Rebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล

    ตอนที่ 41 เริ่มคัดตัว 2

            ณ จุดเริ่มต้นของการทดสอบแรก เจษตั้งสมาธิเพื่อที่จะทำการทดสอบทั้งหกต่อจากนี้อย่างตั้งใจ และเพื่อตอกหน้าชาวบัลแกเรียคนนั้นที่บังอาจมาดูหมิ่นเขา

            การทดสอบแรกคือการทดสอบการเลี้ยงบอลหลบสิ่งกีดขวาง พอทดสอบเสร็จแล้วก็เริ่มบททดสอบถัดไปทันที ไม่มีเวลาพักหายใจ

            เมื่อผู้คุมสอบเห็นว่าทั้งสองพร้อมแล้วก็พลางให้สัญญาณ

            "เริ่มได้!!"

            ฟุบ! ตึก!

            ทันทีที่ผู้คุมสอบให้สัญญาณ เจษพลันใส่เต็มแรงตั้งแต่ต้น เขาต้องโชว์ศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่เพื่อที่จะมัดใจกรรมการ

            ในตอนนี้เจษได้จดจ่ออยู่กับการทดสอบ ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย..

            'อะไรกัน เร็วมาก! น่าสนใจ'ผู้คุมสอบได้แต่นึกสนใจกับการเลี้ยงบอลของเจษ มันรวดเร็วและลื่นไหล เนียนตาเป็นอย่างมาก

            ทว่าเด็กชาวบัลแกเรียคนนั้นที่โดนเจษปั่นหัวก่อนเริ่มทดสอบก็ได้แต่ยืนตาค้างเช่นกัน กว่าจะรู้สึกตัวและเริ่มทดสอบก็กินเวลาไปหลายวินาที..

            ..

            ขณะเดียวกัน ทางด้านคณะกรรมการผู้ให้คะแนนทั้งสามคน ขณะนี้พวกเขานั่งอยู่ที่โต๊ะคณะกรรมการอย่างเคร่งขรึม ซึ่งพวกเขาทั้งสามคนเป็นผู้ประเมินนักเตะผู้ที่เข้าการทดสอบเบื้องต้นนี้ นักเตะคนใดจะผ่านเข้ารอบต่อไปก็ต้องโชว์ผลงานให้ถูกใจกรรมการทั้งสามอย่างพวกเขาให้ได้นั่นเอง

            ซึ่งกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าพวกเขานั้นคือกระดาษการให้คะแนนของผู้สมัครแต่ละคน ซึ่งกระดาษแผ่นนี้คือประวัติและคะแนนชี้วัดเบื้องต้นของผู้ที่สมัครคัดเลือก พวกเขาทั้งสามมีอยู่คนละแผ่นของผู้สมัคร เมื่อผลการทดสอบจบลงคะแนนในทั้งสามแผ่นกระดาษนี้ทางสโมสรจะรวมกันเพื่อหาผู้เข้ารอบต่อไป

            'บรูโน่'หนึ่งในสามคณะกรรมการครุ่นคิดอย่างสงสัยเมื่อเห็นขื่อของเจษ..

            'เจสะดา? วิลเลียมส์! ลูกครึ่งเอเชียสินะ คุณจะทำไห้ฉันพอใจได้รึเปล่า' บรูโน่เจ้าของร่างหนาตั้งตารอการทดสอบของเจษเพราะรูปร่างและกิริยาของเขาค่อนข้างดูดี ส่วนวัยรุ่นชาวบัลแกเรียที่หลุดกิริยาของตนเขาไม่สนใจแม้แต่น้อย

            ในเวลาถัดมาขณะนี้กรรมการทั้งสามคนต่างก็กำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้า

            'โอ้! การเลี้ยงฟุตบอลนี่มัน!..การส่งบอลนี่อีก!!..เด็กนี่น่าสนใจ'บรูโน่ครุ่นคิดอย่างสนอกสนใจ เมื่อเจษได้ทำการทดสอบ

            หลังจากที่เจษสอบเสร็จทั้งหกบททดสอบเบื้องต้นแล้ว บรูโน่ก็ให้คะแนนเต็มเกือบทุกช่อง คณะกรรมการอีกทั้งสองคนก็ดูเหมือนว่าจะมีความเห็นที่ตรงกัน

            ส่วนเด็กชาวบัลแกเรียอีกคนที่ทดสอบคู่กับเจษนั้นกรรรมการไม่ได้สังเกตอย่างละเอียดเลยไม่ให้คะแนนสักคะแนน น่าสงสารเขาไม่น้อย จะโทษเจษที่ทำผลงานผิดหูผิดตาก็ไม่ได้

            ..

            แฮ่ก! แฮ่ก! 

            ทางด้านเจษตอนนี้เขามีอาการหอบเล็กน้อยเพราะใส่พลังกับมันเต็มที่ ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้างๆเขากลับมีอาการหนักกว่าเขามากนัก เพราะเขาต้องใช้แรงกายอย่างมากในการที่ตามเจษ

            ทว่าเหล่าผู้คุมสอบไม่ให้พวกเขามีเวลาพักอยู่ตรงนี้ พลางเอ่ยขึ้นอย่างเคร่งขรึม

            "ถ้าทดสอบเสร็จแล้วก็ไปรอที่ฝั่งนู้น อีกประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงจะประกาศผลให้ทราบว่าใครจะได้เข้ารอบต่อไป!"

            เจษกับวัยรุ่นชาวบัลแกเรียก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ ในเวลาต่อมาพวกเขาทั้งคู่ก็เดินไปที่ที่ผู้คุมสอบชี้บอก

            ในระหว่างทางนั่นเอง เจษก็พูดขึ้นอย่างล้อเลียน เขาไม่วายที่จะหันมาเอาคืนคนที่เยาะเย้ยตน

            "เป็นไงล่ะ! เงียบปากไปเลยนะต่อจากนี้!"

            ".."

            ชาวบัลแกเลียคนนี้ก็ได้แต่นิ่งเงียบพลางเดินหนีออกห่างจากเขาเพราะเสียหน้า ก็ผลงานทุกคนก็เห็นๆกันอยู่ การทดสอบของเจษนั้นทั้งลื่นไหลทั้งแม่นยำ อีกทั้งยังรวดเร็วอีกด้วย ผิดกับเด็กชาวบัลแกเรียที่สะเปะสะปะไปหมด 

            'หึๆ คนแรกผ่านไป คนต่อไปอยู่ไหนนะ ฮ่าๆๆ'

            เจษครุ่นคิดอย่างสะใจเมื่อได้ตอกหน้าเด็กชาวยุโรป หึ! ใครว่าชาวเอเชียเล่นฟุตบอลไม่ได้กัน ฉันจะพิสูจน์ให้ดู!!

            เจษยังคงพึงพอใจกับผลงานที่ตนทดสอบเมื่อสักครู่ ทว่านั้นก็ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น..

            'บ้าเอ้ย!! ไอ้ร่างกายบ้านี่! วิ่งนิดๆหน่อยก็หอบแล้ว ดีที่ทักษะต่างๆเรายังคงพอมีอยู่ ไม่อย่างนั้นคงไม่รอดแน่! ต่อจากนี้ก็เรียกความฟิตอย่างจริงๆจังๆแล้ว! ไม่น่าเล่นกับสาวๆเยอะเลยเรา พวกเธอเป็นตัวดูดโปรตีนชั้นดี..' 

            เจษพลางนึกเสียดายโปรตีนที่เขาเสียไปกับการทำกิจกรรมกับแฟนสาว ไม่อย่างนั้นร่างกายเขาก็อาจจะดีกว่านี้ก็เป็นได้

            ทว่าถ้าได้ย้อนกลับไปเขาก็จะทำกับทั้งสองแบบเดิมอยู่ดี ก็มันมีความสุขมากนี่นะฮ่าๆๆ

            'จบจากนี้เราคงต้องขอแม่ให้หาบางสิ่งบางอย่างให้เราเสียแล้ว..'

            ..

            เวลาผ่านไปสองชั่วโมง ผู้คุมสอบก็ติดป้ายประกาศผู้ที่ผ่านเข้ารอบถัดไป ซึ่งมีทั้งหมดหนึ่งร้อยคน จากสี่พันเหลือหนึ่งร้อย ช่างเป็นอะไรที่โหดมาก!

            เวลานี้เจษก็ได้แต่วิ่งไปที่กระดานทดสอบเพื่อหาชื่อของตนเอง..

            "เยส!! เราผ่านรอบแรกแล้ว"

            ".."

            ".."

            เด็กหนุ่มผิวขาวที่อยู่ตรงหน้าเจษพลันกู่ร้องดีใจ ทว่าบางคนที่ไม่เห็นชื่อของตัวเองก็พากันหดหู่ พลางมองคนที่ผ่านด้วยความอิจฉา

            'บัดซบ ดูเสร็จแล้วก็ออกไปสักทีสิวะ'

            เจษผู้มาทีหลังก็ได้แต่บ่นในใจ เขาไม่กล้าส่งเสียงเดี๋ยวเจ้าถิ่นเขม่นเขา ซึ่งอาจจะส่งผลให้เขายุ่งยากต่อจากนี้ได้

            เมื่อเจษมุดตัวเข้าไปถึงกระดาน เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน 

            'ฮ่าๆๆ เป็นไงล่ะ พี่เจษสุดหล่อคนนี้ผ่านรอบแรกแน่นอนอยู่แล้ว!!!!'

            ..

            หลังจากที่ทราบผลงานของตนเองแล้ว ผู้ที่ผ่านเข้ารอบต่างรวมตัวกันในพื้นที่ที่ทางสโมสรเตรียมไว้

            เมื่อครบเวลาที่กำหนด ผู้บรรยายคนเดิมก็กล่าวปราศรัย

            "เอาล่ะ! ยินดีด้วยที่พวกเธอผ่านรอบแรกมาได้ แต่ว่านี่คือก้าวแรกเท่านั้น ซึ่งจะเหลือบททดสอบอีกสองบททดสอบต่อจากนี้ พวกเธอพร้อมรึยัง!?"

            "พร้อม!!"เหล่าลูกม้อต่างตอบรับอย่างสุดเสียง เจษก็ด้วยเช่นกัน

            "เอาล่ะ ทีมงานของเราได้วางแผนกันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนที่อยู่ที่นี่คงจะได้หมายเลขกันใหม่เช่นกัน ซึ่งแต่ละคนต้องแยกตัวไปกันที่สนามหมายเลขของตน .."

            เมื่อผู้บรรยายพูดจบ เหล่าทีมงานก็ให้กระดาษกับผู้ที่ผ่านรอบแรกคนละแผ่น เมื่อเห็นว่าทุกคนได้รับกระดาษแล้ว ผู้บรรยายก็พูดขึ้น

            "เอาล่ะแยกย้ายได้ ขอให้พวกนายทุกคนโชคดี"

            ..

            'เราได้สนามที่หนึ่งงั้นสินะ'

            เจษเมื่อรับรู้สนามสอบของตนก็เดินไปที่นั่นทันที พอไปถึงเขาก็เจอกับชายวัยกลางคนที่สวมชุดสูทวางมาดอย่างดุดันพลางยืนถือแฟ้มอะไรบางอย่าง ออร่าโค้ชของเขาเปร่งประกายออกมาจนเจษแสบตา

            เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็เดินเข้าไปทักทายอย่างกระตือรือร้น

            "สวัสดีครับโค้ช!"

            "หืม! เธอรู้ด้วยหรอว่าฉันเป็นโค้ช!"

            "สังเกตดูภายนอกก็รู้แล้วครับ"

            "งั้นหรอ? ไปเตรียมตัวไป อีกสักครู่การทดสอบแบบทีมจะเริ่มแล้ว"

            "ครับ!"

            สมิท ผู้ช่วยโค้ชที่เป็นผู้รับผิดชอบสนามนี้กล่าวเสียงเรียบ ทว่าพอเจษลับสายตาเขาพลันครุ่นคิดบางอย่าง..

            'เด็กนี่น่าสนใจ เด็กคนอื่นไม่มีใครสนใจเราเลยด้วยซ้ำ'

             

             

             

             

                                         I’m number 4

    คล้ายกับเรื่องRebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล ที่คุณอ่าน