงดูดการโจมตีทั้งหมดมายังตนเอง
โล่ขนาดใหญ่ในมือเขากระชับแน่นรอรับกรงเล็บแหลมคมของศัตรู
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงโล่ปะทะกรงเล็บดังเสียดหู ประกายไฟกระจายเหมือนพลุเล็ก ๆ กลางค่ำคืน
เลวานและบอริสประสานการโจมตีจากทั้งสองข้าง ตวัดดาบเฉือนผ่าแกนของปีศาจทั้งสาม
ร่างมอร์วินน์สามตนแรกสลายกลายเป็นละอองน้ำในทันที
ปีศาจอีกสี่ตนพุ่งเข้าหาแฮร์รี่อย่างไม่ยั้ง ตัวหัวหน้าที่อยู่ด้านหลังกำลังเตรียมปล่อยเสียงกรีดร้องอีกครั้ง
“เซลวา ธรัล”
เสียงร่ายเวทของชายชราดังแผ่วเบา แต่พลังของเวทนั้นกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่ง เถาวัลย์สี่เส้นผุดขึ้นจากดิน ริมตลิ่ง พุ่งเข้าใส่ปีศาจที่ยืนอยู่กลางน้ำ
มอร์วินน์พยายามหลบเลี่ยง มันตวัดกรงเล็บต้านทานเถาวัลย์อย่างดุเดือด แต่เถาวัลย์ไม่ได้ลดจำนวน กลับแตกหน่อเพิ่มเป็นหกเส้น ฉวัดเฉวียนพันธนาการมันเอาไว้
เสียงดาบผ่าผ่านแกนปีศาจดังขึ้นต่อเนื่อง ร่างปีศาจทั้งสี่ถูกกำจัดจนสลายไป
มอร์วินน์ตัวหัวหน้ากรีดร้องโกรธเกรี้ยว เส้นผมยาวโบกสะบัดราวกับอาวุธอีกชิ้นหนึ่ง
มันพยายามจะหนีลงน้ำ แต่เถาวัลย์ยังจับพัวพันมันไว้อย่างแน่นหนาไม่ยอมให้สลายร่างลงน้ำ
“พวกเจ้าเสร็จแล้วใช่ไหม?”
เสียงของชายชราเอ่ยขึ้นอย่างสงบนิ่ง พลางโบกมือเบา ๆ ราวไล่ฝุ่น
“ขอรับ”
“งั้นข้าจะจัดการตัวนี้ให้เรียบร้อย คงไม่มีตัวอื่นแล้ว”
เถาวัลย์ที่โบกไปมาแตกแขนงออก โอบล้อมเข้าหาและกลายเป็นเครือเถาหนามแหลมแทงเข้าใส่ร่างปีศาจ
เสียงร้องขาดห้วง ก่อนที่แกนปีศาจจะแตกกระจาย กลายเป็นเพียงละอองน้ำคืนสู่ทะเลสาบ
หน่วยพิทักษ์เมืองที่เฝ้าดูอยู่ ตะลึงงันในความสามารถของคนตรงหน้า
คำถามผุดขึ้นในใจ
‘พวกเขา...เป็นใครกันแน่?’
บนดาดฟ้าอาคารสังเกตการณ์ทางใต้
‘นายท่าน คนที่ไปทางใต้จมน้ำในคลองใหญ่กันหลายคน ตรงจุดตัดสายเจ็ด เหลืออีกหลายคนยังไม่กล้าเข้าไป ข้าคิดว่าพวกมันเป็นปีศาจน้ำ เลยรีบมารายงานก่อน’
นกฮูกตัวหนึ่งบินเข้ามารายงานนิโคลัส
“ดีมาก รีบกลับไปดูต่อ มีอะไรคืบหน้าให้รีบบอกข้า”
จากนั้นเขาหันไปสั่งนิโคไลทันที
“แจ้งข้างล่าง ทางใต้มีปีศาจน้ำ เจ้าหน้าที่จมน้ำไปหลายคนแล้ว ส่งกำลังไปช่วยด่วน”
นิโคไลพุ่งตัวลงไปในทันที และเพียงไม่นาน เสียงนกหวีดก็เริ่มดังขึ้นจากตึกด้านล่าง มีเสียงนกหวีดดังขึ้นรับอย่างต่อเนื่องเป็นทอด ๆ จากหลายจุด
กลุ่มคนจากรอบทิศพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาไม่ถึงนาที ผู้คนเกือบยี่สิบคน วิ่งออกจากตึก เคลื่อนขบวนไปทางถนนสายเจ็ด
ณ ดาดฟ้าอาคาร
“ถ้าพวกเราที่ออกไป เจอปีศาจบ้าง จะเป็นยังไง?”
นิโคลัสถามขึ้นด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วง หัวหน้ารอยไม่ต้องพูดถึง ส่วนหัวหน้ากองก็มีอีรินนักเวทน้ำแข็ง พวกปีศาจน้ำหากเจอเวทน้ำแข็งที่แพ้ทางแบบนั้นมีแต่ตายอย่างเดียว”
นิโคไลตอบด้วยท่าทีผ่อนคลาย
“แต่ทางใต้นี่สิ...ถ้าไม่มีนักเวทที่เหมาะสม หรือไม่มีอาวุธที่ได้ผล พวกมันคงหนีลงคลองต่อได้ง่าย ๆ คลองเมืองนี้เชื่อมต่อกันแทบหมด ถ้าไม่ปิดประตูน้ำก็ยากจะตามตัว”
นิโคลัสพยักหน้าเรียบ ๆ ก่อนบอกให้เขารีบลงไปแจ้งอีกครั้ง
ครั้งนี้ ไม่มีเสียงหวีดดังขึ้น มีเพียงชายสองคนวิ่งออกไปจากตึกไปยังถนนสายเจ็ดแทน
ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า เมื่อถึงเวลาราวสี่นาฬิกา สัญญาณแสงยกเลิกภารกิจเริ่มส่งกลับมาจากตะวันออก และต่อด้วยตะวันตก เว้นก็แต่...ทางใต้
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เขี้ยวอัสดงมารวมตัวกันครบที่ดาดฟ้า
นิโคลัสแจ้งนกฮูกให้กระจายข่าวบอกกันเองว่ายกเลิกภารกิจ และนัดหมายกันที่โรงฝึกในเช้ามืดวันพรุ่งนี้
“ยังไม่มีข่าวจากทางใต้ จะให้ซิลฟี่กับฮอร์คไปดูไหมขอรับ?”
“ไม่จำเป็นหรอก ทางการน่าจะกำลังเร่งจัดการมันอยู่”
รอยตอบเสียงเรียบ
“ถ้าจะจัดการพวกมันได้ คงต้องล่อให้โผล่ก่อน คลองใหญ่คงต้องสูบน้ำออก ไม่งั้นมันก็หลบซ่อนต่อไปได้เรื่อย ๆ”
นิโคลัสพยักหน้า ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“แล้วพวกมันเข้ามาในเมืองหลวงได้ยังไง? ปีศาจไม่ใช่จะเกิดขึ้นง่าย ๆ ไม่ใช่หรือ?”
ชายชราหันมามองเขา แววตาหนักแน่นขึ้น
“การเกิดปีศาจขึ้นมาได้ ต้องมีเศษเสี้ยววิญญาณปีศาจ เข้าหลอมรวมเข้ากับวิญญาณอาฆาตของคนตาย และไม่ใช่ความแค้นทั่วไปแต่ต้องแรงกล้าพอที่จะรองรับพลังปีศาจได้ มันไม่ใช่จะเกิดได้เองง่าย ๆ”
นิโคลัสนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนพูดต่ออย่างระแวง
“งั้นก็แปลว่า...อาจมีใครบางคนสร้างมันขึ้นมา?”
จอมเวทรอยถอนหายใจ ขณะที่เขาคิดเรื่องราวในอดีต ครั้งเมื่อออกปราบองค์กรผู้อัญเชิญปีศาจ
ความโหดร้ายในการสร้างวิญญาณแค้น เกินกว่าที่ใครจะยอมรับได้
“คำถามคือ วิญญาณปีศาจ มาได้อย่างไร ถ้ามันมีอยู่แล้วโดยแอบซ่อนมานานและพึ่งออกมาหรือมีคนบังเอิญไปทำให้มันหลุดออกมา ข้าก็ไม่ห่วงอะไร แต่หาก...”
“หากมีคนตั้งใจนำมันมาใช่ไหม?”
ชายหนุ่มถามตรง ๆ
“ใช่ ถ้าแค่บังเอิญเจอวิญญาณเก่าแก่หลุดออกมา ข้าก็ไม่ห่วง...แต่ถ้า ‘มีใครตั้งใจสร้างมัน’ จะเป็นเรื่องใหญ่มาก”
ระหว่างที่คุยกันอยู่นั้น ด้านล่างปรากฏเงาร่างหลายสายเดินเข้ามาในอาคาร
“พวกเขากลับมาแล้ว”
แจ็คที่คอยจับตาดูอยู่ร้องเตือนออกมา
ไม่นาน เสียงเปิดประตูเบา ๆ ดังขึ้น
ชายสองคนเดินเข้ามาบนดาดฟ้า ทำความเคารพอย่างสุภาพ
“ข้า โรเบิร์ต หัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองทางใต้ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมปฏิบัติการในคืนนี้ หากไม่มีพวกท่าน ความเสียหายคงมากกว่านี้มาก”
“ไม่เป็นไร พวกเราก็มีหน้าที่เช่นกัน”
หัวหน้าเขี้ยวอัสดงตอบเรียบ ๆ
“ทางพวกท่านจัดการมันได้หรือไม่? ได้เบาะแสอะไรบ้างไหม?”
“เราจัดการหัวหน้ามันได้ แต่ต้องสูบน้ำออกก่อน เลยช้า เบาะแสอื่น ๆ ยังไม่มีเพิ่มเติมขอรับ พอพวกข้าไปถึง..”
หลังจากฟังรายละเอียดคร่าว ๆ ชายชราพยักหน้าช้า ๆ ก่อนกล่าว
“เท่ากับว่า ทั้งสามเขตมีหัวหน้าปีศาจคนละตัว และปีศาจชั้นต้นในปริมาณใกล้เคียงกับจำนวนคนหายไปในสองเดือนที่ผ่านมา”
“ใช่ขอรับ”
“ข้าสันนิษฐานว่า หัวหน้าพวกมันดูดพลังชีวิตจากเหยื่อเพื่อพัฒนาร่าง แล้วใช้วิญญาณคนเหล่านั้นให้กลายเป็นบริวาร จำนวนหัวหน้ามันมากเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ”
เขาหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“สิ่งที่ข้ากลัว...อาจเป็นจริง”
“อะไรขอรับ?”
หัวหน้าหน่วยถามอย่างสงสัย
รอยไม่ตอบในทันที เขามองออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่เริ่มเผยแสงอ่อนยามเช้า แล้วกล่าวเบา ๆ แต่ชัดเจน
“มีคน.. สร้างพวกมันขึ้นมา”