“ขอโทษนะคะ ทำอะไรอยู่เหรอคะ”
ณัฐธิดาเอ่ยถามชายวัยกลางคนที่กำลังทำลับ ๆ ล่อ ๆ แถวห้องแต่งตัว เธอแต่งหน้าและแต่งตัวพร้อมแล้วสำหรับงานมินิคอนเสิร์ตเปิดตัวอัลบั้มที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลังเดินออกมาจากห้องน้ำก็เจอชายคนนี้หน้าห้องแต่งตัวที่ติดป้ายว่าห้ามบุคคลภายนอกเข้า
เขาสะดุ้งโหยงแล้วหันมายิ้มอย่างเป็มิตรให้เธอ
“อ๋อ พอดีพี่เป็แฟนคลับพวกน้องอยู่ เลยอยากมาขอลายเซ็นครับ”
“แล้วทำไมไม่รอให้งานเริ่มคะ”
“คือพี่มีธุระด่วนน่ะ น้องไนน์ช่วยเซ็นให้หน่อยได้ไหมครับ”
“แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะคะ ครั้งหน้าเจอกัน่แจกลายเซ็นหน้าเวทีดีกว่าค่ะ” ณัฐธิดายิ้มให้และกล่าวอย่างสุภาพ
“ได้เลยครับ ขอบคุณมากครับ”
เธอรับปากกาเมจิกและอัลบั้มเพลงมาจากเขา ก่อนจะเซ็นให้บนปกอัลบั้มแรกของวงBELOVED ซึ่งเธอมีเป็หัวหน้าวง
“พี่ชื่ออะไรคะ”
“เกรียงไกรครับ”
ณัฐธิดาเขียนขอบคุณและเซ็นให้เขาสั้น ๆ ก่อนจะยื่นอัลบั้มเพลงกับปากกาคืน
“คือ... พี่ขออะไรเพิ่มอีกอย่างได้ไหม”
“ยินดีค่ะ ถ้าหนูให้ได้”
“ขอซื้อต่อกางเกงในหนูได้หรือเปล่า เอาตัวที่กำลังใส่อยู่ตอนนี้เลย จะได้ไม่ต้องซัก”
เธอได้แต่อ้าปากค้างแทบไม่เชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยิน พลางมองคนตรงหน้าเต็ม ๆ ตา ภายนอกเขาก็ดูเป็ผู้ชายที่สุภาพภูมิฐานจนเมื่อเอ่ยประโยคเมื่อกี้ออกมา
ณัฐธิดาข่มความโกรธในใจเพราะเธอเป็ไอดอล เป็บุคคลสาธารณะ ไม่สามารถด่าให้เสียภาพลักษณ์ได้
“คงไม่ได้หรอกค่ะ ขอตัวนะคะ”
“นี่กำลังเล่นตัวเพื่ออัปราคาเหรอ งั้นพี่ให้ห้าพัน” เขาพุ่งไปคว้าแขนเธอที่กำลังจะเดินผ่านเข้าห้องแต่งตัว
“ปล่อยค่ะ คุณไม่มีสิทธิ์จับตัวหนูนะคะ ไม่งั้นหนูจะร้องให้คนช่วยและแจ้งความที่คุณมาคุกคาม” เธอสะบัดแขนออกอย่างแรงจนหลุดจากการจับกุม
“ใจเย็น ๆ นะ งั้นพี่เสนอหนึ่งหมื่นเป็ไง”
“สงสัยพูดกันไม่รู้เื่แล้ว กลับไปซะเถอะค่ะ อย่ามาทำตัวหื่นกามแถวนี้” เธอพยายามที่จะไม่เสียมารยาทแล้วแต่ก็อดไม่ได้จริง ๆ
“งั้นแลกไลน์กันไว้ดีกว่าไหม เผื่อวันไหนหนูเปลี่ยนใจขึ้นมาจะได้ติดต่อหาพี่ได้”
“ไม่เปลี่ยนใจแน่นอนค่ะ!”
“มีเื่อะไรกัน เสียงดังไปถึงข้างใน” ปรียาดา ผู้จัดการวงเปิดประตูออกมาถาม
“ก็ผู้ชายคนนี้สิคะ มาขอซื้อกางเกงในหนู ขนาดปฏิเสธไปแล้วยังไม่ยอมฟังเลย”
“พี่แค่จะให้รายได้เสริมเท่านั้นเอง หนูนี่หยิ่งจริง ๆ วงก็ไม่ดังแต่ยังเล่นตัวขนาดนี้ ขอให้อยู่รอดจนถึงปีหน้าละกันนะ ไปล่ะ” เขายิ้มหยันแล้วหันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“จะไปต่อปากต่อคำกับเขาทำไม ทีหลังก็มาบอกพี่สิถ้าไม่ชอบ”
“คะ เป็ใครก็ต้องไม่ชอบอยู่แล้วนี่คะ”
“ก็ไม่เสมอไปหรอก”
“หมายความว่ายังไงเหรอคะ” ณัฐธิดามองท่าทีอ้ำอึ้งของผู้จัดการสาว
“ไอดอลอยู่ได้ด้วยแฟนคลับนะ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาคอยซัปพอร์ตวงเราคงไม่อยู่มาถึงทุกวันนี้ อะไรหาเงินได้และไม่ผิดกฎหมายก็ทำ ๆ ไปเถอะน่า”
“หนูอยากเป็ศิลปินที่ใช้ความสามารถค่ะ”
“เฮ้อ ตอนนี้เธออาจจะยังไม่เข้าใจนะว่าอุดมการณ์กินแทนข้าวไม่ได้หรอก”
“งั้นพี่จะให้หนูถอดกางเกงในแลกเงินเหรอคะ”
“เอาล่ะ ๆ พี่ี้เีต่อปากต่อคำกับเธอ อย่าลืมว่าตอนนี้สถานการณ์ของเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ในฐานะหัวหน้าวงเธอต้องเป็เสาหลักให้ได้มากกว่านี้นะ”
“ค่ะ หนูจะทำงานให้หนักขึ้น”
“รีบไปขึ้นเวทีได้แล้ว เดี๋ยวพี่ไปตามคนอื่น ๆ ก่อนนะ” ปรียาดากลับเข้าห้องไป
ณัฐธิดาเดินไปรอเพื่อนคนอื่นที่หลังเวทีพลางเช็กความเรียบร้อยของตัวเอง เมื่อสมาชิกมากันครบห้าคนแล้วจึงทำการบูมกันเล็กน้อยเพื่อเรียกกำลังใจก่อนขึ้นเวทีตามธรรมเนียมของวง
ที่ที่พวกเธอขึ้นแสดงเป็ภายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ต้นสังกัดจ่ายค่าโฆษณาและเช่าสถานที่ให้วงเธอเปิดตัวอัลบั้มเพลงชุดแรกในวันนี้
พวกเธอเริ่มร้องเพลงไตเติลที่ใช้โพรโมตอัลบั้มชุดนี้ก่อนเป็เพลงแรก ตามด้วยเพลงในอัลบั้มอีกสองเพลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็เพลงป๊อปจังหวะเร็วที่เน้นการเต้นด้วยท่าทางน่ารักตามคอนเซ็ปต์วง
ระหว่างทำการแสดงก็มีคนที่เดินผ่านไปมาหยุดยืนดูและยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปของพวกเธอบ้าง ซึ่งบนเวทีแต่ละคนก็งัดทุกสกิลที่มีอยู่เพื่อตกคนดูให้ได้มากที่สุด
ถึงแม้นี่จะเป็อัลบั้มแรกแต่พวกเธอก็เดบิวต์มาเป็เวลาสองปีกว่าแล้ว ถือว่าไม่ใ่น้องใหม่อะไร แต่โชคร้ายที่ตอนนั้นมีค่ายเกาหลีั์ใหญ่หลายค่ายเดบิวต์ศิลปิน่เดียวกันพอดี ทำให้วง BELOVED ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรเพราะถูกแย่งพื้นที่สื่อไปจนหมด
ซิงเกิลแรกที่ปล่อยออกมาก็ดันไปคล้ายกับศิลปินเกาหลีรุ่นพี่หลายวงจนโดนคนด่าว่าเป็ของก็อป แต่พวกเธอก็กอดคอกันเผชิญกับกระแสต่อต้านต่าง ๆ จนผ่านมันมาได้
ณัฐธิดาที่อายุยี่สิบสามปีถือว่ามากที่สุดในวง คอยให้กำลังใจและช่วยน้อง ๆ ซ้อมร้องซ้อมเต้น เพราะคนอื่นในยังเป็นักศึกษากันอยู่จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างแบบเธอ
ณัฐธิดาเรียนจบคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยเปิด เลยมีเวลาว่างั้แ่สมัยเรียนและสำเร็จการศึกษาภายในสองปีครึ่ง จากนั้นเธอก็สมัครเป็ไอดอลตามความฝัน โชคดีที่ออดิชันผ่านในวัยยี่สิบปีปลาย ๆ
ก่อนหน้านี้เธอเคยสมัครไปหลายที่แล้วแต่ก็ไม่เคยผ่านสักทีจนคิดว่าครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ติดอีกก็คงต้องส่งเรซูเมไปบริษัทต่าง ๆ เพื่อหางานประจำทำ แต่สุดท้ายเธอก็ออดิชันผ่านจนได้
ระหว่างฝึกเธอต้องทำงานพาร์ตไทม์หลายอย่างในตอนกลางวัน ส่วน่เย็นก็รีบนั่งรถเมล์ไปซ้อมที่บริษัทจนดึกดื่นแทบทุกคืน เพื่อหาเลี้ยงชีพ ครอบครัวไม่ได้มีเงินคอยซัปพอร์ตแม้กระทั่งค่าเรียนเต้น เธอแอบเก็บเงินค่าขนมด้วยการอดข้าวกลางวันโดยไม่บอกให้พ่อแม่รู้ ที่จริงบริษัทมีครูสอนเต้นแต่ณัฐธิดาไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลยไปเรียนจากข้างนอกเสริมเพื่อให้ตามคนอื่นในคลาสทัน
เมื่อโชว์เพลงสุดท้ายจบลงทุกคนในวงก็ลงไปแจกลายเซ็นและถ่ายรูปคู่กับแฟนคลับ ซึ่งการถ่ายรูปนี้คือรายได้หลักของวง เมื่อสิ้นเดือนสมาชิกทุกคนจะได้ส่วนแบ่งจากยอดที่มีคนมาถ่ายรูปด้วย
ทุกคนในวงลงไปถ่ายรูปและแจกลายเซ็นั้แ่ตอนสิบเอ็ดโมงจนถึงสองทุ่ม มีเวลาพักกินข้าวเที่ยงและเติมหน้าหนึ่งชั่วโมง
ปกติพวกเธอต้องไปออกงานร้องเพลงทุกสุดสัปดาห์ และเรียกแฟนคลับให้มาถ่ายรูปคู่ด้วยกันจนเลิกค่ำแบบนี้บ่อย ๆ ไม่มีวันหยุดเหมือนอาชีพอื่น
ทุกคนเปลี่ยนชุดในห้องแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็นั่งรถตู้เพื่อกลับบริษัท
ระหว่างทางณัฐธิดารู้สึกเหนื่อยมากจึงงีบหลับไป ก่อนจะตื่นเมื่อได้ยินเสียงคุยกันแว่วเข้ามาในหู
“พวกเราโดนด่าอีกแล้ว” เสียงพริมซึ่งเป็นักร้องหลักของวงพูดขึ้นทำลายความเงียบ
“คราวนี้เื่อะไรอีกล่ะ” ญาณินที่นั่งติดกันหันไปสนใจ
“ก็เื่เดิมนั่นแหละค่ะ แต่ครั้งนี้แรงกว่าเดิมเพราะโดนด่าเื่แอ๊บแบ๊วด้วย”
“อ้าว มันแปลกตรงไหน ก็คอนเซ็ปต์ของวงเรามันเป็แบบนี้อยู่แล้วนี่”
“มีคนด่าว่าแก่แล้วแต่ก็ยังกล้าทำท่าทางแบบนี้อยู่อีก”
คำพูดนี้ของรุ่นน้องทำเอาณัฐธิดาลืมตาขึ้นมาทันที สังหรณ์ใจว่าเป็เื่ของตัวเอง
“ไหน พี่ขอดูหน่อย” เธอพูดพลางยื่นมือไปขอโทรศัพท์จากพริม
ในทวิตเตอร์มีภาพนิ่งและคลิปจากงานที่เพิ่งผ่านมา คนที่ตกเป็ประเด็นก็คือตัวเธอจริง ๆ นั่นเอง
ณัฐธิดาเลื่อนนิ้วลงอ่านคอมเมนต์ไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่คนวิจารณ์เื่อายุและเสียงร้องของเธอที่คล้ายกับเป็ด
“พี่ไนน์โอเคไหมคะ พริมขอโทษ” พริมถามขึ้นอย่างเป็ห่วง
“ขอบใจนะ ไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวคนก็ลืมกัน” ณัฐธิดายื่นมือถือคืนแล้วเอนหลังพิงเบาะเหมือนเดิม
ที่จริงเธอก็พอจะรู้ตัวว่าไม่มีพร์ด้านนี้เลยพยายามซ้อมหนักมาตลอดสองปีจนแทบไม่ได้นอน ทั้งที่เงินเดือนจากการเป็ไอดอลก็อยู่ที่สองพันนิด ๆ เท่านั้นเอง เพราะเธอเป็คนที่มีคนชอบน้อยที่สุดในวงทำให้มียอดผู้ติดตามและมาขอถ่ายรูปคู่น้อยจนรายได้น้อยตามไปด้วย
หญิงสาวปิดเปลือกตาลง พลางกลุ้มใจว่าสัญญาห้าปีที่เซ็นกับบริษัทในตอนนี้ผ่านมาถึงครึ่งทางแล้ววงก็ยังไม่ไปถึงไหนเลย ยิ่งนานวันยิ่งมีวงเด็ก ๆ เกิดใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทีนี้เธอควรจะทำยังไงต่อไปดี