วิถีเซียนเจ้าสำราญ: ข้าไม่ได้อยากเก่ง (逍遥道祖:我真不想无敌)

    บทที่ 32: ปมปริศนาแห่งผู้ล่องหน

    บทที่ 32: ปมปริศนาแห่งผู้ล่องหน

    หลังจากก้าวออกจากโพรงไม้ที่ใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราว หลงเทียนเฟย (龙เทียน非) ก็เยื้องย่างไปตามเส้นทางในป่าหมอกมายา (幻雾之森) อย่างไม่รีบร้อน แม้ภายนอกเขาจะยังคงรักษาท่าทีที่ดูเกียจคร้านและไม่ใส่ใจโลก แต่ภายในนั้นกำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง

    เขาลองโคจรพลังตาม 'คัมภีร์ลมปราณมังกรฟ้าบรรพกาล' (青龙古息诀) ที่เพิ่งได้รับมาดูเล่นๆ ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างอย่างมหาศาล พลังปราณฟ้าดินที่ลอยอยู่ในอากาศรอบกาย พลันหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขาราวกับสายน้ำที่พบเจอทางไหลสู่มหาสมุทร มันรวดเร็ว บริสุทธิ์ และเปี่ยมด้วยพลังชีวิตยิ่งกว่าที่เขาเคยสัมผัสมาตลอดชีวิตหลายเท่า

    'ไม่เลวเลย' เขานึกในใจพลางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย 'นี่แหละคือที่สุดของ 'ทางลัด' ที่แท้จริง การบำเพ็ญเพียรที่น่าเหนื่อยหน่าย บัดนี้กลับกลายเป็นเรื่องง่ายดายราวกับหายใจเข้าออก' เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังอันอบอุ่นที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดจากการตื่นขึ้นของสายเลือดมังกร ร่างกายที่เคยอ่อนล้าจากการต่อสู้ ฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

    แม้จะพึงพอใจกับประสิทธิภาพอันน่าทึ่ง แต่ความคิดที่ว่าตนเอง "แข็งแกร่งขึ้น" โดยไม่ตั้งใจก็ยังคงก่อกวนจิตใจ "ชิ นี่มันเรื่องใหญ่เกินไปแล้ว ข้าไม่ได้อยากเก่งกล้าขนาดนี้เสียหน่อย" เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง

    หลงเทียนเฟยเดินทางต่อไปโดยใช้ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' (无序之眼) นำทาง มันทำให้เขามองเห็นกลไกของค่ายกลภาพลวงตาและอสูรวิญญาณที่ซ่อนเร้นอยู่ได้อย่างง่ายดาย 'คัมภีร์ลมปราณมังกรฟ้าบรรพกาล' ก็ช่วยให้เขาฟื้นฟูพลังปราณที่ใช้ไปกับการหลบหลีกได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การเดินทางครั้งนี้สะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    ทว่าความสงบสุขก็อยู่กับเขาได้ไม่นานนัก ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับการทอดน่องชมไพรอย่างสบายอารมณ์ เขาก็เริ่มสังเกตเห็นร่องรอยของการต่อสู้ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ ต้นไม้ใหญ่หลายต้นโค่นล้มระเนระนาด พื้นดินมีรอยแยกจากพลังปราณที่รุนแรง เขาใช้ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' มองสำรวจ และเห็นเส้นสายพลังงานที่ปั่นป่วนของคนกลุ่มใหญ่กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกันกับเขา

    'ดูท่าพวกนางจะยังไม่ยอมเลิกราสินะ' เขาส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ

    เขาเคลื่อนกายเข้าซ่อนหลังต้นไม้โบราณต้นหนึ่งอย่างเงียบเชียบ แล้วใช้ 'วิชาคลื่นเสียงสะท้อนเงา' ที่เคยสังเคราะห์ไว้ สดับฟังบทสนทนาจากระยะไกล

    เสียงของซูหนิงแห่งสำนักเมฆามรกตและหลินเยว่แห่งสำนักกระบี่วารีครามดังขึ้นสลับกัน พวกนางได้รวมกลุ่มกันเป็นที่เรียบร้อย และกำลังหารือถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

    "พลังของมันประหลาดนัก" หลินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความสงบ แต่แฝงความฉงน "คลื่นกระบี่ของข้าถูกเบี่ยงเบนไปราวกับถูกสายลมที่มองไม่เห็นพัดพา ทั้งยังทำลายกรงปราณได้อย่างพอดิบพอดี"

    "พายุบุปผาเพลิงของข้าก็เช่นกัน" ซูหนิงกล่าวอย่างขัดใจ "มันหวนกลับมาทำร้ายศิษย์น้องข้าเองราวกับมีเจตนา นี่มิใช่พลังปราณธรรมดาแน่"

    ขณะที่บทสนทนากำลังดำเนินไป ร่างในชุดบัณฑิตสีเทากลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากอีกฟากของป่า ผู้ที่เดินนำหน้ามาก็คือซูโม่ (苏墨) นั่นเอง

    เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากลุ่มของเหล่าสตรีพลางคลี่ยิ้มอย่างสุขุม "ดูท่าทางพวกท่านหญิงจะประสบกับเรื่องที่น่าสนใจมาสินะ 

    "ท่านพี่ซู" ซูหนิงกล่าวทักทายอย่างแปลกใจ ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด ตั้งแต่การต่อสู้แย่งชิงลูกงูเทพ ไปจนถึงการปรากฏตัวของพลังลึกลับที่เข้าแทรกแซง ปั่นป่วนการต่อสู้ของพวกนางจนวุ่นวาย และสุดท้ายคือการที่เงาร่างปริศนาได้ฉวยโอกาสขโมยลูกงูไปในพริบตา

    ซูโม่รับฟังอย่างตั้งใจ แววตาของเขาฉายประกายแห่งความสนใจใคร่รู้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฟังจบ เขาก็พยักหน้าช้าๆ

    "น่าสนใจยิ่งนัก" เขากล่าว "บุคคลปริศนาผู้นี้มิได้เอาชนะพวกท่านด้วยพลังที่เหนือกว่า แต่ด้วยกลอุบายที่คาดไม่ถึง เขาไม่ได้โจมตีพวกท่านโดยตรง แต่กลับใช้พลังของพวกท่านเองมาทำร้ายกัน...นี่มิใช่ฝีมือของผู้ที่มีเพียงพลัง แต่เป็นฝีมือของนักวางกลยุทธ์ที่เฉียบแหลม"

    เขาหยุดไปครู่หนึ่ง หันไปมองทิศทางที่หลงเทียนเฟยซ่อนตัวอยู่แวบหนึ่งราวกับเป็นเรื่องบังเอิญ ก่อนจะกล่าวต่อ "บางที หากพวกเรารวมพลังและสติปัญญาเข้าด้วยกัน การตามหาเงาที่ล่องหนนี้อาจจะบังเกิดผลก็เป็นได้ พลังอันแปลกประหลาดเช่นนี้ ช่างเป็นปริศนาที่น่าค้นหาคำตอบเสียจริง"

    หลงเทียนเฟยที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก

    'บัณฑิตจอมยุ่งผู้นี้ช่างน่ารำคาญนัก' เขาคิดในใจ 'ทำตัวราวกับอยู่เหนือทุกสิ่ง ข้าจะให้เจ้ารู้สึกเสียหน้าซะบ้าง'

    ความรู้สึกอยาก "ตบหน้า" ซูโม่ได้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนในใจของเขาแล้ว มันไม่ใช่ความโกรธแค้น แต่เป็นความรู้สึกไม่ถูกชะตาในท่าทีที่สุขุมและดูจะรู้ไปเสียทุกอย่างของบุรุษผู้นี้

    เขาเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไป เห็นกลุ่มของซูโม่และกลุ่มของเหล่าสตรีเริ่มหารือกัน ก่อนจะรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่และเริ่มเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ราวกับกำลังจะต้อนเขาให้จนมุม

    หลงเทียนเฟยแย้มยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา

    'ในเมื่อพวกท่านอยากจะเล่นหมากรุกไล่จับข้านัก' ความคิดหนึ่งพลันสว่างวาบขึ้นในใจของเขา 'หมากกระดานนี้...คงต้องพลิกผันเสียบ้างแล้ว'

    (จบตอนที่ 32)

    คล้ายกับเรื่องวิถีเซียนเจ้าสำราญ: ข้าไม่ได้อยากเก่ง (逍遥道祖:我真不想无敌) ที่คุณอ่าน