“ดีมาก เรื่องนี้มีเพียงเจ้ากับข้าเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นขอจงเชื่อใจข้า และเชื่อใจตัวเจ้าเอง ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี”
“พะ เพคะ” ซือซิงกล่าวตอบรับ ก่อนรอยยิ้มของซูเจียวจะยิ้มกว้าง เมื่อหมดราชมารดาแล้ว ซูเจินจะไม่มีวันได้กลับเข้ามายังแคว้นจ้านหลิวอีก หนามยอกอกที่ตามทิ่มแทงมาตั้งแต่วัยเยาว์ คงสิ้นชื่อไปตามกาลเวลา ก่อนเสียงฝีเท้าของทหารองครักษ์ บ่งบอกว่าราชบิดากำลังเดินตรงมายังตำหนักขาว
“พวกเจ้าออกไปก่อน ข้าต้องการปลอบใจลูกข้าเพียงลำพัง” ทหารองครักษ์ รับคำสั่งแล้วปล่อยให้พระราชาเดินเข้าไปยังตำหนักขาวเพียงองค์เดียว ไม่นานนักทหารยามที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าก็ทยอยเดินออกจากตำหนักขาวตามคำสั่งขององค์ราชา
“ฮือ ๆ ๆ มีหลายอย่างที่ข้าทำไม่ดีกับท่านแม่ไว้มาก ท่านแม่มาด่วนจากไปเช่นนี้ ในขณะที่ข้ายังไม่ทันได้ตอบแทน” เสียงร้องไห้ของซูเจียวที่ดังลอดออกมาจากด้านใน ทำให้พระราชาหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้ม ความเจ็บปวดจากการสูญเสียชายาเป็นอะไรที่ยากเกินกว่าจะทำใจได้ ก่อนเช็ดน้ำตาแล้วเปิดประตูเข้าไป
“เจ้าออกไปก่อน”
“เพคะ” ซือซิงรับคำสั่งแล้วเดินออกไป ก่อนหันสายตามายังราชธิดาซูเจียวที่ยังก้มหน้าร้องไห้ไม่หยุด พระราชาเดินเข้าไปแล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะบุตรสาวด้วยความรัก
“ข้ารู้ว่ามันยาก แต่ข้าขอสั่งให้เจ้าเข้มแข็ง กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อีกไม่นานจะถึงเวลาที่เจ้าต้องไปเป็นบรรณาการ เจ้าต้องเก่งจนทำให้องค์รัชทายาทเหลียวมองเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น เข้าใจที่ข้าบอกฤาไม่”
“ข้าจักทำใจได้อย่างไร ที่เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ นั่นเพราะซูเจินเพียงผู้เดียว ท่านแม่ตรอมใจเพราะนาง นางถูกลี่เซียนตามใจมาตั้งแต่เด็ก แต่ก่อนข้าไม่เคยคิดโทษ แต่มาวันนี้นางทำท่านแม่ตาย” พระราชาชะงักพลางทบทวนคำพูดของซูเจียวมีความจริงอยู่บ้าง หากแต่ยังคงนิ่งไม่โต้ตอบ คิ้วสองข้างขมวดติดกัน
“หากซูเจินเป็นคนอื่น ข้าคงลงมือฆ่านางด้วยตัวเอง เพื่อให้สาสมกับสิ่งที่นางทำ” พระราชามองสายตาแห่งความโกรธแค้นจากซูเจียว คำพูดพร้อมเสียงสะอื้นไห้แสดงถึงความเจ็บปวดที่นางกำลังได้รับอย่างหนักหนาสาหัส ส่งผลให้พระราชาถอนหายใจยาวเหยียด เขาต้องทบทวนความผิดของซูเจินใหม่ นางเป็นเด็กเอาแต่ใจเพราะถูกพี่เลี้ยงตามใจมาตั้งแต่เด็กก็จริง แต่การหนีออกจากวังจนทำให้ซูลี่ตรอมใจถึงตายนั้นเป็นความผิดที่ไม่ควรให้อภัยเช่นเดียวกัน
“ข้าจะสั่งทหารให้นำตัวซูเจินมารับความผิด”
“ไม่เพคะ ข้าไม่ต้องการเห็นหน้าของนางอีก” ซูเจียวหันใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตากลับมา นางรู้ดีว่าบทลงโทษไม่อาจทำให้ซูเจินถึงตายได้ อย่างไรเสียองค์พระราชาก็ยังเมตตานางอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
“ปล่อยให้นางออกไปเผชิญโลกกว้างเช่นนี้ ตราบเท่าฝืนฟ้าจะทลายลง ไม่ต้องนำนางกลับมายังแคว้นจ้านหลิวอีก ได้ฤาไม่เพคะ”
“แต่...” ท่าทางครุ่นคิดของราชบิดาทำให้ซูเจียวเหตุผลเพิ่ม
“สาเหตุการสิ้นพระชนม์ของท่านแม่ ไม่ว่าจะเป็นนางกำนัล หมอหลวง หรือเหล่าทหารทุกคนต่างรู้ถึงสาเหตุนี้ดีว่าซูเจินเป็นต้นเหตุให้ท่านแม่สิ้น หากท่านพ่อให้ซูเจินกลับมายังวังหลวงอีก เช่นนี้แล้วคนพวกนั้นจะวางใจได้อย่างไร ที่ปล่อยให้ซูเจินลอยหน้าลอยตาเป็นราชธิดาในวังหลวง ในขณะที่พระชายาสิ้นพระชนม์เพราะนาง”
“.....”
“ท่านพ่อจงเชื่อข้า หยุดส่งทหารตามตัวนาง ประกาศออกไปว่านางไม่มีสิทธิ์เป็นราชธิดาของแคว้นจ้านหลิวอีก เพื่อให้เหล่าขุนนางมั่นใจว่าเราไม่ได้เข้าข้างคนผิด” ซูเจียวรอบสังเกตสีหน้าของราชบิดา พบว่าเขาครุ่นคิดและไม่อาจตัดสินใจได้
“ท่านพ่อจงเชื่อมั่นว่าข้าจะทำหน้าที่เป็นบรรณาการให้ดีที่สุด องค์รัชทายาทจะมองเพียงข้าผู้เดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะความงามหรือความสามารถด้านการดนตรี จักมิมีผู้ใดเทียบข้าได้ ข้าสูญเสียท่านแม่ไปแล้ว ข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวัง”
“เช่นนั้นก็สุดแล้วแต่ใจเจ้า ข้าจะหยุดส่งทหารนำตัวซูเจินกลับมา”
“จริงเหรอเพคะ”
“จริง” พระราชาดึงราชธิดาเข้ามาสวมกอด ยังคงทิ้งความหวังทั้งหมดไว้ที่ซูเจียวเพียงคนเดียวมิเปลี่ยนแปลง และไม่นานประกาศจากแคว้นจ้านหลิวก็ถูกติดไปทั่วทุกสารทิศ ว่าราชธิดาซูเจินหายสาบสูญและแคว้นจ้านหลิวมีเพียงราชธิดาซูเจียวเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป