“งั้นเข้าเื่เลยก็แล้วกัน งานที่ข้าจะให้เ้าไปทำก็คือ ตามหาร่องรอยของท่านกุนซืออ้วนชาง เ้าทำได้ใช่มั้ย” แม่ทัพฉินชางรีบถาม
“ข้าทำได้เพียงไปชิงลายแทงที่อยู่ท่านกุนซือ แต่ไม่อาจตามตัวกุนซือมาให้ท่านได้” ลี่หวินกล่าว
“น้ำเสียงแบบนี้เ้ารู้จักท่านกุนซือ แล้วรู้จักได้อย่างไร” แม่ทัพสังเกตสีหน้า
“ข้ารู้จักท่านกุนซือ ก็เพราะ ท่านกุนซือเป็สหายของหมอเทวดาเสี่ยวอี้ ซึ่งท่านหมอเป็อาจารย์ของข้าเอง” ลี่หวินแสดงสีหน้าเศร้าหมอง
“งั้นเ้าก็มีวิชาหมอ ว่าแต่ทำไมเ้าถึงไม่เป็หมอรักษาคนล่ะ มาพายเรือแบบนี้ทำไม” แม่ทัพสงสัย
“งานพายเรือเป็งานบังหน้า ส่วนงานสืบข่าวต่างหากเป็อาชีพหลัก งานนี้รายได้ดีกว่าเป็หมอตั้งเยอะ” ลี่หวินกล่าว
“แสดงว่าเ้า้าอัฐ” แม่ทัพกล่าว
“ใช่ แล้วงานนี้ท่านต้องจ่ายข้าร้อยตำลึงด้วย” ลี่หวินรีบเสนอค่าจ้าง
“เื่นั้น เ้าไม่ต้องเป็ห่วง” แม่ทัพทราบอยู่แล้วว่านางคิดค่าจ้างแพงหูฉี่
“วันพรุ่งนี้ข้าจะนำลายแทงมาให้ท่านเอง ไม่ต้องส่งใครไปรับข้าล่ะ” ลี่หวินกล่าว
“เ้ากลัวเฉียนฟงงั้นสิ” แม่ทัพกล่าวอย่างรู้ทัน
“เปล่า ข้าก็แค่ไม่ชอบขี้หน้าเขา ถ้าท่านรู้จักชื่อเสียงของข้า ท่านก็ต้องรู้ว่าข้าทำงานตามอารมณ์ หากใครกวนอารมณ์ข้ามากๆ ข้าก็จะยกเลิกงานนั้นเสียดื้อๆ” ลี่หวินกล่าว
“เอาล่ะ แล้วแต่เ้าเลยก็แล้วกัน เจอกันวันพรุ่งนี้” แม่ทัพกล่าวพร้อมกับถอนหายใจที่เขาต้องมาเจอคนแปลกๆ ตั้งมากมาย
“งั้นข้าขอลา” ลี่หวินคารวะ แล้วจากไปทันที
******************************************
ด้วยความที่เฉียนฟงอยากรู้ว่าลี่หวินทำงานยังไง เขาจึงแอบติดตามหญิงสาวไป
ลี่หวินไม่ได้ไปที่ท่าเรือ แต่ไปที่ป่าแห่งหนึ่ง นางเด็ดใบไม้ใบหนึ่งแล้วเป่าเป็เพลงเพื่อเป็สัญญาณไว้เรียกพรรคพวก
ชายชุดดำทั้งห้าออกมาทันที ทั้งหมดยอมคุกเข่าให้กับนางเพราะนางเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต
“พวกท่านรีบลุกขึ้นเถิด” ลี่หวินกล่าว
“ท่านหมอ้าให้พวกเราทำอะไร” ชายผู้หนึ่งถาม
“ข้าอยากให้พวกท่านไปชิงลายแทงที่อยู่ท่านกุนซืออ้วนชางมาจากเศรษฐีปิศาจกระบือ พวกท่านทำได้หรือไม่” ลี่หวินถาม
“พวกเราทำได้ แต่ค่าตอบแทนสูงหน่อยนะท่านหมอ” ชายอีกคนกล่าว
“เื่นั้นไม่ต้องห่วง ร้อยตำลึงเป็ไง” ลี่หวินยอมจ่ายค่าจ้างทั้งหมดให้พวกเขา
“ได้ พวกเราจะรีบดำเนินการเดี๋ยวนี้” ชายคนที่สามรับคำ
“ระวังตัวด้วย” ลี่หวินกล่าวเตือนเพราะยังไงเศรษฐีก็เป็ปิศาจ
ชายทั้งห้ารีบไปดำเนินการขโมยลายแทงให้ทันที
เมื่อเฉียนฟงเห็นวิธีการดำเนินงานของนาง เขาจึงรีบกลับไปที่โรงเตี๊ยม แต่ทว่าอยู่ดีๆ อสูรหมาป่าทั้งสิบซึ่งบัดนี้พวกเขามีรูปร่างเป็หมาป่าทั่วไป ก็มารายล้อมตัวเขา
“้าอะไรไม่ทราบ” เฉียนฟงรีบถาม
“ขอโทษด้วยนายน้อย พวกเราได้รับคำสั่งจากนายใหญ่ให้มากำจัดท่าน” หมาป่าตัวหนึ่งกล่าว
“พี่ข้า้ากำจัดข้างั้นสิ” เฉียนฟงนึกเสียใจที่พี่ชายเกลียดตนมากขนาดนี้
“ใช่แล้ว อภัยให้พวกเราด้วย” หมาป่าอีกตัวกล่าว
“555 พวกเ้ามีปัญญาฆ่าข้าได้งั้นหรือ” เฉียนฟงแสดงสีหน้าอำมหิต
หมาป่าทั้งสิบแปลงกายเป็มนุษย์หมาป่า พวกมันเดินแบบมนุษย์ต่อสู้กับเฉียนฟงอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความที่อสูรมีพละกำลังสูงมาก ทำให้เฉียนฟงต้องแปลงกายเป็มนุษย์หมาป่าเพื่อต่อสู้กับพวกมันด้วยเช่นกัน
แม้เฉียนฟงจะโดนรุม แต่เขาก็มีชั้นเชิงการต่อสู้เหนือกว่าศัตรูอย่างมาก แต่ทว่าเฉียนฟงก็าเ็ไม่ใช่น้อย เมื่ออสูรหมาป่าทั้งสิบสู้ไม่ได้ก็เลยพากันหนีกลับไปตั้งหลัก
เฉียนฟงเหนื่อยล้าจากการต่อสู้อย่างมาก เขายังไม่มีพลังแปลงกายกลับมาเป็มนุษย์ ทำให้ตอนนี้ทำได้เพียงแปลงกายเป็ลูกสุนัขตัวนึงเท่านั้น เพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่พบเห็นพากันแตกตื่นเมื่อเจอเขา
******************************************
ลี่หวินมัวแต่เก็บสมุนไพรในป่ายังไม่กลับที่พักทันที นางเดินไปพบลูกสุนัขาเ็กำลังนอนหายใจอย่างรวยริน นางจึงเดินเข้าไปช่วยด้วยการนำผ้าเช็ดหน้าพันาแเพื่อห้ามเืให้
“เ้าไม่ต้องกลัวนะหมาน้อย ข้าจะรักษาให้เ้าเอง” ลี่หวินอุ้มลูกหมาอย่างเบามือ
เฉียนฟงใที่เห็นลี่หวิน แต่ก็ยอมตามน้ำไปก่อน เพื่อไม่ให้ลี่หวินใกลัวเขา และแล้วเฉียงฟงก็สามารถล่วงรู้ที่อยู่ที่แท้จริงของลี่หวิน นางพักอยู่ที่กลางป่า รอบบ้านปลูกพืชสมุนไพรไว้มากมาย
ลี่หวินรีบนำยามาประคบเพื่อรักษาาแให้กับหมาน้อย พร้อมกับลูบที่หัวมันอย่างเอ็นดู
“เ้านี่ช่างน่ารักเสียจริง แต่ดูแล้ว เ้าเป็ลูกหมาป่า ข้าคงเลี้ยงเ้าไว้ไม่ได้ น่าเสียดายจริงๆ งั้นเ้านอนพักตรงนี้ไปก่อนนะ” ลี่หวินพูดกับมันอย่างกับว่ามันเข้าใจภาษามนุษย์
“ท่านหมอครับ ท่านหมอ ช่วยลูกข้าด้วย ลูกข้ามีไข้สูงมากเลย” ท่านลุงในหมู่บ้านรีบมาตามหมอลี่หวิน
“งั้นรีบไปกันเถอะ ท่านลุง” ลี่หวินรีบหยิบพืชสมุนไพรที่จำเป็ พร้อมกับรีบตามท่านลุงหยงไป เพราะเป็คนกันเองเลยไม่ต้องระแวงอะไร
ในระหว่างที่หมอหญิงจากไป จึงเป็โอกาสที่เฉียนฟงจะแปลงกายกลับมาเป็มนุษย์ เพราะตอนนี้พลังของเขาฟื้นกลับมาแล้ว เฉียนฟงกล่าวพึมพำว่า “ที่แท้เ้าก็เป็หมอ ว่าแต่ทำไมไม่ยึดอาชีพหมอเสียเลยล่ะ” จากนั้นเขาก็รีบจากไปทันที
******************************************
วันถัดมา ตามเวลานัดหมาย ลี่หวินนำลายแทงมามอบให้กับท่านแม่ทัพฉินชางที่โรงเตี๊ยม
“นี่หรือ คือลายแทงที่ว่า ใช่ของจริงแน่หรือ” ท่านแม่ทัพคลี่ลายแทงออกมาดู เห็นว่ามันว่างเปล่าเลยรีบถาม
“ใช่ เป็ของจริงอย่างแน่นอนค่ะ” ลี่หวินมั่นใจเพราะลูกน้องไม่เคยทำงานพลาด
“แต่ทำไมลายแทงนี้กลับไม่มีตัวอักษรหรือว่าภาพวาดใดๆ เลยล่ะ” แม่ทัพส่งลายแทงให้ลี่หวินดู
“นั่นสิ ทำไมล่ะ” ลี่หวินเห็นแล้วก็สงสัยเช่นกัน
“เฮ้อ งั้น ก็ถือว่าเ้าทำงานไม่สำเร็จ เพราะยังไงก็ยังไม่รู้ที่อยู่ของท่านกุนซือ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ช้าก่อนท่านแม่ทัพ เพื่อนข้าอาจช่วยท่านได้” ลี่หวินเสนอหนทาง
“เพื่อนเ้าเป็ใคร แล้วจะช่วยได้อย่างไร” ท่านแม่ทัพสงสัย
“นางคือฉู่หลาน นางเป็นักล่าสมบัติและนางก็เชี่ยวชาญด้านลายแทง ข้าจะพาพวกท่านไปพบนาง” ลี่หวินรีบอธิบายเพราะกลัวไม่ได้ค่าจ้าง
“งั้นก็ได้ แต่ต้องตกลงกันก่อน หากฉู่หลานช่วยอะไรไม่ได้ เื่อัฐร้อยตำลึงถือเป็โมฆะ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ข้ามั่นใจในฝีมือของนาง ท่านเตรียมอัฐมาให้พร้อมก็แล้วกัน” ลี่หวินกล่าวอย่างมั่นใจ
“งั้นพวกเราไปกันเถอะ” ท่านแม่ทัพกล่าวเพราะใจร้อน อยากรีบตามหาท่านกุนซือ
ลี่หวินเดินออกมาจากห้องพร้อมกับท่านแม่ทัพ แล้วเดินไปที่กลุ่มทหารเพื่อเตรียมออกเดินทาง
“นางจะไม่พาพวกเราหลงทางหรอกใช่มั้ย” เฉียนฟงกล่าวอย่างไม่เชื่อถือในตัวสาวน้อย
“เมื่อไหร่ท่านจะเลิกปากเสีย เสียทีห๊า” ลี่หวินเริ่มโมโห
“เอาน่าอย่าทะเลาะกันเลย รีบไปกันเถอะ” แม่ทัพรีบปราม
ลี่หวินจึงนำทางเข้าไปในป่า พร้อมกับหยิบใบไม้เพื่อเป่าเพลง (คนละเพลงกับที่ใช้เรียกลูกน้องทั้งห้า) เพื่อเป็สัญญาณใช้เรียกเพื่อน
ฉู่หลานรีบปรากฏตัวทันที
“มีอะไรให้ข้ารับใช้งั้นหรอ หมอลี่หวิน” ฉู่หลานแกล้งทำเป็คารวะเพื่อน
“เลิกล้อข้าเล่นได้แล้ว ฉู่หลาน ท่านนี้คือท่านแม่ทัพฉินชาง ผู้นำกลุ่มต้านอสูรพยัคฆ์” ลี่หวินรีบแนะนำ
“ข้าขอคารวะท่าน ข้าได้ยินชื่อเสียงท่านมานานแล้ว” ฉู่หลานชื่นชมในตัวท่านแม่ทัพเพราะท่านเป็ผู้มีคุณธรรม
“อย่าได้พิธีรีตองเลยนะ พวกเรามีเื่ที่จะให้เ้าช่วยจริงๆ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ท่านว่ามาเถิด” ฉู่หลานยอมช่วยด้วยความเต็มใจ
“นี่คือลายแทงที่อยู่ท่านกุนซือ มันเป็ของจริงหรือไม่ และทำไมมันถึงว่างเปล่าแบบนี้ล่ะ” แม่ทัพมอบลายแทงให้กับฉู่หลาน
“กล่องใส่ล่ะคะ” ฉู่หลานถามหากล่องบรรจุลายแทง
“อยู่นี่ไงแม่นาง” ทหารคนสนิทรีบส่งกล่องทรงกระบอกให้
ฉู่หลานแกะกล่องทรงกระบอกออกมาก็พบว่ามีลายแทงอีกผืนหนึ่งติดกับด้านในตัวกล่อง และลายแทงผืนนั้นก็มีภาพปรากฏเป็แผนที่
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามีลายแทงอีกผืน” แม่ทัพสงสัย
“ข้าไม่รู้หรอก แต่พอเห็นลายแทงผืนเปล่านี้แล้ว ข้าก็เลยเดาว่ามันมีไว้สำหรับหลอกคนอื่นเท่านั้น” ฉู่หลานกล่าวจากประสบการณ์เท่านั้น
“ในที่สุดก็มีแผนที่ไปพบท่านกุนซือแล้ว” ทหารนายนึงกล่าวด้วยความดีใจ
“แต่แผนที่นี้ช่างซับซ้อนยิ่งนัก” แม่ทัพไม่สามารถแกะลายแทงได้
“ข้าพอแกะลายแทงได้ งั้นให้ข้านำทางให้พวกท่านเถิด” ฉู่หลานรีบเสนอ
“เ้า้าอัฐเท่าไหร่ล่ะ” แม่ทัพรีบถาม
“ข้านับถือท่าน ข้าอาสานำทางให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน” ฉู่หลานกล่าว
ทุกคนมองมาที่ลี่หวินเป็ตาเดียว
“อะไร จะบอกว่าทำไมข้ากับเพื่อนถึงได้แตกต่างกันอย่างงั้นสิ” ลี่หวินอ่านสายตาทุกคนออก
“เอาเถอะ พวกข้าไม่กล้าว่าเ้าหรอกลี่หวิน งั้นพวกเรารีบออกเดินทางไปหาท่านกุนซือกันเถอะ” แม่ทัพรีบตัดบท
“เสร็จธุระของข้าแล้ว งั้นข้าขอตัว” ลี่หวินกล่าว
“ไม่ได้ลี่หวิน เ้าต้องไปด้วย” ฉู่หลานกล่าว
“ทำไมล่ะ ข้าไปก็เป็ตัวถ่วงพวกท่านเปล่าๆ” ลี่หวินสงสัย
“จากลายแทงนี้ แสดงว่ามันมีกับดัก ต้องมีผู้ได้รับาเ็ พวกเรา้าหมอ” ฉู่หลานกล่าวจากประสบการณ์
“ข้าไม่ใช่หมอ” ลี่หวินรีบปฏิเสธ
“เดี๋ยวข้าจ่ายเพิ่มให้อีกห้าสิบตำลึง ตกลงมั้ย” แม่ทัพรีบเสนอค่าจ้างเพิ่ม
“ค่อยลื่นหูหน่อย ไปกันเถอะ” ลี่หวินเปลี่ยนน้ำเสียงแล้วเดินนำหน้าทุกคนไปทันที
ทุกคนพากันส่ายหน้าให้กับลี่หวินพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
******************************************
ท่านแม่ทัพ ลี่หวิน ฉู่หลาน องครักษ์เฉียนฟง พร้อมกับทหารอีกห้านาย ร่วมกันออกเดินทางเข้าไปในป่าตามแผนที่ในลายแทง โดยมีฉู่หลานเป็ผู้นำ
ด้วยความที่ฉู่หลานเชี่ยวชาญเดินป่า ทุกคนจึงเดินทางด้วยความราบรื่น แต่ทว่าก็มาถึงจุดอันตราย
“ทุกคนหยุดก่อน บริเวณนี้แหละที่มีกับดัก ขอข้าอ่านแผนที่ดีๆ ก่อน” ฉู่หลานห่วงความปลอดภัยของทุกคน
ลี่หวินเดินเข้าไปหาฉู่หลาน พร้อมกับรีบเสนอ “ในเมื่อท่านเฉียนฟงเป็ผู้มีวรยุทธ์สูง ก็ให้ท่านเป็ผู้ทดสอบกับดักสิ”
“มันอันตรายเกินไปนะลี่หวิน” ฉู่หลานรีบท้วง
“มันเป็การดูถูกฝีมือท่านเฉียนฟงนะฉู่หลาน อย่าพูดอย่างนั้นสิ” ลี่หวิน้าแกล้งชายไร้ใจผู้นั้น
“งั้นข้าจะทดสอบเอง จะได้รู้ด้วยว่าตรงไหนมีกับดัก ตรงไหนปลอดภัย” เฉียนฟงรีบอาสาเพราะไม่อยากเสียเวลา
“ต้องขอบคุณท่านแล้ว” ลี่หวินทำท่าคารวะเฉียนฟงอย่างกวนๆ
“ระวังตัวด้วย เฉียนฟง” แม่ทัพกล่าวด้วยความเป็ห่วง
เฉียนฟงพยักหน้าให้กับท่านแม่ทัพ
เมื่อเฉียนฟงเดินไปตามทางข้างหน้าแต่ทว่าแทบเกือบทุกจุดมีกับดักทั้งสิ้น จุดแรกมีหลุมหอก จุดสองมีก้อนหิน จุดสามมีลูกธนูยิงใส่ และอาวุธอีกนานัปการที่โหมจู่โจมมาที่ครึ่งอสูร แต่ทว่าเฉียนฟงก็สามารถหลบอาวุธได้อย่างรวดเร็ว จนทุกคนแทบอึ้งในฝีมือครึ่งอสูรนั่น จนกระทั่งเขาสามารถผ่านไปถึงจุดปลอดภัย
ดังนั้นหลังจากนั้นทุกคนจึงค่อยๆ เดินไปตามทางที่ไม่มีกับดัก เพราะเฉียนฟงได้ทำการเผยให้รู้แล้วว่าตรงไหนบ้างที่มีกับดัก และแล้วทุกคนก็เดินไปถึงจุดที่ปลอดภัย
ลี่หวินเริ่มรู้สึกผิดที่เป็ต้นเหตุที่ทำให้เฉียนฟงาเ็ ด้วยความเป็หมอ นางเลยรีบอาสารักษาาแให้กับเฉียนฟง
“ข้าไม่เป็ไร เ้าไม่ต้องยุ่ง” เฉียนฟงรีบปฏิเสธ
“เอาเถอะ ข้าไม่คิดเงินหรอก และอีกอย่างพวกเราต้องรีบเดินทางอีกไกล ท่านจะได้ไม่ต้องเป็ตัวถ่วงไง” ลี่หวินกล่าว
“ว่าไงนะ” เฉียนฟงเริ่มไม่พอใจที่กล้าว่าเขาเป็ตัวถ่วง
ลี่หวินไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นางมุ่งแต่นำยาสมุนไพรมาประคบให้กับเฉียนฟง แต่แล้วนางเริ่มสังเกตเห็นว่าาแหายเองได้
ลี่หวินใเลยเผลอทำกล่องยาตกกระจาย ลี่หลินโวยวายด้วยความใ “ท่าน ท่าน ท่านไม่ใช่คนนี่”
“แล้วไง เ้าจะบอกทุกคนงั้นสิ” เฉียนฟงกล่าวอย่างนิ่งสงบ
“ใช่ ท่านต้องมีแผนการกำจัดพวกเราแน่ๆ ข้าจะฟ้องท่านแม่ทัพ” ลี่หวินกล่าว
“เชิญ” เฉียนฟงยังคงนิ่งและพูดอย่างเ็า
แม้ลี่หวินจะแปลกใจที่เห็นเฉียนฟงวางเฉย แต่นางก็รีบวิ่งไปหาแม่ทัพพร้อมกับรีบกล่าวเื่ที่รู้มาทันที
“เฉียนฟงไม่ใช่คนนะคะ ท่านแม่ทัพ” ลี่หวินรีบฟ้อง
<<<<<<<<<<< ทุกคนเงียบ และไม่มีใครพูดอะไรเลยสักคำ
“หมายความว่ายังไง ทำไมทุกคนถึงวางเฉย” ลี่หวินแปลกใจ
“ข้าขอโทษเ้าก็แล้วกัน ข้าลืมบอกเ้าไปว่าเฉียนฟงเป็ครึ่งอสูรหมาป่า” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ว่าไงนะ เขาเป็ครึ่งอสูร” ลี่หวินใเพราะเห็นฝีมือเขาแล้วไม่น่าเป็แค่ครึ่งอสูร
“ใช่แล้วล่ะ แล้วข้าก็เป็ขอให้เขาช่วยข้ากำจัดมารพยัคฆ์เอง” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ทำไมถึงไปพึ่งพาครึ่งอสูรล่ะคะ ท่านไม่กลัวเขาทรยศงั้นหรือ” ลี่หวินไม่เชื่อใจเฉียนฟง
“ข้ามองออกว่าเฉียนฟงไม่ทรยศข้าอย่างแน่นอน” ท่านแม่ทัพไว้ใจครึ่งอสูร
“ท่านประมาทเกินไป ท่านแม่ทัพ” ลี่หวินกล่าว
“เอาเถอะ พวกเราเดินทางกันต่อเถอะนะ ไม่งั้นมันจะค่ำเสียก่อน” ท่านแม่ทัพตัดบท
ลี่หวินมองไปที่ครึ่งอสูรอย่างระแวง แต่ท่าทีของเฉียนฟงกลับเฉยและเดินนำหน้าเธอไปอย่างไม่สนใจ ในใจลี่หวินคิดว่า “ข้าจะเปิดโปงท่านให้ได้ ท่านต้องมีแผนการอย่างแน่นอน เฉียนฟง”
และแล้วทุกคนก็เดินทางมาถึงที่หมายเสียที ตรงหน้าพวกเขาเป็กระท่อมที่อยู่อย่างเรียบง่าย รอบนอกมีการปลูกผัก เลี้ยงไก่อย่างชาวบ้านธรรมดา
ท่านแม่ทัพกำลังเดินเข้าไปที่กระท่อมหลังนั้น แต่กลับมีเสียงะโว่า “พวกท่านกลับไปเสียเถอะ ยังไงข้าก็ไม่ทำงานให้ท่านหรอกท่านแม่ทัพฉินชาง”
ทุกคนพากันแปลกใจว่าเหตุใดกุนซือถึงรู้ว่าเป็ท่านแม่ทัพ
ดังนั้นท่านแม่ทัพจึงสั่งให้ทุกคนรออยู่ด้านนอก ส่วนตัวท่านแม่ทัพเดินเข้าไปในกระท่อมแต่เพียงผู้เดียว
“มันอันตรายเกินไปนะครับ” ทหารนายหนึ่งกล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ข้ามั่นใจว่า กุนซือไม่คิดฆ่าข้าหรอก พวกท่านไม่ต้องห่วง” แม่ทัพกล่าว
ทุกคนเลยยอมทำตามคำสั่ง โดยปล่อยให้ท่านแม่ทัพเข้าไปในกระท่อมตามลำพัง แต่ทว่าหลังจากที่ท่านเข้าไป มันเป็เวลาที่ยาวนานมากถึงหกชั่วยาม ทุกหนึ่งชั่วยามทหารจะพยายามเข้าไปดูท่านแม่ทัพ แต่เวลาที่ก้าวเข้าไปทีไร จะมีเสียงของท่านแม่ทัพะโห้ามปรามเสมอ เมื่อถึงเที่ยงคืน ท่านแม่ทัพกับกุนซือก็เดินออกมาพร้อมกัน พร้อมกับกล่าวว่า
“ข้าเล่นหมากรุกกับท่านแม่ทัพ และข้าก็เป็ฝ่ายพ่ายแพ้ ดังนั้นข้ายินดีจะทำงานให้ท่านแม่ทัพ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ” กุนซืออ้วนชางประกาศตัวทำงานให้กับท่านแม่ทัพ
ทุกคนพากันคารวะท่านกุนซือ เพราะท่านเป็ผู้าุโ
“เอาล่ะทุกคนคงจะง่วงนอนกันแล้ว ให้ผู้หญิงนอนข้างใน ส่วนพวกเรานอนข้างนอกกันเถอะนะ” แม่ทัพกล่าว
“งั้นข้าจะปรุงยากันยุงและแมลงให้ก็แล้วกัน” ลี่หวินสงสารเลยเป็ฝ่ายเสนอ
“ขอบคุณมาก หลานลี่หวิน ไม่เจอกันนานเลยนะ ั้แ่อาจารย์เ้าเสียชีวิตคราวนั้น” กุนซืออ้วนชางกล่าวทัก
ลี่หวินแสดงสีหน้าเศร้าหมอง แต่นางก็รีบกลบเกลื่อนเพราะไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของนาง “งั้นข้าขอตัวปรุงยาก่อนก็แล้วกัน พวกท่านจะได้นอนสบาย”
“งั้นเดี๋ยวข้าไปช่วย” ฉู่หลานรีบเดินตามลี่หวินไป
พวกผู้ชายจึงนอนพักอยู่นอกกระท่อม เพราะกระท่อมหลังเล็กมาก พักได้เฉพาะผู้หญิงสองคนเท่านั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น ท่านกุนซือแนะนำให้ออกตามหานักดาบลือชื่อ….