เมืองทั้งเมืองเกิดเรื่องใหญ่แพร่กระจาย ผู้มีอำนาจสั่งตรวจสอบเรื่องที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายถูกส่งไปอยู่ในกับดักค่ายกล
ทำให้อนุชนหลายคนเสียชีวิตอย่างฉับพลัน
ผู้อาวุโสคุมค่ายคนถูกสอบสวนอย่างหนักจนเป็นข่าวดังออกไปไกล
ผู้คนต่างพากันพูดคุยแต่เรื่องนี้ จอมยุทธบางคนรู้สึกว่าแปลกๆ เหตุใดที่นั่นมีค่ายกลลงทัณฑ์เมื่อเคลื่อนย้ายไปถึง
"ข้าก็ว่ามันแปลกๆ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น"
"หรือว่าผู้อาวุโสค่ายกลจะเป็นไส้ศึกของแคว้นอรุณ พวกเจ้าอย่าพูดไปหัวจะหลุดออกจากบ่าไม่รู้ตัว" ผู้คนต่างพากันพูดคุย
มีแม้กระทั่งจอมยุทธบางคนบอกมันเป็นเรื่องบังเอิญ
ผู้อาวุโสชราบางคนอยากปิดข่าวทำให้ตระกูลชาง เสื่อมเสียชื่อเสียง
ไม่กี่ชั่วยาม ผู้อาวุโสคุ้มค่ายกล ถูกปล่อยตัว เหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
ผู้อาวุโสคุมค่ายกล ชางซุย เดือดดาลมันเป็นใครถึงกล้าบอกว่าข้าเป็นคนทรยศ
แล้วเหตุใดมันถึงรู้ว่ามีค่ายกลลงทัณฑ์ หรือไอ้เด็กบ้าอี้เฉินนั้นมันเป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกล
ดีที่ข้าไม่ทิ้งหลักฐานไม่อย่างนั้นหัวของเขาคงหลุดออกจากบ่า
ผู้อาวุโสชางซุย สั่งกองทหารส่วนตัว "หาข้อมูลเกี่ยวกับไอ้เด็กที่นามว่าอี้เฉินมาให้ข้าเดี๋ยวนี้"
ไม่นานผู้อาวุโสชางซุยก็ได้ข้อมูล อี้เฉินเป็นเพียงจอมยุทธที่เพิ่งมาใหม่ของตระกูลหริ่น ไม่มีข้อมูลใดๆ
ถ้าไม่มีคนคุ้มกะลาหัวแบบนี้ก็ง่ายผู้อาวุโสช่างซุยคิดกล้ามากล่าวหาข้าดีนัก
แถมมันเพิ่งกลับจากสงครามมันต้องได้เห็นวิญญาณ 100,000 ก้อนอย่างแน่นอน ถึงจะไม่มากแต่ก็ชดใช้สิ่งที่เสียไปได้
ผู้อาวุโสชางซุยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ สั่งทหารในสังกัดออกไปจับตัวอี้เฉินตั้งข้อหามันเป็น กบฏต่อแคว้นพฤกษา
อี้เฉินนั่งตระหนักรู้ตั้งแต่เขากลับมาจากหอนางโลม
อี้เฉินตอนนี้เขาหยั่งรู้ม้วนคัมภีร์คัมภีร์อักขระที่แลกเปลี่ยนมาจากศิลาศึก
มันเป็นอักขระที่ไม่เหมือนกับที่เขาได้มาทีแรก มันสลับซับซ้อนยากแก่การหยั่งรู้ มีอักขระนับหมื่นหมื่นตัว
เขาดำดิ่งสู่ห้วงลึกทะเลความรู้นั่งอ่านม้วนคัมภีร์อักขระ อักขระค่อยๆ หลั่งไหล สลักลงในทะเลความรู้ของเขา
ทะเลความรู้ของเขาอันแน่นไปด้วยอักขระนับหมื่นนับแสนตัว มันค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แผงไปกับทะเลความรู้ของเขา
แม้แต่ท้องฟ้าสีเลือดในทะเลความรู้ยังมีอักขระแน่นขนัด ทะเลความรู้สั่นไหวไม่หยุด หมายขยับขยายให้ใหญ่ขึ้น
อี้เฉินใช้เวลาไปหลายวันแต่เขาก็ยังไม่สามารถหยั่งรู้ม้วนคัมภีร์อักขระได้หมด เขาหยั่งรู้ไปไม่ถึง50ตัวอักษรด้วยซ้ำ
ทหารของแคว้นพฤกษาต่างพากองกำลังมาจับตัวอี้เฉินไป พวกเขาตั้งข้อหาอี้เฉิน อาจเป็นสายลับของแคว้นอรุณ
ถูกตั้งข้อหาหนักเป็นกบฏของแคว้นพฤกษา
แม้แต่ตระกูลหริ่น ก็ไม่สามารถปกป้องอี้เฉินได้พวกเขาปล่อยให้กองกำลังอาณาจักรพฤกษามาจับตัวอี้เฉินไป
พวกเขาป่าวประกาศ"พวกเราเป็นทหารของผู้อาวุโสชางซุย จะมาจับตัวกบฏอี้เฉิน"
"อี้เฉินอาจเป็น ไส้ศึกของแคว้นอรุณที่แฝงตัวมา"
ผู้อาวุโสชางซุยใช้ข้อหานี้จับอี้เฉินไป แม้แต่ตระกูลหริ่น ยังไม่มิอาจห้ามได้
จนข่าวแพร่กระจายออกไปทั่ว "พวกเขาจับไส้ศึกได้ 1 คนแต่ไม่รู้เป็นใครชายคนนี้ไม่มีที่มา"
ไม่ถึงวันอี้เฉินก็ถูกส่งตัวไป ภายในจวนของผู้อาวุโสชางซุย ไม่มีแม้โอกาสพูดข้อแก้ต่าง
"เจ้ากล้าใส่ร้ายข้าอย่างนั้นหรือไอ้หนูน้อย" ผู้อาวุโสชางซุยไต่ถาม
"กล้ามากที่บอกว่าข้าเป็นกบฏส่งตัวพวกจอมยุทธไปติดหลุมพรางกับดักค่ายกลลงทัณฑ์"
"มันเป็นแค่ข้อสันนิษฐาน หรือว่าท่านทำจริง"อี้เฉินเองก็ไม่อ่อนข้อให้
"เจ้า" "ยังกล้าปากดีอีกนะไม่กลัวตายเลยงั้นหรือ"
อี้เฉินที่ถูกจับมาสอบสวนหน้ามืดทะมึน ไอ้แก่นี่มันคงแค้นสินะที่ทำให้มันถูกสอบสวน
"ผู้อาวุโสต้องการอะไรพูดมาตรงๆ ดีกว่า"
ผู้อาวุโสชางซุยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"เจ้าคือคนของแคว้นอรุณใช่หรือไม่"
"ไม่ใช่"
"ข้าไม่เสวนากับเจ้าแล้วถามไปก็ไม่มีประโยชน์ จับมันใส่โซ่ตรวนซะ"
พวกกลุ่มทหารเอาของล้ำค่าของอี้เฉินไปทั้งหมด
ยังดีที่อี้เฉินนำม้วนคัมภีร์อักขระไปไว้ในทะเลความรู้ ไม่อย่างนั้นเขาต้องเสียดายไปตลอดอย่างแน่นอน
ทหารหลายๆ คนยิ้มเป็นปีติพวกเขาเห็นหินวิญญาณ 100,000 ก้อนต่างมองกันด้วยแววตาโลภอยากครอบครอง
"ของทั้งหมดขอรับ ผู้อาวุโสชางซุย"
"ดีดี เสร็จงานแล้วเดียวข้าตกรางวัลให้พวกเจ้าทุกคน"
เหมือนพวกเขาจะรวมหัวกันเพื่อปอกลอกอี้เฉินอย่างไรอย่างนั้น
อี้เฉินอยากจะสู้แต่พวกเขามีผู้อาวุโสชางซุยที่อยู่ขั้นวีรชน แถมมีทหารใต้สังกัดตั้ง 10 คน
ถ้าเขาหุนหันพลันแล่นอาจจะตายด้วยข้อหากบฏจริงๆ
คนพวกนี้คงไม่ปล่อยเขาไว้ถ้าเขาลงมือ อี้เฉินเหมือนเจอทางตันอีกครั้งไร้ซึ่งทางต่อต้านไร้กำลังจะดิ้นรน
"ฮ่าๆๆ เจ้าไม่มีแม้แต่คนคุ้มกะลาหัวอย่าหวังว่าเจ้าจะรอด"
"จับมันไปขายให้แคว้นพฤกษาให้มันไปขุดเหมืองจนตาย"
"พวกเจ้าเอาตัวมันไป" พวกเขายิ้มเยาะมองอี้เฉินอย่างเย้ยหยัน
อี้เฉินตะโกนลั่น "นี่แหละหรือสิ่งที่ข้าได้จากการต่อสู้จากสงคราม"
เจ้าเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งของสงครามเท่านั้น มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
อี้เฉินถูกคุมตัวไปอย่างนักโทษมีแม้กระทั่งโซ่ตรวนคล้องขา โซ่ตรวนพิเศษเป็นอย่างมากมันสามารถปิดกั้นปราณพลัง
ไม่ให้ขับเคลื่อนปราณพลังได้ เหลือแต่เพียงพลังกายาที่สามารถฉีกกระชากโซ่เส้นนี้ได้ แต่ต้องใช้พละกำลังมหาศาล
อี้เฉินกลายเป็นนักโทษฉกรรจ์ ฝูงชนต่างพากันสาปแช่ง
อี้เฉินนั่งเงียบอยู่ภายในกรงขังที่ถูกรถม้ามังกร ลากไปยังชายแดนแคว้นพฤกษา
ผ่านเมืองหลายแห่ง ผู้คนต่างพากันสาปแช่ง อี้เฉินคิดในใจนี่น่ะเหรอสิ่งที่ตอบแทนกันไร้ชื่อเสียงก็เหมือนไร้ตัวตน
ไร้พลังก็เหมือนเป็นเพียงสุนัขรอรับคำสั่งจากเจ้านาย
ไม่นานเขาก็มาถึงชายแดนที่นั่นเหมือนเมืองค้าทาสมีมนุษย์อยู่กันเรียงรายถูกใส่โซ่ตรวน
เหมือนสัตว์ที่อยู่ในกรงขัง มีหลายสิบหลายร้อยกรงขัง ทุกคนล้วนเป็นสินค้าทาส
มีจอมยุทธบางคนถึงกลับ เดินเลือกซื้อทาสไปใช้งาน แม้กระทั่งตระกูลใหญ่ๆ ยังมาซื้อทาสใช้งาน
ที่นี่เป็นแหล่งค้าขายทาสที่ใหญ่ที่สุด พวกเขาส่วนใหญ่ซื้อทาสไปขุดเหมืองแร่
เหมืองแร่เป็นสถานที่อันตรายอย่างยิ่ง แต่ภายในมีหินวิญญาณมากมาย ซึ่งเป็นแหล่งเงินทองสำหรับดินแดนแห่งนี้
อี้เฉินไปนั่งรวมกับกลุ่มทาส ที่เป็นจอมยุทธหลายสิบคน หลายๆ คนเป็นนักโทษฉกรรจ์
บางคนก็เป็นเพียงชาวบ้านที่ถูกขายมา
"ไอ้หนุ่มเจ้าไปทำอะไรผิดมา" นักโทษคนหนึ่งไต่ถาม
"ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิด"
"ฮ่าๆๆ" "เจ้าช่างตลกเสียจริงเจ้าหนุ่ม"
"เจ้าหนุ่มเจ้ารู้หรือไม่ถ้าหากเจ้าได้ไปอยู่ในเหมืองแร่เจ้าจะเหมือนตายทั้งเป็น ว่ากันว่ายิ่งลงไปลึกยิ่งอันตรายแต่ก็มีหินผลึกล้ำค่ามากมาย
ถ้าถูกซื้อไปขุดเหมืองแร่ก็เหมือนตายไปแล้วครึ่งตัว"
"ไอ้พวกทาสเลิกพูดได้แล้ว" พ่อค้าไม่สบอารมณ์อย่างมากับการพูดแบบนั้นออกไป
"เจ้าเข้าไปเฆี่ยนตีมันอย่างให้มันพูดจา เพ้อเจ้อ"
พ่อค้าทาสตะโกนลั่น ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวทาสคนอื่นๆ จะเสียขวัญ ทำให้เกิดจลาจลได้
ไม่นานก็มีคนมาซื้อตัวพวกอี้เฉินไปทั้งหมดเป็นคนของแคว้นอรุณ พวกเขาอยากได้ทาสที่มีวรยุทธ เพื่อไปขุดเหมืองแร่ระดับสูงๆ