"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับศิษย์น้องเทียนหรือ ช่วยเล่าให้พวกข้าทั้งสองคนฟังได้รึเปล่า?"เซียวปิงหยวนเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ก็ไม่มีอะไรมากหรอกศิษย์พี่เซียว"
เทียนฉินตอบกลับมาพร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขาพึ่งมาถึงเมืองยี่เป่ย พร้อมกับเฟยลี่และจิงอี้หลาน ว่ามีต้นสายปลายเหตุเกี่ยวข้องกับตระ
กูลหุยอย่างไร
"เป็นแค่ตระกูลเล็กๆตระกูลหนึ่งกลับมาดูถูกคนของนิกายเพลิงอัคคีอย่างนั้นรึ?"ล่งฉินจ้าวเอ่ยออกมาด้วยความโมโหหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากเทียนฉิน
"ศิษย์น้องเทียนรอพวกข้าสองคนจัดการเรื่องส่วนตัวสักครู่หนึ่งก่อน"
"จากนั้นพวกเราค่อยไปที่ตระกูลหุยนั่นพร้อมกันเถอะ!"
เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาอย่างสบายๆ ที่จริงแล้วเรื่องของตระกูลหุยไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่าอย่างไรพวกเขาทั้งสามก็สามารถปราบคนทั้งตระกูลหุยนั้นได้ทั้งหมดอยู่แล้ว
"ใช่แล้ว!เจ้ารอพวกข้าก่อนเถอะ!"ล่งฉินจ้าวเอ่ยสำทับมาอีกรอบ
"ตกลงตามนั้นก็ได้!"เทียนฉินคิดอยู่ไม่นานก็เอ่ยตอบกลับไป
"ดี!"
"ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเถอะ!"เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาก่อนเดินนำทั้งสองคนไปตามร้านค้าต่างๆ
"แต่ว่าข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าศิษย์น้องเทียนจะรู้จักกับศิษย์น้องเฟยและศิษย์น้องจิงได้"ล่งฉินจ้าวที่เดินตาหลังหันมาเอ่ยกับเทียนฉินต่อ
"ที่จริงข้าก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับทั้งสองสาวนั้นหรอก"
"เพียงแค่มาทำภารกิจร่วมกันเท่านั้นเอง!"เทียนฉินเอ่ยตอบกับไป
"อ่อ!"
"ถ้าอย่างนั้นเจ้าคงไม่รู้สินะว่าทั้งสองคนนั้นมีเบื้องหลังที่ดีขนาดไหน?"ล่งฉินจ้าวเอ่ยออกมาด้วยเสียงเบา
"ข้ารู้เพียงแต่ว่าจิงอี้หลานเป็นศิษย์ส่วนตัวของอาวุโสเม่ยรู่ชิงเท่านั้นเอง!"เทียนฉินเอ่ยตอบกับมาตามตรง
"อ่อ! เจ้าก็มีความรู้เหมือนกันนี่!"
"แต่เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าศิษย์น้องเฟยเป็นลูกศิษย์ของผู้อาวุโสท่านใด?"ล่งฉินจ้าวยังเอ่ยถามออกมาไม่หยุด
"เรื่องนี้คงต้องรบกวนศิษย์พี่ล่งช่วยบอกแก่ข้าแล้ว"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้สนใจสักเท่าไรนัก
"ที่จริงแล้วศิษย์น้องเฟยก็เป็นลูกศิษย์ส่วนตัวของอาวุโสเม่ยรู่ชิงเหมือนกัน!"
"เพียงแต่ว่านางยังมีฐานะเป็นถึงลูกสาวของตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงอีกด้วย!"
ล่งฉินจ้าวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีแต่ความชื่นชม
"เป็นถึงลูกคุณหนูเลยอย่างนั้นรึ?"
เทียนฉินหยุดชะงักทันทีที่ได้ยินเรื่องราวของเฟยลี่ อันที่จริงเขาไม่ได้สนใจเรื่องของทั้งสองสาวเท่าไรนัก แต่พอมาได้รู้แล้วก็อดที่จะไม่สนใจไม่ได้ ยิ่งได้ยินน้ำเสียงที่ล่งฉินจ้าวเอ่ยออกมาด้วยความชื่นชม พลันคิดไปอีกอย่างหนึ่งว่าศิษย์พี่ล่งของเขาคนนี้เกิดสนใจในตัวของเฟยลี่เป็นแน่แท้
"หรือว่าศิษย์พี่ล่งสนใจแม่นางเฟยลี่อย่างนั้นรึ?"เทียนฉินเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
"อะแฮ่ม!"
"เอ่อ! เรื่องนี้เจ้าอย่าไปกล่าวให้ผู้อื่นฟังเด็ดขาดเชียวนะ!"ล่งฉินจ้าวเอ่ยออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก
"อ่อ!"
เทียนฉินได้ยินดังนั้นก็พอที่จะเดาได้แล้วว่า อันที่จริงคงเป็นศิษย์พี่ล่งเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นที่สนใจในตัวเฟยลี่ โดยที่
เฟยลี่ไม่ได้รับรู้อะไรไปด้วยเลย
เพียงไม่นานทั้งสามก็ได้มาถึงร้านค้าร้านหนึ่ง หลังจากจัดการเรื่องส่วนตัวกันเรียบร้อยดีแล้ว เทียนฉินและศิษย์พี่ทั้งสองก็ได้มุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของตระกูล
หุยต่อทันที
ตระกูลหุยเป็นตระกูลที่เก่าแก่ตระกูลหนึ่งในเมืองยี่เป่ย มีความสามารถในเรื่องของการค้าเป็นอย่างมากจนทำให้ตระกูลเติบโตขึ้นมาอย่างยาวนาน
มิหนำซ้ำยังจ้างผู้ฝึกฝนอิสระมาคอยดูแลกิจการต่างๆ ทำให้อิทธิพลของตระกูลแผ่ขยายไปอย่างกว้างขวาง และเหตุผลนี้เองดูเหมือนว่าตระกูลหุยจะมีอำนาจครอบคลุมอิทธิพลเกือบครึ่งหนึ่งของเมืองยี่เป่ย
ด้านหน้าคฤหาสน์ของตระกูลหุยในวันนี้ มีชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีแดงเพลิงยืนอยู่เรียงกันทั้งสามคน เทียนฉินเงยหน้ามองดูแผ่นป้ายขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่ด้านบน หลังจากใช้สายตากวาดมองเวรยามที่ยืนอยู่นอกประตูอย่างเฉยเมยแล้ว เขาก็ก้าวเท้าเดินเข้าประตูใหญ่
"ที่นี่คือจวนตระกูลหุย พวกเจ้าเป็นใครถึงได้กล้าบุกรุกเข้ามา!"
เวรยามทั้งสองคนที่เฝ้าประตูอยู่ย่อมไม่อาจให้คนแปลกหน้าบุกเข้าไปเช่นนี้ได้ พวกเขาจึงขวางประตูใหญ่ไว้ ก่อนตะโกนถามเทียนฉินอย่างเสียงดัง
"ไปบอกผู้นำตระกูลของเจ้าด้วยว่าข้าเทียนฉินศิษย์นิกายเพลิงอัคคีมาตามคำสัญญาที่ได้กล่าวเอาไว้แล้ว!"เทียนฉินเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบ
"ศิษย์นิกายเพลิงอัคคีอย่างนั้นรึ?"หนึ่งในสองเวรยามอุทานออกมาอย่างตกใจ
"เจ้ามีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์กันว่าเป็นศิษย์ของนิกายเพลิงอัคคี?"
ชายอีกคนกล่าวถามออกมาอย่างวางอำนาจ อย่างที่รู้ว่าอิทธิพลของตระกูล
หุยในเมืองยี่เป่ยนี้มีมากมายขนาดไหน และเวรยามเหล่านี้ก็พลอยมีหน้ามีตาตามไปด้วย ตอนนี้อยู่ๆ ก็มีชายหนุ่มเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้น ทั้งยังบุกรุกเข้ามาโดยที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ย่อมทำให้พวกเขารู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาเป็นธรรมดา
"นี้พวกเจ้าไม่ได้แหกตาดูชุดที่พวกข้าสวมใส่อยู่อย่างนั้นรึ?"ล่งฉินจ้าวที่ได้ยินดังนั้นจึงก้าวเดินเข้ามาหาพร้อมกับตะโกนถามกลับไปอย่างหงุดหงิด
"นี่เจ้าจะทำอะไร คิดว่าอ้างชื่อของนิกายเพลิงอัคคีแล้วข้าจะไม่กล้าทำอะไรรึ!"เวรยามคนแรกกล่าวออกมาอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน
"พวกเจ้าเอาป้ายหยกนี้ไปมอบให้กับผู้นำของเจ้า แล้วก็จะรู้ความจริงเองว่าพวกเราทั้งสามแอบอ้างมาหรือไม่!"เซียวปิงหยวนยื่นป้ายหยกประจำตัวของเขาให้หนึ่งในเวรยามนั้นก่อนเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น
"เอาเถอะ! พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะส่งป้ายหยกเข้าไปในจวนเดี๋ยวนี้!" เวรยามคนนั้นกล่าวด้วยใบหน้าดุร้าย แต่พอได้สัมผัสกับป้ายหยกนั้นกลับหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาในทันที
เวรยามของตระกูลหุยเหล่านี้ย่อมเคยได้พบกับผู้ฝึกฝนมาบ้างแล้ว พอได้สัมผัสถึงพลังในป้ายหยกนั้น ตัวเขาจะไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่คนธรรมดาได้อย่างไร
เทียนฉินจ้องมองเวรยามคนนั้นถือป้ายหยกเข้าประตูใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวเขาและศิษย์พี่ทั้งสองก็ยืนรอหน้าประตูอย่างเงียบๆ
เวลาผ่านไปเพียงไม่นานก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งรีบเดินออกมา ก่อนจะโค้งตัวกล่าวอย่างนอบน้อม
"เป็นคุณชายเทียนฉินนี่เองที่ให้เกียรติมีเยี่ยมเยียนตระกูลหุยถึงที่!"
"เป็นท่านเองหรอกรึ!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยตาที่เป็นประกาย เขาจะจำไม่ได้ได้อย่างไรว่าชายวัยกลางคนคนนี้ก็คือหุยฉือคนที่หุยเป๋อพามาหาเรื่องเขาที่กลางตลาดวันนั้นนั่นเอง
"คุณชายเทียนฉินอย่าได้ถือสาเวรยามทั้งสองคนนี้เลย!"
"เชิญเข้ามาพูดคุยกันในจวนดีกว่า!"
หุยฉือยังกล่าวเชิญชวนด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม
"พวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะศิษย์พี่ทั้งสอง!"เทียนฉินหันไปเอ่ยชวนทั้งสองก่อนก้าวเดินตามหลังหุยฉื่อเข้าไปด้านใน
"ศิษย์พี่อย่างนั้นรึ?"
"หรือว่าเป็นศิษย์ของอาวุโสเสิ้นจื่อเหมือนกัน?"
หุยฉื่อที่ได้ยินเทียนฉินเรียกชายอีกสองคนที่เหลือพึมพำออกมาอย่างตกใจก่อนรีบเดินนำเข้าไปในจวนอย่างประหม่า
"ตอนนี้ผู้นำตระกูลหุยของเราไปคุยธุระที่นอกเมือง แต่ข้าให้คนขี่ม้าเร็วไปแจ้งข่าวเรื่องที่คุณชายเทียนฉินมาเยี่ยมตระกูลแล้ว เชื่อว่าท่านผู้นำคงจะรีบกลับถึงจวนโดยเร็วแน่!"
หุยฉื่อพาเทียนฉินกับศิษย์พี่ทั้งสองมาที่ห้องรับรองได้ไม่นานก็กล่าวออกมาอย่างกังวล
"ผู้นำหุยไม่อยู่ที่จวนรึ?"
"แล้วตอนนี้ใครเป็นคนดูแลที่ตระกูลหุย
กัน?" เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
"เรียนตามตรง ตอนนี้อาวุโสหุยก่วงเป็นคนดูแลตระกูลอยู่ ซึ่งกำลังมาพบกับคุณชายในอีกไม่ช้าแล้ว!"หุยฉื่อกล่าวออกมาตามตรง
"อย่างนั้นรึ?"
"ตอนนี้ข้าไม่สนว่าใครจะเป็นคนดูแล
ตระกูลหุยอยู่ แต่ข้าหวังว่าอาวุโสหุย
ก่วงคนนั้นจะให้คำตอบที่ข้าพอใจได้อย่างยิ่ง!"
"มิเช่นนั้นแล้วตระกูลหุยอาจจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน!"เทียนฉินกวาดสายตามองหุยฉื่ออย่างเยือกเย็นก่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่
"คุณชายเทียนฉินวางใจเถอะ! อาวุโส
หุยก่วงต้องให้คำตอบที่น่าพอใจแก่คุณชายได้อย่างแน่นอน!" หุยฉื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปพลันตอบออกมาอย่างหวาดกลัว
เทียนฉินทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกแล้วก็ไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก เขานั่งลงแล้วจิบชาอย่างใจพลางมองสำรวจไปทั่วบริเวณ
จบตอนที่ 48