ความเจ็บปวดที่พวกเขาพบเหมือนตอนที่แช็คและบรู๊คดื่ม 'น้ำยาฮัลค์' ในตอนแรก เพียร์ซและดร็อกบากับคนอื่นๆ ไม่สามารถดูดซึมฤทธิ์ยาได้ทั้งหมดในครั้งแรกแม้ว่าความเจ็บปวดที่รุนแรงจะหายไปแล้วแต่ผิวของพวกเขายังคงเป็นสีเขียวอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่เท่าบรู๊คและเช็กทำให้ผิวสีเขียวของพวกเขาเด่นชัดยิ่งกว่าสองคนนั้นเหล่านักรบต่างยืนมองหน้ากันไปมาดูๆไปแล้วพวกเขาเหมือนต้นกระบองเพชรสีเขียวที่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมาในห้องโถงยี่สิบกว่าต้น
“ไม่ต้องกังวล รอจนพวกเจ้าดูดซึมฤทธิ์ยาจนหมด เดี๋ยวมันก็หายไปเอง!”
ซุนเฟยเรียกเอสเซียง โอนีลและคาห์นออกมาจากกลุ่ม ก่อนจะโยน 'เกล็ดอัญมณี' ธาตุน้ำและคัมภีร์คลื่นพลังให้พวกเขาทั้งสามคนนี้ต่างมีพรสวรรค์ในด้านคลื่นพลังธาตุน้ำและบังเอิญว่าในบรรดาหนังสือในหอสมุดหลวงของเมืองแซมบอร์ดต่างมีคัมภีร์คลื่นพลังธาตุน้ำระดับหนึ่งดาวอยู่สามเล่มซุนเฟยจึงมอบให้พวกเขาทั้งสามคนนำไปฝึกหลังจากผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของ 'น้ำยาฮัลค์' เส้นทางคลื่นพลังในร่างกายของพวกเขาก็จะขยายออกกว้างและแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป ถือได้ว่าพวกเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ หากฝึกควบคู่ไปกับความช่วยเหลือของอัญมณีธาตุสีฟ้าที่คุณสมบัติคล้ายๆ กันในช่วงเวลาสั้นๆ พวกเขาน่าจะมีการพัฒนาขึ้น
ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือที่ไม่ได้รับอุปกรณ์เวทมนตร์และไม่ได้รับคัมภีร์คลื่นพลังไปฝึกพวกเขาทำได้แค่เกาหลังศีรษะแล้วหัวเราะออกมาอย่างโง่ๆ โดยที่มีน้ำลายยืดออกมาแต่ละคนพยายามที่จะเบิกตาเป็นประกายทำตัวใสซื่อขณะที่จ้องไปที่ซุนเฟย เหมือนเด็กที่อยากจะกินนมจึงพยายามอ้อนดื่มนมแม่
ซุนเฟยโบกมือเป็นสัญญาณให้พวก ‘ต้นกระบองเพชร’ รีบออกไปจากห้องโถง
ความจริงแล้วพวกนักรบต่างรู้ดีแก่ใจว่า สำหรับอาณาจักรบริวารระดับหกแล้วทรัพยากรที่มีมันน้อยแค่ไหน การที่องค์ราชานำอุปกรณ์และน้ำยาพวกนี้ออกมาให้ก็ถือว่าแทบจะหมดตัวแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่บ่นอะไร อย่างน้อย พวกเขาก็ได้รับ 'น้ำยาฮัลค์' มาเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองยิ่งไปกว่านั้น คนที่ซุนเฟยเรียกไปรับรางวัลต่างก็เป็นสหายที่มีผลงานในการทำสงครามที่โดดเด่นที่สุดในหมู่พวกเขาดังนั้นพวกเขาก็แค่อิจฉาแต่กลับไม่ได้ริษยาแต่อย่างใด
โชคดีที่แผ่นดินอาเซรอทไม่ใช่ว่าไม่มีน้ำยาที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ในชั่วพริบตาเหมือน 'น้ำยาฮัลค์' บวกกับที่คนพวกนี้แต่ละคนต่างเป็นพวกบ้ากำลังและขี้เกียจใช้สมองดังนั้นจึงไม่เกิดเหตุการณ์ซักไซ้ไล่เลี่ยอะไร
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ซุนเฟยก็ยืนเงียบๆ ในห้องโถงคนเดียว
ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็น 'โหมดมือสังหาร'
พลังของโหมดมือสังหารแตกต่างจาก ‘พลังวิญญาณ’ ของพาลาดิน ‘เวทมนตร์’ ของจอมเวท ‘หมอกแห่งความตาย’ ของเนโครแมนเซอร์ ‘พละกำลัง’ ของคนเถื่อนหรือ ‘พลังธรรมชาติ’ ของดรูอิด พลังค่อยๆ แผ่กระจายไปทั่วห้องโถง
มือสังหารเป็นอาชีพหนึ่งที่พิเศษมากในโลก Diablo ในความทรงจำของโลกเก่าทางบริษัทบลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์เคยกล่าวเอาไว้ว่า ตัวละครอาชีพนี้ออกแบบโดยอ้างอิงพื้นฐานมาจากทักษะการต่อสู้โบราณลึกลับของตะวันออก และมันก็ได้รับการยืนยันจากซุนเฟยแล้วภายใต้ 'โหมดมือสังหาร' พลังที่ไหลวนอยู่ในร่างกายของเขาเป็นพลังที่เรียกว่า 'ชี่แท้'
พลังชี่แท้นี้ทำให้ซุนเฟยรู้สึกว่ามันสอดคล้องกับเนื้อหาในนิยายกำลังภายในมากมายของโลกเก่า ถ้าจะให้พูดอย่างชัดเจน คงต้องใช้คำบรรยายของปู่กิมย้ง1มาพูด นั่นก็คือเหมือนกับว่าในร่างกายของซุนเฟยมีหนูจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังวิ่งวุ่นซุกซนอยู่
“ทั้งหมดสิบแปดเส้นทาง!”
ซุนเฟยหลับตาลง รับรู้ได้ถึงสภาพเจินชี่ของมือสังหารเขาพบว่าสิ่งที่เรียกว่า 'ชี่แท้' มีเส้นทางการเคลื่อนไหวในร่างของตัวเองทั้งหมดสิบแปดเส้นทุกเส้นสามารถโคจรได้อย่างอิสระ แต่เชื่อมต่อกันและกันเหมือนมีเขาวงกตอยู่ในร่างของตัวเอง ความอบอุ่นที่กำลังโคจรอยู่ในเขาวงกตนี้ คอยบำรุงร่างกายของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
และเส้นทางที่ 'ชี่แท้' เคลื่อนไหว เหมือนกับสิ่งที่เรียกว่า‘เส้นทางคลื่นพลัง’ ของแผ่นดินอาเซรอท
ซุนเฟยครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะหยิบคัมภีร์คลื่นพลังธาตุน้ำระดับหนึ่งดาวที่ตัวเองคัดลอกขึ้นมา เมื่อซุนเฟยอ่านอย่างละเอียด เขาก็พบว่าในคัมภีร์คลื่นพลังเล่มนี้ เขียนอธิบายเส้นทางคลื่นพลังแปดเส้นและในเส้นทางคลื่นพลังทั้งแปดเส้นนี้ มีอธิบายเส้นทาง 'ชี่แท้' ในร่างของซุนเฟยด้วย
“หรือสิ่งที่เรียกว่าเส้นทางคลื่นพลังของแผ่นดินอาเซรอทก็คือ ชี่แท้ของมือสังหารที่เป็นธาตุทั้งห้าในร่างมนุษย์?และถ้ามีเส้นทางคลื่นพลังมากเท่าไร นั่นหมายความว่าระดับและคุณภาพก็ยิ่งสูงมากเท่านั้น?”
การค้นพบครั้งนี้ทำให้ซุนเฟยได้ตระหนักถึงอะไรบางอย่าง
ถ้าเป็นไปตามการคาดเดาของตัวเอง บางทีซุนเฟยอาจนำเส้นทางการโคจรชี่แท้ของ 'โหมดมือสังหาร' มาสร้างคัมภีร์คลื่นพลังในระดับที่สูงกว่าได้คัมภีร์คลื่นพลังหนึ่งดาว มีเส้นทางคลื่นพลังแปดเส้นแต่ในร่างของซุนเฟยมีเส้นทางโคจรสิบแปดเส้นนั่นหมายความว่าซุนเฟยสามารถลอกเลียนแบบเส้นทางโคจรชี่แท้สิบแปดเส้น มาสร้างเป็นคัมภีร์คลื่นพลังอย่างน้อยก็สามดาว!
ถ้าเป็นแบบนี้ปัญหาการขาดแคลนคัมภีร์คลื่นพลังของเมืองแซมบอร์ดก็เหมือนการส่งถ่านกลางหิมะ2
“แต่เรื่องนี้ยังต้องหาทางพิสูจน์ก่อน น่าเสียดายที่เมืองแซมบอร์ดตอนนี้ คัมภีร์คลื่นพลังที่ดีที่สุดก็เป็นเพียงระดับหนึ่งดาว ดังนั้นจึงไม่อาจอนุมานได้มากนัก....” ซุนเฟยค่อยๆ ปิดคัมภีร์คลื่นพลังฉบับคัดลอกในมือของตัวเองเบาๆ ทันใดนั้นดวงตาก็พลันเป็นประกายขึ้น “จริงสิ ท่านอาแลมพาร์ดก็เป็นยอดฝีมือระดับสามดาวคนหนึ่ง เขาต้องรู้เส้นทางคลื่นมากมาย ถ้ากลับไปถามท่านอาแลมพาร์ด จะต้องค้นพบคำตอบทุกอย่างแน่นอน”
เมื่อซุนเฟยคิดมาถึงตรงนี้ ในใจก็อดยินไม่ได้
เขาหมุนตัวเดินไปยังกลางห้องโถงเพื่อนั่งสมาธิและโคจรชี่แท้ในร่าง เขารับรู้ได้ถึงตำแหน่งเส้นทางการเคลื่อนไหวทุกเส้น มือที่อยู่ตรงเอวของเขาก็ชกออกไปจนเกิดเสียงดัง
“โฮก”
ภาพหลอนของเสือร้ายที่กำลังขู่ในลำคอมันคมชัด สดใส และปรากฏออกมาที่หมัดของซุนเฟยแล้วร้องคำราม
ตูม!
บนพื้นที่ก่อนหน้านี้มีก้อนหินที่ถูกพอล เพียร์ซใช้ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ฟันเป็นสองส่วน เมื่อเงาเสือทะลุผ่านก็เกิดการระเบิดออกมากลายเป็นเศษก้อนหิน ในอากาศเต็มไปด้วยความร้อนระอุ
นี่คือทักษะ 'หมัดเสือ' ของมือสังหาร
ประโยชน์ของชี่แท้จะช่วยให้ใช้ทักษะการโจมตีได้อย่างต่อเนื่องพลังของมันน่าทึ่งมาก
ต่อมา
ฟุ่บ ฟุ่บ!
ปัง ปัง!
เกิดภาพเงาของชายคนหนึ่งวูบวาบในห้องโถงหมัดของซุนเฟยเคลือบด้วยเปลวไฟสีแดงที่น่ากลัวลุกโชนบนหมัดทั้งสองหมัดประหนึ่งดาวตก การเคลื่อนไหวยิ่งมายิ่งเร็วเมื่อการเคลื่อนไหวสุดท้ายมาถึง เขาหมุนร่างกลายเป็นพายุสีดำจนมองเห็นการเคลื่อนไหวของเขาไม่ชัดเจน สิบวินาทีต่อมาก็มีเสียงดังพรึ่บเมื่อพายุสลายไป เขาก็หยุดการเคลื่อนไหว เก้าอี้หินหลายสิบตัวบนพื้นกลายเป็นผงสีดำ
นี่เป็นทักษะทั้งหมดของซุนเฟยใน 'โหมดมือสังหาร'
เขาเริ่มคิดถึงแผนการต่อไปของตัวเอง
เขาเปิดใช้ทักษะ 'ระเบิดความเร็ว' ของมือสังหารร่างของซุนเฟยเต็มไปด้วยหมอกจางๆมีเงาวูบวาบไปมาเหมือนวิญญาณ ก่อนจะหายไปจากห้องโถง
ในเขาวงกตใต้ดิน ไม่มีใครรู้เลยว่าซุนเฟยกำลังจะออกไป
สองชั่วโมงต่อมา ทันใดนั้นก็ลมหมุนเล็กน้อยในห้องโถง ทันทีที่หมอกในอากาศสลายไป ซุนเฟยก็ปรากฏตัวขึ้นมาในห้องโถงอีกครั้ง
เขาเดินไปที่ด้านหน้าโต๊ะหินหยิบปากกาขนนกขึ้นมา จากนั้นก็เขียนบางอย่างลงไปในม้วนหนังแกะขนนกบนปากกาพลิ้วไหวไปตามแรงอย่างต่อเนื่อง ทักษะการวาดภาพของซุนเฟยในโลกเก่าของเขาได้แสดงคุณค่าของมันอีกครั้ง ภูมิประเทศภูเขาด้านหลังของเมืองแซมบอร์ดก็ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
ซุนเฟยตรวจสอบภาพวาดนี้อย่างละเอียดอีกรอบหลังจากที่คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร เขาก็เปลี่ยนหมึกปากกาขนนกเป็นสีแดงก่อนจะเริ่มทำเครื่องหมายสัญลักษณ์แปลกๆ อย่างระมัดระวังออกมา
สิบนาทีต่อมา พัศดีโอเลเกร์ก็ถูกเรียกให้เข้ามาในห้องโถง
“จำรายละเอียดแผนที่นี้ไว้ให้ดี!ทุกตำแหน่งชัยภูมิที่สำคัญและทางแยกของภูเขาด้านหลังนี้ได้วางกับดักที่มีพลังทำลายมหาศาลไว้ครอบคลุมทุกจุดบอดที่เหล่าทหารไม่สามารถป้องกันได้เหลือเส้นทางเข้าออกที่ถูกต้องไว้แค่สามทางเท่านั้น ซึ่งจะระบุไว้โดยสัญลักษณ์สีแดงพวกนี้...” ซุนเฟยชี้ไปบนแผนที่หนังแกะสีหน้าดูเคร่งขรึมก่อนจะอธิบายอย่างละเอียด “สัญลักษณ์นี้แทนเปลวไฟสัญลักษณ์นี้แทนสายฟ้า...จำไว้สถานที่ที่มีสัญลักษณ์พวกนี้ เป็นสถานที่ที่วางกับดักไว้มากมายเวลาให้ทหารไปลาดตระเวน ให้พวกเขาหลีกเลี่ยงสถานที่พวกนี้ซะเส้นทางลาดตระเวนและเส้นทางการตรวจสอบให้เจ้าเป็นคนจัดการ เรื่องนี้สำคัญมากเจ้าจำเป็นต้องจัดการให้เสร็จภายในคืนนี้ ให้พวกทหารถอนกำลังกลับมาชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ!”
พัศดีโอเลเกร์ปิดบังความตื่นตกใจของตัวเองแล้วก้มหน้าดูแผนที่อย่างรอบคอบ เริ่มจดจำสัญลักษณ์เครื่องหมายกับดักพวกนี้เพื่อออกแบบเส้นทางลาดตระเวนของทหารที่เหมาะสมที่สุด
ซุนเฟยขี่สุนัขยักษ์สีดำออกจากเขาวงกตใต้ดิน
ด้วยคำแนะนำของซุนเฟยสุนัขยักษ์สีดำก็กระโดดไปมาระหว่างก้อนหินและต้นไม้อย่างต่อเนื่องด้วยเส้นทางการเดินแปลกๆ ทำให้มันเดินทางไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า นั่นก็เพราะต้องหลีกเลี่ยงกับดักที่น่ากลัวที่ซ่อนอยู่ที่นี่
ทั่งทั้งภูเขาด้านหลัง ตอนนี้กลายเป็นสถานที่แห่งความตาย
เมื่อสองชั่วโมงก่อน ซุนเฟยใช้ประโยชน์จาก 'โหมดมือสังหาร' ใช้ทักษะวางกับดักของมือสังหารวางกับดักเปลวไฟและสายฟ้าจำนวนมากในพื้นที่เขตหวงห้ามของภูเขาด้านหลังเมืองแซมบอร์ดพื้นที่เขตหวงห้ามภูเขาด้านหลังตอนนี้แม้ไม่ใช่สถานที่แห่งความตายแต่ก็เต็มไปด้วยกับดักเวทมนตร์จำนวนมากเช่น 'ช็อคเวฟ' 'สายฟ้าผู้พิทักษ์' 'เปลวไฟคืนชีพ' ทุกกับดักแฝงไปด้วยพลังที่น่าเกรงขาม หากมีผู้บุกรุกเข้ามาในภูเขาด้านหลังอีกครั้ง เมื่อมันสัมผัสกับกับดักเวทมนตร์พวกนี้จะมีสายฟ้าและเปลวไฟจำนวนมาพวยพุ่งออกมาทันที ถ้าเป็นนักรบหนึ่งดาวจะตายในทันที นักรบสองดาวอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสส่วนนักรบสามดาวถ้าโชคดีก็อาจหลบหนีออกมาจากกับดักพวกนี้ได้
พวกนี้เป็นมาตราการที่จำเป็นสำหรับการป้องกัน
ตัวละครมือสังหารมีทักษะเกี่ยวกับการวางกับดักเวทมนตร์ซึ่งมันช่วยซุนเฟยได้มากการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนทหารและยอดฝีมือของเมืองแซมบอร์ด สำหรับซุนเฟยแล้วยังเป็นปัญหาที่คิดไม่ตก ตอนนี้เขาแค่เตรียมรับมือกับพายุเมฆครึ้มที่กำลังจะมาถึง เมืองแซมบอร์ดกำลังเผชิญหน้ากับภัยอันตรายที่ไม่รู้จักซุนเฟยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมอย่างสุดกำลัง
และการวางกับดักก็เป็นหนึ่งในนั้นพรุ่งนี้เป็นพิธีราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ ซุนเฟยขี่หลัง 'ลมกรดทมิฬ' มองไปที่ภูเขาสูงที่ตั้งตระหง่านอย่างสวยงามภายใต้แสงอาทิตย์ ที่นั่นคือสถานที่สำหรับจัดพิธีราชาภิเษก
ซุนเฟยกำลังตั้งตารอด้วยจิตใจที่เคร่งเครียด
หากเขาเดาไม่ผิดคำตอบทั้งหมดจะเปิดเผยออกมาในเช้าพรุ่งนี้ที่ภูเขาตะวันออก...นั่นเป็นช่วงเวลาที่สุดแผนที่จะปรากฏมีดสั้น3
------------------------------
1 กิมย้ง นักเขียนนิยายจีนชื่อดัง
2 ส่งถ่านกลางหิมะ อุปมาว่า ให้ความช่วยเหลือในยามคับขันอย่างทันท่วงที
3 สุดแผนที่จะปรากฏมีดสั้น อุปมาว่าเมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงจุดสิ้นสุด ข้อเท็จจริงย่อมปรากฏออกมา