บทที่ 29 หนังสือเก่าจากพิม
สามโคกนี้ยังไม่ได้เป็นเมืองแต่เป็นหมู่บ้านหลายๆ หมู่บ้านอยู่ที่นี่และหมู่บ้านที่เจ้าเจ้าคุณถือครองศักดินาคือหมู่บ้านเล้าหมู มาทำความเข้าใจเรื่องศักดินากันก่อน ศักดินา" แปลว่า ศักดิ์ที่จะมีนา (จำนวนไร่) เป็นการจัดระเบียบสังคมและจำแนกคนออกเป็นกลุ่ม เช่น ไพร่ ขุนนาง เจ้านาย โดยไม่จำเป็นต้องถือครองที่ดินจริงๆ แต่ใช้เป็นเกณฑ์วัดฐานะ แต่ว่าท่านเจ้าคุณมีที่นาในหมู่บ้านเล้าหมูนี้จริงๆ ในจำนวน 10.000 และได้มาอีก 5.000 ไร่จากการซื้อที่ดินของพิมต้องเข้าใจว่าที่ดินตอนนี้มีหลายที่ที่ยังไม่มีเจ้าของเพราะตอนนี้กำลังฟื้นตัวจากสงครามรวมแผ่นดินขุนหลวงต้องการเงินมาพัฒนาประเทศจึงแบ่งขายที่ดินบางส่วนให้แก่ขุนนางและนำเงินไปใช้ส่วนด้านชาวบ้านเพื่อให้ประชาชนได้มีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ต้องรอในทางหลวงช่วยเหลือจึงแบ่งที่ดินอยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้แต่คนผู้นั้นต้องอยู่บนที่ดินที่เดิมเกินห้าปีเสียก่อนและแบ่งที่ดินทำกินให้ตามสมาชิกในครอบครัวหากต้องการเพิ่มก็ต้องซื้อเพิ่มเองส่วนคนที่อยู่ไม่ถึงห้าปีก็ซื้อในราคาครึ่งหนึ่งของที่ดิน กลับมาที่ท่านเจ้าคุณที่สามโคกนั้นมีทั้งหมดเจ็ดหมู่บ้านทว่าห่างไกลกันมากๆ จะมีสามหมู่บ้านที่ใกล้กันก็คงจะเป็นหมู่บ้านเล้าหมู่และอีกสองหมู่บ้านทว่าที่ดินของท่านเจ้าคุณกว้างใหญ่มากจึงทำให้อีกสองหมู่บ้านดูเหมือนอยู่ห่างไกลทั้งที่ติดกัน หมู่บ้านเล้าหมูมีบรรยากาศคล้ายจังหวัดน่านและกาญจนบุรีมากทั้งนี้อาจเป็นเพราะอากาศของไทยหนาวกระมังบรรยากาศมันถึงได้ดีแบบนี้ ที่หน้าทางเข้าหมู่บ้างมีถนนปูด้วยอิฐทอดยาวไปในหมู่บ้านสองข้างทางมีบ้านคนและแปลงผักมองไกลออกมาก็เป็นไร่นาสวนผลไม้และสวนผักรอบๆ เป็นภูเขาล้อมรอบมีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ท้ายหมูบ้านเมื่อเข้ามาได้สักพักก็จะพบบ้านท่านเจ้าคุณมีตั้งอยู่มีขนาดใหญ่มากมีสะพานข้ามไปเพราะมีทางน้ำอยู่ใต้สะพานน้ำพวกนี้ไหลมาจากบนภูเขา สะพานนี้กว้างมากรถม้าคันใหญ่วิ่งสวนกันก็ไม่มีปัญหาบ้านของท่านเจ้าคุณสร้างคล้ายเรือนสี่ประสานของทางจีนแต่มีขนาดใหญ่กว่ามากข้างในมีบ้านย่อยๆ อีกหลายหลังและมีห้องหลายสิบห้อง ใจกลางมีลานกว้างสร้างเพิงขนาดใหญ่ไว้เป็นสถานที่ที่ใช้ผลิตเครื่องลายคราม ส่วนเตาเผาจะสร้างแยกไว้อยู่ใกล้ภูเขาอีกที พวกนินลงจากรถม้าแล้วเดินตามไปแล้วเข้าไปในบ้าน ตลอดทางก็มีชาวบ้านออกมาต้อนรับพวกเด็กก็วิ่งตามมาแล้วมองอย่างสงสัย
นิน “คนพวกนี้เป็นใครหรือ” ขมอธิบาย
“คนพวกนี้เป็นบ่าวของท่านเจ้าคุณทั้งนั้นแหละขอรับคนที่ยังเด็กก็จะอาศัยอยู่ที่นี่ส่วนคนที่อายุมากแล้วก็จะกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ที่หมู่บ้านนี้มีบ้างที่จ้างเข้ามาแต่ก็ส่วนน้อยขอรับบ้านผมกับไอ้ฟักก็อยู่ที่นี่ขอรับ “นินมองออกไปผู้คนจำนวนมากนี้คือบ่าวทั้งหมดหมายความว่าท่านเจ้าคุณต้องเลี้ยงพวกเขาหรือ
นิน” ลุงเลี้ยงคนพวกนี้หรือ “ขมหัวเราะ
ขม” ท่านเขยคงลืมไปแล้วว่านี่เป็นระบบนายจ้างแล้วทุกคนทำงานให้ท่านเจ้าคุณเงินจะจ่ายเป็นรายเดือนขอรับ “นินพยักหน้า
นิน” แบบนี้เองงั้นท่านเจ้าคุณต้องรวยมากน่ะสิ “ขมหัวเราะ
ขม” ก็น่าจะเป็นแบบนั้นขอรับ “นินเอาผลของกาแฟและมิ้นต์ออกมา
นิน “ต้นไม้พวกนี้อยู่ที่ไหน” ขมชี้ไปยังที่ไกลๆ มันอยู่แถวๆ ภูเขาโน่นเลย
ขม “ทางนั้นขอรับ” นินมองออกไปแล้วใช้ตาย่นระยะก็ฉีกยิ้มออกมาจากที่เห็นต้นกาแฟมีจำนวนไม่น้อยเลยแต่ต้นมิ้นต์เขามองไม่เห็นหรอก
นิน “เยี่ยมเลยขมนายไปบอกคนในหมู่บ้านทีว่าต่อไปต้องดูแลต้นไม้สองชนิดนี้ให้ดีฉันสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้” ขมพยักหน้าท่านเจ้าคุณลงจากรถม้าแล้วหันไปหาชาวบ้าน
“ไอ้ผันไปตามคนมาให้ครบข้ามีเรื่องจะประกาศ” หัวหน้าหมู่บ้านชื่อลุงผันรีบพยักหน้า
“ขอรับท่านเจ้าคุณ” ไม่ถึงห้านาทีทุกคนก็มาที่ลานอเนกประสงค์กันหมด ท่านเจ้าคุณเรียกนินออกมายืนกับเขา
“นี่คือว่าที่ลูกเขยของข้าต่อไปทุกคนต้องให้ความเคารพเขา” ทุกคนฮือฮากันออกมา
นิน “เอ่อไม่ให้เตรียมตัวก่อนเลยนะลุง” แต่เขาที่เป็นสายลับปลอมตัวมาทั้งชีวิตสถานการณ์แบบนี้เขาเอาอยู่ นินฉีกยิ้มออกมา
นิน “สวัสดีครับทุกคนยินดีที่ได้รู้จักผมชื่อนิน” นินกวาดตามองทุกคนแล้วรับรู้ได้ว่าคนพวกนี้รู้ข่าวลือของเขาแล้วนินไม่สนใจความคิดคนอื่นอยู่แล้วตราบใดที่เขาให้ผลประโยชน์คนพวกนี้ก็จะยิ้มให้เขาเอง
นิน “ผมจะก่อตั้งโรงงานสบู่และยาสีฟันที่นี่จะเปิดรับสมัครพนักงานเบื้องต้นยี่สิบคนก่อนค่าแรงจ่ายเป็นเดือน 350 บาทต่อเดือนอายุไม่เกินสี่สับปีและต้องมีอายุสิบห้าขึ้นไป” ทุกคนได้ยินก็ตื่นเต้นขึ้นมา
นิน “ผมจะให้แสงตั้งโต๊ะรับสมัครเช้าวันพรุ่งนี้ “ทุกคนพยักหน้า ท่านเจ้าคุณมองแล้วก็พอใจนินเบี่ยงเบนประเด็นได้ดีใครเล่าจะสนใจข่าวลือในเมื่อมีผลประโยชน์ตรงหน้า
นิน” อีกเรื่องหนึ่งต้นไม่ใช่ชื่อว่าต้นกาแฟนี้ต่อไปห้ามตัดเด็ดขาดรวมไปถึงต้นมินต์ด้วยนินเอาตัวอย่างออกมาให้ดู ทุกคนเห็นก็เข้าใจ
นิน” ต้นไม้สองชนิดนี้ต่อไปเราต้องดูแลให้ดีเพราะผมจะสามารถใช้มันทำเงินได้ “ทุกคนตื่นต้นขึ้นมายายคนหนึ่งถาม
” แล้วจะดูแลอย่างไรเจ้าคะ “นินยิ้มออกมา
นิน “ยายถามได้ดีมากเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะอบรมว่าควรดูแลต้นไม้พวกนี้อย่างไรและเราจะไปเก็บเมล็ดกาแฟมาทำกาแฟสดกัน” ทุกคนให้ความสนใจเขา มีป้าคนหนึ่งถาม
“แล้วท่านเขยแต่งกับคนพี่หรือคนน้องเล่า” หน้านินกระตุก
นิน “เอ่อ ต้องคนพี่สิครับป้าสวยขนาดนั้น “ทุกคนหัวเราะออกมาพิมหน้าตึกทันที หลังจากนั้นนินก็จัดการสถานการณ์ได้ทั้งหมดชาวบ้านยอมรับในตัวเขาด้วยคำพูดมีสาระและมุกตลก จากนั้นพวกเขาก็กลับมาที่บ้าน นินให้ฟักและขมเตรียมของสำหรับวันพรุ่งนี้และพากันไปดูสถานที่ตังโรงงานและโกดัง บ้านแบบเรือนสี่ประสานของท่านเจ้าคุณมีอีกสองหลัง นินจึงยึดหลังหนึ่งใช้ทำโรงงานและใช้เป็นโกดังไปด้วยเพราะมันใหญ่พอนินให้คนขนของเอาไปไว้ที่นั่นและพาบ่าวส่วนหนึ่งไปเก็บมิ้นต์และกาแฟ
ตกเย็นเกือบค่ำเขาถึงกลับมาท่านเจ้าคุณเรียกเขาเข้าไปคุยด้วยแล้วส่งห่อกระดาษให้เขาห่อหนึ่งนินรับมาอย่างงงๆ
นิน” อะไรครับ “ท่านเจ้าคุณยิ้ม
” ดินปืน “นินตาโต
นิน” เยี่ยมเลยลุงแต่ว่าเครื่องมือผมไม่ได้เอามาด้วยนี่สิ “ท่านเจ้าคุณกลอกตา
” กลับไปค่อยทำก็ได้ไม่ใช่หรือเท่านี้พอไหม “นินพยักหน้า
นิน” อันที่จริงก็น้อยไปหน่อยแต่ก็ได้อยู่ “ท่านเจ้าคุณพยักหน้า
นิน” แล้วเรื่องเมื่อคืนล่ะครับ “ท่านเจ้าคุณถอนใจ
” นี่นอกเหนือความรับผิดชอบของข้าแล้วตอนนี้ศาลเมืองและกรมตระลาการเป็นคนดูแลข้าไม่สามารถข้ามหน้าเอาผลงานได้หรอก “นินยิ้มออกมา
นิน” ทว่าก็ปิดบังขุนหลวงไม่ได้หลอกจริงไหมว่าพวกเราเป็นคนพบเบาะแส “ท่านเจ้าคุณกลอกตา
” เอ็งนี่มันฉลาดผิดจุดจริงๆ หวังรางวัลสินะ “นินหัวเราะ
นิน” งั้นผมไปก่อนนะครับ “ท่านเจ้าคุณรั้งนินเอาไว้
” เดี๋ยว…แล้วเรื่องตำราเรียนไปถึงไหนแล้ว” นินกลอกตา
นิน “ผ่านมาวันสองวันลุงหวังให้ผมทำอะไรได้เล่า” ท่านเจ้าคุณหน้ากระตุก
“อย่างน้อยให้ข้ามีอะไรคืบหน้าไปคุยอวดบ้างสิโว้ย” นินหัวเราะ
นิน “สบายใจได้เลยลุงตำราเรียนของผมจะสามารถพลิกโฉมการศึกษาของประเทศไทยได้แน่นอน” ท่านเจ้าคุณตื่นเต้นขึ้นมา นินเดินออกมาจากห้องทำงานท่านเจ้าคุณจากนั้นเขาก็พบปัญหา
นิน “แล้วห้องนอนฉันมันห้องไหนล่ะเนี่ย” เขาเดินรอบๆ สองรอบแต่ก็หาไม่เจอจึงมานั่งที่ลานเพิงกลางลานบ้านจุดนี้เป็นจุดที่ใช้ลงลายเส้นบนเครื่องลายครามตอนนี้ไม่มีคนอยู่แล้วมีเพียงเขาที่นั่งมองเครื่องลายครามพวกนี้
นิน “มิน่าถึงมีพวกเล่นของเก่าให้ราคาเป็นล้านๆ เพราะมันสวยแบบนี้นี่เอง” มีเสียงดังมาจากด้านหลัง
“ทำไมมานั่งตรงนี้” นินหันไปก็พบว่าเป็นพิม
นิน “ผมหาห้องไม่เจอน่ะ” พิมขำออกมา
พิม “แล้วทำไมนายไม่ถามบ่าวเล่า” นินยิ้มแห้งๆ
นิน “พวกเขาหายไปไหนกันหมดไม่รู้” พิมเผลอยิ้มออกมา
พิม” นานๆ พวกเขาจะมาพบครอบครัววันนี้คงกลับไปหาครอบครัวกันน่ะ ห้องนายอยู่ทางฝั่งนั้นห้องที่สามข้าให้คนทำที่นอนให้หมดแล้ว” นินพยักหน้า
นิน “ขอบคุณ” พิมถาม
พิม” นายไม่กังวลเรื่องข่าวลือเลยหรือ “นินส่ายหน้า
นิน” ไม่เลยผมเป็นไอ้หนุ่มข้าวนิ่มจริงๆ นี่ “พิมทำหน้าประหลาดใจ
พิม” ทำไมคิดแบบนั้น “นินยิ้ม
นิน” พ่อตารวยว่าที่ภรรยาสวยส่วนผมจนไร้ความสามารถจริงๆ ถ้าเทียบกับพ่อตาและคุณ “พิมหัวเราะออกมา
พิม” นายแปลกคนจริงๆ ไปนอนได้แล้วเดี๋ยวคบไฟก็จะมอดแล้ว “นินพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเขาเองก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
นิน” จริงสิเวลาคุณยิ้มสวยมาก “ว่าจบเขาก็เดินไปที่ห้องทิ้งให้พิมอึ้งไปหน้านางร้อนขึ้นมาอยากบอกไม่ถูก นินเดินออกมาก็ด่าตัวเอง
นิน” เวรแล้วใบหน้าของนางมันหายนะจริงๆ เผลอตัวไปชมจนได้ “ที่เมืองหลวงนอกจากข่าวประกาศจับพวกของซาไบแล้วยังมีอีกข่าวที่สร้างความฮือฮาให้แกประชาชนนั่นคือข่าวการจัดตั้ง จัดตั้งกรมวิทยาการขึ้นมาและผลงานแรกของเขากรมวิทยาการนี้คือการคิดค้นวิธีการสร้างน้ำแข็งขึ้นมาโดยหัวหน้ากรมวิทยาการที่ยังเป็นปริศนาอยู่ว่าเป็นใครหน่วยนี้ขึ้นตรงกับขุนหลวงโดยตรง พร้อมอธิบายวิทยาการทำน้ำแข็งอย่างละเอียด และวิธีนำน้ำแข็งไปใช้ประโยชน์แบบเบื้องต้น เช่นใส่ในสุราหรือน้ำหวานดื่ม แน่นอนเกิดกระแสทดลองทำน้ำแข็งขึ้นกันทั่วเมืองหลวงสร้างความสนุกสนานไปทั่วบางคนทำตามเอามาใส่น้ำหวานดื่มสดชื่นมากๆ บางคนมองเห็นในด้านธุรกิจจึงนำมาใส่น้ำเชื่อมวางแผนไปขายในตลาด แม่จันทร์วาดเองก็ไม่พลาดที่จะมีน้ำแข็งใส่น้ำหวานนำไปขายบ้าง สิ่งนี้สร้างรายได้ให้กับประชาชนทำให้ขุนหลวงยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ประกาศนี้จะติดไปทั่วประเทศไทยในไม่ช้าต้องเข้าใจว่าการเดินทางสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นอกจากเรื่องน้ำแข็งแล้วพวกขุนนางสงสัยมากว่ากรมวิทยาการนี้คืออะไรแล้วใครเป็นเจ้ากรมนี้ ส่วนทางพระยาเดชและพระยาพิเชษฐ์เมื่อได้รู้ว่าเบาะแสคดีศพหายมาจากเจ้าพระยาเรืองสีหน้าของทั้งสองคนแตกต่างอย่างชัดเจน
พระยาเดช” สมเป็นคนที่ข้านับถือต่อหน้าเขามีอะไรที่คลี่คลายไม่ได้บ้าง” พระยาพิเชษฐ์หน้ากระตุก
“เลิกพล่ามได้แล้วตรวจสอบได้หรือยังว่ารายชื่อศพที่หายไปกับศพพวกนี้ตรงกันหรือไม่แล้ว” พระยาเดชยิ้มหน้าบ้าน
“จะรีบอะไรศพยังขนมาไม่หมดเลยที่ขนมาแล้วก็กำลังตรวจสอบอยู่พวกกรมพระตำรวจยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” พระยาสมานกลอกตา
“พวกท่านจะทะเลาะกันอีกนานไหมให้มาช่วยกันทำงานไม่ใช่หรือ” ไม่นานพระยาดำรงณ์ก็เดินเข้ามาพร้อมเอกสาร
“ข้าได้รายชื่อมาบางส่วนแล้ว” ทุกคนเดินเข้ามาหาเขาพระยาดำรงณ์กล่าว
“ศพที่ขนมาแล้วมีมากกว่าครึ่งที่ตรงกับศพที่หายไปจริงๆ ที่เหลือยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบเพราะศพพวกนี้มาจากหลายภูมิภาคแถมบางศพก็ระบุใบหน้าไม่ได้แล้วอีกอย่างยังขนมาไม่หมดเลย “พระยาเดชกล่าวออกมา
” จริงหรือที่ว่าพวกมันสามารถควบคุมศพให้เดินได้และมีพลังต่อสู้มาก “พระยาสมานพยักหน้า
” เรื่องนี้เจ้าพระยาเรืองเจอด้วยตัวเองหรือท่านจะบอกว่าคำพูดของท่านเชื่อถือไม่ได้ “พระยาเดชโบกมือ
” ไม่ใช่แน่นอนเพียงแต่ว่าข้าไม่เคยเห็นวิชาแบบนี้มาก่อน “พระยาพิเชษฐ์ไม่ได้กล่าวอะไรแต่เขากำลังคิดบางอย่างในใจ
กลับมาที่นินในตอนเช้าหลังทานอาหารเช้าเสร็จเขาก็พาบ่าวสามคนของเขาไปเปิดรับสมัครงานคนที่มามีมากจนนินต้องตกใจ
แสง “ยายอายุจะเจ็ดสิบอยู่แล้วนี่เกินกว่าที่กำหนดแล้วนะทำแบบนี้ข้าลำบากใจนะ” ยายยิ้มออกมา
“นางแสงข้าเห็นเอ็งมาตั้งแต่เด็กรับข้าไปไม่ได้หรือ” แสงกลอกตา
แสง” ยายทำแบบนี้ไม่ได้หรอกงานนี้ต้องใช้กำลังมากไม่อย่างนั้นจะกำหนดอายุไปทำไม “หลังจากแสงและพวกขมทะเลาะกับคนเฒ่าคนแก่อยู่นานจนลุงผันต้องเข้ามาช่วยทำให้การรับสมัครเป็นไปอย่างราบรื่น จากนั้นนินก็อบรมพนักงานและสอนขั้นตอนการนำส่วนผสมมาใช้แน่นอนว่าครั้งแรกๆ ก็ทำกันไม่ได้แต่ต่อมาก็ชำนาญขึ้นเพราะนินได้กำหนดสัดส่วนไว้อย่างชัดเจนแล้ว ในช่วงแรกคงเป็นการสอนทำยาสีฟันและสบู่ไปก่อนนินก็แจกยาสีฟันให้ชาวบ้านฝึกทำไปลองใช้ด้วย ด้านของพิมก็เริ่มงานแล้วเช่นกันนางตรวจดูสินค้าพบว่าไม่มีปัญหาทั้งคุณภาพและจำนวน
พิม “เอาล่ะห่อทั้งหมดได้เลย” ทุกคนพยักหน้ารีบทำงาน ส่วนทองและแสนท่านเจ้าคุณใช้ไปทำงาน ภาและลินทำไอติมแจกพวกแด็กๆ เพราะตอนนี้ทั้งสองคนกำลังจะเปิดร้านขนมจึงต้องฝึกทำให้มากหน่อย พวกเด็กๆ ชอบมากส่วนแก้วว่างที่สุดจึงมากินไอติมกับพวกเด็กๆ
ไหมแก้ว “แม้ว่าน้ำแข็งไสจะมีคนเลียนแบบได้ง่ายแต่ไอติมนี่จะเป็นไม้ตายของเราจะไม่มีใครทำได้แน่นอน” ทั้งสองตื่นต้นขึ้นมา
ลิน “แม้ขนมจะเลียนแบบได้แต่จะอร่อยเท่าคุณแม่หรือเปล่าอีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ” ไหมแก้วหัวเราะ
ไหมแก้ว “เป็นอย่างไรบ้างอิ่มทำคล่องหรือยัง” อิ่มพยักหน้า
อิ่ม “สบายมากเจ้าค่ะ” ทุกคนหัวเราะออกมาจากนั้นก็มีคนเดินเข้ามาแล้วนำมะเขือเทศเข้ามาด้วย
“คุณหญิงเจ้าค่ะนี่เป็นของที่คุณหญิงบอกให้เราทดลองปลุกพบว่างามยิ่งนักเจ้าค่ะ” ชาวบ้านอีกคนเดินเข้ามานำของบางอย่างมาด้วย
ลิน “นี่อะไรหรือจ๊ะป้า” นางกล่าวออกมา
“ก็มันไงเจ้าค่ะมันนี่อิฉันก็ไม่รู้ว่ามันคือมันอะไรแต่พอต้มแล้วไม่เหมือนมันเทศเลยเจ้าค่ะ” ทั้งสองหยิบขึ้นมาดู
ภา “ของนี่คุณพ่อนำกลับมาไม่รู้เรียกว่ามันอะไรเหมือนกัน” ท่านเจ้าคุณเดินออกมาจากในบ้าน
“เขาเรียกมันฝรั่งชาวยุโรปนำเข้ามาขายตอนนี้ขุนหลวงหาวิธีใช้ประโยชน์จากมันอยู่ฝ่าบาทกล่าวว่าอาจจะเป็นพืชเสบียงได้จึงแจกจ่ายให้ขุนนางนำไปลองปลูกแล้วหาวิธีใช้ประโยชน์จากมัน “ทุกคนจึงหยิบขึ้นมาดู
ไหมแก้ว “รสชาติมันเป็นอย่างไรล่ะ” ป้าคนนั้นก็ตาม
“พอต้มแล้วมันจืดๆ เจ้าค่ะกินไม่ค่อยอร่อยเท่าไรแต่อยู่ท้องดีเจ้าค่ะ” ทุกคนขมวดคิ้วจากนั้นนินและพวกขมก็เข้ามากินข้าวก็เหินทุกคนกำลังคิ้วขมวดก็ถาม
นิน “เป็นอะไรกันทำไมทำหน้าอย่างนั้น” ภากล่าวขึ้น
ภา “เราไม่รู้ว่าสองอย่างนี้ทำอะไรได้บ้างน่ะเจ้าค่ะ” นินมองออกไปก็ตาโต
นิน “มะเขือเทศกับมันฝรั่งเนี่ยหรือ” ทุกคนหันไปมองนิน
“เอ็งรู้จักหรือ” นินหัวเราะ
นิน “ผมไม่ได้โง่นะลุงมานี่ผมจะบอกให้ฟังว่าสองอย่างนี้ใช้ทำอะไรได้บ้าง” นั่งสั่งงานคนครัวของไหมแก้วเสียงกระทะดังไม่นานอาหารหลากหลายก็เรียกอยู่ขนโต๊ะ
นิน “ของพวกนี้ใช้ทำอาหารได้หลายแบบมาก” ผัดไก่ใส่มันฝรั่ง มันฝรั่งทอด สตูว์มันฝรั่ง มัสมั่นมันฝรั่ง มะเขือเทศผัดไข่ น้ำพริกมะเขือเทศกุ้งหมูสับ ซอสมะเขือเทศ น้ำพริกอ่อง อีกหลากหลายอย่าง รวมไปถึงของกินเล่นอย่าง มันฝรั่งแผ่นทอด และเฟรนช์ฟรายส์ นี่โดนเส้นไหมแก้วมากต้องไม่ลืมว่านางเป็นอดีตต้นเครื่องหลวงเมื่อทุกคนได้ชิมก็พบว่าอร่อยมากนั่นต้องชมแม่อิ่มที่มีพรสวรรค์ในการทำอาหารถ้าให้เขาทำล่ะก็จะออกมาแค่พอกินได้เท่านั้น
ไหมแก้ว “พ่อนินไม่รู้วิธีทำอาหารแบบนี้มาจากไหนหรือแปลกใหม่มาก “นินยิ้มเจื่อนๆ
นิน” ผมที่ไหนเล่าหลวงตาสอนทั้งนั้นแหละ “ท่านเจ้าคุณจึงถาม
” แล้วไปเอามันฝั่งกับมะเขือเทศมาจากไหนเล่า “นินกลอกตา
นิน” ลุงไม่ได้ส่งคนไปตรวจสอบแล้วหรือชาวบ้านก็ปลุกกันเองไงผมเองก็ไม่รู้ว่าหลวงตาเอามาจากไหนแต่มีปีหนึ่งที่ราคาข้าวแพงมากหลวงตาไม่รู้เอาเมล็ดพวกมันมาจากไหนก็เลยให้ชาวบ้านปลุกแล้วเอาพวกมันมากินน่ะที่มันอร่อยต้องชมพี่อิ่มนั่นแหละผมทำเองไม่อร่อยแบบนี้หรอก “ท่านเจ้าคุณคิดสักพัก
” คงเป็นตอนที่หลวงเอ็งไปต่างประเทศกระมัง “นินสับสน
นิน” ไปรึตั้งแต่ผมรู้จักหลวงตามาก็ไม่เคยเห็นท่านออกไปไหนเลยนะ “ท่านเจ้าคุณหน้ากระตุก
” เอ็งจะไปรู้อะไร “นินเกาหัวไม่ใส่ใจท่านเจ้าคุณ
นิน” คุณป้าปรับสูตรได้ตามสบายเลยครับผมว่าสูตรหลวงตาไม่ค่อยอร่อยหรอกตอนนั้นมันจนเลยใส่เครื่องปรุงได้นินหน่อย “ไหมแก้วหัวเราะ
ไหมแล้ว” พ่อนินไม่หวงสูตรหรือ “นินหัวเราะ
นิน” สบายมากครับสามารถเปิดเผยได้เลยครับถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่ของที่ผมคิด “ท่านเจ้าคุณหน้ากระตุก
” เอ็งเป็นผู้สืบทอดของหลวงตามันยอมเป็นสิทธิ์ของเอ็งอยู่แล้ว “นินโบกมือไม่ใส่ใจ จากนั้นพิมก็เดินมาตามเสียงก็เห็นอาหารมากมาย
พิม” มีงานเลี้ยงอะไรกันเจ้าค่ะ “ภากล่าวอย่างตื่นเต้น
ภา” พี่นินมอบสูตรอาหารประจำสำนักให้คุณแม่พี่ลองชิมสิ “ดวงตาพิมเป็นประกายมองไปที่นินก่อนจะหยิบมันฝรั่งทอดขึ้นมากินก็ดวงตาเป็นประกาย
“อร่อยนะ” นินหัวเราะและนั่นเองก็เกิดกลุ่มวิจัยอาหารขึ้นนินได้แต่หัวเราะแน่นอนว่ามือเย็นทุกคนกินอาหารที่พวกแม่บ้านวิจัย เมื่อทานอาหารเรียบร้อยนินก็เริ่มวางแผนจัดงานโรงงานอย่างเป็นระบบพิมก็เดินมาที่ห้องเขาเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก๊อกๆๆ นินเปิดประตูออกมาพบกับพิมนางส่งหนังสือเก่าๆ ให้เล่มหนึ่ง
“นินคือของที่ท่านป้าตงมอบให้ข้าก่อนนางจะกลับไปจีน” นินขมวดคิ้วแล้วมองดูมันหนังสือที่เก่าจนแทบจะขาดหลุดมือทว่าเมื่อเขาอ่านมันก็ต้องตกใจเพราะมันเขียนว่าวิชา “พลังบูรพา “อักษรต่อจากนั้นเลือนหายไปแล้ว…