ซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์

    3.ก้าวเท้าออกจากบ้าน

    “ลูกพ่อ!!! ฟื้นแล้วเหรอ ดีจริง!! สวรรค์ ขอบคุณสวรรค์ ดีจริงๆ ” ชายร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมกล้า อกผายไหล่ผึ่ง ร้องไห้ละล่ำละลัก สองมือเกาะกุมมือน้อยๆ ของลูกชายเอาไว้ด้วยความยินดี“ยี่เออ!! ลูกของเราฟื้นแล้ว ลูกของเราฟื้นแล้ว…” ทั้งคู่ร้องไห้ออกมาไม่หยุด“ลูกแม่ ดีจริงๆเลย ขอบคุณสวรรค์จริงๆ” แม่ของเขาก็ร้องไห้ร้องห่มออกมาไม่หยุดเช่นเดียวกันกับผู้เป็นบิดา“พ่อ แม่ หยุดร้องไห้เถอะ ข้าไม่ได้ตายเสียหน่อย” ซานหลงที่ถูกสิงร่างพูดขึ้น“โถ่ลูก ยังเจ็บตรงไหนอยู่ไหม ลูกนอนอย่างนี้มาเดือนกว่าแล้ว พ่อกับแม่เป็นห่วงแทบแย่ ขอบคุณสวรรค์ ที่ลูกปลอดภัย” ซานยี่ ผู้เป็นมารดาพูดออกมาด้วยเสียงสะอื้น“ข้าไม่เป็นไรแล้วท่านแม่ ข้าจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง” มันพูดออกมาด้วยความกตัญญู“ดีแล้วลูกดีแล้ว! .. เดี๋ยวแม่จะออกไปหาอะไรมาให้ลูกกิน”พูดจบกำลังจะผละไป ซานยี่ชงักไปนิดหนึ่งเมื่อนึกอะไรออก ..ลูกเธอไม่ได้กินอะไรมาเดือนหนึ่งแล้ว เมื่อคิดได้ นางซานยี่ก็วิ่งออกจากบ้านไปทัน“ลูกไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ลูกต้องรีบๆหายนะ แม่เขาเป็นห่วงลูกมาก พ่อจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ จะได้มีเนื้อให้ลูกกิน ลูกจะได้แข็งแรงขึ้นไวๆ” ผู้เป็นพ่อเอามืออันหยาบกร้าน ลูบศีรษะลูกชาย เบาๆ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่นซ่านเข้าปกคลุมดวงวิญญาณของเขา มันไหลซึมไปทั่วหัวใจ ของดวงวิญญาณเร่ร่อน ทำให้รู้สึกยินดีและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกนี่คือสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว ครอบครัวที่ตัวเขาไม่ได้สัมผัสมากี่ปีแล้วก็ไม่ทราบได้  พอนึกย้อมกลับไป ชีวิตเก่าของเขามันช่างไร้ค่านัก บ้างาน บ้าเงิน ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้เจ้านายพอใจ ถึงจะให้เงินส่งเสียพ่อของแม่ แต่ตัวเขาก็ไม่เคยกลับไปดูแลเลยสักนิด ปล่อยให้ภาระหน้าที่ เป็นของน้องชาย เพียงลำพัง ความรู้สึกที่ได้จากครอบครัว มันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ผ้าห่มผืนหนาๆ ถูกดึงขึ้นมาคลุมไว้ที่อกของเขาอย่างแผ่วเบา ด้วยมืออันหยาบกร้านจากการตรากตรำทำงานตลอดทั้งเดือน ของหัวหน้าครอบครัวหนึ่งเดียว ซานหู่ร่างสูงใหญ่เดินออกไปจากห้อง ด้วยความมุ่งหมั่น แววตาเต็มไปด้วยความสุขอันล้นปรี่อยู่เต็มหัวใจในบ้าน!..“ซานหลง ชีวิตนี้ เราคือซานหลงสินะ” นักวิจัยพันธุ์พืชคิดคำนึง ทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมา ทั้งในชีวิตนี้และชีวิตที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำของเขา หรือความทรงจำของ ซานหลง สุดท้ายก็สรุปกับตัวเองว่า มันต้องเปลี่ยนแปลงเขาคือคนใหม่ เขาคือเขา คนที่มีครอบครัว มีพ่อ มีมารดา เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากนี้ เขาจะทำเพื่อตัวเขาและครอบครัวเท่านั้น จะไม่ยอมเป็นทาสรับใช้ของใครอีก เหมือนดังชีวิตที่ผ่านมา เขาทำตัวราวกับเป็นทาสรับใช้ของเจ้านาย รอคอยเพียงเศษเงินที่ถูกโยนมาให้ และพึงพอใจกับสิ่งนั้น ตอนนี้ มันจะไม่มีเขาคนนั้นอีกแล้วเมื่อตัดสินใจได้ดังนี้ ร่างน้อยๆ ก็หลับตาลง นอนหลับไปอย่างสงบ3 วันผ่านไปร่างของเด็กน้อยที่หลับใหลอยู่บนเตียงค่อยๆลืมตาขึ้น หูของเขาแว่วได้ยินเสียงสาลิกา กู่ร้องขึ้นท่ามกลางพงไพร มันเป็นเสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน มันไพเราะเพราะพริ้ง เสนาะหูยิ่งนักเสียงแบบนี้ ในกรุงเทพฯ ไม่มีแน่นอน เสียงของไก่ป่า เสียงนกนานาพันธุ์ พรรณนาร่ำร้อง บอกว่าถึงเวลาเช้าแล้ว ชั่วชีวิตของเขา จะเคยได้ยินก็แค่เสียงไอ้โต้งที่ดังออกมาจากมือถือของเขาเท่านั้น  ไก่บ้านตัวเขื่องผู้โดดเดี่ยวปรากฏขึ้นบนหน้าจอมือถือในทุกๆเช้า เพราะไม่มีไก่ตัวเมียในละแวกนั้นเลยสักตัว มันจึงเป็นไก่ที่เหงา พอๆกับเขานั่นแหละแครก! เสียงเปิดประตูไม้เก่าๆ ดังขึ้น มารดาของเขาถือถ้วยข้าวต้มเข้ามา สายตาของเธอทองประกาย เต็มไปด้วยความยินดีลูกชายตัวน้อยตื่นมาได้ 3 วันแล้วทุกๆอย่างกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่พอมองลงไปยังช่วยเขาต้มแล้ว สายตานั้นก็เต็มไปด้วยความเศร้า“ลูก แม่ต้มข้าวต้มมาให้ กินอาหารย่อยง่ายๆ ไปก่อนนะ ท้องของลูกไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน มันต้องค่อยๆปรับ”เธอนั่งลงที่ข้างๆเตียง ซานหลง ดันตัวลุกขึ้นเล็กน้อย ทีแรก ผู้เป็นมารดาก็จะห้ามเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว“ผมไม่ได้อ่อนแอ ขนาดนั้นครับ พอจะลุกขึ้นได้บ้างแล้ว” เสียงแผ่วเบาของเขาดังขึ้น มือเล็กๆ ยื่นออกไปจะรับเอาถ้วยข้าวต้มมาจากมือของมารดา แต่เธอดึงถ้วยนั้นเอาไว้ ทำให้เด็กน้อย จำต้องปล่อยมืออย่างไม่เต็มใจ“เดี๋ยวแม่ป้อนลูกเอง” เธอตักข้าวต้มในถ้วยลายคราม ด้วยช้อนเงินที่ดูหรูหรา ส่งเข้าปากของเขาทันที เด็กชายเคี้ยวข้าวต้ม สองสามทีก่อนจะกลืนลงไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ถึงมันจะเป็นแค่คนต้มธรรมดากับเกลือ แต่มันก็อัดแน่นไปด้วยความรักความห่วงใยของผู้เป็นมารดา ที่เขาถวินหามานานแสนนาน“ขอโทษนะครับท่านแม่ ที่ทำให้ท่านต้องลำบาก” เด็กหนุ่มวัย 16 ปี พูดขึ้น ผู้เป็นมารดาถึงกับร่างสั่นสะท้าน ขึ้นมาเบาๆ จากความทรงจำของร่างเดิม เป็นแม่คนนี้แหละที่คอยดูแลเอาใจใส่ตอนที่เขาเป็นเจ้าชายนิทราถึงร่างจะไม่ได้สติ แต่ดูเหมือนว่าดวงวิญญาณของเด็กชายจะมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น“ไม่ลำบากหรอกลูก ลูกไม่สบาย แม่ก็ต้องดูแลเป็นธรรมดา” เด็กน้อยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาตั้งใจกินข้าวต้มที่เธอทำให้ จนหมดชาม โดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่า ข้าวต้มชามนี้เป็นข้าว ชามสุดท้ายที่เหลืออยู่ของทั้ง3 คน ผู้เป็นมารดายิ้มออกมาด้วยความยินดี ที่เห็นลูกกินอิ่ม และยิ้มออกมาได้ นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน ที่เธอได้เห็นรอยยิ้มของลูกชาย“ลูกแม่ ลูกนอนพักไปนะ เดี๋ยวแม่จะออกไปดูไร่นาเสียก่อน พ่อของลูกเข้าป่า เพื่อไปล่าสัตว์ มารดาจะต้องไปทำงานแทนพ่อสักเล็กน้อย” มือเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเธอ ลูบหน้าผากของเขาอย่างอ่อนโยน ถึงในใจของเขาจะเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่ก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ที่เห็นมือของผู้เป็นมารดา เป็นเช่นนี้ เด็กน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย ผู้เป็นมาดาจึงเดินออกไป สายตาของเขามองแผ่นหลังอันนั้นจากไป จนลับสายตาในใจก็แอบปฏิญาณเอาไว้ ว่าเขาจะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ครอบครัวของเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตะวันขึ้นสูงบนท้องฟ้า บ่งบอกเวลาว่าสายโด่งเสียแล้ว ร่างของเด็กน้อยค่อยๆลุกออกจากเตียง ถึงจะรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่เขาก็พยายามยืนขึ้น สองเท้าแตะที่พื้นสองมือจับที่ขอบเตียง ขยับแขนขาช้าๆ เป็นการกายภาพบำบัดเล็กน้อย หลังจากนอนนิ่งๆ อยู่กับเตียงมาร่วมเดือน ไม่ว่าจะขยับส่วนไหน มันก็รู้สึกเจ็บปวดไปหมดแต่ผ่านไปเพียง 20 นาที ตัวเขาก็ชิน ความเจ็บปวดที่เคยมีค่อยๆ หายไปอย่างช้าๆ จนไม่เหลือความเจ็บปวดอีก เขาเดินวนไป วนมาอยู่ในห้องสักครู่ แล้วเปิดประตูออกเดินออกไปเสียงดังจอแจ ของกระรอกน้อยที่วิ่งไล่กันอยู่บนต้นตาขบ ดังเข้ามาในหูของเขา มีเสียงนกน้อยๆร้องแทรกขึ้นมาเป็นระยะ บ้านเก่าๆหลังนี้ตั้งอยู่กลางที่ดิน 50 มู่ของปูทวด มันเป็นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์แต่ตั้งอยู่นอกหมู่บ้าน ห่างออกไปไกลลิบมีหมู่บ้านตั้งอยู่ เขามองทอดสายตาออกไปยังทุ่งโล่ง มองเห็นชาวนากำลังดูแลไรนาของตัวเองอยู่ ลิบๆบิดากับมารดาของเขาไม่อยู่บ้าน ทั้งสองต่างแยกย้ายออกไปทำหน้าที่ของตนเอง บิดาจะเข้าป่าทุกวันเพื่อล่าสัตว์ ส่วนมารดาของเขาจะเอาสัตว์ที่บิดาล่าได้ ไปขายในหมู่บ้าน เพื่อแลกข้าวปลาอาหารอย่างอื่นกลับมา ชีวิตของพวกเขาเป็นแบบนี้มา ครึ่งเดือนแล้วสภาพร่างกายของนักวิจัยพันธ์พืชตัวน้อยดีขึ้นมากแล้ว อาหารที่เขากินทุกๆวัน เป็นมารดาที่สรรหามาให้ตามอัตภาพ เงินที่ได้จากการขายเนื้อสัตว์ป่า มารดาก็เอามาแลกเป็นโสมสำหรับบำรุงร่างกายของเขาอย่างไม่ลังเล เขายอมรับว่า ความรักของบิดามารดา ชั่งมากมายเหนือ คณานับจริงๆเดินออกมาจากตัวบ้านได้ไม่ไกล เด็กน้อยก็หันหลังกลับไป มองดูตัวบ้านโทรมๆ ที่เขาทั้ง 3 อยู่อาศัย“เฮ้อ!เกิดใหม่ทั้งที ก็เริ่มจาก 0 เลยทีเดียว พระเจ้าชั่งรักเราเหลือเกิน”ซานหลงคิดแล้วก็ยิ้มน้อยๆออกมา ถึงปากจะบ่นออกมาอย่างนั้น แต่ในใจของเขากลับตื่นเต้นดีใจไม่น้อย นี่เป็นชีวิตที่ 2 ของเขา ถึงมันจะเริ่มต้นจาก 0 แต่เขาก็ไม่กังวลกับมันมากนัก
    error loadedภาพสวยดีของใครก็ไม่รู้ชอบไม่เกี่ยวกับนิยาย