ความเสี่ยงยิ่งสูงผลตอบแทนยิ่งมาก!
หวังเฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นปิงชิงตัวน้อยอัปเลเวลเป็นเลเวล30
ตอนนี้ปิงชิงอัปเลเวลขึ้นมาห้าเลเวลต้องใช้ค่าประสบการณ์อย่างน้อยเทียบเท่ากับการที่เขาต้องต่อสู้ในเทือกเขาสรรพสัตว์นานครึ่งเดือน
หลังจากตรวจสอบคุณสมบัติของปิงชิงแล้วหวังเฉินก็หันไปมองสิ่งของอื่นๆ ที่เปิดได้
อย่างแรกคือเซ็ตไอเท็มทองคำ‘ลาวาคำราม’
[อุปกรณ์: เกราะลาวา]
[ประเภท: เครื่องป้องกัน]
[ระดับ: ทองคำ]
[เงื่อนไข: เลเวล 40]
[คุณสมบัติ: พลัง +100, พละกำลัง +100]
[เวทมนตร์เอฟเฟกต์: 1. ทุกครั้งที่ได้รับความเสียหายจะสะท้อนกลับ 10% ของความเสียหาย
2.พลังของทักษะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 5%]
...
[อุปกรณ์: เข็มขัดลาวา]
[ประเภท: เครื่องป้องกัน]
[ระดับ: ทองคำ]
[เงื่อนไข: เลเวล 40]
[คุณสมบัติ: พลัง +50, พละกำลัง +50, ความว่องไว +50]
[เวทมนตร์เอฟเฟกต์: 1. มีช่องเก็บอาวุธในตัวสามารถสลับอาวุธหลักได้อย่างรวดเร็ว (0/2)]
...
[อุปกรณ์: สนับขาลาวา]
[ประเภท: เครื่องป้องกัน]
[ระดับ: ทองคำ]
[เงื่อนไข: เลเวล 40]
[คุณสมบัติ: พลัง +80, ความว่องไว +100]
[เวทมนตร์เอฟเฟกต์: 1. เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 10%]
...
นอกจากนี้เมื่อชุดเกราะทั้งสามชิ้นรวมกัน ยังมีคุณสมบัติเซ็ตปรากฏขึ้นอีกด้วย
[เมื่อรวบรวมชุดเกราะลาวาคำรามทั้งสามชิ้น จะเพิ่มพลังป้องกัน 10% และลดความเสียหายจากการโจมตีธาตุไฟ 10%]
“เยี่ยมมาก! ชุดเกราะทองคำแบบนี้ ในเมืองตงหลิงไม่มีขายแน่นอน”
“ถ้าเอาไปขาย คงได้เงินอย่างน้อยสิบล้านเหรียญทอง”
หลังจากอ่านรายละเอียดของชุดเกราะลาวาคำรามหวังเฉินก็สวมมันอย่างมีความสุข พร้อมกับเรียนทักษะคลุ้มคลั่งกระหายเลือดระดับ Bไปด้วย
[คลุ้มคลั่งกระหายเลือด (ระดับ B): ทักษะโจมตีเชิงรุกเมื่อเปิดใช้งาน จะเข้าสู่สถานะคลุ้มคลั่งกระหายเลือด ลดความเจ็บปวด 20% และเพิ่มพลังโจมตี 20%]
ในพริบตาหวังเฉินรู้สึกว่าพลังในร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก
[ชื่อ: หวังเฉิน]
[อาชีพ: ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์]
[เลเวล: 40 (ขีดจำกัดของการเปลี่ยนอาชีพครั้งแรก)]
[พรสวรรค์: ดวงใจแห่งสรรพสัตว์ (SSS), หลอมรวมสัตว์อสูร(เทพ)]
[ทักษะ: ศาสตร์ควบคุมอสูร (S), ศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์อสูร(B), ศาสตร์วิเคราะห์สายเลือด (เทพ), พันธสัญญาอัญเชิญ(B), คมดาบพริบตา (D), วิชาลมวายุคลั่ง(C), คลุ้มคลั่งกระหายเลือด (B)]
[พลัง: 315 + 260 แต้ม]
[สติปัญญา: 315 + 10 แต้ม]
[พละกำลัง: 315 + 150 แต้ม]
[ความว่องไว: 315 + 5 + 170 แต้ม]
[แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 150 แต้ม]
...
หลังจากจัดสรรแต้มคุณสมบัติอย่างเท่าเทียมกันและบวกกับการตอบสนองจากปิงชิงคุณสมบัติพื้นฐานสี่ด้านของหวังเฉินก็ทะลุสามร้อยแต้มโดยที่ยังไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ใดๆ
หากรวมโบนัสจากอุปกรณ์ด้วยแล้วคุณสมบัติพลังสูงสุดของเขาจะใกล้เคียงหกร้อยแต้ม
คุณสมบัติที่น่าตกตะลึงเช่นนี้เทียบได้กับผู้เปลี่ยนอาชีพทั่วไประดับสองเลเวล 60-70 เลยทีเดียว
ส่วนแต้มทักษะอิสระนั้นหวังเฉินยังไม่คิดจะใช้ เพราะทักษะระดับ B แต่ละขั้นต้องใช้แต้มทักษะห้าสิบแต้มซึ่งตอนนี้ยังไม่คุ้มค่าสำหรับเขา
อีกอย่างตอนนี้เขามีเลเวลสูงถึงสี่สิบ ซึ่งเป็นขีดจำกัดของการเปลี่ยนอาชีพครั้งแรก
หากต้องการเลื่อนระดับต่อไปเขาจะต้องทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพให้สำเร็จก่อน
เก็บแต้มทักษะไว้ก่อนก็เผื่อจะใช้ในยามจำเป็น
“เมื่อเปลี่ยนอาชีพสำเร็จ ฉันจะได้รับช่องพันธสัญญาเพิ่มอีกหนึ่งช่อง เย้!อีกไม่นานฉันก็จะได้ทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองแล้ว!”
คิดอย่างปลื้มปริ่มหวังเฉินก็หันไปมองรางวัลอีกสองชิ้นที่เหลือ
[ฉายาระดับยอดเยี่ยม: นักล่าออร์ค: เมื่อใช้งาน จะเพิ่มพลังโจมตี 10%เมื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเผ่าพันธุ์ออร์ค]
ระดับของฉายาแบ่งออกเป็นทั่วไป ยอดเยี่ยม มหากาพย์ และตำนาน
สำหรับหวังเฉินซึ่งเป็นผู้เปลี่ยนอาชีพระดับเริ่มต้นฉายาระดับยอดเยี่ยมก็นับว่าดีมากแล้ว
เขาไม่ลังเลที่จะเลือกใช้มันทันที
ต่อไปคือไอเท็มชิ้นสุดท้ายวัสดุเวทมนตร์ระดับ B ‘สารสกัดจากเลือดออร์ค’
สิ่งนี้มีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียวเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตยาคลุ้มคลั่งและยาเพิ่มสายเลือด
หากนำไปขายในตลาดการค้าคงได้ราคาเกินสองล้านเหรียญทองอย่างสบายๆ
แต่สิ่งนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับหวังเฉินเพราะเขามีทักษะคลุ้มคลั่งกระหายเลือดอยู่แล้วและไม่คิดจะเปลี่ยนสายเลือดมนุษย์ของตนเองให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดน่าเกลียดแบบพวกออร์คแน่ๆ
ดังนั้นวัสดุชิ้นนี้เขาตั้งใจจะนำไปขายในตลาดการค้าพร้อมกับสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น
“เอาล่ะ ปิงชิง เรากลับกันเถอะ”
หลังจากเก็บของทั้งหมดใส่แหวนมิติหวังเฉินก็ตบมือแล้วอุ้มปิงชิงตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน
จากนั้นเขาก็เปิดใช้งานม้วนคัมภีร์กลับเมืองทันที
หวือๆๆ!
สามวินาทีต่อมาร่างของเขาก็หายไปจากดันเจี้ยนดินแดนลับโดยสมบูรณ์
...
“เร็วเข้า! หวังเฉินกำลังจะออกมาแล้ว!”
บนอัฒจันทร์เมื่อเห็นภาพที่หยุดนิ่งจางหายไป ทุกคนก็ตื่นตระหนกกันยกใหญ่
นี่หมายความว่าหวังเฉินได้สิ้นสุดการคำนวณในดันเจี้ยนดินแดนลับและกำลังจะออกมาแล้ว
ท่านเจ้าเมืองตงหลิงร้องเสียงดังอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์แล้วรีบกระโดดลงจากอัฒจันทร์ทันที
ส่วนคนอื่นๆที่เหลือก็ตื่นจากภวังค์ รีบวิ่งตามไปที่สนามแข่งเช่นกัน
ในตอนนี้พวกเขาไม่สนใจผลการประลองของนักเรียนคนอื่นๆ แล้วสิ่งที่พวกเขาต้องการคือการได้สัมผัสกับรัศมีของหวังเฉินผู้เป็นสุดยอดนักเรียนแห่งมณฑล!
หวือๆๆ!
หน้าประตูทองแดงที่กำลังส่องแสงมิติเริ่มบิดเบี้ยว จากนั้นร่างสูงโปร่งก็ปรากฏขึ้นในสนามแข่ง
นั่นคือหวังเฉิน
เมื่อสองเท้าสัมผัสพื้นหวังเฉินเพิ่งสลายความมึนงงจากการเคลื่อนย้าย เขายังไม่ทันสังเกตสิ่งรอบกายภาพตรงหน้าก็พลันตัดวูบ
วินาทีต่อมาเขาก็ถูกฝูงหมาป่าหิวโหยล้อมเอาไว้ทันที
เหล่าผู้นำเมืองตงหลิงที่ปกติแล้วมีตำแหน่งสูงส่งและอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของโรงเรียนมัธยมตงหลิงแห่งที่หนึ่งต่างก็ล้อมเขาไว้แน่นจนน้ำซึมผ่านไม่ได้
ท่านเจ้าเมืองตงหลิงและผู้อำนวยการหลี่ต่างยิ้มกว้างจนตาหยีราวกับดอกเบญจมาศพวกเขาทั้งสองคนแทบจะเข้าไปเกาะติดตัวเขาอยู่แล้ว
เมื่อเห็นภาพนี้หวังเฉินก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่สีหน้าของเขาก็กลับมาสงบลงอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้คงเป็นเพราะผลงานอันน่าทึ่งของเขาในดันเจี้ยนลับในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน
“หวังเฉิน!”
“นายคือความภาคภูมิใจของเมืองตงหลิงของเราทางเทศบาลเมืองและโรงเรียนจะมอบรางวัลสูงสุดให้แก่นาย หากนายมีข้อเรียกร้องใดๆสามารถบอกได้เลย ขออะไรก็ได้ทั้งนั้น!”
ท่านเจ้าเมืองตงหลิงและผู้อำนวยการหลี่จ้องมองหวังเฉินตาไม่กะพริบน้ำเสียงของพวกเขาสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
สุดยอดนักเรียนประจำมณฑลที่แน่นอนแล้วแถมยังเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์ที่ทำสัญญากับมังกรศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
นี่คุ้มค่าที่พวกเขาจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อดึงตัวเขาไว้!
ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขาหวังเฉินกลับไม่มีท่าทีใดๆ บนใบหน้าเลย
เขารู้ดีว่าคำมั่นสัญญาของท่านเจ้าเมืองตงหลิงรวมถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของผู้อำนวยการหลี่และอีกหลายๆ คนนั้นเป็นเพียงเพราะพวกเขาได้เห็นศักยภาพในตัวเขา
หากเขายังคงเป็นแค่ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์ที่ไม่มีสัตว์อสูรคู่ใจคนพวกนี้คงจะเตะเขาออกไปโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย