จีหลุนกับลี่เทียนเป่ากลับถึงวังจีในตอนเย็น ซางอวี่ที่หลอกล่อคนร้ายออกไปเมืองก็เข้ามารายงานสถานการณ์
“ข้าล่อคนพวกนั้นไปนอกเมือง พวกมันมียี่สิบห้าคนขอรับล้วนเป็นนักฆ่าที่ถูกว่าจ้าง ฝีมือนับว่าร้ายกาจ คนที่รอดชีวิตฆ่าตัวตายหมดแล้ว”
“เป็นคนพวกใด?”
“มีศพหนึ่ง ข้าค้นดูในตัว คนผู้นี้พกของที่ดูเหมือนพวกชนเผ่าในทุ่งหญ้าขอรับ” ซางอวี่หัวหน้ากลุ่มสิบพยัคฆ์หยิบเอาถุงหอมมีลวดลายปักออกมายื่นให้
แม่ทัพรับไปแล้วเปิดออกดูด้านใน “นี่อะไร?”
“เขี้ยวหมาป่าขอรับ ข้าเคยเห็นพวกเผ่าในทุ่งหญ้าชอบพกกัน”
“เหล่าจี นี่เจ้ามีค่าหัวกับพวกในทุ่งหญ้าด้วยหรือ?”
จีหลุนขมวดคิ้ว “ข้าว่าไม่ใช่ ครั้งนี้ศึกห้าเผ่าคงจะไม่ธรรมดาอย่างหัวหน้าซางบอก เห็นทีวันพรุ่งนี้ต้องกราบทูลฮ่องเต้ให้ทรงทราบ”
บุรุษทั้งสองเข้าไปในเรือนนอนของท่านชายจีหารือเรื่องนี้อย่างเคร่งเครียด ลี่เทียนเป่ายังคงสงสัยในตัวกัวเอินถง
“เหล่าจี ฮูหยินของเจ้าอยู่ในวังจีมักจะทำทีเป็นสตรีพิการอ่อนแอ เจ้าไม่คิดจะทดสอบนางบ้างเลยหรือ?”
จีหลุนตวัดสายตาขึ้นมองสหาย “ข้าไม่ชอบเจ้าที่สุดก็ตรงนี้ล่ะเหล่าลี่ เจ้าจะรู้ใจข้าไปเสียทุกอย่างไม่ได้ พวกเราเตรียมสุรากันเถอะ เห็นทีคืนนี้เจ้ากับข้าต้องเมากันสักหน่อย
กัวเอินถงเพิ่งกลับจากการนั่งรถม้าไปเที่ยวเล่นที่ตลาด เหย้าหลีได้สุราเปิดใจมาแล้วนำกลับไปซ่อนไว้ในเรือน หยวนจู้กลับมารายงานฮูหยินน้อยว่า ท่านชายจีกลับมาแล้ว
“เหย้าหลี เย็นนี้เจ้าไปตีสนิทกับผู้ช่วยไป๋เอาไว้”
“เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะออกไปโรงบริบาล ข้าเห็นเขาวนเวียนอยู่แถวนั้น”
“เอ๋? เสี่ยวหลี ข้าว่าผู้ช่วยไป๋ก็ไปตรวจตั้งหลายแห่งนะ เหตุใดเจ้าจึงคิดจะไปแต่โรงบริบาล มิใช่ว่าคิดถึงเสี่ยวซวงน้อยหรอกนะ?” หยวนจู้ยิ้มกว้าง “หรือว่าที่จริงคิดถึงบิดาของเสี่ยวซวงน้อยกัน?”
“เหลวไหล! ข้าจะไปคิดถึงเขาทำไมกัน? ครั้งก่อนข้าถูกเขาเกือบจับได้” เหย้าหลีทำตาเขียวใส่หยวนจู้ ฝ่ายนั้นจึงได้แต่หัวเราะแหะๆ
“เอาน่าๆ ข้าล้อเล่น อย่าโมโหไปเลย นี่ก็ใกล้เวลาเด็กๆ ตื่นนอนแล้ว เจ้ารีบไปเถอะ”
เหย้าหลีตรงไปยังเรือนที่มีไว้เลี้ยงดูเด็กน้อยที่ยังไม่ได้ร่ำเรียนเขียนอ่าน เสี่ยวซวงน้อยมองเห็นสาวใช้ของฮูหยินน้อยก็วิ่งเข้ามาหา
“ท่านแม่ มาหาข้าหรือเจ้าคะ?”
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง สองแขนป้อมกอดเข้าที่สะโพกของเหย้าหลี หญิงสาวใจอ่อนยวบ ไม่อาจจะแข็งใจปฏิเสธเด็กน้อย
“ใช่แล้ว แม่คิดถึงเจ้า เสี่ยวซวงน้อย เห็นท่านอาไป๋บ้างหรือไม่?”
“เห็นเจ้าค่ะ แต่ว่า...ข้ามีเรื่องอยากฟ้องท่านแม่อยู่อย่าง”
“เรื่องใดหรือ?”
“ข้าไม่ค่อยชอบท่านอาไป๋เท่าใดหรอกเจ้าคะ” ใบหน้ากลมงอง้ำเมื่อนึกถึงสิ่งที่ไป๋ฉางชิงชอบทำกับบิดาของตน
“อ้าว! ทำไมเล่า? แม่ก็เห็นท่านอาไป๋ดีกับเจ้ามากมิใช่หรือ?”
เด็กหญิงนิ่งไปครู่ ก่อนจะเม้มปาก “เจ้าค่ะ ดีกับข้า แต่พอวันหยุดคราใดก็ชอบมาชวนท่านพ่อข้าดื่มสุรา ข้าไม่ชอบเลยเจ้าค่ะ”
เหย้าหลียิ้มกริ่ม จูงมือเด็กหญิงไปนั่งที่ม้าหินตัวยาวใต้ต้นไม้หน้าโรงบริบาล ดีจริงที่พูดคุยกับต้วนซวงก่อน ช่างตรงกับสิ่งที่นางคิดเอาไว้
“มานั่งนี่ก่อน ไหนเจ้าพูดให้แม่ฟังหน่อยสิ ท่านอาไป๋ชวนพ่อเจ้าดื่มสุราบ่อยแค่ไหน?”
“บ่อยมากเจ้าค่ะ วันหยุดของท่านพ่อ ข้าอยากให้ท่านพ่อพาออกไปเที่ยวตลาดตอนหัวค่ำบ้างเพราะเสี่ยวเฉินบอกว่าตอนกลางคืนที่ตลาดจุดโคมไฟสวยมาก แต่ท่านอาไป๋ก็มาชวนท่านพ่อดื่มสุราทุกที”
เหย้าหลียิ้มน้อยๆ “เอาอย่างนี้ดีไหม? เดี๋ยวแม่จะพาเจ้าไปเที่ยวดูโคมไฟที่ตลาดเอง แต่เจ้าต้องช่วยแม่อย่างหนึ่ง”
ต้วนซวงตาโต สิ่งที่นางปรารถนามานาน ที่สุดก็จะได้สมหวัง
“ได้เลยเจ้าค่ะ ท่านแม่อยากให้ข้าทำอันใดเจ้าคะ”
เหย้าหลีกระซิบกระซาบกับเด็กหญิง ต้วนซวงยิ้มกว้างสองมือเกาะแขนเหย้าหลีไว้แน่น
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าทำสำเร็จแน่เจ้าค่ะ”
ในระหว่างทางจะกลับเรือนฮูหยินน้อย เหย้าหลีได้ยินบ่าวรับใช้คุยกันว่าท่านชายจีกลับมาถึงวังแล้วก็แอบไปดู พอเห็นว่าจีหลุนกับลี่เทียนเป่านั่งดื่มสุรากันอยู่ศาลาริมน้ำก็รีบไปบอกให้กัวเอินถิงได้ทราบ
“ดีเหมือนกัน คืนนี้ข้าจะได้ไม่ต้องกลัวท่านพี่จะระแวง ส่วนเจ้าก็หาทางไปสืบเรื่องที่ข้าสั่งให้เรียบร้อยเถอะ ที่นี่มีหยวนจู้คนเดียวก็พอ”
“เจ้าค่ะ”
ต้วนซวงมองหาไป๋ฉางชิงจนพบ เด็กหญิงรีบเข้าไปหา จับข้อมือของชายหนุ่มผู้นั้นด้วยสองมืออ้วนป้อมเอาไว้แล้วแกว่งไปมา “ท่านอาไป๋ คืนนี้ข้าอยากไปนอนกับท่านแม่อีกเจ้าค่ะ”
ผู้ช่วยพ่อบ้านได้ยินอย่างนั้นก็ดีใจ หากเสี่ยวซวงน้อยไม่อยู่ เขากับพ่อบ้านต้วนก็จะร่ำสุราคุยกันได้จนถึงดึกดื่น กว่าจะมีวันหยุดตรงกัน พวกเขาสองคนต้องอดใจรอ
“ได้สิๆ เดี๋ยวข้าจะไปขอท่านพ่อของเจ้าให้เอง”
ใบหน้าของเด็กหญิงสลดลง นางก้มนาง “แต่...ท่านพ่อบอกเองว่าให้ข้าไปนอนกับท่านแม่แค่คืนเดียวนะเจ้าคะ”
“ไม่ต้องห่วง นั่นเป็นเพราะท่านพ่อของเจ้าคงลืมไปว่าคืนนี้มีนัดกับข้าน่ะ เดี๋ยวข้าจะบอกท่านพ่อเจ้าให้เอง”
“ดีๆ ท่านอาไป๋ท่านพาข้าไปเก็บเสื้อผ้าที่เรือนได้หรือไม่?”
ไป๋ฉางชิงเห็นเป็นโอกาสดีก็ยิ้มกว้าง “ได้ๆ พวกเรารีบไปกัน”
พ่อบ้านไป๋รีบไปแจ้งให้กับหมัวมัวที่ดูแลโรงบริบาลรู้ว่าเขาจะพาต้วนซวงกลับเรือนพัก หากพ่อบ้านต้วนมาตามหาก็ให้บอกไปตามนี้
สองอาหลานพากันกลับเรือนอย่างร่าเริง ต่างคนต่างวางแผนในใจ เสี่ยวซวงน้อยที่รับอาสาท่านแม่กำมะลอไว้ก็คิดหาวิธีล่อหลอกไป๋ฉางชิงให้คายความลับ ส่วนผู้ช่วยพ่อบ้านไป๋ก็ยิ้มกริ่มเพราะเขาแค่ช่วยต้วนซวงเก็บเสื้อผ้าแล้วพานางไปส่งที่เรือนพักของเหย้าหลี คืนนี้ก็จะได้ดื่มสุรากับต้วนชางกันโต้รุ่ง
พอถึงหน้าเรือนพักพ่อบ้าน เสี่ยวซวงน้อยก็หันมายิ้มให้กับไป๋ฉางชิง
“ข้ารู้นะว่าคืนนี้ท่านอาคิดจะดื่มสุรากับท่านพ่อข้าจนถึงเช้าใช่หรือไม่?”
“เอ๋? เสี่ยวซวง ที่เจ้าคิดจะไปนอนกับท่านแม่ในคืนนี้ อย่าบอกนะว่าจะเปิดโอกาสให้ข้ากับท่านพ่อของเจ้าได้ดื่มกันอย่างเต็มที่”
เด็กหญิงยิ้มหวาน เอียงคอ “เจ้าค่ะ ข้าเห็นใจท่านอาก็เลยคิดว่าไปนอนกับท่านแม่อีกสักคืนน่าจะดี”
ไป๋ฉางชิงนึกเอ็นดูเด็กหญิงจับใจ เขาเองก็ได้มีส่วนเลี้ยงดูนางมาหลายปี ชายหนุ่มยื่นมือไปลูบศีรษะของนางเบาๆ “เจ้าน่ารักแบบนี้ คราวหน้าข้าออกไปตลาดจะซื้อของเล่นมาให้”
“ท่านอาไป๋ ข้าเห็นท่านพ่อซื้อสุราแพงๆ มาด้วยไหหนึ่งเจ้าคะ แต่ไม่รู้ซ่อนเอาไว้ที่ใด?”
“จริงหรือเสี่ยวซวง?” ดวงตาของไป๋ฉางชิงเป็นประกาย ครั้งก่อนต้วนชางสัญญาว่าจะซื้อสุราแสงจันทร์ที่เลิศรสและราคาแพงมาให้เขาชิม “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นสุราแพง? เด็กน้อย”
“ก็ท่านพ่อบ่นว่าหมดเงินไปตั้งเยอะเจ้าค่ะ” เด็กหญิงยืนยันด้วยหน้าตาขึงขัง “ข้าก็เลยได้เสื้อผ้าใหม่กลับมาแค่ชุดเดียว”
“ไหขนาดไหนหรือเสี่ยวซวง?”
เด็กหญิงทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครูหนึ่งก็ยกมือสองข้างขึ้น ทำท่ากะขนาดไหสุราขนาดกลาง ตั้งไว้ที่หน้าอกของตนเอง “น่าจะประมาณนี้เจ้าค่ะ”
ไป๋ฉางชิงยิ้มกว้าง “ใช้ได้ๆ อยากเห็นจริงว่าเป็นสุราแสงจันทร์หรือไม่?”
“ไม่แน่นะเจ้าคะ อาจจะไม่ได้ซื้อมาฝากท่าน ท่านพ่ออาจจะเอาไว้ดื่ม คนเดียว ถ้าท่านอาไป๋รู้ที่ซ่อนสุราของท่านพ่อล่ะก็ลองไปค้นดูเจ้าค่ะ”
*************
