มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 147 เจรจาแลกเปลี่ยน

    “ ก็บอกแล้วไง หยางเฟยหลงเป็นคนบอก”

    “ มีหลักฐานหรือไม่”

    “ คุณหนูไป๋ ท่านถามข้ามากเกินไปแล้ว ข้าแค่มาแลกเปลี่ยนข่าวสารกับสมบัติของกู่เยี่ยนเท่านั้น”

    คราวนี้ไป๋เซียงสีหน้าแปรเปลี่ยน คล้ายกับมีเค้าลางบางอย่าง ที่ไม่อาจเปิดเผยได้

    “ เจ้ารอที่นี่ก่อน ข้าจะไปรายงานกับท่านพ่อ”

    “ คุณหนูไป๋ ข้าขอขนมกับชาเพิ่มอีกชุด” ราเชนกินขนมโก๋จนหมดแล้ว แม้แต่น้ำชาก็ซดจนเกลี้ยง ไป๋เซียงเรียกเด็กรับใช้นำขนมโก๋มาให้ราเชน 1 ถาดเต็มๆ พร้อมกับนำน้ำชามาเพิ่มอีก

    ราเชนกินขนมไป พร้อมกับดื่มน้ำชา ไปอย่างพร้อมกับฮัมเพลงรอไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง ไป๋เซียง เดินมากับ ชายวัยกลางคน แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดี มีชายหนุ่มติดตามเข้ามาสองคน มีกุนซือถือพัดเข้ามาด้วย และยังมีชายแต่งชุดทหารเดินตามมาอีกสี่คน มากันเพียบเลยทีนี้

    “  นี่คือท่านพ่อของเข้า แม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่” 

    ไป๋เซียงแนะนำ

    “ โฮ่วเฟย คำนับ ท่านแม่ทัพใหญ่”

    “ เจ้าหนุ่ม เจ้าบอกว่า กองทัพฮานจะบุก อาณาจักรมัจฉิมา มีหลักฐานอะไรมายืนยันหรือไม่”

    “ หากว่าข้านำภาพการเคลื่อนไหวของกองทัพฮาน ที่นำทัพโดย จักรพรรดิฮั่นตี้ กับทหารสองล้านเคลื่อนพลเข้ามาทางตอนใต้ของอาณาจักรอุดร แล้วกำลังจะบุกเข้ามาตอนเหนือของอาณาจักรมัจฉิมาได้ ข้าก็จะนำมาให้ท่านดู แต่นี่มันทำไม่ได้ ท่านต้องส่งคนไปสืบดูเอง ข้าเชื่อว่า ท่านแม่ทัพใหญ่ น่าจะพอมีสายข่าวอยู่ที่อาณาจักรอุดรบ้าง ใช่หรือไม่”

    “ โฮ่วเฟย อย่าพูดมาก” ไป๋เซียงดุราเชน 

    “ มันไม่มีเหตุผลเลย พวกเรามีสัญญาพันธมิตรกันกับ อาณาจักรอุดร ทำไมพวกเขาถึงได้คิดหักหลังเรา ข้าไม่อยากเชื่อคำพูดของหยางเฟยหลง ท่านพ่อจับไอ้หมอนี่เอาไว้ ทรมานมัน ให้มันพูดความจริงออกมา ว่ามันต้องการอะไรกันแน่ ข้าไม่คิดว่า มันต้องการสมบัติของกู่เยี่ยนเพียงอย่างเดียวแน่ ”

    ไป๋อี้ซุ่น ลูกชายคนโตของไป๋ลู่ เอ่ยจบแล้วมองหน้าราเชนอย่างไม่วางใจ

    “ ใช่แล้ว เราควรจับตัวชายผู้นี้ให้กับราชสำนัก อย่างน้อย มันก็เป็นพวกเดียวกับมารโลหิตหยางเฟยหลง” รองแม่ทัพที่ 1 ไม่เชื่อคำพูดของราเชน

    “ เฮ้..ข้าแค่มาแจ้งข่าวเท่านั้น หากว่าพวกท่านไม่เชื่อข้าก็ไม่ว่าอะไร ไม่เห็นต้องจับข้าไปทรมานเลยนี่?”

    “ ข้าก็สงสัยเช่นกัน ทำไม่ทัพฮาน ทำไมไม่บุก อาณาจักรปัจจิมก่อน” รองแม่ทัพที่1 ก็เอ่ยอย่างสงสัย.

    “ ข้าก็สงสัย”  เหล่าคนอื่นๆ ก็สงสัยเช่นกัน ทำไมไม่บุกอาณาจักรปัจจิมก่อน

    “ ท่านกุนซือมีความเห็นว่าอย่างไร” กุนซือที่ยืนฟังเงียบอยู่นาน ก็เลยถามกลับราเชนว่า

    “ คุณชายโฮว่เฟย ท่านมีคำอธิบายเรื่องนี้ไหม”

    ราเชนเองแม้นจะไม่อยากยุ่งเท่าไร แต่เขาก็เห็นแผนที่ของห้าอาณาจักรผ่านคัมภีร์ปีศาจมาบ้างแล้ว หากไม่พูดออกไปบ้าง คงยากที่จะทำให้คนพวกนี้เชื่อ

    “ หากข้าเป็นจักรพรรดิฮั่นตี้ ก็ไม่คิดบุกอาณาจักรปัจจิมในเส้นทางเดิม เพราะว่าสภาพแวดล้อม ทำเลที่ตั้งของเมืองเอ้อเฉิน เมืองหน้าด่านสุดท้ายของอาณาจักรปัจจิม ได้เคยทำลายกองทัพนับล้านของ อาณาจักรฮานตายจนหมดสิ้น

    ต่อให้ยกทัพไปเส้นทางเดิมอีกเท่าตัว ก็ยังคงถูกลมทมิฬอาฆาตแค้นของหยางเฟยหลงจัดการอยู่ดี ทุกๆ ท่านอาจคิดว่า อาณาจักรปัจจิมไม่มีหยางเฟยหลงแล้ว ใครจะเป็นผู้ที่เรียกลมทมิฬอาฆาตแค้น  อย่าลืม ว่ายังมีเจ้าสำนักเมฆาม่วง นักพรตทงเทียนอยู่ ท่านแม้จะทำการฝึกตนไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก แต่หากบ้านเมืองมีภัย ท่านต้องออกมาช่วยแน่ๆ ท่านเป็นถึงอาจารย์ลุงของหยางเฟยหลง ฝีมือย่อมสูงล้ำกว่าหยางเฟยหลงหลายเท่า 

    ดังนั้นมีแต่เปลี่ยนเส้นทางเข้ามาตอนเหนือของอาณาจักรมัจฉิมา ที่มีเพียงภูเขามังกรหลับที่ขวางทางอยู่เท่านั้น พวกท่านอาจคิดว่า ความสูงชันของภูเขามังกรหลับ จะไม่มีใครบุกเข้ามาได้ พวกท่านคิดผิดแล้ว เพราะข้าเชื่อว่า กองทัพฮานหาวิธีผ่านภูผามังกรหลับได้อย่างแน่นอน จากนั้น พวกมันก็สามารถบุกเข้าตีด่านซีเฉินที่มีเพียงกำลังทหารแค่ หมื่นกว่าคนได้อย่างง่ายดาย พวกท่านคิดว่า ข้าพูดถูกต้องหรือไม่”

    “ พูดจาเลอะเทอะ ท่านพ่ออย่าได้ใส่ใจคำพูดของเขาเลย” ไป๋เซียงต่อว่าราเชนที่พูดมากเกินไป แต่ว่า สิ่งที่ราเชนพูดกับทำให้แม่ทัพใหญ่ และ รองแม่ทัพต่างนิ่งเงียบกันไปหมดแต่กุนซือกระซิบบอกกับ แม่ทัพใหญ่ จนแม่ทัพใหญ่ถึงกับลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า

    “ เจ้าพูดถูก  ในการศึก พวกเราไม่ควรประมาทศัตรู จักรพรรดิฮั่นตี้หากไม่มีความสามารถ ไม่มีทางรวบรวมชนเผ่านอกด่านได้เป็นหนึ่งเดียวแน่ แต่ว่าเรื่องกำลังทหารที่ด่านซีเฉินมีทหารเฝ้าประจำเอาไว้แค่ 1 หมื่นนาย มันเป็นความลับทางการทหารของเรา เจ้าเป็นคนนอกรู้ได้ยังไง” แม่ทัพใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  พร้อมกับจ้องมองตาราเชน รองแม่ทัพก็จับอาวุธในมือ บรรยากาศตึงเครียดทันที

    “ เฮ้...ใจเย็นๆ ก่อน เรื่องนี้ไม่ใช่ข้าที่รู้ แต่เป็นสายลับของอาณาจักรอุดรที่แฝงตัวเข้ามาต่างหากเล่า”

    “ หรือเจ้าไม่ใช่สายลับแต่ คิดจะเอาเสบียงของกู่เยี่ยนไป ให้ทัพฮานใช่หรือไม่ ของมากมายปานนั้น เจ้าจะเอาไปให้ใครกันแน่”

    ไป๋อี้ซุน เอ่ยออกมา รองแม่ทัพทุกๆ คนพร้อมกับทหารคนสนิท ก็ชักดาบกระบี่ออกมา จ่อไปที่ราเชนกันหมด

    “ ข้าแค่มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ สมบัติของกู่เยี่ยนเท่านั้น หากว่าพวกท่านคิดว่าข้าเป็นศัตรู ก็ไสอาวุธกันเข้ามาเลย ข้าแม้นจะต้องตาย ก็ไม่คิดจะอ้อนวอนขอชีวิตอย่างแน่นอน”

    ราเชนเอ่ยอย่างจริงจัง เคร่งขรึม ไม่พูดเล่นเช่นเดิมอีก มีรัศมีพลังบางอย่างปล่อยออกมาจากร่างของเขา แม้นทุกคนตรวจสอบพลังของราเชนแล้วมีเพียงแค่ขั้นปรมาจารย์ระดับต้นเท่านั้น แต่ไฉนพลังที่ปล่อยออกมากลับดูน่ากลัวเหลือเกิน บรรยากาศพลันเย็นระเยือกขึ้นไปทั่วห้อง ทุกๆ คนต่างรู้สึกได้ว่า ชายหนุ่มหน้าบากผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

    แม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่ ยกมือขึ้นให้ทุกคนเก็บอาวุธ แล้วเอ่ยว่า

    “  เรื่องนี้สำคัญต่ออาณาจักรมัจฉิมา พวกเราไม่อาจตัดสินใจได้ในทันที ขอเวลาข้าสองวัน แล้วข้าจะให้คำตอบกับเจ้าเอง”

    “ ตกลงตามนี้” ราเชนทำท่าจะขอจับมือแม่ทัพใหญ่ เพื่อยืนยัน แต่แม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่กับมองมือของราเชนแบบงงๆ

    “ อ้อ การจับมือกัน เป็นการทำสัญญาใจ ของชนเผ่าของข้า” ราเชนเอ่ยยิ้มๆ

    แม่ทัพไป๋ลู่ เลยจับมือกับราเชน แล้วเอ่ย คำว่า ตกลง เช่นกัน

    “ ตอนนี้คุณชายโฮว่เฟย คือสหายคนสำคัญของข้า ให้เขาพักที่เรือนรับรองไปก่อน อี้ซุน เซียงเอ๋อ เจ้าสองคนช่วยดูแลต้อนรับคุณชายโฮว่เฟย แทนข้าด้วย ข้าจะต้องรีบไปถวายรายงานฝ่าบาทก่อน”

    ไป๋อี้ซุน กับไป๋เซียง ถึงกับมองหน้ากัน ไม่คิดว่าบิดาจะใช้พวกเขาทั้งสองคน ดูแลโฮว่เฟยด้วยตัวเอง

    “ น้องเล็ก หน้าที่นี้ข้าขอมอบให้กับเจ้าก็แล้วกัน ข้าจะเข้าวังไปหารัชทายาทเพื่อช่วยอารักขาความปลอดภัยให้กับงานเลี้ยงในคืนพรุ่งนี้  หากข้าอยู่ต่อ ข้าคงได้ชกหน้าใครบางคน” ไป๋อี้ซุนเอ่ยพร้อมกับมองหน้าราเชนที่ยิ้มหวานให้ไม่ใส่ใจคำพูดของไป๋อี้ซุน

    “ ข้าว่า พี่ชายของท่าน คงจะไม่กล้าอยู่ใกล้ข้า”

    “ เจ้ากำลังจะพูดอะไร”

    “ เปล่า ข้าแค่อยากบอกว่า ใครที่อยู่ใกล้ข้า ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรี ล้วนพึงใจในตัวข้ากันทั้งนั้น”

    ราเชนเอ่ยแล้วกับถอนหายใจ

    “เจ้า.. เจ้านี่มันช่าง...หน้าด้านจริงๆ”

    ไป๋เซียงไม่รู้จะสรรหาคำด่าราเชนอย่างไรดี

    “ ขอบคุณที่ชม แต่ตอนนี้ข้าเริ่มหิวแล้ว พาข้าไปหาของกินอร่อยๆ กันเถอะ”

    “ ข้าจะไปสั่งพ่อครัว ทำอาหารมาให้”

    “ ไม่เอา ข้าอยากไปกินข้างนอก มีคนบอกว่า ร้านอาหารที่หอคอยชมฟ้า อาหารอร่อย บรรยากาศดี ดนตรีไพเราะข้าอยากไป พาข้าไปที่นั่นดีกว่า”

    “  ข้าจะให้คนพาไปก็แล้วกัน”

    “  ท่านแม่ทัพใหญ่สั่งว่า ให้คุณหนูไป๋คอยดูแลข้า จะปล่อยให้คนอื่นพาไปได้ยังไง”

    “ นี่เจ้า ชักจะมากไปแล้วนะ” ไป๋เซียงเริ่มโมโหแล้ว

    ราเชนทำสีหน้าเคร่งขรึมแล้วเอ่ยว่า

    “ คุณหนูไป๋ ท่านคิดขัดคำสั่งของแม่ทัพใหญ่อย่างนั้นรึ?”

    “ อย่าเอาท่านพ่อมาอ้าง ข้าไม่มีวันพาเจ้าไปแน่”

    “ ตามใจ หากข้าถูกสายลับของอาณาจักรอุดรฆ่าตาย ท่านก็คอยตอบคำถามของจักรพรรดิจางมู่เฉินนั่นเองเถอะ ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว”

    ราเชนเอ่ยจบก็เดินออกมาจากจวนแม่ทัพใหญ่ทันที

    ไป๋เซียงได้ยินเช่นนั้นก็รีบตามออกไปเช่นกัน

    ราเชนหยุดรอที่หน้าจวน แล้วยิ้มหวานให้ไป๋เซียงที่เห็นนางเดินตามมาติดๆ

    “ รออะไร อยากไปหอคอยชมฟ้าก็รีบตามมาซิ”

    ไป๋เซียงเดินนำหน้าราเชนไป ทำให้ราเชนต้องเดินตามนางไปเร็วรี่

    “ ขอบใจนะ” 

    ราเชนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม

    “ ไม่ต้องขอบใจ ข้าแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น ฝีมืออ่อนด้อยอย่างเจ้า หากเจอคนร้าย คงไม่รอดแน่”

    ตอนนี้ราเชนใช้ใบหน้าหน้ากากธนูโฮว่เฟย ได้เปิดพลังปราณยุทธ์ให้ทุกๆ คนสัมผัสได้ว่าเขามีพลังปราณยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ระดับต้นเท่านั้น ไม่เปิดเผยพลังปราณยุทธ์ที่แท้จริง ที่อยู่ในขั้นราชันระดับกลางแล้ว และสามารถก้าวสู่ขั้นราชันระดับสูงได้ ตามที่เขาต้องการได้ทันที ส่วนไป๋เซียงตอนนี้ก็อยู่ในขั้นพลังปราณราชันระดับกลางเช่นกัน

    “ ที่นี่ไง หอคอยชมฟ้า  มีทั้งหมด 18 ชั้น แต่เปิดเป็นร้านอาหารเพียงสี่ชั้นเท่านั้น

    ชั้นที่ 15  ชั้นที่ 16 ชั้น 17 เป็นร้านอาหารบริการสำหรับคนทั่วไป ส่วนชั้นที่ 18 เป็นของผู้ที่มีป้ายสมาชิกเท่านั้น แต่ทุกชั้น จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ในเมืองหลงเหมินได้ ทั้งหมด เมื่อก่อน ทิวทัศน์เมืองหลวงมีแต่สิ่งสวยงาม โดยเฉพาะพระราชวัง น่าเสียดาย ไม่กี่วันก่อน ถูกหยางเฟยหลง เพื่อนของเจ้า ทำลายจนแหลกลานไปทั้งเมือง รวมทั้งพระราชวังที่สวยงามด้วย ดีนะที่มันทำลายแต่ส่วนราชการ และ ตำหนักของรัชทายาทจางอี้ และ ตำหนักหลวงของฝ่าบาท แต่แค่นี้ ฝ่าบาทก็แค้นมันยิ่งนัก ท่านต้องไปพักที่พระราชวังฤดูร้อนแทน จึงไปหาเรื่องเอากับ องค์ชายสิบสี่ ที่เป็นสหายของหยางเฟยหลง เจ้ารู้จักไหม องค์ชายสิบสี่”

    ราเชนส่ายหัว แต่ก็ยังอยากรู้เรื่องราวขององค์ชายสิบสี่

    “ แล้วองค์ชายสิบสี่นั่น ถูกประหารเลยหรือเปล่า”

    “ คงไม่มีบิดาคนไหนสั่งประหารลูกชายของตนเอง เพียงแต่ว่า ถูกสั่งให้กักบริเวณในตำหนักเย็นเท่านั้น"

    “ โอ้ นี่ฝ่าบาทเป็นพระบิดาขององค์ชายสิบสี่จริงๆ หรือเปล่านี่?”

    “ เป็นแน่นอน แต่ว่าดวงชะตาขององค์ชายสิบสี่ไม่เข้ากับ องค์ชายรัชทายาท จึงทำให้ต้องถูกลงโทษอยู่บ่อยๆ”

    “ เชื่อดวงชะตากันมากขนาดนี้เลยรึ?”

    “ไม่ได้เชื่อดวงชะตา แต่เชื่อ ราชครูฟ้า มากกว่า”

    “ ขนาดนั้นเชียว ชักอยากเจอตัวเป็นๆ ซะแล้ว”

    เมื่อก่อนราเชนก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องการทำนายเท่าไร แต่พอมาศึกษาจากทั้งตำราจิตเทพจักรวาลและ คัมภีร์ปีศาจ ทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงของดวงดาวบนฟ้า มีผลต่อการดำรงชีวิตของเหล่าสรรพสิ่งบนโลกมนุษย์อย่างน่าอัศจรรย์ ขึ้นอยู่ที่ว่า ผู้ใดสามารถกุมความลับฟ้านี้ได้เท่านั้น...

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน