เนื่องจากเป็ร่างใหม่มิใช่ร่างเดิม พื้นฐานร่างกายอ่อนด้อยอย่างมาก
หลายเดือนที่ผ่านมาิเยว่จึงไม่พลาดการฝึกหนักสักวัน ยามนี้ร่างกายจึงแข็งแรงขึ้น แม้ฝีมือยังไม่ก้าวหน้า ทว่าไม่นานย่อมสูงส่งเท่าเดิม
อา...นางลืมไป ร่างเดิมฝึกฝนั้แ่จำความได้ แต่ร่างนี้เพิ่งฝึกไม่กี่เดือนเท่านั้น พรหมจรรย์ยังไม่เหลือแล้ว ย่อมมิอาจเก่งกาจเทียบร่างเดิมได้อีก
พูดง่ายๆ ว่าห่างชั้นนั่นล่ะ! เฮ้อ...
แต่ไม่เป็ไร อย่างน้อยนางก็ได้ร่างใหม่เป็คน มิใช่สัตว์เดรัจฉาน จุดสำคัญของความสำเร็จอยู่ที่ความพยายามของคนทั้งสิ้น ชีวิตคือการแสวงหา ขอแค่หมั่นฝึกฝน ทบทวนวันละหลายหน ขยันพากเพียรเท่านั้น
ิเยว่ยกกำปั้นขึ้นเบื้องหน้าทำสัญลักษณ์ว่าสู้ๆ ระหว่างนอนแช่น้ำอุ่นหอมกรุ่นอย่างสบายอารมณ์
เมื่ออาบน้ำจนพอใจ กลิ่นสาบเหงื่อไคลหายไปสิ้น นางก็ลุกขึ้นจากถังอาบน้ำ พาร่างอรชรขาวเนียนนุ่มลื่นไปแต่งกายที่หน้าชั้นไม้ ก่อนเดินหมุนกายอ้อนแอ้นมาที่หน้ากระจกตรงโต๊ะเครื่องแป้ง โดยไม่เรียกใช้ใครให้ความลับเื่แอบฝึกวรยุทธ์รั่วไหล
หญิงสาวสวมชุดเบาสบาย สำรวจตนเองหน้ากระจกตามวิสัยของอิสตรี ต่อให้นิสัยไม่ดีแต่ก็ยังรักสวยรักงามยิ่ง
คุณหนูไป๋ผู้นี้สะคราญโฉมไม่เบา สัดส่วนงดงามกำลังดี เอวคอดกิ่ว สะโพกผายกลมกลึง เนินอกอิ่มเต่งตึง ผิวพรรณหรือยังขาวเนียนละเอียดลออ ยามััให้รู้สึกสบายมือมาก นุ่มลื่นดุจแพรไหมชั้นยอด บีบจับตรงไหนก็คล้ายบุปผาฉ่ำน้ำไปหมด
ิเยว่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าคุณหนูไป๋ผู้นี้พิลาสล้ำกว่านางมากโข ตัวนางเองในร่างเดิม สิ่งใดควรมีกลับไม่มี หน้าอกยังต้องคลำหา เอวก็มิได้คอดกิ่ว สะโพกยิ่งไม่ผาย สัดส่วนดุจไม้กระดานก็มิปาน ไร้ความกลมกลึงยิ่ง
มีดีอย่างเดียวแค่ดวงตา
อืม...แต่จะว่าไปแล้ว คุณหนูไป๋ผู้นี้นอกจากมีนามเดียวกันยังมีดวงตาเหมือนกับนางในร่างเดิมอยู่มากเลยนะ
หญิงสาวลองยกฝ่ามือขึ้นปิดใบหน้าครึ่งล่างเหลือเพียงดวงตาทอประกายคมเฉี่ยว
อืม...เหมือนจริงด้วย
เมื่อพินิจพิเคราะห์จนพอใจ ิเยว่ก็หันไปล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มแล้วห่มผ้า
นางเป็คนรักษาสุขภาพอย่างมาก
หญิงสาวถอนหายใจลึกยาวผ่อนคลายเปี่ยมสุขยิ่ง ก่อนจะหลับใหลในชั่วเวลาต่อมา
ทว่ายังไม่ทันปิดเปลือกตา จิ่นซินก็วิ่งตึงตังเข้ามา
สาวใช้คุกเข่าเกาะขอบเตียงอย่างไม่สนใจมารยาท นางร้องไห้โหยหวนเหมือนหมูตัวน้อยถูกเชือดมา
“คุณหนู ท่านยังจะนอนหลับตาลงได้อย่างไร?”
ิเยว่ขมวดคิ้วนิ่วหน้า “ได้เวลานอนก็ต้องนอน แล้วยามนอนก็ต้องหลับตาปะไร เ้าพูดอย่างกับการทำสิ่งนี้คือความผิดมหันต์กระนั้น”
จิ่นซินโอดครวญน้ำตาไหลพราก เขย่าขอบเตียง
“โธ่! คุณหนู ท่านไม่ควรเพิกเฉยต่อท่านแม่ทัพเลย บ่าวผิดเองที่ไม่เตือนคุณหนู แล้วแบบนี้ต่อไปคุณหนูจะอยู่อย่างไร? จะใช้ชีวิตในจวนหยางได้หรือไม่?”
นางสะอึกสะอื้นกล่าวไม่หยุด
“แม้สมรสพระราชทานมิอาจหย่าร้างตามอำเภอใจ แต่ภายหน้าหากท่านมิได้รับความโปรดปราน แล้วอนุได้รับความรักใคร่ไปเต็มเปี่ยม ได้สิทธิ์มีทายาทสืบสกุลให้แม่ทัพเพียงผู้เดียว พวกคนไร้เมตตาเ่าั้ของจวนมิส่งท่านไปเฝ้าสุสานบรรพชนจนตายอย่างโดดเดี่ยวไร้ค่าหรอกหรือ?”
ิเยว่หรี่ตามองสาวใช้คนสนิทอย่างงุนงง “อะไร”
จริงอยู่ว่าหญิงสาวมิได้แยแสผู้คนจวนหยางเท่าใด แต่หนทางกลับไปยิ่งใหญ่ดุจเดิมจะมองอย่างไรก็ยังริบหรี่ ดีไม่ดีอาจไม่ง่าย เพราะค่ายโจรจันทราแดงสิ้นสลายไปแล้ว มีเพียงต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนเท่านั้น อาจจะสามปีห้าปีหรือสิบปี แม่ทัพหยางก็เป็บุรุษไม่เลวเลยสักนิด ออกจะดีงามด้วยซ้ำ ได้เขาเป็สามีก็นับว่าไม่เสียชาติที่ได้เกิดใหม่แล้ว
ขณะคิดเรื่อยเปื่อย ฝ่ามือกลมป้อมของจิ่นซินก็ขยับจากขอบเตียงมาเขย่าไหล่ของิเยว่จนหัวสั่นหัวคลอน
“คุณหนู... ท่านยังจะยิ้มกริ่มอันใดเ้าคะ? ข้าศึกตัวฉกาจเข้าเมืองมาแล้ว กำลังจะยึดฐานทัพแล้วเ้าค่ะ”
เพราะเป็สาวใช้ของฮูหยินแม่ทัพ จิ่นซินจึงแอบศึกษาเื่แนวนี้มาบ้างเล็กน้อยเพื่อจะได้ทันสถานการณ์ เผื่อเจอเื่ไม่คาดฝัน จะได้คุยกันรู้เื่
“ลุกขึ้นเ้าค่ะ อย่ามัวนอน”
จิ่นซินจับแขนเรียวบางของนายสาวให้ลุกขึ้นนั่งอย่างร้อนรน นางลืมหมดแล้วเื่กิริยาใดควรไม่ควร ศีลธรรมจารีตประเพณีอันใดก็ไม่ใส่ใจแล้วทั้งสิ้น
“คุณหนู ท่านต้องไปทวงสิทธิ์ของท่าน แม้บารมีของภรรยาต้องได้สามีส่งเสริม ทว่าตำแหน่งฮูหยินเอกมิใช่จะให้ผู้ใดมาหยามิ่ข้ามหน้ากันได้ง่ายๆ เร็วเข้า นังอนุผู้นั้นกล้าเข้ามาหลังเรือนใต้จมูกท่าน โดยที่ท่านไม่ทันได้เห็นชอบ มิยินยอมพร้อมใจ ต่อให้เป็ความคิดของเหล่าผู้าุโ เป็ฝีมือของฮูหยินใหญ่แล้วอย่างไร? อย่ายอมเ้าค่ะ!”
เอาล่ะ! หากยังไม่เข้าใจก็คงไม่ใช่คนแล้ว
ิเยว่พลันเข้าใจแจ่มแจ้งจากวาจาตัดพ้อกึ่งด่าทอยาวเหยียดของจิ่นซิน
สาวใช้ผู้ภักดีคนนี้ไม่เคยทำให้นางผิดหวังจริงๆ นิสัยออกจะชั่วร้ายและไม่ยอมคน ใช้ได้เลยเชียว
ิเยว่ลุกขึ้นจากเตียงนอน ยืนหันไปมองกระจก เห็นเงาสะท้อนของตนเป็สตรีนางน้อยท่าทางไร้เดียงสาปรากฎอยู่ในนั้น ดวงหน้าหวานละมุน ดวงตากระจ่างใส ทุกสิ่งทุกอย่างรวมเป็นางบอกได้คำเดียวว่าไร้พิษภัย เหมาะแก่การถูกผู้อื่นรังแกยิ่ง
เหตุใดเ้าถึงอาภัพอย่างนี้ มีชายคนรักก็ถูกเขากับน้องสาวหักหลัง มีสหายยังถูกนางวางยาพิษจนตายเงียบงัน วันนี้ยังเลวร้ายถึงขั้นสามีรับอนุโดยไม่ถามสักคำ
บ่นตัวเองเสร็จก็หันไปทางจิ่นซินที่ยามนี้ใบหน้ากลมเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาจนน่าเกลียดไปหมด
ิเยว่แพ้น้ำตาของจิ่นซินจริงๆ ให้ตายเถอะ!
“เอาล่ะ! หยุดร้องไห้เสีย นายของเ้าจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน”
นี่คือวิธีเดียวที่จะปลอบใจสาวใช้คนสนิทได้
ิเยว่หยิบชุดคลุมมาสวมร่างระหงเสียงดังพรึบ จากนั้นก็เดินออกจากเรือนของตนด้วยท่าทางอาจหาญ เส้นผมยาวสยายเคลียไหล่มน แววตาทอประกายดุดันมุ่งมั่น
จิ่นซินโขกศีรษะขอบคุณฟ้าดินจนหน้าผากแดง ก่อนรีบตามไปอย่างโล่งใจ
หากเป็กาลก่อน ต่อให้นางขอร้องแทบตาย คุณหนูก็คงแค่ปิดประตูร้องไห้คร่ำครวญ ต้องขอบคุณ์จริงๆ
สาวใช้ต้อยต่ำเช่นนางที่ทำได้แค่หมั่นเพียรสวดมนต์ขอพรให้คุณหนูกลายเป็คนใหม่ไม่เสียแรงเปล่าเลยสักนิด
จิ่นซินถือโคมสับเท้าวิ่งไว “ทางนี้เ้าค่ะ คุณหนู”
“อืม...” นายสาวเดินขึ้นหน้าด้วยท่วงท่านางพญา
สำหรับิเยว่ แม้ไม่คิดสวามิภักดิ์ต่อแม่ทัพหยาง แต่การได้บารมีของเขาส่งเสริมในวันนี้ การใหญ่ในวันหน้าย่อมมีหนทางได้ไม่ยากเย็น
หยางเจี้ยน ท่านโชคร้ายเองนะที่ได้เป็สามีข้า...
นิยายเื่นี้มีฉบับอีบุ๊ค คลิก>>> บุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意