ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่57 กบฏ


    เมืองทั้งเมืองเกิดเรื่องใหญ่แพร่กระจาย ผู้มีอำนาจสั่งตรวจสอบเรื่องที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายถูกส่งไปอยู่ในกับดักค่ายกล

    ทำให้อนุชนหลายคนเสียชีวิตอย่างฉับพลัน

    ผู้อาวุโสคุมค่ายคนถูกสอบสวนอย่างหนักจนเป็นข่าวดังออกไปไกล

    ผู้คนต่างพากันพูดคุยแต่เรื่องนี้ จอมยุทธบางคนรู้สึกว่าแปลกๆ เหตุใดที่นั่นมีค่ายกลลงทัณฑ์เมื่อเคลื่อนย้ายไปถึง


    "ข้าก็ว่ามันแปลกๆ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น"
    "หรือว่าผู้อาวุโสค่ายกลจะเป็นไส้ศึกของแคว้นอรุณ พวกเจ้าอย่าพูดไปหัวจะหลุดออกจากบ่าไม่รู้ตัว" ผู้คนต่างพากันพูดคุย

    มีแม้กระทั่งจอมยุทธบางคนบอกมันเป็นเรื่องบังเอิญ


    ผู้อาวุโสชราบางคนอยากปิดข่าวทำให้ตระกูลชาง เสื่อมเสียชื่อเสียง

    ไม่กี่ชั่วยาม ผู้อาวุโสคุ้มค่ายกล ถูกปล่อยตัว เหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น


    ผู้อาวุโสคุมค่ายกล ชางซุย เดือดดาลมันเป็นใครถึงกล้าบอกว่าข้าเป็นคนทรยศ

    แล้วเหตุใดมันถึงรู้ว่ามีค่ายกลลงทัณฑ์ หรือไอ้เด็กบ้าอี้เฉินนั้นมันเป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกล

    ดีที่ข้าไม่ทิ้งหลักฐานไม่อย่างนั้นหัวของเขาคงหลุดออกจากบ่า



    ผู้อาวุโสชางซุย สั่งกองทหารส่วนตัว "หาข้อมูลเกี่ยวกับไอ้เด็กที่นามว่าอี้เฉินมาให้ข้าเดี๋ยวนี้"

    ไม่นานผู้อาวุโสชางซุยก็ได้ข้อมูล อี้เฉินเป็นเพียงจอมยุทธที่เพิ่งมาใหม่ของตระกูลหริ่น ไม่มีข้อมูลใดๆ

    ถ้าไม่มีคนคุ้มกะลาหัวแบบนี้ก็ง่ายผู้อาวุโสช่างซุยคิดกล้ามากล่าวหาข้าดีนัก


    แถมมันเพิ่งกลับจากสงครามมันต้องได้เห็นวิญญาณ 100,000 ก้อนอย่างแน่นอน ถึงจะไม่มากแต่ก็ชดใช้สิ่งที่เสียไปได้

    ผู้อาวุโสชางซุยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ สั่งทหารในสังกัดออกไปจับตัวอี้เฉินตั้งข้อหามันเป็น กบฏต่อแคว้นพฤกษา





    อี้เฉินนั่งตระหนักรู้ตั้งแต่เขากลับมาจากหอนางโลม

    อี้เฉินตอนนี้เขาหยั่งรู้ม้วนคัมภีร์คัมภีร์อักขระที่แลกเปลี่ยนมาจากศิลาศึก

    มันเป็นอักขระที่ไม่เหมือนกับที่เขาได้มาทีแรก มันสลับซับซ้อนยากแก่การหยั่งรู้ มีอักขระนับหมื่นหมื่นตัว


    เขาดำดิ่งสู่ห้วงลึกทะเลความรู้นั่งอ่านม้วนคัมภีร์อักขระ อักขระค่อยๆ หลั่งไหล สลักลงในทะเลความรู้ของเขา
    ทะเลความรู้ของเขาอันแน่นไปด้วยอักขระนับหมื่นนับแสนตัว มันค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แผงไปกับทะเลความรู้ของเขา


    แม้แต่ท้องฟ้าสีเลือดในทะเลความรู้ยังมีอักขระแน่นขนัด ทะเลความรู้สั่นไหวไม่หยุด หมายขยับขยายให้ใหญ่ขึ้น
    อี้เฉินใช้เวลาไปหลายวันแต่เขาก็ยังไม่สามารถหยั่งรู้ม้วนคัมภีร์อักขระได้หมด เขาหยั่งรู้ไปไม่ถึง50ตัวอักษรด้วยซ้ำ



    ทหารของแคว้นพฤกษาต่างพากองกำลังมาจับตัวอี้เฉินไป พวกเขาตั้งข้อหาอี้เฉิน อาจเป็นสายลับของแคว้นอรุณ

    ถูกตั้งข้อหาหนักเป็นกบฏของแคว้นพฤกษา

    แม้แต่ตระกูลหริ่น ก็ไม่สามารถปกป้องอี้เฉินได้พวกเขาปล่อยให้กองกำลังอาณาจักรพฤกษามาจับตัวอี้เฉินไป


    พวกเขาป่าวประกาศ"พวกเราเป็นทหารของผู้อาวุโสชางซุย จะมาจับตัวกบฏอี้เฉิน"


    "อี้เฉินอาจเป็น ไส้ศึกของแคว้นอรุณที่แฝงตัวมา"

    ผู้อาวุโสชางซุยใช้ข้อหานี้จับอี้เฉินไป แม้แต่ตระกูลหริ่น ยังไม่มิอาจห้ามได้


    จนข่าวแพร่กระจายออกไปทั่ว "พวกเขาจับไส้ศึกได้ 1 คนแต่ไม่รู้เป็นใครชายคนนี้ไม่มีที่มา"

    ไม่ถึงวันอี้เฉินก็ถูกส่งตัวไป ภายในจวนของผู้อาวุโสชางซุย ไม่มีแม้โอกาสพูดข้อแก้ต่าง
    "เจ้ากล้าใส่ร้ายข้าอย่างนั้นหรือไอ้หนูน้อย" ผู้อาวุโสชางซุยไต่ถาม
    "กล้ามากที่บอกว่าข้าเป็นกบฏส่งตัวพวกจอมยุทธไปติดหลุมพรางกับดักค่ายกลลงทัณฑ์"


    "มันเป็นแค่ข้อสันนิษฐาน หรือว่าท่านทำจริง"อี้เฉินเองก็ไม่อ่อนข้อให้


    "เจ้า" "ยังกล้าปากดีอีกนะไม่กลัวตายเลยงั้นหรือ"

    อี้เฉินที่ถูกจับมาสอบสวนหน้ามืดทะมึน ไอ้แก่นี่มันคงแค้นสินะที่ทำให้มันถูกสอบสวน
    "ผู้อาวุโสต้องการอะไรพูดมาตรงๆ ดีกว่า"


    ผู้อาวุโสชางซุยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

    "เจ้าคือคนของแคว้นอรุณใช่หรือไม่"

    "ไม่ใช่"


    "ข้าไม่เสวนากับเจ้าแล้วถามไปก็ไม่มีประโยชน์ จับมันใส่โซ่ตรวนซะ"


    พวกกลุ่มทหารเอาของล้ำค่าของอี้เฉินไปทั้งหมด
    ยังดีที่อี้เฉินนำม้วนคัมภีร์อักขระไปไว้ในทะเลความรู้ ไม่อย่างนั้นเขาต้องเสียดายไปตลอดอย่างแน่นอน

    ทหารหลายๆ คนยิ้มเป็นปีติพวกเขาเห็นหินวิญญาณ 100,000 ก้อนต่างมองกันด้วยแววตาโลภอยากครอบครอง


    "ของทั้งหมดขอรับ ผู้อาวุโสชางซุย"


    "ดีดี เสร็จงานแล้วเดียวข้าตกรางวัลให้พวกเจ้าทุกคน"
    เหมือนพวกเขาจะรวมหัวกันเพื่อปอกลอกอี้เฉินอย่างไรอย่างนั้น


    อี้เฉินอยากจะสู้แต่พวกเขามีผู้อาวุโสชางซุยที่อยู่ขั้นวีรชน แถมมีทหารใต้สังกัดตั้ง 10 คน
    ถ้าเขาหุนหันพลันแล่นอาจจะตายด้วยข้อหากบฏจริงๆ

    คนพวกนี้คงไม่ปล่อยเขาไว้ถ้าเขาลงมือ อี้เฉินเหมือนเจอทางตันอีกครั้งไร้ซึ่งทางต่อต้านไร้กำลังจะดิ้นรน

    "ฮ่าๆๆ เจ้าไม่มีแม้แต่คนคุ้มกะลาหัวอย่าหวังว่าเจ้าจะรอด"
    "จับมันไปขายให้แคว้นพฤกษาให้มันไปขุดเหมืองจนตาย"


    "พวกเจ้าเอาตัวมันไป" พวกเขายิ้มเยาะมองอี้เฉินอย่างเย้ยหยัน

    อี้เฉินตะโกนลั่น "นี่แหละหรือสิ่งที่ข้าได้จากการต่อสู้จากสงคราม"

    เจ้าเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งของสงครามเท่านั้น มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้


    อี้เฉินถูกคุมตัวไปอย่างนักโทษมีแม้กระทั่งโซ่ตรวนคล้องขา โซ่ตรวนพิเศษเป็นอย่างมากมันสามารถปิดกั้นปราณพลัง

    ไม่ให้ขับเคลื่อนปราณพลังได้ เหลือแต่เพียงพลังกายาที่สามารถฉีกกระชากโซ่เส้นนี้ได้ แต่ต้องใช้พละกำลังมหาศาล


    อี้เฉินกลายเป็นนักโทษฉกรรจ์ ฝูงชนต่างพากันสาปแช่ง

    อี้เฉินนั่งเงียบอยู่ภายในกรงขังที่ถูกรถม้ามังกร ลากไปยังชายแดนแคว้นพฤกษา

    ผ่านเมืองหลายแห่ง ผู้คนต่างพากันสาปแช่ง อี้เฉินคิดในใจนี่น่ะเหรอสิ่งที่ตอบแทนกันไร้ชื่อเสียงก็เหมือนไร้ตัวตน
    ไร้พลังก็เหมือนเป็นเพียงสุนัขรอรับคำสั่งจากเจ้านาย


    ไม่นานเขาก็มาถึงชายแดนที่นั่นเหมือนเมืองค้าทาสมีมนุษย์อยู่กันเรียงรายถูกใส่โซ่ตรวน
    เหมือนสัตว์ที่อยู่ในกรงขัง มีหลายสิบหลายร้อยกรงขัง ทุกคนล้วนเป็นสินค้าทาส

    มีจอมยุทธบางคนถึงกลับ เดินเลือกซื้อทาสไปใช้งาน แม้กระทั่งตระกูลใหญ่ๆ ยังมาซื้อทาสใช้งาน

    ที่นี่เป็นแหล่งค้าขายทาสที่ใหญ่ที่สุด พวกเขาส่วนใหญ่ซื้อทาสไปขุดเหมืองแร่
    เหมืองแร่เป็นสถานที่อันตรายอย่างยิ่ง แต่ภายในมีหินวิญญาณมากมาย ซึ่งเป็นแหล่งเงินทองสำหรับดินแดนแห่งนี้



    อี้เฉินไปนั่งรวมกับกลุ่มทาส ที่เป็นจอมยุทธหลายสิบคน หลายๆ คนเป็นนักโทษฉกรรจ์
    บางคนก็เป็นเพียงชาวบ้านที่ถูกขายมา

    "ไอ้หนุ่มเจ้าไปทำอะไรผิดมา" นักโทษคนหนึ่งไต่ถาม


    "ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิด"


    "ฮ่าๆๆ" "เจ้าช่างตลกเสียจริงเจ้าหนุ่ม"

    "เจ้าหนุ่มเจ้ารู้หรือไม่ถ้าหากเจ้าได้ไปอยู่ในเหมืองแร่เจ้าจะเหมือนตายทั้งเป็น ว่ากันว่ายิ่งลงไปลึกยิ่งอันตรายแต่ก็มีหินผลึกล้ำค่ามากมาย
    ถ้าถูกซื้อไปขุดเหมืองแร่ก็เหมือนตายไปแล้วครึ่งตัว"


    "ไอ้พวกทาสเลิกพูดได้แล้ว" พ่อค้าไม่สบอารมณ์อย่างมากับการพูดแบบนั้นออกไป


    "เจ้าเข้าไปเฆี่ยนตีมันอย่างให้มันพูดจา เพ้อเจ้อ"

    พ่อค้าทาสตะโกนลั่น ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวทาสคนอื่นๆ จะเสียขวัญ ทำให้เกิดจลาจลได้
    ไม่นานก็มีคนมาซื้อตัวพวกอี้เฉินไปทั้งหมดเป็นคนของแคว้นอรุณ พวกเขาอยากได้ทาสที่มีวรยุทธ เพื่อไปขุดเหมืองแร่ระดับสูงๆ