เซียนเทพยุทธ์ (จบ)

    บทที่ 28 เส้นทางแห่งอดีตกาล คู่อาชาสวรรค์คืนกลับ

    บทที่28 เส้นทางแห่งอดีตกาล คู่อาชาสวรรค์คืนกลับ

         ลมราตรีพัดแผ่วเบาจากเทือกเขาหิมาลัยสู่พื้นปฐพีช่วยทำให้บรรยากาศด้านล่างนี้เย็นสบายดียิ่ง ท่ามกลางบรรยากาศอันสุขสงบมีบุรุษหนุ่มสองผู้เดินเตร่ไปตามตรอกซอยของเมืองแห่งหนึ่งในเขตทิเบตใต้พวกมันหลังจากประสบเรื่องราวเป็นตายด้วยกันความสนิทเชื่อใจกลับเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

         “เราไม่รู้จริงๆ ว่าเราบอกที่มาของอักษรนี้ได้อย่างไรอาจจะเป็นเพราะเราเดาได้แม่นยำมั้ง”

         “อาจเป็นเช่นนั้น”

         “เฟยหลง เราขอถามนายตามตรง นายมาจากสถานที่ที่อยู่ในรัชสมัยใด”

         “รัชสมัยหลงซานที่เก้า”

         “หลงซานที่เก้า นั่นมันยุคก่อนประวัติศาสตร์นายไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม”

         “เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ”

         “ถ้าเรื่องที่นายบอกเป็นความจริงเช่นนั้นนายรู้ไหม ว่านายข้ามอนาคตมาเกือบหนึ่งหมื่นปี”

         “ข้ามอนาคต หมื่นปี เป็นไปไม่ได้”

         “เราถึงได้บอกไงว่าเรื่องที่นายพูดมันน่าเหลือเชื่อเกินไปเราถึงได้ว่านายเป็นคนบ้า”

         “เรื่องที่เจ้าพูดมิได้ล้อข้าเล่น”

         “ตั้งแต่ที่เจ้ามา พบเห็นอาวุธอันแปลกประหลาดหรือก็คือปืนที่เห็นกันเกลื่อนเมืองพบเห็นเครื่องบินที่เจ้าเรียกว่านกเหล็ก พบเห็นตัวเมืองที่แปลกประหลาด สิ่งทั้งหมดนี้หากเจ้าอยู่ในรัชสมัยนั่นจริง เจ้าเคยเห็นสิ่งของต่างๆ เหล่านี้มาก่อนหรือไม่”

         เฟยหลงนิ่งอึ้งพอนึกถึงเรื่องราวและสถานที่อันแปลกประหลาดมากมายนับตั้งแต่ที่มันฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกว่าหลงเหอมิได้กล่าวเรื่องราวเกินจริงแต่อย่างใดทั้งชายหนุ่มยังคอยจับพิรุธของมันเมื่อกล่าววาจา กลับพบว่าทุกถ้อยคำที่มันกล่าวไม่มีสิ่งให้จับพิรุธว่าโกหกเลยแม้แต่น้อย“หรือว่าเราข้ามห้วงแห่งกาลเวลามาสู่อนาคตจริงๆ”ได้คิดเช่นนั้นคนก็กล่าวขึ้น

         “เช่นนั้นในโลกอนาคตนี้ มีสิ่งที่จะส่งข้ากลับไปยังอดีตหรือไม่”

         หลงเหอส่ายหัว ก่อนกล่าวว่า

         “ก็อย่างที่เราเคยบอกไว้ว่า ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดนี้ยังไม่มีเครื่องมือใดที่จะส่งคนข้ามกาลเวลาได้ว่าแต่ว่าแล้วนายมาที่นี่ได้อย่างไร”

          “ก่อนที่ข้าจะตื่นขึ้นมาแล้วเจอเหตุการณ์ประหลาดข้าต่อสู้กับคนสามานย์ผู้หนึ่งที่ถ้ำปริศนาบนยอดเขาเถาหมิงซานและถูกมันจัดการจนหมดสติไป”

          “แล้วก็มาโผล่ที่นี่สินะ”

          “มิผิด”

          “ถ้าอย่างนั้นพวกเราลองไปที่เทือกเขาหิมาลัยดูเผื่อเป็นสถานที่เดียวกันกับเขาเถาหมิงซานในอดีตที่เจ้าจากมา เพราะลักษณะที่เจ้าเคยบรรยายถึงเขาเถาหมิงซานกลับมีความคล้ายคลึงกันกลับเทือกเขาหิมาลัยอยู่ที่นั่นอาจจะพบเจอเบาะแสที่จะทำให้นายหาทางกลับไปได้”

         “เช่นนั้นคงต้องเสี่ยงดู”

         “เฟยหลง นั่นนายจะไปไหน”

         “หากข้าข้ามกาลเวลามาจริง เช่นนั้นย่อมรอช้ามิได้แล้วข้าต้องรีบไปยังเขาบื้องหน้านี้ดู เผื่อพบเบาะแสอันใด”

          “ถ้างั้นเราไปด้วย”

          “เจ้าไปหาโรงเตี๊ยมแถวนี้พักผ่อนก่อนเมื่อข้าได้เรื่องราวใดแล้วข้าย่อมบอกกล่าวต่อเจ้าแน่นอน”

         “บอกแล้วไง เราต้องพานายกลับบ้านให้ได้....ดังนั้นไปไหนไปกัน”

         เฟยหลงและหลงเหอมุ่งหน้าเข้าสู่เทือกเขาหิมาลัยเพื่อหาร่องรอยที่จะนำไปสู่เส้นทางแห่งอดีตกาลเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้มีลักษณะสูงใหญ่และทอดยาวไปตามแนวเขตชายแดน นอกจากเทือกเขานี้จะสูงใหญ่แล้วยอดเขายังมีความสูงชันเป็นอย่างมาก มิอาจจะเดินขึ้นไปได้โดยง่ายดายนัก เช่นนั้นเฟยหลงจึงได้เรียกรังสีกระบี่และพาหลงเหอพุ่งทะยานบินฝ่าอากาศอันปั่นป่วนรุนแรงที่จุดสูงสุดของยอดเขาไปเมื่อพวกมันทั้งสองมาถึงด้านบนของยอดเขาก็เริ่มที่จะหาจุดลักษณะพิเศษที่อาจเป็นเบาะแสสำคัญโดยเฟยหลงได้ยื่นจิตสัมผัสตรวจสอบพลังธรรมชาติโดยรอบ ทำให้พบว่าไม่ว่าจะเป็นหินแต่ละก้อนหรือต้นไม้แต่ละต้นต่างมีพลังธรรมชาติที่พิเศษจนไม่สามารถแยกออกได้ว่าสิ่งใดพิเศษกว่ากัน

         “เฟยหลง นายพบอะไรหรือไม่”

         “ที่นี่ทุกสิ่งอย่างต่างมีความพิเศษในตัวยากต่อการแยกแยะ เช่นนั้นเจ้ากับข้าคงต้องค้นหาอย่างละเอียดแล้ว”

         “ลุยเลย”

         ทั้งสองต่างทำการค้นหาสิ่งที่จะมีส่วนพาให้กลับสู่อดีตกาลแต่ทว่าเนิ่นนานกว่าค่อนคืนยังมิอาจค้นเจอสิ่งที่เชื่อมโยงกับเขาเถาหมิงซานได้ ทำให้ทั้งสองต่างถอดใจคิดว่าที่แห่งนี้มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับเขาเถาหมิงซานในอดีตแล้วเช่นนั้นพวกมันจึงล่าถอยออกจากยอดเขาสูงนี้ไป ทว่าขณะที่กำลังขี่รังสีกระบี่พุ่งผ่านสถานที่แห่งหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยหลงเหอพลันเหลือบไปแสงวิบวับเรียงรายเป็นทางยาว เช่นนั้นมันจึงสะกิดเฟยหลงให้พาไปตรวจสอบดูเมื่อไปถึงกลับพบว่าเป็นกลุ่มคนขบวนหนึ่งมีจำนวนร้อยกว่าคน กำลังขนย้ายหีบจำนวนมากลัดเลาะไปตามหุบเขาหลงเหอเห็นเช่นนั้นปากก็กล่าวเสียงออกมาแผ่วเบา

         “เป็นพวกมันที่ลักลอบค้าอาวุธจริงๆด้วย แสดงว่าข่าวที่สืบมาได้นั้นเป็นความจริง…. ต้องรีบแจ้งผู้กองแล้ว”

         เมื่อมันกล่าวจบพลันล้วงวัตถุบางสิ่งออกมาจากถุงกางเกงวัตถุนี้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม ตรงส่วนกลางมีคันฉ่องที่ให้แสงไฟออกมา จากนั้นหลงเหอก็ใช้นิ้วจิ้มไปมาบนคันฉ่องสี่เหลี่ยมที่มีแสงไฟ(สมาร์ทโฟน) เมื่อเสร็จสิ้นก็เก็บลงยังที่เดิม เฟยหลงมองดูอย่างสงสัยก่อนเอ่ยปากกล่าวถาม

         “สิ่งนั้นคืออาวุธชนิดใดหรือ”

         “นี่ไม่ใช่อาวุธ นี่เรียกว่ามือถือ”

         “มือถือ?”

          “ถูกต้องนี่คือมือถือ สิ่งที่ใช้ติดต่อสื่อสารหากเปรียบในรัชสมัยเจ้า คงคล้ายๆ นกพิราบสื่อสารประมาณนั้น”

          “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”

          กริ้งๆ กริ้งๆๆ กริ้งๆ กริ้งๆๆเสียงวัตถุสี่เหลี่ยมกลับดังขึ้นมาอย่างกะทันหันท่ามกลางหุบเขาที่เงียบเชียบ เช่นนั้นเสียงนี้จึงเป็นเสียงที่ดังกึกก้องเป็นพิเศษ

         “เสียงร้องของมันกลับไม่เหมือนนกพิราบ”

         “ซวยแล้ว ลืมปิดเสียง”

         มือเสียงของมือถือดังขึ้นมา เหล่าขบวนคนนับร้อยต่างหยิบอาวุธลักษณะประหลาดของพวกมันหันชี้มาทางโขดหินที่เฟยหลงและหลงเหอหลบซ่อนอยู่และมีเสียงของชายผู้หนึ่งตะคอกด้วยเสียงอันดังว่า

         “ใครวะ ออกมาเดี๋ยวนี่”

         “ไม่ออกมา เดี๋ยวยิงไส้แตก”

         เฟยหลงเตรียมตัวที่จะพุ่งออกไปแต่หลงเหอกลับรีบรวบดึงรั้งร่างมันไว้แน่น ก่อนกล่าวขึ้นว่า

         “นายอย่าออกไปเสี่ยง ถึงแม้นายจะเก่งกาจแค่ไหนแต่คนพวกนั้นมีปืนนับร้อยกระบอก นายไม่สามารถหลบรอดได้ทุกกระบอกแน่”

         “เช่นนั้นต้องทำอย่างไร”

         “หนี”

         กล่าวจบหลงเหอก็พาเฟยหลงวิ่งเข้าสู่ป่าที่ด้านหลังทันทีเหล่าขบวนคนนับร้อยเห็นเช่นนั้นต่างพากันตะโกนก้องก่อนไล่ติดตามคนทั้งสองไป

         “ตรงนั้นมีคนนนนน”

         “ติดตามมันไป อย่าให้หลบหนีไปได้”

         เหล่าคนนับร้อยอาวุธครบมือไล่ล่าเฟยหลงและหลงเหอพวกมันต่างโอบล้อมบุคคลทั้งสองจากทั้งสี่ทิศแปดทาง จนทำให้ทั้งสองไม่มีช่องทางที่จะวิ่งหลบหนีได้เป็นเฟยหลงที่เรียงรังสีกระบี่ออกมา  ก่อนที่จะพาหลงเหอบินพุ่งทะยานออกไปทว่าขณะที่ทั้งสองกำลังทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ เสียงเปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยงดังระรัวไม่ขาดสาย ลูกไฟจำนวนมากที่มิอาจระบุทิศทางและมีความรวดเร็วสูงยิ่ง ต่างปะทะเข้าสู่ร่างของคนทั้งสองจนส่งให้พวกมันปลิวละลิ่วลงจากกลางอากาศเฟยหลงที่มีพลังญาณคุ้มกายแม้ได้รับบาดเจ็บแต่ยังพอลุกขึ้นมาวาดมือส่งรังสีกระบี่บินฉวัดเฉวียนสังหารคนนับสิบได้ทางด้านหลงเหอถูกยิงด้วยกระสุนปืนนับสิบแห่งมันคิดว่าตนเองต้องตกตายแล้ว แต่ทว่ากระสุนเหล่านี้กลับมิอาจทะลุเข้าสู่ภายในเนื้อหนังของมันได้ปรากฏเพียงรูบาดแผลเล็กๆ แต่ว่านี่ก็สร้างความเจ็บปวดให้มันอย่างมหาศาล จนคนแทบลุกขึ้นมายืนมิได้ด้านเฟยหลง ชายหนุ่มตวัดรังสีกระบี่เกิดเป็นบุบผากระบี่สีทองเจิดจรัสป้องกันเหล่าลูกไฟจำนวนมากที่พุ่งเข้าหาได้อย่างหมดจดแต่ทว่ายังมีบางส่วนที่ยิงมาจากทิศทางอื่นส่งให้เฟยหลงต้องล้มคะมำไปตามทิศทางของอาวุธก่อนจะมีชายอีกผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาและหันอาวุธเข้าใส่เฟยหลงที่กำลังล้มอยู่ หลงเหอเห็นเช่นนั้นต้องอุทานขึ้น

         “อาร์พีจี”

         เมื่อเห็นอาวุธดังกล่าวยิงเข้าใส่เฟยหลงหลงเหอต้องกัดฟันวิ่งเข้าหา แต่ทันทีที่ก้าวขาออก มิรู้ว่ามันเอาพลังมาจากไหนถึงได้วิ่งออกไปได้อย่างรวดเร็วจนร่างพล่าเลือนคล้ายเมฆหมอกและปรากฏขึ้นอีกทีก็อยู่ที่เบื้องหน้าของเฟยหลงแล้วชั่วขณะที่มันไม่รู้จะทำสิ่งใด คนจึงตัดสินใจยื่นมือไปปัดคราหนึ่ง ปรากฏฝ่ามือของมันพลันเปล่งแสงสีทองก่อนปะทะถูกกระสุนของปืนอาร์พีจีส่งให้กระสุนนั่นเบี่ยงทิศทางคืนกลับไปหาผู้ที่ยิงมา เสียงตูมมมมมม เมื่อกระสุนปะทะร่างของชายผู้นั้นและร่างของมันก็ขาดครึ่งท่อนก่อนที่ส่วนบนของร่างจะปลิวเข้าหาหลงเหอ

         หลงเหอตะลึงงันที่เมื่อครู่มันสามารถปัดป้องกระสุนปืนอาร์พีจีได้แต่ชั่วขณะที่มันยืนนิ่งกระสุนปืนนับสิบลูกต่างปะทะร่างของมันจนคนต้องล้มลงด้วยความเจ็บปวดมันกัดฟันยื่นมือไปคว้าปืนอาร์พีจีและกระเป๋าลูกกระสุนอาร์พีจีที่อยู่บนศพครึ่งท่อนก่อนที่จะนำลูกกระสุนออกมาบรรจุใส่กระสุนปืนเตรียมยิง ส่วนเฟยหลงมันได้คืบคลานขึ้นมาก่อนตวัดนิ้วชี้ใช้เอกดรรชนีผลาญสุริยันไปมาลำแสงสีทองพุ่งวาบฝ่าอากาศไปทั่วทุกทิศทางส่งให้เหล่าคนกว่าสี่สิบคนร่างทะลุ เลือดสาดกระเซ็นสิ้นใจตายไปก่อนที่เฟยหลงจะถูกยิงเข้าที่หัวใจคนล้มลงข้างหลงเหอ หลงเหอเห็นเช่นนั้นต้องตะโกนก้อง

          “เฟยหลง”

         หลงเหอบังเกิดโทสะเอ่อล้นมันยกปืนอาร์พีจีขึ้นขณะที่มันกำลังจะยิงออกไปพลันมีวัตถุรูปทรงกลมขนาดเท่ากำมือทารก(ลูกระเบิด)สองลูกตกลงมายังข้างกายของพวกมันทั้งสอง เสียงตูมมมมมมมมตูมมมมมมม ดังสนั่นทั่วเทือกเขาหิมาลัย ส่งให้ร่างของคนทั้งสองต้องนอนแน่นิ่งมิอาจไหวติงได้โลหิตสดๆ ของพวกมันต่างไหลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อน ดวงตาก็มองเห็นได้เพียงภาพที่พล่าเลือนประกอบกับลมหายใจอันแผ่วเบายิ่งทำให้พวกมันมิต่างจากคนตายแม้แต่น้อยหลงเหอที่มือขวาของชายหนุ่มยังกำชับปืนอาร์พีจีและกระเป๋าที่ใส่กระสุนไว้แน่น ส่วนมือซ้ายของมันค่อยๆเหยียดออกไปคว้าลงยังไหล่ของเฟยหลง

         “ฟะฟะเฟย ละละหลง จะจเจ้า แค่กแค่ก แค่ก”

         เหล่าขบวนคนนับร้อยบัดนี้เหลือผู้รอดชีวิตไม่ถึงครึ่งตอนนี้พวกมันต่างหวาดหวั่นสะพรึงกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างยิ่ง พวกมันไม่รู้ว่าได้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดชนิดใดถึงได้น่ากลัวถึงเพียงนี้ พวกมันใช้อาวุธระดมยิงไม่หยุดหย่อน ทั้งยังใช้อาวุธหนักเช่นอาร์พีจีและระเบิดไปยังไม่อาจฆ่าคนประหลาดทั้งสองลงได้ คนประหลาดทั้งสองถึงแม้พวกมันจะมีสภาพไม่ต่างจากคนตายแต่จะมีใครกล้าเข้าไปดูศพพวกมันทั้งสองใกล้ๆ เช่นนั้นเหล่าขบวนคนที่หลงเหลือไม่ถึงห้าสิบคนนี้จึงทำได้เพียงยืนกำชับอาวุธยืนหวาดผวาเฝ้ามองจากวงล้อมภายนอกเท่านั้น

         เสียงปืนสนั่น และเสียงระเบิดกึกก้องกลางหุบเขาหิมาลัยในที่สุดก็ได้เงียบสงบลงใจกลางเหตุการณ์ที่เงียบสงบมีบุรุษสองผู้ที่นอนหายใจแผ่วเบา และโลหิตไหลทะลักจนแทบหมดร่างอยู่บัดนี้ลมหายใจของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งก็ได้ขาดห้วงไปแล้ว ซึ่งคนผู้นั้นกลับเป็นเฟยหลงเองหลงเหอก็เริ่มที่จะรู้สึกได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลให้ชายหนุ่มต้องสะท้านขึ้นมาคราหนึ่งก่อนเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่สั่นสะท้านเจือปนด้วยความเจ็บปวด

         “ฟะฟเฟย ละลหลง นะนาย อย่าพะพึ่งตะตาย”

         ………..

         ………..

          “ระเรา จะพพา นนาย กะกลับบบะบ้านหะให้ ดะดะได้”

         เมื่อวาจาของหลงเหอได้สิ้นสุดลงลมหายใจอันแผ่วเบาของชายหนุ่มก็ได้มลายหายไปด้วย บัดนี้พวกมันทั้งสองต่างต้องนอนทอดร่างอันไร้ชีวิตไว้กลางหุบเขาแห่งนี้ไปแล้ว

         หลังจากเหตุการณ์ต่อสู้สะท้านหุบเขานี้ผ่านพ้นเสียง พรึบ พรึบ พรึบ พรึบ ก็ดังขึ้นสนั่นทั่วหุบเขา ปรากฏที่กลางท้องฟ้าพลันมีวัตถุขนาดใหญ่จำนวนมากลอยเข้ามาวัตถุเหล่านี้มีรูปทรงคล้ายแมลงปอ ด้านบนมีสิ่งที่หมุนวนเป็นวงกลมเสียงดังพรึบๆๆๆๆอยู่ จากนั้นพลันมีเหล่าคนชุดดำอาวุธครบมือโรยตัวลงจากวัตถุประหลาดดังกล่าวและเข้ามาปิดล้อมจับเหล่าขบวนคนประมาณห้าสิบคนจนหมดสิ้นจากนั้นเหล่าคนชุดดำผู้มาใหม่นี้ต่างเข้ามาเก็บกวาดศพที่เกลื่อนกราดด้วยความสงสัย เพราะว่าพวกศพเหล่านี้ดูเหมือนจะตายอย่างพิสดารบ้างตายจากของมีคมที่ตัดเฉือน บ้างลำตัวทะลุโปร่งและมีรอยไหม้ตรงรูเหล่านั้น และพวกมันก็ทอดร่างตายเป็นวงกลมคล้ายเกิดการต่อสู้แบบปิดล้อมพอคนชุดดำผู้มาใหม่เข้าไปตรวจดูที่จุดกึ่งกลางวงล้อมกลับพบแต่ร่องรอยของระเบิด และกระสุนไม่พบอะไรอีกแม้แต่น้อย เช่นนี้เป็นว่าเมื่อเหล่าคนชุดดำเก็บกวาดและจับกุมเหล่าคนทั้งห้าสิบเสร็จเรียบร้อยก็ได้จากไปทิ้งให้หุบเขากลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

         ก่อนหน้าที่เหล่าคนชุดดำจะปรากฏตัวหลังจากที่เฟยหลงและหลงเหอสิ้นลมหายใจไปแล้วนั้น ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์ของหลงเหอส่งให้อักขระศาสตร์ที่อยู่บนหน้าอกซ้ายของมันเปล่งแสงสีทองเรืองรองขึ้น ก่อนค่อยๆ ลามเลียไปยังร่างของหลงเหอและถ่ายทอดไปยังมือซ้ายที่เกาะไหล่ของเฟยหลง ส่งให้แสงสีทองลามเลียไปยังร่างของเฟยหลงด้วยอีกทั้งทุกสิ่งอย่างที่สัมผัสตัวของหลงเหอก็ถูกแสงสีทองนี้ครอบคลุม ก่อนที่ทั้งหมดจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

    …………………

    ………………..

    ………………..

    ………………..

    โปรดติดตามตอนต่อไป