[สถานที่: ถนนการค้าเมืองชิงเหอ - ยามพลบค่ำ]
แสงตะวันลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงคราม ร้านรวงข้างทางเริ่มจุดโคมไฟสว่างไสว เย่หวงเดินล้วงกระเป๋าทอดน่องไปตามถนนอย่างสบายใจ ในมือถือไม้ลูกชิ้นปิ้งเคี้ยวตุ้ยๆ จิตใจผ่อนคลายจากการกอบโกยเงินก้อนโตในงานประมูล
"เฮ้อ... มีเงินแล้วชีวิตมันดีอย่างนี้นี่เอง เดี๋ยวแวะซื้อขนมไปฝากศิษพี่หลันซินหน่อยดีกว่า"
กริ๊ง... เสียงกระดิ่งลมที่ไพเราะผิดปกติ ดังแว่วมาท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด พร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้าราตรีที่ลอยมาแตะจมูก
"น้องชายเย่หวง..."
เสียงเรียกหวานหยดที่แฝงความเย็นยะเยือกดุจใบมีดอาบน้ำผึ้งดังขึ้น เย่หวงชะงักฝีเท้า ขนอ่อนที่ต้นคอลุกชันโดยสัญชาตญาณ เขาหันไปมอง พบรถม้าไม้จันทน์สีม่วงเข้มแกะสลักลวดลายงูเลื้อยดูหรูหราและลึกลับจอดเทียบท่าอยู่ริมถนน ม่านหน้าต่างผ้าไหมถูกเลิกขึ้นด้วยมือเรียวสวยที่สวมปลอกเล็บทองคำ
ใบหน้างดงามหยาดเยิ้มของ ซูเม่ย นางโลมอันดับหนึ่งแห่ง หอวายุหอม (และนักฆ่าระดับพระกาฬ) ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้บุรุษทั่วหล้าต้องศิโรราบ... แต่สำหรับเย่หวง มันคือรอยยิ้มของยมทูต
"จะกลับสำนักหรือ? ขึ้นมาสิ... พี่สาวจะไปส่ง"
[System Warning: High Danger Level Detected!]
[Status Effect: Intimidated (ถูกข่มขวัญ)]
เย่หวงกลืนลูกชิ้นลงคออย่างยากลำบาก สัญชาตญาณร้องเตือนว่า 'หนีไป!' แต่ขากลับก้าวไม่ออก
"เอ่อ... ไม่เป็นไรครับพี่ซูเม่ย ข้าเดินกลับเองได้ ใกล้นิดเดียว ออกกำลังกายหลังกิน..."
"อย่าดื้อสิ..."
น้ำเสียงของนางกดต่ำลงเพียงเล็กน้อย แต่บรรยากาศรอบข้างกลับเย็นลงวูบ แววตาที่เคยหวานเชื่อมเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ดุจอสรพิษจ้องเหยื่อ
"ข้าไม่ได้จะฆ่าเจ้าสักหน่อย... แค่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เรื่องคอขาดบาดตายเกี่ยวกับ... ชีวิตของเจ้า"
นางเว้นจังหวะ ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ
"หรือต้องให้พี่สาวลงไป 'อุ้ม' เจ้าขึ้นมาเอง?"
เย่หวงเหงื่อแตกพลั่ก
(ยัยนี่น่ากลัวกว่าฉินฮวาเยอะ... นี่มันสาย Yandere ของแท้!)
"ก...ก็ได้ครับ ขึ้นเดี๋ยวนี้แหละครับ!"
[ภายในรถม้า]
ทันทีที่ก้าวเข้ามา บรรยากาศภายในรถม้ากลับตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง กลิ่นหอมฉุนของกำยานสมุนไพรบางอย่างตลบอบอวล มันทำให้รู้สึกมึนเมาและเลือดลมสูบฉีดผิดปกติ ซูเม่ยในชุดคลุมสีม่วงบางเบาที่เผยให้เห็นไหล่เนียนและเนินอกอิ่ม กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเบาะขนสัตว์ นางตบที่ว่างข้างตัว
"มานั่งใกล้ๆ สิ... จะไปนั่งเบียดประตูทำไม กลัวพี่สาวจะกินตับหรือไง?"
เย่หวงค่อยๆ ขยับเข้าไปนั่งอย่างระมัดระวัง แต่ยังไม่ทันก้นจะแตะเบาะ ซูเม่ยก็ขยับตัวเข้ามาเบียดจนร่างแนบชิด "อึก!" เย่หวงตัวเกร็งเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดเข้ามา
"ใจร้อนจริงนะ..." ซูเม่ยหัวเราะในลำคอ นิ้วเรียวที่ซ่อนเข็มพิษไว้ลูบไล้ไปที่แก้มของเขาช้าๆ
"ฟังให้ดี... หน่วยข่าวกรองของข้าสืบมาได้ว่า ในการสอบครั้งนี้ 'สำนักกระบี่มารโลหิต' ส่งมือสังหารระดับสูงแฝงตัวเข้าไปจริง"
นางยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอ
"เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การสอบผ่าน... แต่คือการเด็ดหัว 'อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักกระบี่เมฆา'... ซึ่งก็คือเจ้า เย่หวง"
เย่หวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าภายนอกยังคงเรียบเฉยดุจผิวน้ำ แต่ภายในใจกลับแค่นหัวเราะอย่างรู้ทัน
(หึ... เป็นไปตามสูตรนิยายกำลังภายในเป๊ะ...)
สมองของเย่หวงประมวลผลอย่างรวดเร็ว
(เรื่องความแค้นที่ข้าไปถล่มพรรคอสรพิษสาขาย่อยมันก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลักจริงๆ คือเรื่อง 'ดุลอำนาจ' ระหว่างสำนักต่างหาก... สำนักกระบี่มารโลหิตกับสำนักกระบี่เมฆาเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน หากพวกมันรู้ว่าสำนักเรามี 'อัจฉริยะ' ที่กำลังผงาดขึ้นมา พวกมันย่อมต้องรีบ 'เด็ดดอกไม้ก่อนบาน' เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม)
(ยิ่งข้าเก่งขึ้นเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งเป็นภัยคุกคามที่พวกมันต้องรีบกำจัดให้เร็วที่สุดก่อนที่จะสายเกินแก้... มุกตื้นๆ ของพวกตัวร้ายล่ะนะ)
เขาแสร้งทำเป็นขมวดคิ้วถามเพื่อลองเชิง
"ทำไมต้องเจาะจงข้า? ข้าไปทำอะไรให้พวกมัน?"
"ความจำสั้นจริงนะพ่อหนุ่ม..."
ซูเม่ยใช้นิ้วจิ้มที่อกเขาเบาๆ
"เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเพิ่งจะถล่ม 'พรรคอสรพิษ' จนย่อยยับไปเมื่อไม่นานมานี้? พรรคอสรพิษน่ะ เป็นเพียงสาขาย่อยที่ส่งส่วยให้สำนักกระบี่มารโลหิต... การที่เจ้าทำลายแหล่งเงินทุนของพวกมัน ก็เหมือนเจ้าตบหน้าพวกมันฉาดใหญ่"
นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แววตาจริงจังขึ้น
"พวกมันต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู... และกำจัด 'ม้ามืด' ที่อาจจะเป็นภัยคุกคามในอนาคต ประเด็นสำคัญคือ... เจ้าจะรอดจากเงื้อมมือพวกมันได้อย่างไร?"
นางหยิบ ป้ายทองคำ เล็กๆ สลักคำว่า 'ซู' ยัดใส่มือเย่หวง แล้วกุมมือเขาไว้แน่น
"เก็บป้ายนี้ไว้ ถ้าเจ้าสอบผ่านและไปถึงเมืองหลวงได้... ไปที่ 'หอเหมยแดง' ยื่นป้ายนี้ แล้วคนของข้าจะดูแลเจ้าเอง จะไม่มีใครหน้าไหนแตะต้องเจ้าได้"
เย่หวงมองป้ายในมือ แล้วเงยหน้ามองนางด้วยความสงสัย
"ทำไมท่านถึงช่วยข้า? เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น... และท่านเองก็เป็นคนขององค์กรนักฆ่า การช่วยข้ามันเสี่ยงไม่ใช่เหรอ?"
ซูเม่ยยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววอ่อนโยนวูบหนึ่งที่หาได้ยากยิ่ง นางใช้นิ้วชี้เชยคางเย่หวงขึ้น จ้องมองเขาด้วยสายตาที่จริงจังและ... ลุ่มหลง "ข้าจะบอกความจริงให้ข้อหนึ่ง... ข้าชอบเจ้า"
เย่หวงชะงัก "ห๊ะ!?"
"ชอบแววตาที่ไม่เหมือนใครของเจ้า... ชอบความฉลาด และความกล้าบ้าบิ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากบัณฑิตนั่น"
นางโน้มหน้าลงมาใกล้มากจนจมูกแทบชนกัน
"และอีกเหตุผล... ข้าเห็น 'ศักยภาพ' ในตัวเจ้า ข้าต้องการลงทุนกับเจ้า... เพื่อให้เจ้ากลายเป็นกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด ที่จะช่วยข้า 'ล้างแค้น' คนคนหนึ่งในอนาคต"
"ล้างแค้น?"
"ใช่... แต่ตอนนี้เจ้ายังอ่อนหัดเกินไป รอให้เจ้าเก่งกว่านี้ ข้าจะบอกทุกอย่าง"
ขณะที่นางพูด เย่หวงสังเกตเห็นสร้อยหยกสีดำรูปจันทร์เสี้ยวที่คอของซูเม่ย มันส่องแสงวูบวาบแปลกๆ ด้วยความสงสัย เขาจึงเปิดใช้งาน [Gamer Vision] เต็มกำลัง เพ่งมองทะลุภาพลวงตา
[System : High-Level Concealment Detected!]
[เจาะเกราะข้อมูลสำเร็จ (Breach Successful)]
[ข้อมูลเป้าหมาย (Target Info)]
ชื่อ: ซูเม่ย (Su Mei)
ระดับพลังที่แสดง: ขอบเขตวิญญาณ ขั้นสูงสุด (Lv. 30)
[ระดับพลังที่แท้จริง (True Power)]: ขอบเขตปฐพี ขั้นกลาง (Earth Realm - Mid) [Lv. 36+]
ไอเทมสวมใส่: [หยกจันทราอำพราง (SR)] - ปกปิดระดับพลังที่แท้จริง
เย่หวงหัวใจหล่นวูบ
(แย่แล้ว! ยัยนี่ไม่ใช่แค่ NPC เลเวล 30 เหมือนในเกม! แต่เป็นถึงระดับปฐพีขั้นกลาง! มิน่าล่ะ... ทำไมเจ้าเมืองหลิวหยุนถึงไม่กล้าแตะต้องนาง)
ภาพความทรงจำตอนที่เขาเกือบถูกนางสังหารในบทก่อนๆ ย้อนกลับมา... ถ้าตอนนั้นเขาพลาดไปนิดเดียว คงกลายเป็นศพไร้ชื่อไปแล้ว!
"หึหึ... มองอะไรตาค้างขนาดนั้น?"
ซูเม่ยสังเกตเห็นอาการตื่นตะลึงของเขา นางแสยะยิ้มที่ดูอันตรายยิ่งกว่าเดิม เหมือนจะรู้ว่าเขามองเห็นความลับของนาง
นางผลักเย่หวงจนแผ่นหลังชิดติดผนังรถ แล้วใช้ขาก่ายทับตักของเขาไว้ ล็อกไม่ให้หนี
"รู้ความลับของพี่สาวแล้ว... ต้องจ่ายค่าปิดปากนะ รู้ไหม?"
มือเรียวเลื้อยต่ำลงไปที่หน้าท้องแกร่ง ผ่านมัดกล้ามเนื้อ และหยุดอยู่ที่เข็มขัด
"แล้วเจ้าล่ะ... จะตอบแทนความหวังดีของพี่ซูเม่ยคนนี้อย่างไรดี? ให้พี่สาว 'กิน' เจ้าตอนนี้เลยดีไหม? ข้าชักจะอดใจไม่ไหวแล้วสิ..."
นางก้มลงมา ริมฝีปากอุ่นร้อนขบเม้มที่ใบหูของเขา
"ร่างกายของเจ้าน่ากินไปทั้งตัว... โดยเฉพาะกลิ่นอายของเจ้า มันช่างหอมหวานยั่วยวนนัก..."
เย่หวงเหงื่อแตกพลั่ก ดาเมจความยั่วยวนของซูเม่ยรุนแรงและดิบเถื่อนกว่าฉินฮวาหลายเท่า นี่ไม่ใช่แค่การยั่วเล่นๆ แต่นางเอาจริง! นางพร้อมจะ 'กลืนกิน' เขาจริงๆ ทั้งวิญญาณและร่างกาย!
"ด...เดี๋ยว! ใจเย็นครับ! บนรถม้ามัน... มันโคลงเคลง! ไม่สะดวก!"
"ถึงสำนักกระบี่เมฆาแล้วขอรับ นายหญิง!" เสียงตะโกนของคนขับรถดังขัดจังหวะนรกแตกพอดิบพอดี!
กึก! รถม้าหยุดลงกระทันหัน ซูเม่ยชะงัก ริมฝีปากที่กำลังจะประทับจูบหยุดห่างจากปากเย่หวงเพียงเสี้ยวลมหายใจ นางจิ๊ปากอย่างขัดใจ ใบหน้าฉายแววหงุดหงิดสุดขีด
"ชิ... ตาแก่นี่ ขัดจังหวะได้โล่จริงๆ..."
นางผละออกจากเย่หวงอย่างอ้อยอิ่ง จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ ภายในเสี้ยววินาที สีหน้าของนางก็เปลี่ยนจาก 'นางมารยั่วยวน' กลับมาเป็น 'พี่สาวแสนดี' พร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ถึงแล้วจ้ะ... ลงไปได้แล้วเด็กดี" นางใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเย่หวงเบาๆ
"ไว้เจอกันใหม่นะ... ว่าที่ศิษย์น้อง และ 'ว่าที่สามี' ของข้า"
เย่หวงรีบตะเกียกตะกายลงจากรถม้าราวกับหนีตาย หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบทะลุอก เขายืนหอบหายใจ มองดูรถม้าสีม่วงเคลื่อนตัวจากไปในความมืดจนลับสายตา
"เกือบไปแล้ว... วันนี้มันวันบ้าอะไรกันเนี่ย! เจอจิ้งจอกแดงในหอประมูล ตกเย็นเจอแมงป่องพิษม่วงดักฉุด..."
เขายกมือทาบอก พยายามสงบสติอารมณ์
"แถมพลังจริงของซูเม่ยยังระดับปฐพี... โลกใบนี้มันอันตรายกว่าในเกมเป็นร้อยเท่า!"
เขาก้มมอง ป้ายทองคำ 'ซู' ในมือ แววตาค่อยๆ เปลี่ยนจากความตื่นตระหนก เป็นความมุ่งมั่นและเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง
"แต่ข้อมูลที่ได้มาคุ้มค่า... สำนักกระบี่มารโลหิตจ้องเล่นงานข้าสินะ"
เย่หวงกำป้ายแน่นจนขึ้นข้อขาว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ดี... ถ้ากล้าเข้ามา ก็เตรียมตัวกลายเป็น EXP ให้ข้าได้เลย!"
"ข้าจะใช้พวกเจ้า เป็นบันไดเหยียบย่ำขึ้นไปสู่จุดสูงสุดเอง!"
เขาหันหลังเดินกลับเข้าประตูสำนักกระบี่เมฆา เงาของเขาที่ทอดยาวใต้แสงจันทร์ดูใหญ่โตและน่าเกรงขามกว่าที่เคย...
การเตรียมตัวจบสิ้นลงแล้ว... พรุ่งนี้คือวันออกเดินทางสู่สนามรบที่แท้จริง!