บ่าวรับใช้ที่กำลังทำความสะอาดห้องนอนฮูหยินรองบอกว่าฮูหยินรองอยู่ที่เรือนคุณหนูสาม บ่าวที่ได้รับคำสั่งมาจำต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินไม่กล้าให้ล่าช้า มุ่งหน้าตรงไปที่เรือนหลังเล็กด้านหลัง “เรียนฮูหยินรองฮูหยินใหญ่ให้ท่านไปพบที่ห้องโถงรับใหญ่เ้าคะ”
ขณะนั้นฮูหยินรองกำลังช่วยบุตรสาว จัดระเบียบชุดแต่งกายและจัดแต่งทรงผมโดยมีจิงหลัวค่อยรับใช้อยู่ข้างๆ “จิงหลัว เ้ามาทำต่อจากข้าทีเสร็จแล้วก็พาคุณหนูสาม ไปที่ห้องกินข้าว ข้าเสร็จธุระแล้วจะรีบตามไป”
บ่าวสาวผู้รู้งานเมื่อได้รับคำสั่งจากนายหญิง ก็ค่อยๆย่อตัวนั่งคุกเข่าลงแทนที่ หยิบหวีขึ้นมาแปรงผม ให้คุณหนูสามของนางอย่างเบามือ
มารดาเดินลับหายไปแล้ว ชิวหนิงอันจึงเอ่ยกับจิงหลัวว่า“ข้าว่าที่แม่ใหญ่เรียกหาท่านแม่ คงไม่พ้นเสียงเอะอะโวยวายเมื่อครู่ที่ดังมาจากเรือนพี่หญิงรองเป็แน่”
จิงหลัวอมยิ้มไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใด นางเป็บ่าวรับใช้ที่ฮูหยินรองพาตัวมาจากตระกูลฟ่าน ฮูหยินรองนำคนจากบ้านเดิมติดตามมาด้วยหลายคนทว่าจะมีก็แต่จิงหลัวผู้นี้ที่รู้ความฉลาดพอตัวนางจึงไว้ใจให้ค่อยปรนนิบัติรับใช้ชิวหนิงอัน
หลังจากแต่งตัวเสร็จ จิงหลัวก็จับตัวคุณหนูหมุนไปมาตรวจดูจนพอใจก็เอ่ยกับนายหญิงน้อยอย่างสุภาพว่า “งามแล้วเ้าคะ เราไปที่ห้องอาหารกันเถิดให้ผู้ใหญ่รอจะเป็การเสียมารยาท”
ในวังหลวงมีการจัดเตรียมงานเลี้ยง ฝ่าาเลยยกเลิกออกว่าราชการนายท่านชิวจึงได้มีเวลาหยุดพัก รอเวลาเดินทางไปเข้าร่วมงานเลี้ยงในตอนบ่ายเขาเดินออกจากเรือนส่วนตัว โดยมีพ่อบ้านเกาเดินตามหลัง เพื่อรอรับคำสั่ง และค่อยรับใช้
นายท่านชิวหยุดเดิน หันมาถามพ่อบ้านเกา ถึงเสียงเอะอะเมื่อเช้าว่าเกิดอะไรขึ้น “เมื่อเช้าข้าได้ยินเสียงหย่งเล่อโวยวายเสียงดัง เกิดเื่อะไรขึ้น?”
พ่อบ้านเกาก้มศีรษะลงเล็กน้อย ตอบอย่างนอบน้อม “เรียนนายท่านชุดที่คุณหนูรอง ตัดมานั้นสวมใส่ไม่พอดีตัว คุณหนูจึงสั่งให้นำกลับไปแก้ใหม่อีกครั้งขอรับ”
นายท่านชิวได้รับคำตอบก็ส่ายหน้า ถอนหายใจ“เื่เท่านี้ถึงกับต้องทำเป็เื่ใหญ่โต...ไร้เหตุผลสิ้นดี” อารมณ์ของเขาคุกรุ่นขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์
สายตานายท่านชิว ที่กำลังมองตรงไปข้างหน้า ตรงหัวมุมทางเดินตัดจากเรือนเล็กด้านหลัง เขาก็แลเห็นผ้าเนื้อบางเบา สีชมพูอ่อนพลิ้วไหว อยู่ไกลๆ ก็กลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง เขายิ้มออกมาพร้อมกับอ้าแขนกว้าง รอรับเ้าก้อนผ้าบางเบานั้นอย่างเต็มใจ
“ลูกสาวพ่อ เ้ามาแล้วหรือ...ไป เราไปกินข้าวพร้อมกัน” หญิงสาววิ่งเข้ามาหาหัวเราะสดใสอยู่ในอ้อมแขน เมื่อคลายตัวออกมาได้ ก็ยืนมือมาให้จับจูงแต่โดยดีสองพ่อลูกเดินจับมือกันตรงไปที่ห้องกินข้าว
ภายในห้องว่างเปล่า ไร้ซึ่งสมาชิกภายในครอบครัวมีเพียงบ่าวรับใช้สองสามคน เดินเข้ามาจัดเรียงอาหาร ลงบนโต๊ะ เมื่อเห็นดังนั้นนายท่านชิวก็ขมวดคิ้ว สีหน้าเริ่มไม่พอใจ
“ทุกคนไปไหนกันหมด ได้เวลากินข้าวเช้าแล้ว ทำไมยังให้ข้าต้องรอ”
สาวใช้ยืนมองหน้ากัน ไม่มีใครกล้าปริปาก ชิวหนิงอันเกรงว่าท่านพ่อจะโมโหจึงรีบหาทางแก้ตัวให้กับทุกคน
“ใครก็ได้รีบไปตามทุกคนมา อย่าให้ท่านพ่อต้องรอนาน”
เด็กน้อยใช้มือลูบไปที่แขนเสื้อผู้เป็บิดา พลางพูดด้วยน้ำเสียง อ่อนหวานเอาใจ“นานๆ ครั้ง ท่านพ่อจะมีเวลาอยู่รับอาหารเช้า ลูกคิดว่าท่านแม่ทั้งสองคงกำลังกำชับห้องครัวให้ทำอาหาร ที่ท่านพ่อชอบอยู่กระมังเ้าค่ะส่วนท่านพี่ทั้งสองน่าจะกำลังมา”
“เ้าเนี่ยนะ...ชอบพูดแก้ตัวให้ผู้อื่นอยู่เรื่อย” นายท่านชิวจูงมือบุตรสาวให้นั่งลงที่เก้าอี้แล้วสอบถามเื่ที่ไม่อยากให้ผู้อื่นได้ยิน“งานเลี้ยงในวังวันนี้...เ้าไม่ได้ไปด้วยรู้สึกน้อยใจหรือไม่”
ชิวหนิงอันส่งยิ้มหวาน ดวงตากลมโตสดใส ไร้วี่แวว ขุ่นข้องหมองใจ“ลูกไม่น้อยใจเ้าคะ ท่านพ่อโปรดวางใจ”
ผู้เป็พ่อเห็นใบหน้าบุตรสาวคนเล็กฉีกยิ้มกว้างเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา นายท่านชิวก็อดเห็นใจนางไม่ได้เขามักโทษตัวเองอยู่เสมอ ว่าเขาเองที่เป็ต้นเหตุทำให้นางเป็ได้แค่ลูกอนุไม่ได้รับการยกย่องให้เกียรติ อย่างที่ควรจะเป็
ไม่นานนักก็ได้ยินเสียง ฝีเท้าคนกลุ่มหนึ่ง พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าทุกคนเดินเรียงหน้าเข้ามาฮูหยินใหญ่เป็ผู้ที่เดินนำหน้าเข้ามา ตามมาด้วยฮูหยินรอง พี่ชายใหญ่ และพี่หญิงรอง
“ทำไมพวกเ้าถึงได้มาช้า!”
ฮูหยินใหญ่รีบเอ่ยปากขอโทษ และเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็ว“ขออภัยท่านพี่ที่พวกเรามาช้า มา...เรามาเริ่มกินข้าวกันดีกว่านะเ้าคะ”
ฮูหยินใหญ่หันไปสั่งเด็กรับใช้ ด้วยการส่งสายตา ให้รีบตักข้าวทุกคนนั่งลงประจำที่ บนโต๊ะกลมใหญ่ มีอาหารหลากหลายชนิด ทั้งเนื้อวัวราดน้ำสาลี่ขาหมูตุ๋นสมุนไพร นกกระทาย่าง ผัดหน่อไม้น้ำใส่เห็ดหอมล้วนเป็อาหารที่นายท่านชิวชอบทั้งสิ้น
เมื่อคืนฮูหยินรอง สั่งให้จิงหลัว บอกคนครัวให้เตรียมอาหารเหล่านี้ถึงแม้นางจะวุ่นวาย กับกิจการค้านอกบ้าน แต่ก็ไม่ละเลย การเอาใจใส่ผู้เป็สามี
ทุกคนพากันเจริญอาหาร และพอใจกับอาหารบนโต๊ะจะมีก็แต่ชิวหย่งเล่อที่เอาแต่นั่งเขี่ยข้าวไปมา ทำให้บิดามองนางอยู่หลายครั้ง จนอดถามไม่ได้ “หย่งเล่อ เ้าเป็อะไรไป เหตุใดถึงไม่ยอมกินข้าว”
นางวางตะเกียงในมือ กะแทรกลงกับโต๊ะอาหาร ด้วยกิริยาที่ไม่พอใจ“ก็ลูกไม่ชอบกินของมันๆ พวกนี้ นี่เ้าค่ะ” คำตอบได้เติมเชื้อโทสะของนายท่านชิวให้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
“เ้ารู้ไหมว่ามีคนจน...ที่เขาไม่มีอะไรจะกิน เ้ามีของดีๆ กินกลับเลือกกิน”
ฮูหยินรองเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเอ่ยห้ามทัพ“ท่านพี่อย่าโมโหไปเลยเ้าค่ะ ข้าผิดเองที่คิดน้อยเกินไปสั่งให้ห้องครัวทำแต่อาหารที่ท่านพี่ชอบ ลืมไปว่าคุณหนูรองไม่ชอบกินอาหารมันๆเหล่านี้”
ฮูหยินรองกล่าวช่วยเหลือ แต่ชิวหย่งเล่อกลับคิดกล่าวโทษว่าที่นางโดนท่านพ่อตำหนิ ก็เพราะฮูหยินรองตั้งใจกลั่นแกล้งรู้ทั้งรู้ว่านางไม่ชอบกินของมันๆ กลับอยากได้หน้าจากท่านพ่อจงใจเลือกแต่อาหารที่นางไม่ชอบ
ชิวหนิงอันสังเกตสีหน้า และแววตา ก็พอเดาได้ว่าพี่หญิงรองของตนนั้นไม่พอใจท่านแม่ จึงคิดหาวิธีเอาใจให้นางหายโกรธเคือง“จิงหลัว...เ้าไปบอกให้ห้องครัวทำโจ๊กไก่ ส่งไปที่เรือนพี่หญิงรอง”
“พี่หญิงคงหิวแย่แล้ว...รออีกหน่อยนะเ้าค่ะ”
นายท่านชิวเห็นแก่น้ำใจของชิวหนิงอันที่มีต่อพี่สาวเขาจึงไม่อยากพูดอะไรมาก ลุกขึ้นออกจากโต๊ะอาหารแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เน้นทุกคำอย่างจริงจัง“่บ่ายรถม้าจะมารออยู่ที่หน้าจวน ใครมาไม่ทันตามกำหนดเวลา ก็ไม่ต้องไป”
ก่อนหน้านี้เมื่อฮูหยินรอง ทราบเื่ชุดของชิวหย่งเล่อนางก็สั่งให้คนไปตามช่างตัดเย็บ นำอุปกรณ์ตัดเย็บ มาที่จวนกำชับให้ช่างตัดเย็บวัดตัวใหม่แล้วแก้จนกว่าชิวหย่งเล่อจะพอใจ
“คุณหนูรอง ท่านกลับไปรอที่เรือนก่อนเถิดประเดี๋ยวช่างตัดเย็บจะมาที่นี่ เพื่อแก้ชุดให้...จนกว่าท่านจะพอใจ”
ชิวหย่งเล่อลุกขึ้นยกยิ้มที่มุมปาก พยักหน้า ตอบรับให้แม่เลี้ยงว่านางรับรู้แล้วหมุนตัว เดินเชิดหน้ากลับไปที่เรือนตัวเอง
คุณชายใหญ่ กับฮูหยินใหญ่ นั่งกินข้าวต่อเหมือนไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นที่ผ่านมาน้ำใจที่สองแม่ลูก หยิบยื่นให้มาโดยตลอดนั้น สามแม่ลูกไม่เคยสำนึกรู้หรือนำไปใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
คล้ายกลับว่าเดิมที ก็เป็หน้าที่ของพวกนางอยู่แล้วที่ต้องเป็ฝ่ายยอมก้มหัวให้ พี่ชายใหญ่ที่ไม่ค่อยพูดค่อยจา จะว่าดีก็ไม่ได้จะว่าร้ายก็ไม่เชิง ความไม่ใส่ใจนี้ย่อมเป็คำตอบว่า เขาไม่สนใจผู้ใดนอกจากเื่ของตัวเอง
“น้องหญิง เ้ากับหนิงอันกินอิ่มแล้วหรือ” วาจา
เสแสร้ง ถ้อยคำหวานหู ของฮูหยินใหญ่ยังพอปลอบประโลมใจสองแม่ลูกได้อยู่บ้าง แม้ไม่มีความจริงใจ อยู่ในนั้นสักคำก็ตามแต่ก็ยังพอทำให้อยู่ร่วมเป็ครอบครัวเดียวกันต่อไปได้
“ข้าอิ่มแล้วเ้าคะ พี่หญิงกินต่อเถิด ข้าขอตัวไปที่โรงเตี๊ยมก่อนมีเื่ต้องจัดการอีกมาก วันนี้เห็นทีจะไม่สามารถกลับมาส่งพี่หญิงเข้าวัง...น้องต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า”
“น้องหญิงไม่ต้องคิดมาก ข้าจะถือโทษโกรธเคืองเ้าได้อย่างไรข้าเข้าใจดี...ว่าเ้านั้นงานยุ่ง” กล่าวจบนางก็ยกยิ้มที่มุมปากอย่างไรเสียนางก็เป็ภรรยาเอก ทว่าใบหน้าที่แย้มยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตาน้ำเสียงที่พูดออกมาล้วนแฝงไปด้วยความเสแสร้ง...ภายในใจแอบก่นด่า อนุเช่นเ้า!ชาตินี้อย่าได้หมายจะโงหัวขึ้นมาเทียบชั้นกับข้า
“จิงหลัว เ้าดูแลคุณหนูสามให้ดี อย่าปล่อยให้ไปเล่นซุกซน”
“เ้าคะนายหญิง”
เมื่อท่านแม่ออกไปแล้ว ชิวหนิงอันก็ขยับตัวลงจากเก้าอี้ย่อตัวลงทำความเคารพ ฮูหยินใหญ่และพี่ชายใหญ่ ขอตัวกลับไปที่เรือนตัวเองระหว่างทางชิวหนิงอันเห็นว่าไม่มีผู้ใดแล้ว ก็กล่าวกับจิงหลัวเบาๆ
“จิงหลัว ยามบ่ายวันนี้ เราทำซาลาเปาไส้หมู กับไส้ถั่วแดงดีหรือไม่”จิงหลัวยิ้มพยักหน้า ตอบรับว่าเห็นด้วย
แต่แล้วทั้งคู่ก็หันมาสบตากัน คล้ายกับคิดอะไรออกมาได้“วันนี้คุณหนูม่านลี่ นางต้องไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวง พร้อมกับครอบครัวมิใช่หรือ”
ชิวหนิงอันใช้ความคิดอยู่ชั่วอึดใจ “ข้าว่าไม่น่าจะเป็อะไร เราก็ทำกันแค่สองคนก็ได้รอม่านลี่กลับมาค่อยให้นางลองชิม” จิงหลัวบ่าวผู้ไม่เคยขัดคำสั่งนายหญิงน้อยจึงยินดีทำตามอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
รถม้าคันใหญ่ จอดรออยู่หน้าประตูจวนสกุลชิว สมาชิกที่ต้องเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงออกมายื่นเข้าแถวรอนายท่านชิวอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน ไม่มีผู้ใดกล้ามาช้าก่อเื่ให้เกิดความไม่พอใจเหมือนเมื่อเช้า
ชิวหนิงอันมายืนรอส่งคนในครอบครัว ไปงานเลี้ยงตามมารยาทนายท่านชิวเดินมา โน้มตัวลงตรงหน้าบุตรสาวคนเล็ก ใช้นิ้วแตะที่จมูกน้อยอย่างเอ็นดู“เ้ามาส่งพ่อหรือ”
หญิงสาวดึงแขนบิดาให้เดินตาม พอถึงหน้ารถม้านางก็กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส “ท่านพ่อท่านแม่ใหญ่ พี่ชายใหญ่ พี่หญิงรอง ขอให้พวกท่าน...สนุกกับงานเลี้ยงในคืนนี้นะเ้าคะ”
เมื่อทุกคนทยอยขึ้นนั่งประจำที่ รถม้าจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมุ่งหน้าตรงสู่วังหลวง หญิงสาวกำลังจะหันหน้ากลับเข้าจวน พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับรถม้าของจวนสกุลลู่
เห็นลู่ม่านลี่เดินออกมาด้วยชุดสีเขียวอ่อนทุกย่างก้าวเรียบร้อยนิ่มนวล อย่างผู้ที่ได้รับการอบรมมาเป็อย่างดีนางกำลังก้าวเท้าออกจากประตูจวน
พอเห็นสหายรัก ลู่ม่านลี่ก็ฉีกยิ้มกว้าง เด็กทั้งสองเดินเข้าหากันราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาล ชิวหนิงอันเห็นใต้เท้าลู่ กับลู่ฮูหยินมองมาที่นางจึงหยุดชะงัก ย่อตัวลงทำความเคารพ พร้อมกับกล่าวแนะนำตัว
“ท่านลุง ท่านป้า ข้าน้อยบุตรสาว ท่านเสนาบดีกรมพระคลังชิวหนิงอันเ้าค่ะ”
******
k.p.stom ฝากถึงนักอ่าน
ฝากกด ‘ติดตาม’ ‘กดหัวใจ’ เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกด ‘เก็บเข้าชั้น’ ไว้จะได้ไม่พลาดนิยายตอนใหม่จ้า