ตอนที่18เ้าของ
สีหน้าอันโกรธเคืองของกลุ่มสี่สหายครอบครัววีสลีย์บ่งบอกเลยว่ามีใครบางคนกำลังใส่ร้ายเธอแต่เธอไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้พวกนี้ตรงดิ่งมาหาเธอก่อนที่เธอจะหาตัวต้นต่อของเื่นี้แต่ทว่ากับไม่เจออีกฝ่าย แปลว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ออกจากห้องพยาบาลแน่ๆการชนกับกองถังไม้ใหญ่พวกนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะไม่สามารถออกจากห้องพยาบาลได้ในวันเดียวแน่ๆ เธอกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่นั้นทุกสายตาก็ยังจับจ้องมองเธอด้วยสายตาขุ่นเคืองอย่างมากเธอได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยพูดบางอย่าง
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดกันหนูขอตัวนะ” อบิเกลกำลังจะเดินผ่านพวกเขา
เฟร็ดเห็นอีกฝ่ายกำลังจะเดินไปเขาก็พูดขึ้นมาทันที“ฉันได้ยินว่าในคาบขี่ไม้กวาดเธอทำร้ายฮิวโก้!!”
อบิเกลถึงกับหยุดชะงักเธอคิดอยู่แล้วว่าเ้าฮิวโก้น่าจะยัดอะไรใส่หัวพวกนี้แน่ๆ ก่อนที่เธอจะหันไปมอง
“พวกเราเห็นสภาพหมอนั้นแล้วเขาได้รับาเ็สาหัส!! เธอ!! กล้าทำร้ายเขาถึงขนาดนี้เลยเหรอ!?”
“ใช่ต่อหน้าอาจารย์ยังไม่เว้น!! สมแล้วที่เป็สายเืของชายคนนั้น!!”
“หึเชื้อไม่ทิ้งแถว!!”
อบิเกลทำหน้าเบื่อหน่ายกับสิ่งตรงหน้าเป็ที่สุดคำพูดแต่ละคำที่พ่นกันออกมาคล้ายกับสถานการณ์ตอนที่เธอทำงานกับอาสก็อตครั้งแรกที่แต่ผู้คนด่าทอแล้วก็พ่นคำอันเลวร้ายใส่โดยที่เธอตอนนั้นยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรแต่พอเธอโตขึ้นถึงเข้าใจว่าคำพูดพวกนั้นคืออะไรจนตอนนี้เธออยากหาอะไรมาอุดหูอย่างสิ่งประดิษฐ์ของมักเกิ้ลมายัดหูตัวเองแต่ถึงเธอทำเป็หูทวนลมพวกนี้ก็คงไม่เลิกราจริง ๆ แน่ ๆแล้วยิ่งเธอเงียบไม่พูดก็ยิ่งเหมือนยอมรับว่าตัวเองผิดแต่พูดออกไปก็เหมือนแก้ตัวมากกว่ามีแต่ผิดกับผิดไม่มีอะไรทำให้เธอถูกเลยจริง ๆอบิเกลหันไปกอดอกมองทั้งสี่คนก่อนจะเอ่ยปากแต่ก็มีคนหนึ่งเอ่ยพูดก่อนเธอเสียนั้น
“พวกพี่มีปัญหาอะไรกับเพื่อนพวกหนูเหรอ?”เอวากอดอกมองอย่างไม่ชอบใจกับพวกพี่ ๆต้องหน้าที่ตัวเองรู้จัก
“เอวา...”อบิเกลมองอีกฝ่ายที่เข้ามาแซง
“เอวาออกไปเื่นี้ไม่เกี่ยวกับเธอ”วิกตัวร์เอ่ยกับเด็กหญิงตรงหน้าที่เข้ามายุ่ง
“ไม่เกี่ยวได้ไง!!”ลูน่ารีบเข้ามาหลังจากได้ยินคำพูดของรุ่นพี่เธอก็เข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ เอวาพร้อมกับกอดอกมองด้วยสีหน้าบึ้งตึง“อบิเกลเป็เพื่อนเราแล้วพี่กำลังรุมเด็กปี 1 กันเนี่ยนะ?”
“อ๊ะ!!”เฟร็ดได้ยินแบบนั้นก็มองด้วยความรู้สึกไม่พอใจแต่เขามาด้วยเหตุผลที่เขาเป็ฝ่ายถูก “พวกเธอ!!ฮิวโก้าเ็สาหัสเลยนะ!! พวกเธอจะไปเข้าข้างยัยนี้เนี่ยนะ!?”
“พวกเราไม่รู้หรอกนะคะว่าฮิวโก้ฟ้องอะไรพวกพี่ๆ” ฟาร่ากล่าว
“แต่พวกหนูว่าพวกพี่ๆ ลองใช้สติแล้วฟังมากกว่าน้องตัวเองดีกว่านะคะก่อนที่จะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บนะคะ” แพนซี่พูดเข้าเสริมอีกคน
“สุภาษิตมักเกิ้ลเหรอ?”
“ใช่~”
“ฉันชอบนะ~”
อบิเกลมองทุกคนที่กำลังปกป้องเธอจากพวกวีสลีย์สกอร์เปียสก็เดินมาอยู่ข้าง ๆ แล้วจับมือเธอเป็การบอกว่าพวกเขาจะอยู่ข้าง ๆ เธอทำให้อบิเกลรู้สึกดีใจจริงตื้นตันไปหมดระหว่างที่สองแฝดโทมัสกำลังอวยคำพูดของกันและกันอยู่นั้น หนึ่งในสี่บ้านวีสลีย์ก็รู้สึกเดือดกับสถานการณ์ตรงหน้าที่เขารู้สึกว่าเด็กหญิงตรงหน้ากำลังมีอิทธิพลต่อคนรอบข้างที่พวกเขารู้จักจนชักจูงให้เข้าข้างได้ง่ายๆ โดยที่พวกเขาก็เห็นสภาพญาติผู้น้องของเขาถึงกับต้องเข้าเฝือกพวกเขาเล่นกับอีกฝ่ายไม่เคยถึงขั้นต้องเข้าเฝือกเลยด้วยซ้ำ
“พวกเธอเข้าข้างยัยนั้นโดยเห็นสภาพฮิวโก้ยัง!?หมอนั้นถึงขั้นต้องเข้าเฝือกเลยนะ!!”
“แล้ว!?”
“สภาพหมอนั้นเป็ไงเราไม่สน!!หมอนั้นทำตัวเอง ไม่มีใครส่งเสริมสักหน่อย!!”
“จริงด้วยอารมณ์ก็ขึ้นเอง วีรกรรมแต่ละอย่างก็สร้างเอง ตลอด 1อาทิตย์ยังไม่ครบเดือนด้วยซ้ำ!!”
“ทำอบิเกลต้องโดนหักคะแนนด้วยเ้าตัวยังไม่รู้ใช่ไหมว่าเขานั้นก็โดนหักคะแนนด้วยกับการกระทำครั้งนี้!?”
“ว่าไงนะ!!”หลุยส์ได้ยินคำพูดของเด็ก ๆเขาก็หันไปมองอบิเกลที่อยู่ด้านหลังแล้วชี้หน้ามาทางเธอ“แก!!ยัยหลอกลวง!! แกทำอะไรให้เด็กพวกนี้เข้าข้างเธอกัน!!”
“พูดอะไรนะคะ?”อบิเกลเอียงคอ“ฉันไม่ได้นิยมใช้คาถาควบคุมคนอื่นหรอกนะ!!”
“ว่าไงนะ!!”
“พอได้แล้ว!!”
ทุกคนต่างหันไปมองเ้าของเสียงที่เอ่ยขึ้นมาโดมินิคกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ที่ทุกคนหยุดพูดไปั้แ่ตอนไหนไม่รู้เพราะคงอยากฟังสิ่งที่กลุ่มตรงหน้ากำลังหาเื่เด็กปีหนึ่งว่าจะทำอะไรต่อโดมินิคเห็นว่าครอบครัวของเธอกำลังหาเื่เด็กยิ่งน่าเหนื่อยใจที่มาวุ่นวายกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองกัน
“โดมินิคเธอมาก็ดีเลย ยัยเด็กนี้!!”
“ฉันบอกให้พอไง...”
“ทำไมกัน!?นี่เธอยังไม่รู้เหรอว่า ฮิวโก้เป็ไงนะ!?”
“จริงด้วย!!”
“ฉันรู้ว่าฮิวโก้เป็ไงมั้งตอนนี้แต่นั่นเป็เพราะตัวเขาไม่ใช่เพราะใคร!!”
“เธอหมายความว่าไง!?”
“จะให้ฉันเล่าเหรอ?เหตุการณ์ที่เล่าปี 6หลายคนได้เห็นเนี่ยนะ?”
“เธอหมายความว่าไง?”
“เฮ้อ...ในคาบแปลงร่างของปี6 มีเสียงเฮฮาเกิดขึ้นจากสนามลานกว้างทุกคนต่างให้ความสนใจและโผล่หน้าออกมาดูที่หน้าต่างพวกเขาได้เห็นเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่บางบ้านจะแข่งขันกันแล้วเราก็ได้เห็นว่าสลิธีรินกับกริฟฟินดอร์ 2 คนกำลังแข่งกัน!!”
“ที่เธอเล่ามานั้น?”ร็อกแซนน์เอ่ยถามขึ้น
“ก็จากเหตุการณ์ที่เห็นไงเด็กคนนี้แข่งกับฮิวโก้จนกระทั่งเด็กคนนี้นำแล้วฮิวโก้นั้นเหมือนสติหลุดจนเริ่มใช้ลูกไม้ชนคู่ต่อสู้ให้หล่นจากไม้กวาดแต่เด็กคนนี้ก็พยายามไม่ให้ตัวเองหล่นแล้วเร่งไม้กวาดไปข้างหน้าจนกระทั่งฮิวโก้ไม่มองทางข้างหน้าจนต้องเลี้ยวตัวเขาเลยต้องไปชนกับกองถังไม้ข้างหน้า”
“ไม่จริงเธอต้องโดนเด็กคนนั้นหลอกแน่ ๆ”
“ใช่!!”
“ไม่มีทาง!!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นเป็เด็กบ้านกริฟฟินดอร์ที่กำลังตักอาหารเข้าปากของตนเองก่อนจะลุกขึ้นยื่นบนที่นั่ง
“โดมินิคพูดเป็ความจริงพวกเราปี 6 หลายคนได้เห็นการแข่งที่สุดจะหาที่ไหนได้เด็กที่เร็วที่สุดเกินกว่าบ้านไหนจะมีเด็กที่ขี่ไม้กวาดได้เก่งแบบนี้!!”
“จริง!!พวกเราบ้านฮัฟเฟิลพัฟเห็นยังอยากให้เด็กคนนั้นมาอยู่บ้านเราเลย!!”
“ใช่!!พวกเราดูการแข่งนั้นจนหยุดหายใจไปชั่วขณะ พวกรุ่นพี่จะบอกว่าโดมินิคโกหกก็หมายถึงพวกเราเหล่าปี 6 กำลังโกหกว่าเด็กบ้านสลิธีรินคนหนึ่งแข่งขันโดยทำร้ายน้องของคุณที่ไม่หาเื่ก่อนก็ไม่ได้นะคะ!!”
“ใช่ๆ”
พวกบ้านสลิธีรินต่างใที่แต่ละบ้านกำลังช่วยเด็กบ้านตัวเองที่ไม่ค่อยมีคนชอบนักนั้นทำให้พวกวีสลีย์ต่างตกตะลึงที่พวกบ้านต่าง ๆ กำลังเข้าข้างเด็กหญิงที่พวกเขากำลังหาเื่ก่อนที่มอลลี่จะเดินมาจากด้านข้างพวกอบิเกล
“เห็นไหมล่ะ?หนูบอกแล้วว่าฮิวโก้กำลังโกหกพวกพี่นะ”มอลลี่กำลังเตือนสติพวกพี่ ๆตอนนี้เธอโคตรอายที่พวกพี่ ๆ กำลังหาเื่เด็กปีหนึ่ง“เห็นไหม?พยานมีเป็ 10เลย!!”
“แล้วเธอไม่บอกให้เร็วกว่านี่ล่ะ!?”หลุยส์ถลึงตาใส่ญาติผู้น้อง
“หนูบอกจนปากจะฉีกแล้วค่ะ!!แต่พวกพี่ไม่ฟังอะไรเลย!!”
พวกวีสลีย์ได้ยินแบบนั้นใบหน้าของพวกเขาก็แดงก่ำจนอายไปหมดก่อนที่พวกนั้นจะหนีกันออกจากที่นั่นไปอย่างไม่กลับมาทำเอาหลายคนต่างหัวเราะให้กับทั้งสี่คนนั้นโดมินิคได้แต่ส่ายหัวกับญาติทั้งสี่คนของเธอยิ่งพี่สาวกับน้องชายเธอก็ดันมาร่วมวงด้วยทำให้อายยิ่งกว่าเดิมอบิเกลมองอีกฝ่ายว่าทำไมอีกฝ่ายถึงออกมาเป็พยานเื่นี้กับเธอกันทำให้โดมินิคที่กำลังอยากหาที่มุดดินหนีนั้นก็มองมาทางเธอ
“มีอะไรเหรอ?”
“ทำไมถึงช่วยล่ะ?นั้นญาติคุณนะ?”
“ฉันไม่ได้ช่วยเธอฉันช่วยพวกนั้นต่างหาก ฉันไม่อยากเห็นญาติตัวเองเป็หมาหัวเน่าเข้าใจอะไรผิดแต่ก็ไม่ทัน...” โดมินิคหันไปมองทางที่พวกนั้นเดินออกไป"พวกเขายังอคติกับเธอและอาของเธอแค่อะไรเข้าหูเื่ของเธอพวกนั้นก็อารมณ์เสียแล้ว..."
“หนูไม่เคยไปทำอะไรนะ”
“ก็จริง...แต่คนเราไม่ฟังอะไรง่ายๆ หรอกนะ”
“ก็จริงค่ะ...”
อบิเกลฟังคนพูดอีกฝ่ายก็นึกคำพูดของอาสก็อตขึ้นมาได้เลยว่าคนเรานั้นไม่ฟังคำพูดอะไรเราแน่ๆ ถ้าเขาฟังด้านแย่ของเรามาแล้ว เธอถอนหายใจเบา ๆก่อนจะลืมตาขึ้นมาก่อนจะอีกฝ่ายมาอยู่ข้างหน้าเธอ
“เราสองคนพึ่งพูดกันตรงๆ ฉัน โดมินิค วีสลีย์ ยินดีที่ได้รู้จัก”
อบิเกลจ้องมองอีกฝ่ายที่ยื่นมือมาหาเธอก่อนที่เธอจะยื่นมือไปจับ“อบิเกลเมอร์รัลค่ะ”
“อบิเกล...ชื่อยังเหมือนแบบนี้...ชายคนนั้นคิดอะไรกัน?”
“หือ?”อบิเกลฟังอีกฝ่ายพูดแบบนั้นก็สงสัยว่าอีกฝ่ายพูดหมายถึงอะไร“หมายความว่าไงเหรอคะ?”
“เธอรู้เื่ครอบครัวพอตเตอร์มากแค่ไหน?”
“ครอบครัวนั้น...”อบิเกลงุนงงว่าอีกฝ่ายพูดถึงครอบครัวพอตเตอร์ทำไม"หนูรู้ว่าคุณพอตเตอร์แต่งงานกับคุณวีสลีย์และก็มีลูก3 คนกับ…อีกคนในท้องก็เท่านั้น..."
“แต่ไม่รู้สินะว่าเขามีลูกชื่ออะไรมั้งนะ?”
“ค่ะ...”
อบิเกลขมวดคิ้วสงสัยว่าอีกฝ่ายถามถึงชื่อลูกของคุณพอตเตอร์ทำไมยิ่งชื่อครอบครัวพอตเตอร์ยังไม่ค่อยออกมาให้ภายนอกรับรู้ว่าชื่ออะไรนอกจากเครือญาติมากกว่าพวกเอวาได้ยินรุ่นพี่สาวถามอบิเกลแบบนั้นก็ทำให้พวกเธอไม่ชอบใจเท่าไหร่ ก่อนจะเอ่ยพูดกับอีกฝ่ายออกมา
“พี่โดมินิคกำลังสื่ออะไรคะ!?”
“จริงด้วยอบิเกลเป็คนภายนอกไม่มีทางรู้หรอกค่ะว่าครอบครัวพอตเตอร์เขาชื่ออะไร!?’
“ใช่ๆ”
“อบิเกลพอตเตอร์!!”
เสียงรอบข้างต่างเงียบกริบไปอย่างรวดเร็วทุกคนต่างหันไปทางโดมินิคที่เอ่ยชื่อหนึ่งในครอบครัวพอตเตอร์ออกมาทำให้อบิเกลจ้องมองอย่างตกตะลึงที่เธอได้ยินชื่อที่คล้ายชื่อตัวเองออกมา
“ชื่อนั้น...”
“ชื่อนี้...เป็ชื่อของลูกสาวคนโตของแฮร์รี่พอตเตอร์ ญาติผู้น้องของฉัน”
สิ้นคำพูดนั้นร่างกายของอบิเกลรู้สึกชาไปหมดทำไมชื่อของคนที่ตายไปแล้วกับเหมือนเธอ เธอไม่เคยเห็นอบิเกล พอตเตอร์มาก่อนเธอไม่รู้จักอีกฝ่าย แต่คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาข้างในใจของเธอทำไมชื่อของเธอถึงคล้ายกับอบิเกล พอตเตอร์ แล้วอาสก็อตที่เกี่ยวข้องกับตระกูลถึงเลี้ยงเธอที่ชื่อคล้ายหลานสาวของเขาได้นั้นยิ่งทำให้เธอรู้สึกมือไม้ชาไปหมดก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งเอ่ยเรียกเธอ
“คุณเมอร์รัล!!”
อบิเกลเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วมองตรงไปที่ประตูทางเข้าห้องโถงอาหารเธอเห็นอาจารย์แอนเดรียกำลังจ้องมองมาทางนี้ เธอได้สติกลับมาก็ขานตอบ
“ค่ะอาจารย์ฮูช...”
“ตามอาจารย์มา”อาจารย์แอนเดรียกล่าว
เหล่านักเรียนคนอื่นเริ่มซุบซิบกันว่าอาจารย์เรียกอีกฝ่ายอาจจะเื่ที่เกิดขึ้นกับวีสลีย์ก็เป็ได้อบิเกลรู้สึกไม่ดีกว่าเื่ครั้งนี้อาจจะเป็ปัญหาสำหรับเธอในอนาคตก็ได้แต่ไม่ตามไปคงมีปัญหาก่อนที่ทุกคนจะมองเธอ สกอร์เปียสเอ่ยพูดกับเธอ
“เธอคงไม่โดนอะไรนะ?”
“ฉันไม่แน่ใจ...เดียวมานะ...”
“คงไม่โดนอะไรหรอก...แต่ก็ระวังด้วยละกัน”โดมินิคกล่าวก่อนจะเดินผ่านเด็ก ๆไปที่โต๊ะบ้านของเธอ
อบิเกลฟังอีกฝ่ายแต่เธอยังรู้สึกแปลกๆ กับเื่ที่ได้ยินเมื่อกี้ก่อนที่เธอนั้นจะเดินออกจากตรงนั้นตามอาจารย์แอนเดรียไปตามทางตามเส้นทางตามราตรีมันทั้งมืดและมีแสงสว่างจากคบเพลิงตามกำแพงอบิเกลจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างสงสัยว่ากำลังจะเดินไปไหนจนมาถึงทางยาวที่ข้างหน้ามีรูปปั้นกริฟฟินอยู่ตรงไหนมันตัวใหญ่มาก ๆ อาจารย์แอนเดรียกล่าวคำพูดบางอย่างนกกริฟฟินที่หุบปีกอยู่นั้นก็กางปีกขึ้นแล้วหมุนจนเผยบันไดออกมา
อบิเกลจ้องมองอย่างตกตะลึงก่อนที่อาจารย์จะพาเธอเดินขึ้นบันไดเกลียวหมุนตรงหน้าไปตามทางเรื่อยๆ จนมาถึงชั้นที่พวกเขา้า อาจารย์เดินนำจนมาถึงหน้าประตูบานหนึ่งเธอเปิดออกให้เด็กหญิงเดินนำเข้าไปก่อนอบิเกลจ้องมองก่อนจะเดินเข้าไปภายในประตูที่มีความแตกต่างจากทางที่มาข้างในมีรูปภาพของบุคคลมากมายอยู่บนกำแพง บางคนกำลังหลับบางคนกำลังนั่งอ่านหนังสือแล้วภายในมีโต๊ะตั้งอยู่แต่ไม่มีใครอยู่ภายในห้องนี้ก่อนที่อาจารย์แอนเดรียจะปิดประตูไม่เข้ามาทำเอาอบิเกลหันไปมองก็งุนงงว่าอาจารย์พาเธอมาห้องนี้ทำไมหรือว่าเธอโดนขังให้มาอยู่ห้องนี้เธอมองรอบห้องเรื่อย ๆ จนเธอนั้นเงยหน้าไปเห็นบางอย่างที่อยู่บนชั้นหนังสือเธอค่อย ๆ เดินไปหาอีกฝ่ายที่กำลังขยับมองเธอ
“ดูเหมือนว่าเธอจะโดนเชิญมาห้องครูใหญ่เพราะบางเื่นะสาวน้อย”
“ห้องครูใหญ่...”
อบิเกลได้ยินก็ยิ่งตาลุกวาวว่าตัวเองมาอยู่ห้องนี้โดยไม่มีใครอยู่จะหาว่าบุกรุกไหมแต่อาจารย์แอนเดรียคงไม่แกล้งเธอหรอกก่อนที่เธอจะคิดบางอย่างเธอเงยหน้าหาหมวกคัดสรรอีกครั้ง
“จริงสิที่คุณพูด...คุณ...คุณหมวกคัดสรรตอนคัดเลือกบ้านคุณบอกว่าหนูเหมือนพ่อ คุณรู้จักพ่อหนูเหรอ?”
“รู้จักดีเลยล่ะ”
“งั้นบอกหน่อยว่าเขาเป็ใคร?แล้วคุณรู้ไหมว่าเขาอยู่ไหนหรือว่าเขาตายที่ไหน?”
“เธอจำเื่ของพ่อไม่ได้เลยหรือ?”
“ไม่...ั้แ่จำความได้...เื่วัยเด็กมากมาย...ก่อน3 ขวบหายไปหมด...หนูแค่อยากรู้...ว่าเขาเป็ใคร...”
“อือ...”หมวกคัดสรรจ้องมองเธออย่างครุ่นคิดก็มีเสียงบางอย่างขยับ
อบิเกลได้ยินบางอย่างเธอก็หันขวับไปมองด้วยสีหน้าใก็เห็นศาสตราจารย์ใหญ่มักกอนนากัลกำลังขยับหน้ากระดาษก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอ
“อ้าวคุณมาแล้วหรือคุณเมอร์รัล”
“ศาสตราจารย์มักกอนนากัล...”
"เมื่อกี้หนูกำลังคุยกับใครเหรอ?"
“ก็...คุยกับหมวกคัดสรรที่อยู่ตรงนั้น!!”อบิเกลหันไปจะชี้หมวกคัดสรรแต่ทว่ามันหายไปแล้ว “เมื่อกี้...มันยังอยู่...”
“หือ?หมวกคัดสรรเราเอาเก็บไว้ให้ห้องเก็บถ้วยรางวัลนะมันคงไม่มาโผล่ให้ห้องนี้หรอกนะ”
“แต่ว่า...”อบิเกลตะลึงว่าเมื่อกี้เธอคุยกับอะไรแน่
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเดินมานั่งที่โต๊ะของตนเองก่อนจะมองเด็กน้อย“เธอรู้ไหมว่าฉันเรียกเธอมาทำไม?”
“คง...ต่อว่าที่หนูทำตัวไม่สมเป็เคยทำงานกับแรงกดดันมากมาย...กับแค่เด็กยังอารมณ์ขึ้น...”อบิเกลตอบด้วยสีหน้างุนงงว่าเมื่อกี้หมวกคัดสรรยังอยู่เมื่อกี้แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว
“อันนั้นขึ้นกับตัวเธอ...ว่าจะรับมือยังไงแต่สิ่งนี้...” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลยกบางอย่างขึ้นมาวางบนโต๊ะ
อบิเกลจ้องมองสิ่งที่อีกฝ่ายวางลงบนโต๊ะก็ต้องตาลุกวาวกับสิ่งที่เห็น“ลูกโกลเด้นสนิช...?”
“ถูกต้อง...อาจารย์แอนเดรียเอามาจากเธอแล้วบอกว่ามันตัดหน้าเธอตอนเรียนขี่ไม้กวาด”
“ค่ะ...”
“แต่มันไม่ใช่ของโรงเรียน”
“ว่าไงนะคะ!?”อบิเกลเงยหน้ามองอย่างใ
“แต่เคยเป็...”
“เคยเป็...?”อบิเกลขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลลุกขึ้นก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง แล้วหันกลับมามองเด็กน้อย“ศาสตราจารย์ใหญ่คนก่อน...ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์...นำมันให้ชายคนหนึ่งไปเมื่อหลายปี”
“งั้นมันก็เป็ของที่มีเ้าของ...จะส่งมันคืนสินะคะ”
อบิเกลหันตามอีกฝ่ายแล้วมองอีกฝ่ายที่กำลังยืนมองเธอแต่พอผ่านพ้นสายตาเ้าลูกโกลเด้นสนิชก็กระพือปีกแล้วบินมาหาอบิเกลแล้วบินรอบเธอนั้นทำให้เธอรำคาญมันมาบินรอบตัวเธอ
“คงไม่ได้แล้วล่ะ...”
“ทำไมล่ะคะ?มันมีเ้าของนะ?”
“เพราะเ้าของมันคือแฮร์รี่ พอตเตอร์...”
“ห๊า!?”
วันนี้ทั้งอบิเกลได้ยินแต่คนนามสกุลพอตเตอร์จนเอียนไปหมดแล้วจริงๆ จนเริ่มสงสัยว่าเธอนั้นมีบาปมากถึงต้องมาเกี่ยวข้องกับคนตระกูลนี้เลยหรือไงเธอรีบะโจับลูกโกลเด้นสนิชแล้ววางลงบนโต๊ะทันที
“งั้นเชิญเอามันไปคืนให้ครอบครัววีสลีย์เลยค่ะ!!พวกนั้นคงดีใจที่ได้สิ่งของบ้านพอตเตอร์กลับไปหาตัวเองกัน!!”
ศาสตราจารย์ใหญ่เห็นท่าทางของเด็กน้อยก็แบบขันหน่อยๆ ก่อนที่เ้าลูกโกลเด้นสนิชพยายามจะบิน อบิเกลก็ใช้มือกุมไม่ให้มันบินเด็ดขาดก่อนที่เธอจะเดินกลับมาอยู่ตรงหน้าเด็กน้อย
“คงจะยากนะเธอน่าจะเห็นว่าเ้าสิ่งนั้นเอาแต่หาเธอ...”
“แต่หนูไม่ใช่เ้าของนะคะ”
“ถึงไม่ใช่...แต่มันเลือกเธอแล้ว...”
“ห๊า!?”
ตามทางเดินข้างหน้าในตัวปราสาทอบิเกลกำลังเดินไปตามทางด้วยความรู้สึกปวดหัวไปหมดเธอเจอแต่เื่ให้ปวดหัวั้แ่เช้าวันวันหนึ่งเธอเจอแบบนี้คงมีแต่พวกหัวทั้งวันแน่ ๆแล้วเธอต้องมาระหว่างอีกว่าเ้าหัวแดงทั้งหลายจะเอาเื่ไปบอกครอบครัวตัวเองไหมถ้าเอาไปบอกจริง ๆอาสก็อตของเธอคงต้องมีปัญหากับเ้าหัวแดงที่เป็หัวหน้ามือปราบมารแน่ ๆทำเอาสงสัยเลยว่าคนแบบนั้นเป็หัวหน้าได้ไง
“ชักห่วงอาสก็อตแทนตัวเองจริงๆ”
จบตอนที่ 18 โปรดติดตามตอนที่19 ต่อไป