เวทยุทธ์สะท้านปฐพี

    บทที่ 19 สมน้ำหน้า (100%)

    ราตรีในสระทิพย์ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น เช้าตรู่วันใหม่ ร่างซู่มินน้อยยังคงนั่งสมาธินิ่งอยู่ในสระทิพย์ เสวี่ยหยางตัดขาดโลกภายนอก มุ่งสมาธิไปที่การใช้พลังปราณศักดิ์สิทธิ์เปิดเส้นชีพจรวิญญาณ การรับพลังอย่างบ้าคลั่งโดยไม่เกรงกลัวความเจ็บปวด ทำให้ลูกแก้วสะสมพลังในจุดตันเถียนถูกเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง และมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเสวี่ยหยางดึงพลังสีฟ้าอ่อนที่ควบแน่นอยู่ในลูกแก้วให้ไหลไปตามเส้นชีพจรวิญญาณที่ถูกปิด พลังปราณเข้มข้นทะลวงเปิดผนึกเส้นชีพจรวิญญาณภายในอย่างลื่นไหล ระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน ก็สามารถเปิดเส้นสายพลังในร่างได้มากกว่าครึ่งอี้หานกับถานฟงลืมตาออกจากสมาธิพร้อมกัน ร่างกายที่นั่งซับพลังมาหนึ่งวันเต็มแข็งแกร่งขึ้นมาก เหว่ยจงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ศิษย์ทั้งสองฟังอย่างละเอียด แล้วส่งทั้งคู่กลับถ้ำผลึกนิล “เจ้ารอง เจ้าคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นในสระทิพย์ ตุ๊กตายันต์ก็เผาทำลายตัวเองไปแล้ว พวกเราจะมีอะไรมาพิสูจน์ว่าไม่ใช่ผู้ลงมือทำร้ายคน” อี้หานเอ่ยถามความเห็นของศิษย์น้องผู้มีปัญญามากกว่าเขา“ร่างจิตที่สิงอยู่ในตุ๊กตาต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน ถ้าหาตัวคนเจ็บได้ก็เป็นการยืนยันว่าอาจารย์พูดความจริง ท่านเจ้าสำนักเป็นคนมีเหตุผล ท่านอาจารย์เฉิงจินก็เป็นคนที่รักลูกศิษย์เหมือนลูกแท้ ๆ คงไม่ยอมให้คนร้ายตัวจริงพ้นผิดได้ง่าย ๆ”สิ่งที่ถานฟงพูดเจียงปินเองก็คิดเช่นเดียวกัน โม่ฟ่านมักจะเชื่อคำพูดของเหว่ยจงเสมอ เฉิงจินก็เป็นพวกเถรตรงและรักพวกพ้องเป็นที่สุด ถ้าคนพวกนั้นตรวจพบว่าเขาบาดเจ็บภายในสาหัส คงยากจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ร่างจิตที่สิงอยู่ในตุ๊กตายันต์ กฎลงโทษผู้ทำร้ายคนในสำนักถึงขั้นเสียชีวิตคือการทำลายลูกแก้วรวมปราณแล้วขับออกจากสำนักมุกจิตราชาถูกนำออกมาจากช่องลับในคลังสมบัติส่วนตัว ยาลูกกลอนสีขาวแวววาวมูลค่าสิบล้านศิลาวิเศษชั้นดีคือสมบัติล้ำค่าที่สุดของเจียงปิน มุกจิตราชามีสรรพคุณช่วยเพิ่มพลังได้สองช่วง เขาตั้งใจจะกินยาเม็ดนี้ตอนบรรลุพลังระดับจิตเทพช่วงปลาย เพื่อเลื่อนระดับเป็นจอมเวทมหาเทวะช่วงกลางที่มีพลังเหนือกว่าโม่ฟ่าน“ยาเม็ดนี้จะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บและเพิ่มพลังให้ข้าแค่ระดับจิตเทพช่วงปลาย เหว่ยจง เจ้ากับนางเด็กปีศาจเป็นต้นเหตุให้ข้าสูญเสียสมบัติล้ำค่าโดยเปล่าประโยชน์ แค้นครั้งนี้พวกเจ้าต้องชดใช้ให้ข้าด้วยชีวิต”เจียงปินกลั้นใจโยนมุกจิตราชาเข้าปาก กระแสพลังเย็นเยือกแผ่ซ่านไปทุกอณูของร่างกาย อวัยวะภายในที่บาดเจ็บได้รับการรักษาจนหายดี แล้วฤทธิ์ยาวิเศษก็จางหายไป“บัดซบ! มันเกิดอะไรขึ้น! พลังหายไปไหน! ทำไมขุมพลังข้าไม่เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย!”เจียงปินตะโกนอย่างคลุ้มคลั่ง เมื่อจู่ ๆ พลังฤทธิ์ยาวิเศษในกายหายไปอย่างลึกลับราวกับถูกสัตว์อสูรร้ายกลืนกิน ยาเพิ่มปราณขั้นสูงที่เก็บอยู่ในถุงวิเวทถูกส่งเข้าปากอีกหนึ่งเม็ด ฤทธิ์ยากระจายไปตามร่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วจางหายไปเช่นเดิม“เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายข้า! ทำไมฤทธิ์ยาวิเศษถึงใช้ไม่ได้ผล!”ยาวิเศษอีกหลายชนิดถูกโยนเข้าปากอย่างไม่เสียดาย ผลที่ได้คือฤทธิ์ยาไม่เพิ่มพลังให้ร่างกายเลยแม้แต่น้อย เจียงปินลองโคจรพลังดูดซับปราณฟ้าดิน ผลปรากฏว่าเมื่อพลังปราณผ่านเข้าร่างก็จางหายไปเช่นเดียวกันเมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติของร่างกาย ขาทั้งสองข้างก็หมดแรงยืน จนร่างทรุดลงกับพื้นอย่างแรง เส้นเลือดในหัวเต้นแรงจนปูดโปนคล้ายจะระเบิด“ถ้าพลังของข้าไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีก ชั่วชีวิตนี้ข้าจะเป็นได้แค่จอมเวทระดับจิตเทพช่วงต้นเท่านั้น”อนาคตที่คาดหวังว่าจะเป็นจอมเวทมหาเทวะผู้ยิ่งใหญ่พังทลายลงในพริบตา ร่างชราสั่นสะท้าน น้ำตาสีเลือดไหลอาบแก้ม เสียงร่ำไห้โหยหวนดังก้องห้องลับตลอดทั้งคืน ค่ำคืนที่สองในสระทิพย์ เสวี่ยหยางเปิดเส้นชีพจรวิญญาณในร่างซู่มินได้ครบทั้งสามสิบสองเส้น เส้นชีพจรวิญญาณที่ถูกเปิดจะซึมซับพลังจากภายนอกเข้าสู่ร่างตลอดเวลา แม้มิได้เข้าสมาธิดูดพลัง คลื่นพลังสีฟ้าอ่อนขัดเกลาอวัยวะภายในและภายนอกจนแข็งแกร่ง ร่างกายซู่มินได้รับพลังอันอุดมสมบูรณ์จนบรรลุระดับหลอมกายช่วงต้นเมื่อร่างเนื้อของซู่มินสมบูรณ์แบบแล้ว เสวี่ยหยางก็ดึงพลังจากสระทิพย์เข้าสู่แก่นวิญญาณของตัวเอง พลังมหาศาลช่วยเสริมพลังฤทธิ์ให้วิญญาณมังกรหลายพันเท่าครบกำหนดสามวัน เด็กน้อยค่อย ๆ ลืมตาออกจากสมาธิ แล้วปีนขึ้นจากสระทิพย์อย่างไม่รีบร้อน ร่างเล็กนั่งลงทำสมาธิริมสระ คล้ายกำลังปรับระดับพลัง แต่ความจริงคือกำลังสลับวิญญาณเมื่อวิญญาณซู่มินกลับเข้าร่างเนื้อตามเดิม แรงกดดันอันทรงพลังของสัตว์เทพก็จางหายไปจากร่าง เหว่ยจงที่นั่งเฝ้าอยู่ริมสระ เดินเข้ามาหาแล้วส่งยิ้มให้ศิษย์น้อยอย่างอบอุ่น“ไม่เคยมีใครแช่ตัวในสระทิพย์ได้นานเท่าเจ้ามาก่อน อาจารย์ภูมิใจในตัวเจ้ามาก ศิษย์น้อยของข้า”เหว่ยจงเอ่ยปากชม สายตากวาดมองไปทั่วร่างซู่มิน คลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากร่างคือพลังขั้นหลอมกาย เขารีบใช้พลังจิตเข้าตรวจสอบในจุดเสินถิงของเด็กน้อย และพบว่าพลังจิตก็อยู่ในระดับหลอมจิตเช่นเดียวกัน ศิษย์ตัวน้อยของเขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากมายจริง ๆ“ขอบคุณอาจารย์ ที่อยู่เฝ้าข้าตลอดเวลา ข้าจะเป็นศิษย์ที่ดีของท่านเจ้าค่ะ”ซู่มินเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ เสวี่ยหยางถ่ายทอดความทรงจำในระหว่างครองร่างเนื้อให้รับรู้ทุกเรื่อง อาจารย์มนุษย์กับศิษย์พี่ทั้งสองเป็นคนดีและนางก็ชอบคนดี ส่วนพวกคนชั่ว..สมน้ำหน้า..เวทคำสาปของอาจารย์มังกรจะทรมานมันให้ตายทั้งเป็นไปตลอดชีวิต“ไปเถอะ เรายังมีเรื่องที่ต้องจัดการ รออยู่ด้านนอก”เหว่ยจงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด แล้วใช้เวทเคลื่อนย้ายพาตัวเองและศิษย์น้อยกลับถ้ำผลึกนิล อี้หานกับถานฟงรับรู้ถึงคลื่นพลังที่ปรากฏอยู่หน้าถ้ำ จึงลืมตาออกจากสมาธิจิต แล้วพากันเดินออกไปต้อนรับอาจารย์“เหตุการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” เหว่ยจงเอ่ยถามศิษย์ชายทั้งสองทันทีเมื่อพบหน้า“ศิษย์เอกที่บาดเจ็บสาหัสโดนลอบสังหารจนเสียชีวิตตั้งแต่คืนแรกที่กลับจากสระทิพย์ ท่านเจ้าสำนักสั่งไว้ว่า ถ้าท่านกับศิษย์น้องเล็กกลับมา ให้พวกเราทุกคนรีบไปที่อาคารขาวทันทีขอรับ” ถานฟงกล่าวรายงานอย่างรวบรัด“ถึงขนาดฆ่าคนเพื่อปิดปาก จิตใจของพวกมันช่างโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ เจ้าทั้งสามคนจงระวังตัวให้ดีเมื่อไปถึงอาคารขาว”“ขอรับ / เจ้าค่ะ”