ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    การสอบของสาขาปรุงโอสถ 1

            “นี่...” ชายชราถึงกับพูดไม่ออกเลื่อนสายตาสำรวจสตรีที่อยู่ด้านล่างแล้วก็กระแอมไอ นางไม่พูดก็แล้วไปเถอะแต่พอนางพูดแล้วทุกคนก็มองมู่เหลียนฮวาเป็นตาเดียว

            ชุดของมู่เหลียนฮวาแต่เดิมก็เป็นสีขาวพอถูกเลือดที่มีสีแดงก็เด่นชัด เสื้อผ้าถูกของมีคมเฉือนตัวขาดหลายจุดที่แผ่นหลังยังมีรอยถึงสามรอยกระโปรงก็ขาดจนเห็นเนื้อที่อยู่ด้านในกางเกงซับในด้วยซ้ำ ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าด้านหน้าจะมีสภาพแย่กว่าขนาดไหน

            ชายชราเลื่อนสายตาออกไป

            มู่เหลียนฮวาก็พลันนึกได้เช่นกันตอนนี้สภาพเสื้อผ้าของนางคงดูไม่ได้แน่หากนางลุกขึ้นก็จะเปิดเปลือยต่อหน้าคนนับสิบน่ะสิ!

            มู่เหลียนฮวาเม้นปากลงอย่างคับแค้นใจถูกนางเล่นงานไม่พอนางยังทำตัวราวกับว่าเป็นผู้หวังดีกลัวนางจะเสื่อมเสียอีกนางเป็นถึงว่าที่ฮองเฮาในอนาคตนะ จะปล่อยให้มีเรื่องเสื่อมเสียไม่ได้!

            “แต่หากท่านอาจารย์ยืนกรานเช่นนั้นข้าน้อยลงก็ได้เจ้าค่ะ” ซูเจินทำท่าจะลงมาอีกครั้ง

            “ไม่ได้!”

            “อย่าเพิ่ง!”

            เสียห้ามดังขึ้นจนซูเจินตกใจเล็กน้อยชักเท้ากลับไปยืนบนแผ่นหลังอีกครั้ง

            “อึก”มู่เหลียนฮวากำมือแน่นอย่างอดทนต่อความเจ็บปวด

            “จะเอาอย่างไรกันแน่ จะให้ข้าลงหรือไม่ลง?”ซูเจินถามแล้วเอียงคอ แน่ละว่ามู่เหลียนฮวาต้องไม่อยากให้นางลงก็ในเมื่อที่นางยืนอยู่เป็นแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่ปราศจากอาภรณ์ใดๆหากนางลงไปก็เท่ากับว่าคนอื่นๆจะเห็นแผ่นหลังขาวเนียนของนางจนหมด

            ถึงคนจะไม่มากแต่ก็พอให้นางอับอายไปได้อีกนาน

            “ยะ...อย่าเพิ่งลงมา ขอแม่นางเฉินยืนอยู่ก่อน”มู่เหลียนฮวาแทบจะกระอักเลือกแล้ว ถูกนางเล่นงานยังต้องมาขอร้องให้นางเหยียบย่ำอีกแต่อย่างไรชื่อเสียงของนางก็สำคัญกว่า “คะใครก็ได้ช่วยหาผ้ามาให้ข้าคลุมทีเถอะเจ้าค่ะ”

            ในเมื่อนางเป็นฝ่ายขอร้องให้นางยืนอยู่ต่อก็ไม่มีใครกล้าว่าอะไรนางได้อีกจือเหลียงและคนอื่นๆเองก็ตามมาทันแล้ว

            เหลียงจือเห็นเข้าถึงกับอุทานตาโต “โอ้”

            ไห่จินจูกับหนิงจูหัวเราะคิกคักเสียงหัวเราะของพวกนางยิ่งทำให้มู่เหลียนฮวารู้สึกขายหน้าเสวี่ยซูยิ้มบางๆทว่าในใจก็สะใจไม่น้อยมีเพียงสองพี่น้องสกุลซิ่นเท่านั้นที่มองตาปริบๆเห็นว่านางเป็นบุตรีขุนนางใหญ่ไม่ใช่หรือ?ทำอย่างนี้จะไม่มีปัญหาตามมาจริงๆหรือนี่?

            จือเหลียงยังให้เกียรติสตรีอยู่บ้างเขาไม่ได้หัวเราะเสียงดัง ทว่าใบหน้าก็มีรอยยิ้มกว้าง ซูเจินมองพวกเขาจือเหลียงพยักหน้าไปอีกทางนางมองตามเห็นสตรีทั้งสามนางที่อยู่อีกด้านก็เลิกคิ้วขึ้นพวกนางมาถึงกับครบทุกคนเลยแหะ หนีเก่งกันทุกคนจริงๆ แต่ไม่ยักจะมาช่วยสตรีแซ่มู่แหะ

            ศิษย์พี่คนที่อยู่ใกล้ที่สุดถอดเสื้อนอกออกมาแล้วก็ยืนทำท่าทางกระอักกระอ่วนใจ เขาเป็นบุรุษจะเข้าไปช่วยคลุมผ้าให้ก็กระไรอยู่หันซ้ายหันขวามองสามสาวที่อยู่ใกล้ๆอย่างขอความช่วยเหลือ

            ไห่จินจูกับสองสาวใช้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสายตาของศิษย์พี่ผู้นั้นแน่ล่ะใครอยากจะไปช่วยเหลือนางกันเล่า

            เมื่อได้รับการเมินเฉย ศิษย์พี่ผู้นั้นจึงกวักมือเรียกศิษย์พี่อีกคนที่เป็นผู้หญิงให้มาช่วยแทนนางได้ฟังเรื่องราวแล้วก็เข้าใจ รับเอาเสื้อนอกมากางออกบังสายตาคนอื่นไว้ให้ซูเจินลงมา

            ซูเจินก็ไม่ได้ขัดอะไรนางยกเท้าขึ้นข้างหนึ่งมู่เหลียนฮวาก็ร้องโอดโอยเพราะน้ำหนักถูกถ่ายลงไปยังขาอีกข้างทั้งหมดทำให้นางเจ็บมากขึ้นซูเจินชะงักเท้าเหลือบตามองมู่เหลียนฮวาที่อยู่ด้านล่าง

            “เข้าไปช่วยประคองนางลงมา”ชายชรารีบบอกให้คนไปช่วยซูเจินลงมาแต่ที่จริงคือไปพยุงนางลงมาให้มู่เหลียนฮวาเจ็บน้อยที่สุด

            แต่มีหรือที่ซูเจินจะยอม “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ”ว่าแล้วก็กระโดดดึ๋งลงมา แรงกระแทกทำเอานางร้องขึ้นมาอีกหนซูเจินยิ้มที่มุมปากรู้สึกสะใจอย่างช่วยไม่ได้  

            ศิษย์พี่หญิงรีบเอาเสื้อคลุมให้ทันทีกระชับปิดมิดชิดแล้วประคองมู่เหลียนฮวาลุกขึ้น มู่เหลียนฮวาเจ็บราวไปทั้งแผ่นหลังเจ็บกว่าแผลที่โดนเฉือนเสียอีก!

            “ดีจริง เห็นอย่างนี้แล้วก็ค่อยยังชั่วข้ากลัวว่าแม่นางเฉินจะอับอายดีที่ ‘ช่วย’ เอาไว้ได้ทัน” ซูเจินปิดปากทำทีเป็นโล่งใจเป็นที่สุด ยิ้มประหนึ่งว่าเพิ่งได้ทำความดีอันใหญ่หลวง

            มู่เหลียนฮวาใบหน้าบิดเบี้ยวจากความเจ็บและก็ความชิงชังทว่ายังต้องแสดงเป็นสตรีดีงามอยู่ “ขอบคุณแม่นางเฉินมากหากไม่ได้เจ้าข้าต้องแย่แน่ๆ หากมีโอกาสข้าจะต้อง ‘ตอบแทน’แม่นางอย่างสาสมแน่นอน”

            ซูเจินสบตาของอีกฝ่ายแล้วยิ้มเบาๆยังไม่เข็ดก็มาสิ นางไม่กลัวอยู่แล้ว

            ชายชรามองสตรีน้อยทั้งสองคนฟาดฟันกันทางสายตาเงียบๆเหตุการณ์เมื่อครู่ใครเห็นก็รู้ว่าที่สตรีชุดขาวล้มคว่ำนั้นเป็นเพราะสตรีชุดม่วงต่อมาสตรีชุดม่วงก็เหยียบยืนอยู่บนหลัง แต่มาตอนนี้กลับทำทีเป็นผู้มีความชอบยืดอกได้อย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ

            “แฮ่ม พานางไปนั่งพักสักหน่อยเถอะ”ชายชราเอ่ยกับศิษย์หญิงที่ประคองมู่เหลียนฮวาอยู่

            “ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ” มู่เหลียนฮวายิ้มอย่างหยดย้อยให้กับชายชราเรียกขานว่าอาจารย์ได้อย่างเต็มปาก แล้วเดินไปยังอีกด้านก่อนไปยังไม่วายเหลือบมองซูเจินอีกรอบ

            ซูเจินลอบยักคิ้วตอบมู่เหลียนฮวาสีหน้าดำมืดแล้วสะบัดหน้าจากไป   

            “ให้ผู้อาวุโสเห็นเรื่องขบขันแล้วเพียงหยอกล้อกันเล็กน้อย” ซูเจินประสานมือให้แก่ชายชรา ยกยิ้มอย่างงดงามความสูงส่งที่แผ่ออกมาทำเอาผู้พบเห็นอดชื่นชมไม่ได้

            “ฮ่าๆๆ เรื่องของหนุ่มสาวมันก็ต้องมีกันบ้างเอาล่ะ พวกเจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ รอให้หมดเวลาสอบก่อนถึงจะเริ่มส่งมอบของทดสอบได้ตอนนี้ยังเช้ายังมีเวลาอีกหลายชั่วยามนัก” ชายชราก็เอ่ยอย่างรักษาน้ำใจสตรีน้อยชุดม่วงท่าทางมีพรสวรรค์ไม่เบา เข้าป่าไปถึงสิบวันทว่าเสื้อผ้าและเนื้อตัวยังคงสะอาดเหมือนเดิม ต่างจากผู้เข้าสอบคนอื่นๆนัก

            “ขอบคุณผู้อาวุโส”ซูเจินกล่าวแล้วแยกตัวไปนั่งพักผ่อนยังอีกด้าน

             เวลาล่วงเลยมาจนใกล้จะพลบค่ำ ท้องฟ้าเริ่มจะเปลี่ยนสีเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าใกล้จะหมดเวลาทดสอบแล้วเช่นกันตลอดทั้งวันท้องฟ้ามืดครึ้มแต่ฝนก็ยังไม่ตกผู้เข้าสอบที่มายังลานกว้างแล้วจนถึงตอนนี้ก็มีไม่ถึงร้อยคนกว่าครึ่งออกมาแล้วก็เดินคอตกจากไปเลยพวกเขาคงเป็นพวกสอบตกเพราะไม่สามารถล่าหรือแย่งชิงกับผู้อื่นได้

            ทันทีที่ตะวันลับขอบฟ้าศิษย์พี่บนเวทีก็ประกาศหมดเวลา อาจารย์ทั้งสามท่านก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้กวาดตามองผู้เข้าสอบเบื้องล่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วขมวดคิ้ว

            ซูเจินก็พอเดาได้ว่าพวกเขาทั้งสามคนขมวดคิ้วเพราะเหตุใดจำนวนคนที่มายังลานมีจำนวนน้อยเกินไปจริงๆ คนที่ยังรอยืนยันผลก็มีเพียงห้าสิบกว่าคนเท่านั้นคนที่ไม่ได้กลับออกมามีเยอะมากทีเดียวซูเจินหวนนึกถึงคนกว่าครึ่งร้อยที่อยู่ในหลุมยังไม่นับคนในกลุ่มของหลี่ไป๋กับจิงหู่เหว่ยอีกคนที่ตกตายกับคนที่ยอมหักป้ายคงเยอะพอๆกัน

            “หมดเวลาสอบแล้วต่อไปให้พวกเจ้าเข้าแถวกันนำของที่จะนำมายืนยันการสอบแสดงให้พวกข้าทั้งสามคนบนเวทีเริ่มได้” อาจารย์ร่างใหญ่ที่ซูเจินจำได้ว่าเขาเป็นอาจารย์สายยุทธ์พูดขึ้นน้ำเสียงไม่ได้ดังกังวานเช่นเมื่อสิบวันก่อน

    คล้ายกับเรื่องตำนานยอดหญิงซูเจิน ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752