ตอนที่4 ครูอาสา
สถานีขนส่งผู้โดยสารประจำจังหวัด
“โอ้ย เมื่อยชะมัดเลยยัยปราง ฉันไม่เคยนั่งรถนานข้ามวันขนาดนี้เลยรู้ไหมเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหมือนกระดูกจะแหลกเป็ผง นี่ถ้าไม่ใช่ว่าแกเป็เพื่อนรักของฉันนะฉันไม่ยอมมาลำบากลำบนด้วยเด็ดขาดเลยอะไรกันจู่ๆ ก็นึกเพี้ยนสมัครเข้าโครงการครูอาสาในป่าใหญ่ ทำไมแกไม่เลือกโรงเรียนในเมืองที่เดินทางสะดวกสบายกว่านี้หน่อย”
เสียงบ่นกระปอดกระแปดเป็หมีกินผึ้งดังขึ้นจากหญิงสาวคนหนึ่งที่เพิ่งก้าวลงจากรถโดยสารประจำทาง ร่างผอมบางเดินมาทิ้งตัวยังม้านั่งตัวยาวภายในสถานีขนส่ง แล้วเหวี่ยงกระเป๋าเป้เดินทางใบใหญ่ลงจากบ่าปั้นหน้างอหงิกส่งไปให้เพื่อนสาวที่มาด้วยกันก่อนจะบีบนวดหัวไหล่ตัวเองไปมา
“บ่นเป็คนแก่ไปได้น้ำหนึ่งก็โรงเรียนในเมืองมีครูเพียงพอแล้ว ไม่เหมือนบนดอยหรือหมู่บ้านกลางป่าทุรกันดารที่ไม่ค่อยมีใครอยากมาสอนเพราะกลัวความลำบากทำให้พวกเด็กๆ เ่าั้ขาดโอกาสในการเรียนรู้ พวกเด็กในหมู่บ้านห่างไกลพวกนี้น่าสงสารมากเลยรู้ไหม”
กัญญารัตน์หรือ ‘ปราง’ หญิงสาวผู้มีอายุย่างเข้าสู่วัยเบญจเพสอมยิ้มพลางเปิดขวดน้ำดื่มขึ้นจิบ เธอกับ น้ำหนึ่งเป็เพื่อนกันั้แ่สมัยเรียนมัธยมต้นเดินทางมายังจังหวัดแห่งนี้เพื่อทำงานเป็ครูอาสาให้กับโรงเรียนประจำหมู่บ้านเขาเขียวซึ่งขาดแคลนคุณครูประจำโรงเรียน
“จ้าน่าสงสาร แต่ตอนนี้ฉันสงสารตัวเองมากกว่านี่พวกเรายังต้องนั่งรถกระบะเดินทางเข้าไปในหมู่บ้านอีกตั้งหลายชั่วโมงไม่ใช่เหรอ ฉันไม่อยากจะนึกสภาพเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองตอนที่พวกเราไปถึงหมู่บ้านเลยนะ”
“เอาน่าไหนๆ ก็หลวมตัวมาด้วยกันแล้วอย่าบ่นนักเลยแค่สี่เดือนแป๊บเดียวเอง นะ นะ น้ำหนึ่งคนสวย”
“แหม แกก็พูดไป ฉันรู้หรอกน่าว่าตัวเองสวย”
สองเพื่อนสาวพากันหัวเราะชอบใจทำให้ไม่ทันสังเกตเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า
“คุณสองคนเป็ครูอาสาที่จะไปสอนในหมู่บ้าน เขาเขียวใช่มั้ย”
ปรางและน้ำหนึ่งหันไปยังเ้าของเสียงทุ้มห้าวซึ่งฟังดูไม่ค่อยเป็มิตรนักก็พบกับชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มยืนเท้าเอวจ้องพวกเธออยู่
“ใช่ค่ะ ฉันชื่อปรางส่วนนี่ก็น้ำหนึ่งพวกเราเป็ครูอาสามาสอนหนังสือให้เด็กในหมู่บ้านเขาเขียวค่ะ”
“อืม” ชายแปลกหน้ามองสำรวจหญิงสาวทั้งสองั้แ่หัวจรดปลายเท้าก่อนจะส่ายหน้า “ท่าทางบอบบางอย่างงี้จะอยู่ได้ถึงสามวันหรือเปล่า เสียเวลาชะมัด”
“นี่คุณ ไม่ทราบว่าคุณเป็ใครคะ” ปรางลุกขึ้นยืนจ้องหน้าของชายแปลกหน้าผู้หยาบคายชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน “ปราง ฉันว่าแกใจเย็นก่อนนะ” น้ำหนึ่งดึงแขนของเพื่อนสาวเพื่อพยายามห้ามศึก
“ครูจอมขวัญให้มารับถ้าอยากเข้าไปในหมู่บ้านก็ตามมา” พูดจบชายแปลกหน้าก็หมุนตัวเดินจากไป
“โห หน้าตาก็ดีทำไมถึงเสียมารยาทและหยาบคายได้ขนาดนี้นะ”
หญิงสาวโคลงศีรษะไปมาพลางเป่าลมออกจากปาก หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างจนผู้ชายหยาบคายคนนั้นเดินหลบไปยังมุมของอาคารโดยสารหายเข้าไปยังบริเวณลานจอดรถ
“ใจเย็นน่าปราง เอาไงจะกลับตอนนี้ก็ยังทันนะ” น้ำหนึ่งเลิกคิ้วมองหน้าเพื่อนสาว
“มาถึงขนาดนี้แล้วฉันไม่เปลี่ยนใจเพราะผู้ชายไร้มารยาทแค่คนเดียวหรอก หึ คอยดูก็แล้วกันว่าฉันจะอยู่ได้กี่วันไปกันน้ำหนึ่ง”
“อื้อไปก็ไป”