ตอนที่ 5
“ซ่า…” เสียงของมนุษย์กิ้งก่าที่กำลังเดินเข้ามาภายในเกทเมืองรกร้างนั้นไม่ว่าจูนจะพยายามฟังอย่างไรก็ไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยว่าพวกมันทั้ง 7 ตัวกำลังคุยอะไรกันอยู่ แต่เหล่ามนุษย์กิ้งก่ากลับมีท่าทีเหมือนจะสื่อสารกันอย่างเป็ระบบราวกับพวกมันมีสติปัญญามากกว่าลิซาร์ดแมนที่จูนเคยอ่านเจอในหนังสืออย่างเห็นได้ชัด
ฉับ!
ไม่ใช่แค่การสื่อสารระหว่างปาร์ตี้เท่านั้นที่พวกมันทำได้ดีกว่าที่คิด ทักษะการต่อสู้ของพวกกิ้งก่าเดินได้เ่าั้ยังสูงจนน่าใ เพียงแค่พวกมันเหวี่ยงหอกในมือสับเข้าใส่เหล่าซอมบี้ที่บุกเข้าไปโจมตีตามสัญชาตญาณก็สามารถหั่นร่างของพวกซอมบี้เป็ชิ้นๆได้สบายราวกับกำลังหวดคมหอกใส่เต้าหู้ไม่มีผิด ความรุนแรงขนาดนั้นแม้แต่พี่ฝนก่อนจะกลายเป็ซอมบี้ยังทำไม่ได้เลยนะ
“ทำยังไงดีพี่ฝน พวกมันท่าทางจะเลเวลสูงมากเลย” ยิ่งเห็นเหล่ามนุษย์กิ้งก่าโจมตีเหล่าซอมบี้ที่ล้อมอยู่รอบๆอย่างง่ายดายเท่าไหร่จูนก็ยิ่งเป็กังวลเท่านั้น ถ้าซอมบี้ไล่ต้อนพวกมนุษย์กิ้งก่าได้สำเร็จพวกมันก็แค่ต้องหาทางรอดเท่านั้น แต่ถ้าพวกมันแข็งแกร่งเกินไปจนพวกซอมบี้ธรรมดาทำอะไรไม่ได้ พวกมันก็จะหันมาล่าบอสของเกทแทน ซึ่งบอสของเกทในตอนนี้ไม่ได้น่าเกรงขามเหมือนหมีั์สองหัวกลายพันธุ์เสียหน่อย ถึงจูนจะมีค่ามานามหาศาลแต่จูนก็มีแค่สกิลควบคุมฝูงซอมบี้เท่านั้น
“ไม่เป็ไร เรายังมีข้อได้เปรียบอยู่” ระหว่างที่จูนกำลังกังวลใจอยู่นั้น พี่ฝนก็เหมือนจะมองเห็นอะไรบางอย่างที่จูนมองข้ามไป
“พวกมันไม่ได้เล็งที่หัว ท่าทางที่โลกของพวกมันจะไม่มีหนังซอมบี้ดูแน่ๆ” ทันทีที่ได้ฟังข้อมูลจากพี่ฝนจูนก็รีบหันไปมองตรงพื้นที่เหล่ามนุษย์กิ้งก่ากำลังก้าวเดินในทันที เหล่ามนุษย์กิ้งก่าที่กำลังประมาทเพราะคิดว่าศัตรูภายในเกทนั้นกระจอกกว่าตัวเองมากกำลังเดินผ่านเศษชิ้นส่วนของซอมบี้ที่พวกมันฟันทิ้งอย่างสบายใจ ท่าทางพวกมันจะไม่เอะใจเลยว่าร่างกายของซอมบี้ไม่ได้สลายหายไปเหมือนมอนสเตอร์ปกติ
“คักๆๆๆ” ยิ่งกำจัดศัตรูได้มากเท่าไหร่พวกกิ้งก่าก็เริ่มลดความระมัดระวังลงเรื่อยๆ ตอนนี้พวกมันถึงขั้นหันไปพูดจากันอย่างสบายใจแถมยังหัวเราะอย่างสบายอารมณ์อีกต่างหาก
“ตอนนี้แหล่ะ…” จูนที่เฝ้ามองพวกมันมาตลอดเห็นเท้าของมนุษย์กิ้งก่าตัวหนึ่งกำลังเดินเข้าไปใกล้ร่างครึ่งท่อนของซอมบี้ที่ถูกพวกมันฟันทิ้งเอาไว้ พริบตาที่เท้าของมันกำลังทิ้งน้ำหนักลงพื้นจูนก็เปิดใช้งานสกิลควบคุมฝูงซอมบี้เพื่อบังคับให้ซอมบี้ตัวนั้นพุ่งเข้าไปกัดขาของมนุษย์กิ้งก่าเข้าเต็มเขี้ยว
“ซ่าาา” เสียงร้องของมนุษย์กิ้งก่าออกไปทางใมากกว่าเ็ป เ้ามนุษย์กิ้งก่าตัวนั้นดูโมโหมากที่ซอมบี้คนนั้นเข้ามากัดที่ขามันก็เลยใช้หอกแทงซ้ำๆลงไปใส่ซอมบี้คนนั้นหลายทีจนร่างของเขาสลายกลายเป็ฝุ่นและเหลือทิ้งไว้เพียงรอยฟันที่อยู่บนขาของมนุษย์กิ้งก่าเท่านั้น
“ซ่า…” เพียงแค่พริบตาเดียวรอยกัดที่ขาของมนุษย์กิ้งก่าตัวนั้นก็ฟื้นฟูกลับมาเป็ปกติอย่างกับไม่เคยมีาแมาก่อน แถมเ้าตัวยังแลบลิ้นใส่จุดที่ซอมบี้คนเมื่อครู่สลายหายไปอีกเหมือนเป็การดูถูกว่าอีกฝ่ายกระจอกเกินไปไม่สามารถทำอะไรมันได้ ทว่า…เป้าหมายของจูนและหน้าที่ของซอมบี้คนนั้นกลับสำเร็จลุล่วงอย่างงดงามเลยต่างหาก
“ซ่า…” เดินต่อได้ไม่นานอยู่ๆมนุษย์กิ้งก่าที่โดนกัดก็เริ่มมีท่าทีแปลกๆ พอมันหยุดเดินและตัวแข็งค้างไม่ยอมขยับเหล่าเพื่อนๆที่มาด้วยกันก็เริ่มหันไปถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้นแถมยังเข้าไปตรวจสอบร่างกายของเพื่อนในระยะที่สามารถกัดถึงได้สบายอีกต่างหาก…
ติ๊ง!
[ ทำการเปลี่ยน นักรบแห่งเผ่าอารันซา เลเวล 35 เป็ซอมบี้ได้สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์…. ]
[ ราชินีซอมบี้ จูน บรรลุเงื่อนไขสำเร็จ เลื่อนระดับเป็เลเวล 11… 12… 13 ]
“เอ๊ะ…” จูนกะพริบตาถี่ด้วยท่าทีงุนงงเพราะไม่คิดว่าการเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็ซอมบี้จะทำให้เธอได้ค่าประสบการณ์ด้วย แถมมนุษย์กิ้งก่าตัวนั้นยังเลเวลสูงมากทำให้จูนที่เพิ่งจะเลเวล 10 ตอนเปลี่ยนเป็ซอมบี้ได้รับค่าประสบการณ์ก้อนใหญ่เลย
“ซ่าาาาา” ท่าทางตอนนี้จูนจะไม่ใช่คนที่ใมากที่สุดเสียแล้ว เพราะตอนนี้มนุษย์กิ้งก่าที่เข้าไปดูอาการของเพื่อนก็โดนกัดไปด้วยตามระเบียบ เรียกได้ว่าเป็ฉากที่เห็นได้ทั่วไปในหนังซอมบี้เลยก็ว่าได้
“ซ่าาาา” พอโดนกัดพวกมันก็เริ่มสับสนทำอะไรไม่ถูก ยิ่งแต่ถ้าไม่รีบตัดสินใจมันจะแย่กว่าเดิมนะ…
ติ๊ง!
[ ทำการเปลี่ยน นักรบแห่งเผ่าอารันซา เลเวล 38 เป็ซอมบี้ได้สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์…. ]
[ ราชินีซอมบี้ จูน บรรลุเงื่อนไขสำเร็จ เลื่อนระดับเป็เลเวล 14… 15 ]
“...” ยิ่งพวกมนุษย์กิ้งก่าเริ่มโจมตีกันเอง ค่าประสบการณ์ของจูนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เผลอเพียงครู่เดียวมนุษย์กิ้งก่าก็เหลือแค่ 3 จาก 7 ตัวซะแล้ว
ฉึก!!
แต่ถึงจะเหลือกันแค่ 3 ตัวแต่มนุษย์กิ้งก่าที่เหลือก็เหมือนจะเก่งกว่าพวกที่กลายเป็ซอมบี้ไปก่อนหน้านี้ มนุษย์กิ้งก่าตัวหนึ่งแทงหอกใส่หน้าอกของเพื่อนมันอย่างไร้ปรานีแต่เพราะแทงใส่ที่อกไปเต็มๆแต่เพื่อนของมันก็ยังพยายามจะเข้ามาโจมตีต่อทำให้มนุษย์กิ้งก่าอีกคนต้องโจมตีซ้ำเข้าไปที่หัวจนซอมบี้มนุษย์กิ้งก่าตัวหนึ่งสลายกลายเป็ฝุ่นไปอย่างน่าเสียดาย แถมการฆ่าสำเร็จครั้งนั้นยังทำให้พวกที่เหลือรู้ตัวแล้วด้วยว่าต้องฆ่าเพื่อนที่กลายเป็ซอมบี้ไปแล้วอย่างไร
“ซ่าาาาา” เสียงร้องของมนุษย์กิ้งก่าที่เหลือดูเ็ปมากจริงๆ พวกมันพยายามรุมโจมตีมนุษย์กิ้งก่าซอมบี้ที่เหลือ ตัวหนึ่งแทงที่อกทำให้เป้าหมายหยุดนิ่ง ส่วนอีกตัวหนึ่งก็อาศัยจังหวะนั้นแทงที่หัวเพื่อฆ่าให้ตายสนิท แต่น่าเสียดายที่จำนวนมนุษย์กิ้งก่ากับซอมบี้กิ้งก่ามีเท่ากันทำให้มนุษย์กิ้งก่าที่เหลืออีกตัวโดนซอมบี้กิ้งก่ารุมเข้าให้
“ซ่า…” น้ำเสียงเ็ปของมนุษย์กิ้งก่าทำเอาเพื่อนๆที่เหลืออีก 2 ตัวสะดุ้งโหยง แม้จะฆ่าซอมบี้กิ้งก่าไปได้ตัวหนึ่งแต่ก็ยังเหลือซอมบี้อีก 3 ตัวเท่าเดิม แถมรอบๆยังมีซอมบี้มนุษย์กำลังล้อมเข้ามาอีกต่างหาก
“ซ่าาาา” มนุษย์กิ้งก่าที่เหลืออีก 2 คนพยายามสู้สุดใจจนสามารถฆ่าซอมบี้กิ้งก่าไปได้อีก 2 ตัว แต่น่าเสียดายที่มนุษย์กิ้งก่าตัวหนึ่งโดนกัดเข้าเสียก่อนทำให้มนุษย์กิ้งก่าเหลือเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น พอไม่มีคนช่วยเหลือทำให้มันไม่สามารถรับมือซอมบี้กิ้งก่าที่เพิ่มกลับมาเป็ 2 ตัวไม่ได้
ติ๊ง!
[ ทำการเปลี่ยน นักรบแห่งเผ่าอารันซา เลเวล 42เป็ซอมบี้ได้สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์…. ]
[ ราชินีซอมบี้ จูน บรรลุเงื่อนไขสำเร็จ เลื่อนระดับเป็เลเวล 22 ]
ประสบการณ์เป็บอสเกทครั้งแรกของจูนทำเอาตัวจูนเองถึงกับพูดไม่ออก มันมีอะไรที่น่าอึดอัดเยอะมากแต่ถ้าไม่พูดถึงเื่นั้นการได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมากจากการปล่อยให้พวกมนุษย์กิ้งก่าสู้กันเองก็ถือว่าสะดวกสบายมาก จนเธอสามารถป้องกันเกทได้โดยไม่ต้องขยับแม้แต่ก้าวเดียวเลยด้วยซ้ำ
“รอดไปที… ถ้าพวกลิซาร์ดแมนไม่กลายเป็ซอมบี้ซะก่อนพวกเราคงไม่มีอะไรไปสู้แน่ๆ” จูนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะภายในเกทมีแค่จูนกับพี่ฝนเท่านั้นที่นับเป็กำลังต่อสู้ได้ ไม่สิหากจะนับเป็กำลังรบจริงๆคงมีแต่พี่ฝนเท่านั้นเพราะจูนเป็สายเวทมนตร์มาก่อนเลยไม่มีทักษะในการต่อสู้ระยะประชิดเลยแม้แต่น้อย แถมค่าสเตตัสอย่างอื่นนอกจากปัญญาก็แทบจะอยู่ระดับผู้ปลุกพลังเลเวล 4 หรือ 5 เท่านั้น
“ไม่หรอก แบบนี้อาจจะแย่จริงๆแล้วก็ได้” ระหว่างที่จูนกำลังถอนหายใจ พี่ฝนที่ยืนอยู่ข้างๆกลับจ้องมองไปที่ประตูมิติด้วยสายตาเป็กังวล ตอนนี้ประตูมิติสีแดงเริ่มเปลี่ยนกลับไปเป็สีขาวอีกครั้งเพราะปาร์ตี้ที่บุกเข้ามาโดนจัดการไปหมดแล้ว แต่สถานการณ์แบบนี้กลับทำให้ฝนรู้สึกคุ้นๆขึ้นมา
“อ๊ะ…” พอพี่ฝนทักจูนก็เริ่มฉุกใจคิดขึ้นมาได้ แม้เลเวลจะสูงแต่มนุษย์กิ้งก่าพวกนั้นดูอย่างไรก็เป็ฮันเตอร์มือใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงจะมีไหวพริบดีแต่พวกเขาก็ยังประมาทและไม่คิดจะตรวจสอบมอนสเตอร์ั้แ่ตอนแรกอีกต่างหาก นั่นก็หมายความว่าพวกเขาอาจจะเป็ปาร์ตี้ฝึกหัดเหมือนๆกับปาร์ตี้ของพวกจูนก็ได้ และการที่พวกเขาตายกันยกปาร์ตี้ภายในเรดเกทแห่งนี้ก็จะนำไปสู่การตรวจสอบของทีมที่อยู่เหนือกว่าเช่นกัน หรือพูดง่ายๆก็คือ ปาร์ตี้ที่กำลังจะเข้ามาต่อจากพวกเขาจะเป็ปาร์ตี้ของมนุษย์กิ้งก่าเลเวลสูงกว่านี้มาก และพวกเขาก็จะเข้ามาเพื่อปิดเกทให้เร็วที่สุดอย่างแน่นอน
“แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะ ถ้าชนะก็จะมีพวกเลเวลสูงกว่าเข้ามาเรื่อยๆเหรอ” ความจริงในฐานะบอสเกทนั้นช่างโหดร้าย บอสของเกทไม่เหมือนฮันเตอร์ที่สามารถเลือกเกทระดับต่ำเพื่อเก็บเลเวลพัฒนาตัวเองก่อนได้เพราะฝ่ายที่เลือกว่าใครจะเข้ามาต่อสู้คืออีกฟากหนึ่งของเกทต่างหาก และต่อให้เอาชนะได้กลุ่มต่อไปที่จะเข้ามาก็จะเก่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะโลกที่ปาร์ตี้กลุ้มแรกก็เลเวลเกือบ 40 กันหมดแล้วแบบนี้ด้วย
“พวกเราก็ต้องเอาชนะไปเรื่อยๆจนกว่าเกทของพวกเราจะกลายเป็เกทเบรค… หรือไม่ก็ต้องปล่อยให้พวกเขาเคลียร์เกทได้แล้วปล่อยให้โลกใบนี้เชื่อมต่อประตูมิติบานถัดไป” ถึงพี่ฝนจะพยายามคิดหาหนทางแค่ไหนก็คิดออกเพียงสองทางนี้เท่านั้น ในเมื่อโลกใบนี้ยังทำการเชื่อมต่อไปเรื่อยๆก็เท่ากับจูนจะต้องต่อสู้ไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายอย่างนั้นหรือ
“แต่แบบนี้อาจจะดีแล้วก็ได้นะ” ท่ามกลางความคิดฟุ้งซ่านของจูน คำพูดของพี่ฝนกลับทำให้จูนมีท่าทีงุนงงไม่เข้าใจอย่างเห็นได้ชัด ถึงพี่ฝนจะเป็คนไม่ชอบยอมแพ้แต่ในสถานการณ์แบบนี้ยังมีข้อดีอะไรอีกกันแน่
“ถ้าพวกเราปล่อยให้โลกอีกฝั่งเคลียร์เกทได้ โลกใบนี้ก็จะเปิดประตูบานต่อไปเรื่อยๆ แล้วถ้าสักวันประตูของโลกใบนี้จะเชื่อมไปหาโลกของเราล่ะ” คำถามของพี่ฝนทำเอาดวงตาของจูนเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆด้วยความตื่นเต้น มันก็ไม่ใช่ว่าเป็ไปไม่ได้เสียหน่อย โลกของเธอก็มีเกทหลายเกทที่มีมอนสเตอร์เหมือนกัน บางทีเกทที่ปรากฏออกมาอาจจะมีบางบานที่เชื่อมต่อกับโลกที่เคยเชื่อมต่อมาแล้วก็ได้…
“ถ้าเชื่อมต่อสำเร็จ ขอแค่เราสื่อสารกับคนที่เข้าเกทมาและขอให้ปล่อยเกทของเราเป็เกทเบรค เราก็น่าจะกลับบ้านได้นะ” คำว่ากลับบ้านเป็คำที่จูนไม่เคยกล้าพูดออกมาจากปากของตัวเองจนต้องยืมร่างของพี่ฝนในการพูดมันออกมาเลยทีเดียว แม้ความเป็ไปได้มันจะน้อยมากๆ แต่ก็ยังมีโอกาสอยู่ไม่ใช่หรือไง…
“แต่ พวกเขาจะยอมให้พวกเรากลับไปเหรอ พวกเราไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” จูนพยายามหลอกตัวเองมาเสมอ แต่ในใจของจูนก็ยอมรับความจริงมาสักพักแล้วว่าร่างกายของเธอกำลังเน่าเปื่อยอย่างช้าๆ แม้จะดูช้ากว่าการตายปกติแต่หากผ่านไปสัก 2 - 3 ปี จูนก็มีสภาพเหมือนซอมบี้คนอื่นๆอย่างแน่นอน และเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าขั้นตอนการเปิดประตูมิติไปเรื่อยๆเพื่อหาทางกลับบ้านมันจะกินเวลาอีกนานแค่ไหน
“อย่าลืมสิ โลกภายในเกทมีทรัพยากรที่คนของโลกเรา้า แถมพวกนักวิชาการยัง้าศึกษาเกทจากอีกฝั่งด้วย ถ้ายอมให้เรากลับไปพวกเขาจะได้เกทที่ปลอดภัยมาเลยหนึ่งเกทเชียวนะ พวกเขาน่าจะสนใจอยู่บ้างแหล่ะ” ข้อเสนอของพี่ฝนเป็สิ่งที่คนในโลกของเธอ้าจริงๆ แม้เกทเมืองรกร้างแห่งนี้จะมีทรัพยากรไม่มาก แต่การศึกษาเกทนั้นเป็เื่ที่ทางสมาคมให้ความสำคัญมาก ถึงขั้นลงทุนจ้างฮันเตอร์ทั้งกลุ่มเพื่อคุ้มกันนักวิจัยให้เข้าไปในเกทด้วยเลยทีเดียว
“แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น พวกเราต้องหาทางรับมือกับปาร์ตี้กลุ่มต่อไปก่อนนะ” พี่ฝนมองไปทางซอมบี้กิ้งก่าทั้ง 3 ตัวที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ยอมเคลื่อนไหวไปไหน ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันประมาทแถมยังขาดความรู้เกี่ยวกับซอมบี้ ป่านนี้พวกมันคงฆ่าพวกเธอไปแล้ว…